<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์อนุมัติต่างชาติ 24 ราย ลงทุนในไทย คิดเป็นวงเงินกว่า 900 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า เดือนส.ค.2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 24 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากสิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ มีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 908 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 636 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electronic Vehicle) องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบรถไฟความเร็วสูงเทคนิคการเดินรถไฟความเร็วสูง องค์ความรู้เกี่ยวกับการขนย้ายและติดตั้งแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม และองค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ 1.ธุรกิจนายหน้า ค้าปลีก ค้าส่งสินค้าสำหรับใช้ในอุตสาหกรรม จำนวน 3 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น และสิงคโปร์ มีเงินลงทุนจำนวน 144 ล้านบาท ได้แก่ การทำกิจการนายหน้าเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทซิลิโคน (Silicones) โลหะผสมพิเศษ (Specialty foundry alloys) วัสดุคาร์บอนผสมเพื่องานอุตสาหกรรม (Carbon materials) ซิลิคอนและไมโครซิลิกา (Silicon materials and Microsilica) เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม การค้าปลีกเครื่องทดสอบกำลังไฟและทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าสำหรับแบตเตอรี่ของยานพาหนะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การค้าส่งโช๊คอัพรถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนของโช๊คอัพรถจักรยานยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ธุรกิจบริการโดยเป็นคู่สัญญากับเอกชน จำนวน 3 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น และอิตาลี มีเงินลงทุนจำนวน 244 ล้านบาท ได้แก่ บริการบริหารจัดการและให้บริการเดินรถและซ่อมแซมบำรุงรักษาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ (Operation-Maintenance) และการดำเนินกิจการทางพาณิชย์ (Commercial Operation) ภายใต้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภา บริการจัดหาวัสดุอุปกรณ์และติดตั้งแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Wellhead Platforms) รวมถึงการเชื่อมต่อท่อลำเลียงใต้ทะเล (Associated Pipes and Tie-In) และเชื่อมต่อการทำงานกับแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 12 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น และสิงคโปร์ มีเงินลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 458 ล้านบาท เช่น บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน บริการให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งสินค้าประเภทอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ที่ใช้เพื่อการเกษตร และบริการที่เกี่ยวเนื่อง บริการชำระเงินภายใต้การกำกับประเภทการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;บริการรับชำระและโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ จำนวน 6 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น มีเงินลงทุนจำนวน 62 ล้านบาท เช่น บริการสินเชื่อเพื่อสวัสดิการพนักงาน (Welfare Loans) ของบริษัทในเครือในประเทศไทย บริการบริหารจัดการเนื้อหาสารสนเทศดิจิทัล และทำการตลาดและส่งเสริมการขายเนื้อหาสารสนเทศดิจิทัล บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) ให้แก่บริษัทในเครือในต่างประเทศ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนม.ค.-ส.ค.2564 นักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตแล้ว 132 ราย เงินลงทุน 9,383 ล้านบาท ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น ธุรกิจบริการเป็นที่ปรึกษา บริหารจัดการ และให้บริการเดินรถและซ่อมแซมบำรุงรักษารถไฟความเร็วสูง ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินในประเทศไทย ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งฯ ระบบชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง และระบบควบคุมการจัดการการจราจร ภายใต้โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม วางระบบและทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโครงการศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าอัจฉริยะระหว่างประเทศ ธุรกิจบริการวิจัย พัฒนา และทดสอบชิ้นส่วนของเครื่องทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศสำหรับยานยนต์ ธุรกิจค้าส่ง และให้คำปรึกษาแนะนำการใช้งาน การบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องมือแพทย์ ธุรกิจบริการออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านประกันภัย บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) ให้แก่บริษัทในเครือในต่างประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116909</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว, ต่างด้าว, ทศพล ทังสุบุตร, ประกอบธุรกิจในประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ac87c84f55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!บช.น.แฉม็อบปลอมตัวเป็น&#039;สื่อ-บุคลากรทางการแพทย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง &amp;nbsp;ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมว่าวันนี้มีเพียงกลุ่มทะลุแก๊สว่าที่นัดหมายชุมนุมเวลา 17.30 น.ที่แยกดินแดง ขอเรียนย้ำว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประกาศควบคุมสูงสุดการทำกิจกรรมมั่วสุม ชุมนุมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคไม่สามารถทำได้ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค และการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สเมื่อวันที่ 7 ก.ย. มีการใช้ระเบิดไปป์บอมป์ ใช้พลุเพลิง พลุไฟ จุดไฟเผาทรัพย์สินของทางราชการเป็นรถ จยย. 1 คัน พร้อมกันนี้เป็นทรัพย์สินของเอกชนและทรัพย์สินสาธารณะประโยชน์ กรณีนี้ตำรวจมีการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี 15 คน ยึดระเบิดปิงปอง ระเบิดแสวงเครื่องและอาวุธที่ใช้ในการทำความผิด แจ้งข้อหาร่วมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหาผิด &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคอีกส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เด็กและเยาวชนมาร่วมกระทำความผิด พนักงานสอบสวนได้รับตัวไว้ดำเนินคดี 5 คน ผู้ปกครองที่ปล่อยปะละเลยให้เด็กมาทำผิดอาจถูกตั้งข้อกล่าวหา ช่วงเดือนสิงหาคมได้ออกหมายเรียกผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 195 หมาย เป็นแกนนำ 31 หมายและกลุ่มผู้ชุมุนมอื่นๆ อีก 164 หมาย ส่วนผู้ปกครองของเด็กเยาวชนได้ออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 หมาย มาทำการสอบสวน หากมีส่วนให้เด็กมากระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีต่อไป ส่วนการเผยแพร่ข่าวเท็จเด็กอายุ 14 ปี ถูกรถควบคุมฝูงชนชนได้รับบาดเจ็บ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ การเข้าจับกุมวานนี้ เป็นการเข้าจับกุมตามปกติโดยใช้รถยนต์ทำการปิดการจราจรบนถนนก่อนเข้าทำการจับกุมผู้กระทำความผิดไม่ได้ใช้รถยนต์เฉี่ยวชนแต่ประการใด &amp;nbsp;มีคนได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียวเป็นชายอายุ 45 ปี จากรถ จยย.ล้มเป็นเหตุให้ไหปลาร้าหลุด และถูกส่งรักษาที่ รพ.ตำรวจ อาการปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้โพสต์ข่าวบิดเบือนตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า หนึ่งในจำนวนผู้ถูกจับกุมวานนี้เป็นชายชาวกัมพูชา จึงขอเตือนไปยังพี่น้องต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ถ้ามาทำผิดหรือร่วมชุมนุมหากถูกจับกุมตัวได้จะถูกส่งกลับประเทศตามหลักของกองตรวจคนเข้าเมือง หรืออาจมีคำสั่งให้เนรเทศจากกระทรวงมหาดไทย และอาจจะมีการขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไม่สามารถกลับมาทำงานในประเทศไทยได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.ยังกล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุมกลุ่มทะลุแก๊สอย่างรวดเร็ววานนี้ว่า ในการรักษาความปลอดภัย ถ้าเจ้าหน้าที่มีการข่าวจะมีการวางเพลิงหรือก่อให้เกิดอันตราย เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าดำเนินการรักษาความเรียบร้อยบังคับใช้กฎหมาย การทำงานของเจ้าหน้าที่มีทั้งจับก่อน จับทีหลังและจับระหว่างเกิดเหตุแล้วแต่สถานการณ์การข่าว และพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝากไปยังผู้สื่อข่าวและบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากผู้ชุมนุมพยายามใช้สัญลักษณ์ของสื่อมวลชนและบุคลากรทางแพทย์ ปลอมมาเป็นเจ้าหน้าที่และสื่อขอให้สอดส่องช่วยกันดูแล ถ้าบันทึกภาพได้ขอให้บันทึกไว้เราจะได้ดำเนินคดี อย่างเช่นครั้งที่ผ่านมามีการปลอมเป็นรถพยาบาลนำอุปกรณ์การก่อเหตุมาใช้ในการชุมนุมก็เป็นข้อมูลจากสื่อที่ให้ข้อมูลมาถึงจับได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116031</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ต่างด้าว, บช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบ, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_613851ddee177.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ตร.&#039;โชว์6เดือนทลายเครือข่ายขนแรงงานเถื่อนจับต่างด้าว1.4หมื่นราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64- พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานความมั่นคง) พล.ต.อ.จารุวัฒน์&amp;nbsp; ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ,ผู้แทนเหล่าทัพ, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข แถลงผลการปราบปรามขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดย ผิดกฎหมาย ในรอบ 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 11 ก.ค.64&amp;nbsp; สามารถจับกุมคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 14,258 ราย&amp;nbsp; ผู้นำหรือพา คนต่างด้าวโดยผิด กฎหมาย จำนวน 137 ราย ผู้ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย จำนวน 336 ราย นอกจากนี้ยังสามารถทลายจับกุมเครือข่าย/ขบวนการ ลักลอบ นำ พา ช่วยเหลือฯ จำนวน 152 เครือข่าย และยัง เฝ้าระวัง/ติดตามพฤติกรรมอีก จำนวน 67 เครือข่าย โดยมีเครือข่ายรายสำคัญที่ดำเนินคดีไปแล้ว อาทิ เครือข่ายโรฮีนจาดอนเมือง เครือข่ายเจ๊เพชรกาญจนบุรี เครือข่ายหมูทองเถาว์กาญจนบุรี เครือข่ายเจ๊กบมุกดาหาร เครือข่ายฟ้าซินมาทูสงขลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเครือข่ายที่ดำเนินคดีล่าสุดได้แก่&amp;nbsp; เครือข่ายนายอุ๊ ริมเมย ซึ่งเป็นเครือข่ายลักลอบฯ จากช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยเป็นตัวการ ธุระจัดหา และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการประสานงาน/นำส่งแรง งานต่างด้าวผิดกฎหมาย เกี่ยวข้องกับขบวนการขนคนจีน ในพื้นที่หลายภูมิภาคของประเทศ ในห้วงเดือน ม.ค.-ก.ค.64 เจ้าหน้าตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ร่วมขบวนการ/เครือข่ายนี้ได้ 7 ครั้ง (พื้นที่&amp;nbsp; อ.เทิง-อ.เชียงแสน เชียงราย, อ.แม่ริม เชียงใหม่, อ.ท่าสองยาง-อ.บ้านตาก ตาก, อ.พยุหะคีรี นครสวรรค์ และ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ทำการจับกุม ผู้ต้องหาคนไทยผู้ช่วยเหลือฯ/ร่วมขบวนการ 7 คน คนต่างด้าวรวม 186 คน (จีน 63 เมียนมา&amp;nbsp; 121 ฟิลิปปินส์ 1 ลาว 1) ยึดยานพาหนะ 9 คัน และเมื่อวันที่ 14 ก.ค.64 ตำรวจได้ทำการปิดล้อมและจับกุมนายอุ๊ ริมเมย ได้เรียบร้อยแล้ว และเครือข่ายรถตู้ป้ายเอียง&amp;nbsp; เป็นเครือข่ายลักลอบคนต่างด้าวจากช่องทางธรรมชาติ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์เข้าพื้นที่ต่อเนื่อง กทม. โดยใช้ยานพาหนะเป็นรถตู้โดยสาร จับกุมคนไทยผู้ช่วยเหลือร่วม ขบวนการ 3 คน (22 มิ.ย.64) คนต่างด้าวกัมพูชาจำนวน 8 ราย รถยนต์ตู้ จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมาย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.64 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เป็นผู้กำกับควบคุมดูแลผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงขณะนี้ มีข้าราชการตำรวจที่เข้าข่ายการกระทำ ความผิดวินัย จำนวน 29 ราย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้ว จำนวน 4 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริง จำนวน 18 ราย ส่งให้ต้นสังกัดดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย จำนวน 7 ราย และมี ข้าราชการฝ่ายอื่นๆ จำนวน 4 ราย ได้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดดำเนินการต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ต่างด้าว, ผบ.ตร., แรงงานเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60eff3d2ddc25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7เดือนกองกำลังผาเมืองสกัดต่างด้าวลอบเข้าชายแดนเหนือทะลักกว่า500คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ที่กองกำลังผาเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต. นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า กองกำลังผาเมืองได้มีการเพิ่มมาตรการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมจัดกำลังลงพื้นที่เพื่อตรวจช่องทางท่าข้ามตามธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มขบวนการจะใช้ในการลักลอบเข้าประเทศ &amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีการจัดชุดปฏิบัติการสกัดกั้นจากกำลังชายแดนกว่า 130 ชุด โดยเฉพาะด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายที่มีเขตติดต่อกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีแหล่งท่องเที่ยว สถานประกอบการและบ่อนการพนัน ส่งผลให้คนไทยบางส่วนมีความประสงค์ที่จะลักลอบ เพื่อไปเล่นการพนันและทำงานในบ่อนการพนัน หรือสถานบันเทิงดังกล่าว ซึ่งพบว่าจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่เพ่งเล็ง 9 เส้นทาง ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน และอำเภอเชียงแสน &amp;nbsp;ปัจจุบันกองกำลังผาเมืองจัดกำลังชุดปฏิบัติการสกัดกั้นจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 &amp;nbsp;จำนวน 108 ชุดเพื่อ ปฏิบัติการในพื้นที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.นฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ด้านจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีพื้นที่เพ่งเล็ง 2 เส้นทางในการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะอำเภอเชียงดาวและอำเภอฝาง &amp;nbsp; ปัจจุบันกองกำลังผาเมืองได้จัดชุดปฏิบัติการสกัดกั้น จำนวน 22 ชุดปฏิบัติการ ในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ อำเภอแม่อาย ฝาง เชียงดาว ไชยปราการ และอำเภอเวียงแหง จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 ในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.นฤทธิ์ ระบุว่า ทั้งนี้จากข้อมูลล่าสุดที่กองกำลังผาเมือง/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ดำเนินการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบันพบว่า มีแรงงานชาวเมียนมาพยายามลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 398 คน ชาวลาว 58 คน ชาวจีน 41 คน ส่งผลให้ล่าสุดกองกำลังผาเมือง/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ จำนวน 541 คน โดยจากข้อมูลยังพบอีกว่ามีผู้นำพาที่พยายามลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติด้านชายแดนจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 37 คน &amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินคดีกับผู้นำพาได้ 24 คดี คดีสิ้นสุดแล้ว 10 คดี อยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 14 คดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง &amp;nbsp;ระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตามตลอดแนวชายแดนกว่า 933 กิโลเมตร ใน 6 จังหวัด ที่กองกำลังผาเมือง/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ได้บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มมาตรการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด 97 จุด มีการติดตั้งไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ตามช่องทางธรรมชาติ จำนวน 41 จุด และวางลวดหนาม จำนวน 128 ช่องทาง รวมระยะทาง 11,561 เมตร ที่สำคัญกองกำลังผาเมือง/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อร่วมกันในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวที่พยายามลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นการลดการแพร่บาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 ตามแนวชายแดน ได้อีกทางหนึ่งด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังผาเมือง, ต่างด้าว, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc8f31d990d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กปั๊ด’ ขนคณะลงพื้นที่สำรวจมาตรการป้องกันลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม รอง ผบช.ตชด. และคณะ นั่งเฮลิคอปเตอร์ ไปตรวจพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนรอยต่อประเทศเมียนมา เพื่อรับฟังปัญหาพร้อมวางมาตรการคุมเข้มการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์เผยว่า วันนี้เป็นการเดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา และตรวจภูมิประเทศที่เป็นเส้นทางสำคัญในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เช่น &amp;nbsp;แนวด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแนวชายแดนทะเล และ อ.สังขละ อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า มีชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา ยาวกว่าหลายร้อยกิโลเมตร ง่ายต่อการลักลอบเข้าประเทศ โดยเฉพาะการเดินเท้าผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ยากต่อการที่หน่วยงานความมั่นคงจะลาดตระเวนได้ทั่วถึง นับจากการระบาดโควิดระลอก 2 ที่พบว่ามาจากแรงงานพม่าลักลอบเข้าเมือง ตร. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.(มค.) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีการทำงานใน 2 มิติควบคู่กันไป
&amp;nbsp;มิติที่หนึ่ง คือการสะกัดกั้น โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจพื้นที ตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง มีการตั้งจุดตรวจพื้นที่แนวชายแดนทั่วประเทศ กว่า 300 จุด ,จุดตรวจสกัดกั้นพื้นที่ตอนใน 592 จุด และชุดเคลื่อนที่เร็ว 1,769 ชุด ทำหน้าที่ลาดตระเวน สกัดต่างด้าวที่หลบจุดตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกมิติ คือ การสืบสวนขยายผลกระบวนการลักลอบขนแรงงาน ซึ่งตั้งแต่ 1 ม.ค. จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองแล้ว 9,233 ราย, นำหรือพาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 206 ราย, ช่วยเหลือหรือซ่อนเร้น 166 ราย, นายจ้างกระทำความผิด 15 ราย และ จับกุมเครือข่ายขนแรงงานต่างด้าวที่สำคัญ 13 เครือข่าย เช่น เครือข่ายเจ๊เพชร สมุทรสาคร, เครือข่ายเจ๊ดา ดอนเมือง, เครือข่ายกะพ้อ-ยะหริ่ง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ตกเป็นข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน &amp;nbsp;และมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ &amp;nbsp;กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานความมั่นคงเป็นผู้กำกับ ดูแล ในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ &amp;nbsp;1. ข้าราชการตำรวจ จำนวน 29 นาย ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้ว (อยู่ระหว่างการสอบสวน) จำนวน 4 นาย ถูกตั้งกรรมการสืบสวน (อยู่ระหว่างการสืบสวน) จำนวน 18 นาย อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ตร. เพื่อส่งเรื่องให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย จำนวน 7 นาย และ 2.ข้าราชการฝ่ายอื่นจำนวน 5 นาย อยู่ระหว่างส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม้กลุ่มนายหน้าจะมีความพยายามลักลอบขนแรงงานเข้ามา ด้วยปัจจัยที่ดึงดูดหลายประการ ทั้งเรื่องค่าแรงที่สูงกว่า และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยก็ยังคงเร่งปราบปรามอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้กำชับเพิ่มความเข้มในการหาข่าวจากภาคประชาชน วางแผนสกัดกั้นร่วมกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ตามมติ ครม. 29 ธ.ค.63 ให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่เข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียนทำงานอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ 15 ม.ค. ถึง 13 ก.พ.64 หากต่างด้าวยังไม่มาขึ้นทะเบียนจะถือว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ตำรวจพื้นที่ และตรวจคนเข้าเมือง กวดขันจับกุม และป้องกันผู้ที่ลักลอบเข้ามาใหม่ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยหากมีการจับกุมจะทำการขยายผลถึงกระบวนการนำพาทุกราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้เดินทางมาตรวจดูความพร้อมของ กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 136 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดทำโครงการ Organiational Quarantine (OQ) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มี.ค.64 ​ อนุมัติงบประมาณประจำปี 2564 ใช้กองร้อย ตชด.จัดทำ OQ จำนวน 14 แห่ง ในพื้นที่ &amp;nbsp;10 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ จันทบุรี สระแก้ว หนองคาย เชียงราย ตาก กาญนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และ สงขลา เพื่อใช้เป็นสถานที่กักกันแรงงานต่างด้าวและผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามมาตรการทางสาธารณสุข ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ หรือกักตัวระหว่างรอพิจารณาคดี ซึ่งพบว่ามีความพร้อมใช้งานได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ ย้ำว่า ปัญหาเรื่องการลักลอบเข้าเมือง​นั้นอาจนำเชื้อโควิด​ สายพันธุ์อินเดีย​ ซึ่งแพร่มาจากประเทศที่มีรอยต่อกับเพื่อนบ้านของเราคือ​ เมียนมา​ &amp;nbsp;ซึ่ง​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และ​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ฝ่ายความมั่นคงท่านมีความห่วงใยในเรื่องนี้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้มแข็งทำงานบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดน, ต่างด้าว, ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ลักลอบเข้าเมือง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4a453aec22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลักไม่หยุด จนท.รวบโรฮินยาลอบเข้าเมืองชายแดนทองผาภูมิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 16 พ.ค.2564 นายเนรมิต เหลืองอร่าม รักษาการนายอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอาทิตย์ สมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านองธิ ม.2 ตำบลท่าขนุน ว่า เมื่อช่วงกลางดึก ได้นำกำลัง ผู้ช่วยผญบ, ชรบ, พร้อมด้วยทหารฉ.ก.ลาดหญ้า, และชุดร้อย​ ชพส. ที่1202 ออกลาดตระเวน ตามเส้นทางป่าบ้านหญ้าบางใน-เขาเรดาร์ ซึ่งเป็นเส้นทาง ที่ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว มักใช้เดินหลบเลี่ยง ด่านตรวจสามแยกทองผาภูมิ &amp;nbsp;พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนหนึ่ง หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเพื่อรอรถมารับ จึงได้ทำการเข้าควบคุมตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั้น มีแรงงานต่างด้าวหนีไปได้1คน จนท.จึงซุ่มรอเพื่อจับกุมผู้นำพา จนกระทั่งเวลาใกล้สว่าง ไม่พบว่ามีรถเข้ามารับ คาดว่าผู้นำพาน่าจะไหวตัวทัน &amp;nbsp;จึงได้ควบคุมตัว แรงงานต่างด้าวชาวโรฮินยา จำนวน8คน &amp;nbsp;ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ได้ตรวจวัดไข้แล้ว ไม่มีผู้ใดอุณหภูมิ​สูงเกินกำหนด​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จุดตรวจถาวรไทรโยค อ.ไทรโยค จนท.ตชด.136 จนท.ตม. ทหารฉก.ลาดหญ้า ตรวจยึดรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า ป้ายแดง ไม่มีเอกสารหลักฐาน เชื่ออาจจะเป็นขบวนการนำรถส่งขายพม่า จึงยึดไว้นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค ตรวจสอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างด้าว, ทองผาภูมิ, ลักลอบเข้าไทย, เนรมิต เหลืองอร่าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0a61f984f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมชงครม.ขยายเวลาตรวจโควิด-19ต่างด้าวไปอีก1-2เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน​ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงกรณีที่มีรัฐมนตรีกักตัวหลายคน​ สืบเนื่องจากคณะทำงานติดเชื้อโควิด-19​ ว่า​ รัฐมนตรีทุกคนระมัดระวังตัวเองอยู่แล้ว ส่วนที่ต้องกักตัวเพราะมีการบอกต่อๆ กันว่าคนนั้นคนนี้ที่มาหาติดเชื้อโควิด-19​ เชื่อว่ารัฐมนตรีระมัดระวังตัวเอง​ เช่นเดียวกับตนที่ระมัดระวังตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้คิดว่ารัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขกำลังหามาตรการควบคุมอย่างดีที่สุด ส่วนในภาคแรงงานนั้น ได้กำชับไปทุกสถานประกอบการให้มีการป้องกันอย่างเข้มงวด​ ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนก็ได้มีการตรวจหาเชื้อไปหลายแสนรายแล้ว​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันเนี้จะขออนุมัติที่ประชุม​ ครม. ขยายเวลาในการตรวจหาเชื้อโควิด-19​ ของแรงงานต่างด้าวที่ไม่ทันวันที่ 16 เม.ย.นี้ โดยจะขยายการตรวจออกไป 1-2 เดือน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงคือแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการให้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับการตรวจโควิด-19 เป็นการตัดประเด็นที่น่ากังวลออกไปทีละประเด็น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98600</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., ต่างด้าว, นายสุชาติ​ ชมกลิ่น, โควิด-19, ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d16d7047aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
