<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;สั่งข่าวกรองชี้ชัดต้นตอโควิด จีนคุ้ยแผลเก่าข่าวลวงพาบุกอิรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีคำสั่งให้หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐทำรายงานเสนอต่อเขาภายในเวลา 3 เดือน ให้คลายข้อสงสัยว่าไวรัสโควิด-19 ที่พบครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2562 นั้นมีต้นกำเนิดในสัตว์หรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องแล็บ รัฐบาลจีนยัวะ ชี้ &amp;quot;ประวัติศาสตร์ดำมืด&amp;quot; ของข่าวกรองสหรัฐเคยเป็นข้ออ้างบุกอิรักมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม ระบุว่า ประธานาธิบดีไบเดนมีคำสั่งให้ชุมชนข่าวกรองของสหรัฐเพิ่มความพยายามอีกเท่าตัว เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะทำให้สหรัฐเข้าใกล้ข้อสรุปสุดท้ายที่แน่ชัด แล้วรายงานต่อเขาภายในเวลา 90 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวว่า ถึงขณะนี้หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐรวบรวมความเป็นไปได้ 2 ประการ ที่อาจเป็นต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวโลกแล้วมากกว่า 3.4 ล้านคนนั บแต่พบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปลายปี 2562 แต่ชุมชนข่าวกรองยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดต่อคำถามของเขาเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัส รวมถึง &amp;quot;มันเกิดจากการที่มนุษย์สัมผัสสัตว์ติดเชื้อใช่หรือไม่ หรือมาจากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการทดลอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทฤษฎีเรื่องไวรัสหลุดจากห้องแล็บ ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยชูประเด็นมาก่อน ถูกคณะทำงานที่องค์การอนามัยโลกส่งไปสอบสวนในจีน ปฏิเสธว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างมาก&amp;quot; แต่หลายวันมานี้ทฤษฎีดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะหลังจากมีรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออเมริกันฉบับนี้อ้างรายงานข่าวกรองของสหรัฐฉบับหนึ่งว่า มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น 3 ราย ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่นด้วยอาการป่วยตามฤดูกาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 หรือ 1 เดือนก่อนหน้าที่จีนจะเปิดเผยว่าเกิดการระบาดของโรคปอดอักเสบลึกลับที่อู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีน ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อคำกล่าวหาที่ว่าจีนควรทุ่มเทมากกว่านี้เพื่อหยุดการระบาดไม่ให้แพร่กระจายไปทั่วโลก ยืนกรานปฏิเสธทฤษฎีไวรัสหลุดจากแล็บไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ทั้งยังกล่าวหาสหรัฐกลับว่าเผยแพร่ &amp;quot;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;quot; และทำให้โรคระบาดเป็นเรื่องการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แรงจูงใจและวัตถุประสงค์ของรัฐบาลไบเดนนั้นชัดเจน พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีความจำเป็นต้องสอบสวนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวัติศาสตร์ดำมืดของชุมชนข่าวกรองสหรัฐเป็นที่รับรู้กันทั่วโลกนานมาแล้ว&amp;quot; เขากล่าวเสริม โดยอ้างถึงคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลของสหรัฐเรื่องอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงของรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งนำไปสู่การรุกรานอิรัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าวกล่าวอีกว่า การรื้อฟื้นทฤษฎีไวรัสจากห้องแล็บนั้นเป็นการดูหมิ่นวิทยาศาสตร์ และยังขัดขวางการต่อสู้กับโรคระบาดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสันนิษฐานเรื่องต้นกำเนิดจากธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากข้อสรุปของคณะสอบสวนของดับเบิลยูเอชโอ เชื่อว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว แต่แพร่เชื้อสู่มนุษย์ผ่านสัตว์ชนิดพันธุ์อื่นที่เป็นพาหะ ทฤษฎีนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่พบไวรัสในค้างคาวหรือสัตว์อื่นๆ ที่มีพันธุกรรมเดียวกับ SARS-CoV-2 ต่างจากโรคซาร์ส และเมอร์ส ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาเช่นกัน ซึ่งการตรวจสอบพบอย่างรวดเร็วว่าแพร่เชื้อสู่มนุษย์ผ่านชะมดและอูฐ ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นตอโควิด, ประวัติศาสตร์ดำมืด, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, หน่วยข่าวกรองสหรัฐ, โจ ไบเดน, ไวรัสห้องแล็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af87414e063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้&#039;ธุรกิจสีเทา-เจ้าหน้าที่รัฐ&#039;ต้นตอทำโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ใครรับผิดชอบโควิดรอบใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,642 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 15 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มคนต้นตอโควิดรอบใหม่ล่าสุดนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.4 ระบุ นักเที่ยว นักพนัน กลุ่มแพร่เชื้อ ทำคนหากินทั่วไปเดือดร้อน และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.4 เช่นกัน ระบุ ผู้ประกอบการ นายทุน ธุรกิจกลางคืนบางราย ธุรกิจมืด ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เห็นแก่ได้ส่วนตัวมากกว่าความเสียหายส่วนรวม ในขณะที่ร้อยละ 95.1 ระบุ คนทั่วไปบางกลุ่มเห็นแก่ตัว ขาดวินัย ไม่ป้องกันตัว ไม่เว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.2 ระบุ การทุจริตในหน้าที่ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการในพื้นที่ ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ในขณะที่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.0 ระบุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ และอื่น ๆ ไม่บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.1 ระบุ นักการเมือง เอาเรื่องโควิดและชีวิตของประชาชนปนเรื่องการเมือง เอาแต่เล่นเกม ไม่สร้างผลงาน ไม่ช่วยเหลือประชาชน ในขณะที่ ร้อยละ 93.0 ระบุ รัฐบาลต้องบริหารจัดการวัคซีนเชิงรุก รวดเร็ว ปลอดภัยมากขึ้น ให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนทั่วถึงและเป็นธรรม และร้อยละ 92.7 ระบุ ฝ่ายค้านต้องแสดงตน ทำงานร่วมกับรัฐบาล ให้ประชาชนรอดพ้นโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.7 ระบุ เห็นด้วยต่อการโยกย้ายและเอาผิดต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจจังหวัด ถ้าแก้โควิดล้มเหลวในพื้นที่ ในขณะที่ ร้อยละ 25.3 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า เสียงของประชาชนสะท้อนการร่วมแก้ปัญหาชัด &amp;ldquo;ที่ต้นตอ&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนรอดพ้นจากภัยโควิด ต้นตอสาเหตุจำแนกจากหลายกลุ่ม ที่มีส่วนและต้องร่วมรับผิดชอบ ประกอบด้วย กลุ่มแรก เป็น กลุ่มผู้ประกอบการเห็นแก่ได้ในธุรกิจสีเทาและสีดำ &amp;nbsp;กลุ่มที่สอง กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และอื่นๆ ที่ร่วมสมประโยชน์ในพื้นที่ &amp;nbsp;กลุ่มที่สาม กลุ่มนักเที่ยวรักสนุก นักพนัน ที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงแหล่งอบายมุข &amp;nbsp;กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มประชาชนทั่วไป ที่เริ่มการ์ดตก หย่อนวินัยและการป้องกันตัวเอง &amp;nbsp;และกลุ่มที่ห้า เป็นรัฐบาล ที่ต้องเข้มข้นกำกับมาตรการรัฐที่กำหนด เป็นตัวอย่าง รวมทั้งจัดหาและบริหารจัดการวัคซีนเชิงรุก กำหนดความเร่งด่วนและกระจายวัคซีนลงพื้นที่ให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายให้เร็วที่สุด &amp;nbsp;รวมทั้งกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มการเมือง ที่ยังเอาปัญหาโควิด ที่เป็นวิกฤตต่อชีวิตคน มาหาประโยชน์ทางการเมือง ทั้งที่เป็นช่วงวิกฤตชาติที่ต้องจับมือหาทางออกร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า วิกฤตโควิดรอบใหม่นี้จะแก้ได้ที่ต้นตอ โดยต้องร่วมกันรับผิดชอบทุกฝ่าย ไม่โทษกันไปมา ถือเป็นหน้าที่ที่ทุกภาคส่วนข้างต้น ต้องร่วมรับผิดชอบเพื่อลดความไม่แน่นอน (Uncertainty) ให้เหลือน้อยที่สุด เพราะหากต้องล็อกดาวน์จะกระทบภาพใหญ่ของประเทศในทุกมิติ และคงไม่พ้นกระทบปัญหาปากท้องของเราเองทุกคน &amp;nbsp;ข้อพิจารณาคือ สภาวะการณ์ที่ไม่แน่นอน จะส่งผลทำให้บริหารจัดการปัญหาได้ยากกว่าการแบ่งคลัสเตอร์ (Cluster) ออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ในแต่ละพื้นที่จังหวัด ดังนั้นวินัยและความเข้มแข็งของพลังชุมชน รวมทั้งฝีมือการบริหารจัดการพื้นที่ท้องถิ่น ระดับจังหวัด อำเภอ จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญยิ่งถึงทางรอดจากวิกฤตของชาติ ที่มาจากความหละหลวมของพวกเรากันเอง ที่นำมาซึ่งการแพร่ระบาดของโรคระลอกแล้ว ระลอกเล่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99650</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ต้นตอโควิด, ผลสำรวจประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60792c0314462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมWHOได้ข้อสรุปไวรัสโควิดไม่น่าหลุดจากแล็บอู่ฮั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกเสร็จสิ้นภารกิจเข้าไปสอบสวนต้นตอโรคโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่นของจีน แถลงสรุปการทำงานเมื่อวันอังคาร ตัดทฤษฎีสมคบคิดเรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot; แต่ยังระบุไม่ได้ว่าสัตว์ชนิดใดคือต้นตอแพร่ไวรัสนี้สู่มนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะผู้เชี่ยวชาญนำโดยเหลียง วานเหนียน หัวหน้าคณะสอบสวนของจีนที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า ในขณะไวรัสโคโรนาน่าจะกระโดดจากสัตว์มาติดเชื้อในมนุษย์ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสัตว์ชนิดพันธุ์ใดคือตัวแพร่เชื้อ นอกจากนี้ ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ด้วยว่า มีคนป่วยเป็นโรคนี้ในเมืองอู่ฮั่นก่อนเดือนธันวาคม 2562 ที่พบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปีเตอร์ เบน เอ็มบาเร็ก หัวหน้าทีมของดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งกล่าวว่าการระบุเส้นทางที่ไวรัสนี้ผ่านจากสัตว์มาสู่มนุษย์นั้นยังอยู่ในขั้นตอนการทำงาน สนับสนุนคำกล่าวของเหลียง และยังปฏิเสธทฤษฎีที่ว่าไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองด้วยว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการสอบสวนที่มาของไวรัสในเมืองภาคกลางของจีนแห่งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญได้ไปเยือนสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ที่ตกเป็นเป้าหมายของทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเรื่องไวรัสหลุดออกมาจากที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบผู้ป่วยครั้งแรกในจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ถึงขณะนี้ไวรัสโรคโควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 2.3 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 106 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92542</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ต้นตอโควิด, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, แล็บอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสหลุดจากแล็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f468faa43572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
