<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชฝนน้อย! หวั่นเกิดภัยแล้งรุนแรง สั่งกั้นฝายเก็บน้ำให้มากสุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้น่าจะหมดฤดูฝนแล้ว ชาวบ้านหลายอำเภอเริ่มประสบภาวะแล้งน้ำ เช่น&amp;nbsp;อ.ห้วยแถลง รายงานว่า ต้นข้าวที่ปลูกไว้ต้องปล่อยให้วัวควายลงไปกินต้นข้าวในนาข้าวที่กำลังยืนต้นตาย เนื่องจากภาพรวมปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปีนี้มีฝนตกเพียงกว่า 800 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ปีที่ผ่านมาฝนตกกว่า 1,800 มิลลิเมตร ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,071 มิลลิเมตร ฉะนั้นปีนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกว่า 200 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าปีที่แล้วมากเป็นพันมิลลิเมตร ฉะนั้นภัยแล้งนี้เราจะได้รับผลกระทบแรง แต่ยังโชคดีที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง วันนี้เก็บน้ำได้เกินร้อยละ 50 เช่น เขื่อนลำตะคอง เก็บน้ำได้ร้อยละ 84 แต่พื้นที่ประสบภัยแล้งสำรวจพบแล้ว 24 อำเภอ พื้นที่นาข้าวกว่า 550,000 ไร่ พื้นที่เกษตรอื่นๆกว่า 150,000 ไร่ รวมแล้วกว่า 700,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาจะมีการนำเข้าที่ประชุมเพื่อประกาศเขตภัยพิบัติและจะให้ทางเกษตรจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจในรายละเอียดเพื่อชดเชยช่วยเหลือนาข้าวไร่ละ 1,113 บาท พืชสวนเกษตร 1,400 บาท ส่วนการเตรียมการแก้ไขน้ำอุปโภคและบริโภค ตนได้วิทยุสั่งการไปทั้ง 32 อำเภอให้กักน้ำช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ขณะนี้ฝนตกน้อยและอาจจะเหือดแห้งเร็ว ฉะนั้นเราให้ดีเดย์กั้นฝายประชารัฐ ชาวจังหวัดนครราชสีมาสู้ภัยแล้งตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการกั้นน้ำไว้ประมาณ 1 เดือนก่อนเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำมากที่สุด หลังจากนั้นจะให้สูบน้ำที่กั้นไว้ไปเก็บกักตามบ่อประปาต่างๆ และจะใช้น้ำส่วนนี้ไปก่อน เพราะในไม่ช้าก็จะระเหยและซึมลงใต้ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขณะนี้ได้สั่งให้แต่ละอำเภอได้รวบรวมข้อมูลว่า หมู่บ้านที่จะประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะหมู่บ้านที่น้ำน้อยที่สุดช่วงเดือน พ.ย. และ&amp;nbsp;ธ.ค. มีจำนวนกี่หมู่บ้าน ที่ไหนบ้าง ไปจนถึงเดือน มิ.ย.2562 และแต่ละหมู่บ้านเราก็จะตามไปแก้ไข โดยแบ่งหน้าที่ให้ รอง ผวจ.นครราชสีมาแต่ละคนเอาเครื่องไม้เครื่องมือลงไปสูบน้ำเก็บกักให้หมู่บ้านที่น้ำน้อยอยู่ได้จนถึงเดือน มิ.ย. 2562 และจะให้ระบบประปาหมู่บ้านสามารถบริการน้ำอุปโภค บริโภคให้กับพี่น้องประชาชนไปจนถึงกลางปีหน้าให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นข้าวยืนต้นตาย, นครราชสีมา, นายวิเชียร จันทรโณทัย, ภัยแล้ง, สถานการณ์ภัยแล้ง, เขื่อนลำตะคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5872d5396c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์เจอฝนทิ้งช่วง ต้นข้าวแห้งตายเกือบ2หมื่นไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวนาบุรีรัมย์เดือดร้อนเจอฝนทิ้งช่วงนานกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน ทำให้ต้นข้าวขาดน้ำยืนต้นตายเกือบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นไร่ จำใจตัดใบข้าวและวัชพืชเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ขณะที่บางรายเครียดหนักเพราะต้องต้องไปยืมเงินมาลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่ทั้ง 15 หมู่บ้าน ตำบลโคกขมิ้น อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เดือดร้อนหนัก หลังประสบปัญหาภัยแล้งกลางฤดูฝน เกิดฝนทิ้งช่วงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ต้นข้าวที่กำลังโตแห้งเหี่ยวเฉาใกล้ตายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตั้งแต่หว่านกล้าและดำนามาได้ 3 เดือนกว่า มีฝนตกลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และหากไม่มีฝนตกลงมาภายในสัปดาห์นี้ ต้นข้าวอาจจะแห้งตายขยายวงกว้างมากขึ้นกว่านี้ คาดว่าปีนี้นาข้าวที่เพาะปลูกไว้คงไม่ได้เก็บเกี่ยวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวกว่า 26,200 ไร่ ประสบภัยแล้งทั้งตำบล ทำให้ต้นข้าวยืนต้นตายเกือบ 2 หมื่นไร่ เกิดอาการใบไหม้ วัชพืชขึ้นเต็มแปลงนา ทำให้ต้องตัดใบข้าวและวัชพืชแล้วนำเศษใบข้าว เศษวัชพืชไปเป็นอาหารเลี้ยงวัวและควาย ซึ่งดีกว่าทิ้งไว้ในทุ่งนาให้แห้งตายโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้ถือว่าวิกฤตหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมาและยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยดูแลแต่อย่างใด ซึ่งชาวนาต้องช่วยเหลือตัวเอง ขณะที่บางรายต้องไปกู้เงินนอกระบบ เพื่อมาสูบน้ำจากฝายเข้าแปลงนา ทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก ทั้งหนี้ ธ.ก.ส. ที่กู้มาลงทุนปลูกข้าวทำนาปี ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่ในพื้นที่เริ่มมีความกังวลและเกิดความเครียดว่าจะไม่สามารถนำเงินไปใช้หนี้ก้อนใหญ่ได้ทันในปีนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานพ จูประโคน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) โคกขมิ้น พร้อมว่าที่ ร.ต.วินัย เกียรติกำจร ปลัด อบต. เจ้าหน้าที่ และผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงสำรวจแปลงนาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง พบว่า ขณะนี้ชาวบ้านทั้ง 15 หมู่บ้าน ในตำบลโคกขมิ้น กำลังประสบปัญหาข้าวยืนต้นแห้งตายอย่างต่อเนื่อง จากการขาดน้ำเพราะฝนทิ้งช่วงติดต่อกันนานกว่า 4 เดือนแล้ว นอกจากนี้ แหล่งเก็บน้ำ ฝาย ลำห้วย ที่มีในพื้นที่ ที่เคยเป็นแหล่งน้ำสำหรับเกษตรกร ก็เกิดแห้งขอดไม่มีน้ำเหลือให้ใช้ไปช่วยเลี้ยงต้นข้าวได้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานพ กล่าวว่า ตำบลโคกขมิ้นปีนี้ ถือว่าวิกฤตแล้งหนักในรอบ 8 ปี ซึ่งทาง อบต.จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านโดยเร่งด่วน เพราะถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ไม่มีฝนตก พื้นดินขาดน้ำ ไม่มีน้ำขังในแปลงนา และต้นข้าว หญ้า วัชพืชทยอยแห้งเหี่ยวตายทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17305</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, ต้นข้าวยืนต้นตาย, บุรีรัมย์แล้งหนัก, ปัญหาภัยแล้ง, ฝนทิ้งช่วง, ภัยแล้งกลางฤดูฝน, อบต.โคกขมิ้น, อำเภอพลับพลาชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b9762deacd84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
