<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมผู้เชี่ยวชาญWHOลงพื้นที่รพ.อู่ฮั่นสืบที่มาไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกเริ่มลงพื้นที่ในเมืองอู่ฮั่นเพื่อสืบค้นต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19 แล้วเมื่อวันศุกร์ หลังพ้นระยะกักตัว 14 วัน โดยได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลในเมืองที่รับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายแรกเมื่อปลายปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2563 กล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เริ่มลงพื้นที่หลังจากพ้นระยะกักกันโรคนาน 14 วันเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเริ่มต้นด้วยการพบกับคณะเจ้าหน้าที่ของจีน ก่อนที่ทั้งหมดจะออกเดินทางจากโรงแรมในเมืองอู่ฮั่นด้วยขบวนรถหลายคันท่ามกลางการเฝ้ารอของผู้สื่อข่าวจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ไม่มีการประกาศกำหนดการเดินทางของคณะ แต่ดับเบิลยูเอชโอกล่าวไว้ว่า คณะมีแผนจะเยือนตลาดขายอาหารทะเลที่เป็นศูนย์กลางการระบาดช่วงแรก รวมถึงไปถึงสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น และห้องปฏิบัติการทดลองซีดีซีอู่ฮั่น มีทฤษฎีหนึ่งที่จีนปฏิเสธ กล่าวว่าโรคระบาดครั้งนี้เกิดจากไวรัสที่หลุดออกมาจากห้องแล็บของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้เดินทางไปยังโรงพยาบาลบูรณาการแพทย์แผนจีนและตะวันตกแห่งมณฑลหูเป่ย์ สื่อของทางการจีนกล่าวว่า นายแพทย์จาง จี้เซียน ผู้อำนวยการแผนกดูแลผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลแห่งนี้คือบุคคลแรกที่รายงานเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ภายหลังรักษาสามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งเมื่อปลายปี 2562 โดยผลซีทีสแกนเผยให้เห็นความแตกต่างจากโรคปอดบวมทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ แดสแซก ผู้เชี่ยวชาญในทีมนี้ เขียนลงทวิตเตอร์ว่า การลงพื้นที่ครั้งแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง พวกเขาอยู่ในโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกๆ ที่รู้ ได้พบกับแพทย์ที่ดูแลรักษาและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานจริงๆ และได้สนทนาหารือกันเกี่ยวกับรายละเอียดการทำงานของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางมาเมืองอู่ฮั่นของคณะผู้เชี่ยวชาญจากดับเบิลยูเอชโอประสบปัญหามากมาย ทั้งความล่าช้า, ความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลจีนเพิ่งอนุญาตให้ลงพื้นที่ได้เมื่อกลางเดือนมกราคม และการโต้เถียงกันระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่กล่าวหาจีนว่าปิดบังบริบทของการแพร่ระบาดในช่วงเริ่มต้น และวิจารณ์เงื่อนไขของการมาเยือนของคณะนี้ ซึ่งกำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญของจีนเป็นผู้วิจัยในระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลจีนกล่าวเตือนสหรัฐว่าอย่าได้ &amp;quot;แทรกแซงทางการเมือง&amp;quot; ระหว่างการเยือนของคณะผู้เชี่ยวชาญ หลังจากทำเนียบขาวเรียกร้องให้คณะนี้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอยืนกรานว่า การสอบสวนจะผูกโยงอย่างแน่นหนากับวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังข้อเท็จจริงที่ว่าไวรัสนี้กระโดดมาติดมนุษย์ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งวันศุกร์ว่า ผู้เชี่ยวชาญของดับเบิลยูเอชโอและจีนกำลังทำงานร่วมกันเพื่อแกะรอยต้นตอของไวรัส แต่เขาย้ำว่าภารกิจนี้ไม่ใช่การสอบสวน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนได้ผลักดันแนวคิดที่ว่าไวรัสนี้มีอยู่ในต่างแดนก่อนที่จะมาตรวจพบที่อู่ฮั่น โดยสื่อของทางการจีนอ้างกรณีที่พบไวรัสบนบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็งและบทความทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าไวรัสนี้แพร่กระจายในยุโรปเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังเปรยถึงการปิดแล็บของกองทัพสหรัฐที่ฟอร์ตเดทริกรัฐแมริแลนด์อย่างปุบปับเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ว่าเกี่ยงโยงกับโรคระบาดนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91421</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, ต้นตอไวรัส, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440e7e982f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
