<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดนำเข้ารายใหม่เลขสองหลักอีกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ 18 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 4,026 ราย ส่วนผู้ที่รักษาหายแล้วเพิ่ม 11 ราย ทำให้มียอดสะสมผู้ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว 3,822 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 60 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 144 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากประเทศตุรกี 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 56 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 17 พ.ย.63 ต่อเครื่องบินที่กาตาร์ ซึ่งพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน 2 รายเข้าพัก Alternative State Quarantine ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 22 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศคูเวต 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 53 ปี อาชีพก่อสร้าง เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 17 พ.ย.63 ต่อเครื่องบินที่กาตาร์ ซึ่งพบผู้ป่วยยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน 2 ราย เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 20 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศเยอรมนี 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 24 ปี ว่างงาน เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 19 พ.ย.63 ซึ่งพบผู้ป่วยยืนยันเที่ยวบินเดียวกันหนึ่งรายเข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติอียิปต์ อายุ 44 ปี อาชีพครูสอนภาษา เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63 ต่อเครื่องบินที่ดูไบ ซึ่งพบผู้ป่วยยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน 1 รายเข้าพัก Alternative State Quarantine ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศอิสราเอล 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 31 ปี ว่างงาน เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 25 พ.ย.63 เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น 2 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 24 ปี อาชีพพนักงานรับเหมา และผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 29 ปี อาชีพเกษตรกร เดินทางมาถึงไทย 25 พ.ย.63 ซึ่งพบผู้ป่วยยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน 3 ราย เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศสวีเดน 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 32 ปี เป็นแม่บ้าน เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 ซึ่งพบผู้ป่วยยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน 1 ราย เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศซูดาน 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงสัญชาติซูดาน อายุ 57 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 เข้าพัก Alternative Hospital Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 5 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 27 ปี เป็นนักศึกษา, เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 31 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์, เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 56 ปี เป็นแม่บ้าน, เป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 56 ปีเป็นแม่บ้าน และผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 66 ปีเป็นแม่บ้านเดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 25 ซึ่งพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน 2 ราย เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี ทั้งหมดตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 63 ผลตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 69 ปี อาชีพข้าราชการบำนาญ เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 29 พ.ย.63 เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานครตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 ผลตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจากประเทศเมียนมา 2 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 43 ปี อาชีพพนักงานบริษัท ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 63 ผลตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ และผู้ป่วยชายไทยอายุ 44 ปี อาชีพพนักงานบริษัท ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 63 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ ทั้งสองรายเดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63 เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศเดินทางมาจากประเทศเมียนมา 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 25 ปี อาชีพพนักงานสถานบันเทิง เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 ตามเส้นทางธรรมชาติเข้าพักที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 30 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85724</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างประเทศ, ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, เมียนมา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc732c5a2471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039;ลั่นไม่มีฝรั่งชาติไหนกังวลม็อบในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเชิญทูตประเทศต่างๆ ที่ประจำประเทศไทย เข้ารับฟังการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่​ 20 ต.ค. ว่า ทุกประเทศเข้าใจและไม่กังวล เพราะมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทย รวมถึงยังไม่มีการประกาศแจ้งเตือนพลเมืองของตัวเอง เรื่องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ต.ค.63 มีจำนวน 6 ประเทศที่แจ้งเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่ชุมนุม และไม่มีสถานการณ์ใดตามมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่มีต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้น ยืนยันว่า ที่เชิญทูตานุทูตมา ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศจะไปตรวจสอบ แต่มีการพูดคุยว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่สามารถรับรู้เรื่องลึก ทั้งนี้เชื่อว่าข่าวที่ออกมามี 2 ด้าน โดยอาจมีมูลความจริงบ้างหรือมีการเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวว่า สำหรับบรรยากาศการชี้แจงเมื่อวาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น เช่น สิทธิมนุษยชน ซึ่งได้ชี้แจงว่า เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR &amp;nbsp;โดยทำถูกต้องตามกระบวนการ ซึ่ง ICCPR ก็ให้ข้อยกเว้นว่า ถ้ามีเหตุใดที่จำเป็นต้องทำ จากเรื่องความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน ก็สามารถทำได้ โดยมีข้อยกเว้นเสมอ แม้แต่ด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมกันนี้ ยังยืนยันว่า รายงานข่าวว่าการชี้แจงข้อมูลเมื่อวานนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อมูลนั้น ไม่เป็นความจริง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างประเทศ, ทูต, นายดอน ปรมัตถ์วินัย, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fa992881c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉลยแล้ว!จรรยาบอกเอง&#039;กลุ่มแดงก้าวหน้า2563&#039;หนุน&#039;ปลดแอก&#039;มาหลายเดือนแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;จรรยา ยิ้มประเสริฐ อดีตนักกิจกรรมด้าน แรงงาน และด้านการเมืองที่ลี้ภัยในต่างประเทศโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผมไม่ใช่เสื้อแดง นปช. 2553 แต่พลังของคนเสื้อแดงที่ผมพบเจอนับตั้งแต่นั้นมา ทั้งที่อยู่ในประเทศไทย และที่อยู่ต่างประเทศ ทำให้ผมเคารพนับถือความเป็นนักสู้ของพี่น้องเสื้อแดง ที่ต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความอดทน เสียสละ และไม่เคยหายไปไหนจากการต่อสู้ภาคประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเสื้อแดงที่ต่างประเทศ ที่การต่อสู้นำมาสู่การแสวงหา และการตาสว่างทางการเมือง คือกลุ่มคนใหญ่ที่สนับสนุนการต่อสู้ของพี่น้องที่ลี้ภัยการเมืองมาตลอด และก็เป็นกำลังที่ทำให้ ACT4DEM สามารถต่อสู้เพื่อปลดแอกได้มายาวนานถึง 10 ปี ขอได้รับความขอบคุณจากพวกเราชาว ACT4DEMอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประท้วงปลดแอก 2563 กลุ่มคนเสื้อแดงได้ออกมาเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อร่วมประท้วงและร่วมสนับสนุนการต่อสู้ของลูกหลาน และเพื่อนพี่น้อง หลายเดือนมานี้กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 ได้ทำหน้าที่เป็นกองเสบียง กองเครื่องเสียง กองการ์ดอาสา และกองบริการรถพาผู้คนกลับบ้านในทุกการปราบปราม อุปกรณ์ของพวกเขาจะเสียหาย พวกเขาจึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกระจายช่องทางการสนับสนุนพวกเขาด้วย ฝากพี่น้องเสื้อแดงทุก พ.ศ. ช่วยสนับสนุนกลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 เพื่อให้ทำหน้าที่ของพวกเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ฝากกระจายช่องทางการรับการสนับสนุนของพวกเขาด้วยนะ ขอบคุณมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรรยา ยิ้มประเสริฐ, ต่างประเทศ, ลี้ภัย, อดีตนักกิจกรรมด้าน, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8f8e233256b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่ศรีมาแต่ไก่โห่!ยกฝรั่งเขาลาออกไปแล้วไม่มาตีหน้าเศร้ารับผิดชอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า&amp;nbsp;ถ้าเป็นต่างประเทศเขาลาออกไปแล้ว!! ไม่มาตีหน้าเศร้าเล่าดรามาขอแสดงความรับผิดชอบให้เป็นขี้ปากไปวันๆ เยี่ยงนี้หรอกครับ!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการแสดงความคิดเห็นของการโพสต์พบว่า ซึ่งมีกว่า 130 ความคิดเห็นนั้น ส่วนใหญ่กลับไม่เห็นด้วยกับโพต์ดังกล่าว พร้อมมีการตำหนิติติงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างประเทศ, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e4f925201d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อนส.ว.ลากตั้งสะท้าน&#039;เสรี&#039;แนะต้องเลิกไปดูงานต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;วุฒิสภาต้องเลิกการไปศึกษาดูงานต่างประเทศ&amp;rdquo; ระบุว่า ตอนนี้ก็ใกล้จะปิดสมัยประชุมรัฐสภาภายในเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ผมว่าวุฒิสภาในสมัยนี้ มีที่มาเปราะบางในความรู้สึกของพี่น้องประชาชนการที่ สมาชิกวุฒิสภา ในชุดนี้จะทำอะไร ก็จะต้องมีความตระหนักในความคิดของประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ย่อมทราบและเข้าใจในความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อพฤติกรรมของนักการเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมานับสิบปี และเข้าใจในพฤติกรรมของนักการเมืองที่ผ่านมา และผมมักจะบอกสมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการของผมมาตลอดว่า ความเปราะบางของวุฒิสภาในชุดนี้มีมาก ดังนั้น การรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมืองและของพี่น้องประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาในชุดนี้จะต้องตระหนัก และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม โดยไม่กระทำในสิ่งที่สวนทางกับความรู้สึกนึกคิดของประชาชน ที่นักการเมืองในยุคก่อนเขาทำกัน ที่นักการเมืองในยุคปัจจุบันก็ไม่จำเป็นต้องทำตาม เช่น การใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีอากรของประชาชนไปศึกษาดูงาน(ไปเที่ยวที่ต่างประเทศ) ที่มักจะไปกันในทุกช่วงเวลาปิดสมัยประชุม ซึ่ง 1 ปี มีการปิดสมัยประชุม 2 ครั้ง อันเท่ากับว่า จะมีการไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศได้ปีละ 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนอาจจะบอกว่าการไปศึกษาดูงานแล้วเป็นเรื่องได้ประโยชน์ ซึ่งมันอาจจะได้ประโยชน์จริงๆก็ได้ ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลของคนที่อยากไป ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้ว มันได้ประโยชน์แต่น้อยกว่าเสียประโยชน์ เพราะในความรู้สึกของชาวบ้านและสื่อมวลชนไม่ได้คิดเช่นนั้น &amp;nbsp;และที่ผ่านมาในการเดินทางไปต่างประเทศของวุฒิสภาสมัยก่อนๆ ก็จะมีบริษัททัวร์มาคอยรับจัดการเดินทางไปประเทศที่น่าท่องเที่ยวหรือที่ตนสนใจ &amp;nbsp;ขึ้นเครื่องบินในชั้นธุรกิจ มีเบี้ยเลี้ยง ที่พักดี อาหารดี &amp;nbsp;ด้วยงบประมาณจากภาษีอากรของประชาชนทั้งสิ้น และบางคนยังพาคนนอกไปอีก และทุกๆปี สื่อมวลชนก็จะลงข่าว ประณามว่า เป็นการ&amp;rdquo;ผลาญงบ&amp;rdquo; พร้อมเสียงกรนด่าของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งต่างเหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์ที่วุฒิสภาในชุดปัจจุบัน ควรต้องตระหนักที่จะไม่ใช้งบประมาณในลักษณะเช่นนั้น ยุคปัจจุบันผมเชื่อว่า หากมีการใช้งบประมาณไปในลักษณะนี้ จะต้องถูกตรวจสอบจากภาคประชาชนและภาคองค์กรอิสระแน่นอนว่าใช้เงินไปในทางที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตน หรือไม่ อันจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ประเทศเกิดปัญหาด้านต่างๆหลายด้าน ที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;บ้านเมืองเกิดวิกฤติแห้งแล้ง ขาดน้ำ ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าเกิดโรคระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้เกิดการเจ็บป่วยล้มตาย ถึงขนาดไม่มีคนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ทำให้ประเทศขาดรายได้ การดำเนินชีวิตของประชาชนอยู่บนความเสี่ยงภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดปัญหาเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชน ไม่อาจทำมาค้าขายได้ รายได้ที่ได้รับก็ไม่พอเพียงต่อการดำรงชีวิต&amp;nbsp;การใช้จ่ายในประเทศฝืดเคือง และกฎหมายงบประมาณของปี 63 ก็ยังไม่ออกยังติดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ฝุ่นพิษ PM 2.5ที่สร้างความเดือดร้อนก็มีผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนที่ขยายตัวไปทั่ว สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นความทุกข์ยากของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีอากรของประชาชน สมาชิกวุฒิสภา จึงต้องตระหนักและเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะไมใช้งบประมาณเหล่านั้น ให้เป็นที่ขัดเคืองใจของประชาชนทั้งประเทศ ตอนนี้ ใกล้จะปิดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว ก็หวังว่าอะไรที่เป็นสิ่งไม่ดีไม่งามไม่ควรจะเกิดขึ้นกับสมาชิกวุฒิสภาในชุดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูงาน, ต่างประเทศ, วุฒิสภา, สมาชิกวุฒิสภา, เฟซบุ๊ก, เสรี สุวรรณภานนท์, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a1e6047577.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอแล้ว!มือปลอมคำสั่งเด้งผบ.เหล่าทัพอยู่ต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวถึงกรณีที่มีหนังสือคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ พ้นจากตำแหน่งและไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั้นว่า ตอนนี้ใช้เวลาในการตรวจสอบกรณีนี้แล้วกว่า 2 สัปดาห์ มีความคืบหน้าไปมาก แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างจะซับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ที่กระทำเรื่องดังกล่าวน่าจะอยู่ต่างประเทศ เพราะมีการใช้ลิงค์อัพโหลดมาจากต่างแดน แต่ถึงให้อยู่ต่างประเทศเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการจับกุมได้ไม่มีความกังวลอย่างใด ส่วนกรณีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ แต่เชื่อว่าเป็นการกระทำที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29029</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., ต่างประเทศ, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ, เด้งผบ.เหล่าทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c359840b57c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; เผยเหตุ &#039;บิ๊กตู่&#039; เนื้อหอม ต่างชาติรุมตอม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp; ต.ค.61 - ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมเอเชีย-ยุโรป ที่ราชอาณาจักรเบลเยียมว่า ประเทศต่างๆได้เห็นแล้วว่าบ้านเมืองไทยมีศักยภาพ โดยไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่างๆมากมาย และตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา พัฒนาการทางการเมืองไทยดีขึ้น ต่างประเทศจึงต้องการเข้ามาเชื่อมโยงกับไทย ซึ่งเป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เปิดเผยว่ามีความสนใจการเมือง จึงทำให้ผู้นำต่างชาติ สนใจที่จะมาร่วมพูดคุยมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวว่า ต่างประเทศไม่ได้สอบถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทยมากนัก โดยเรายืนยันว่าจะมีการจัดเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งต่างชาติไม่ได้แสดงความกังวลว่าจะเกิดขึ้นจริงตามนั้นหรือไม่ เพราะต่างรับทราบว่าการดำเนินงานที่แล้วมานั้น เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและมิตรประเทศ ไม่มีใครแสดงความติดใจหรือข้องใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งของไทย หรืออนาคตของประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใครถามว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้อยู่ในอำนาจแล้วประเทศจะเป็นอย่างไร จึงนับได้ว่าต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย และหลายประเทศก็ทราบว่าประเทศไทยนั้นมีความต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศก็ตาม ยิ่งรัฐบาลนี้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็จะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ต่างชาติเป็นอย่างดี&amp;rdquo; นายดอน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน ยังกล่าวถึงกรณีวันที่ 31 ตุลาคม ศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงการวินิจฉัย คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้อง นายดอนว่าความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุด เนื่องจากภริยาถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญว่า พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล ไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่ได้ยึดติดกับเก้าอี้รัฐมนตรีแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20325</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมเอเชีย-ยุโรป, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ต่างประเทศ, บิ๊กตู่ไปเบลเยียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcad2c35688c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
