<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ทน เสียว เสี่ยง” กับภารกิจทรหดของทีมเสือดำดับไฟป่า กฟผ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;หากจะเอ่ยว่า &amp;ldquo;ป่าไม้ คือ รากฐานชีวิต&amp;rdquo; ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะจากบทเรียนที่เคยได้ร่ำเรียนกันมา ได้กล่าวไว้ว่าการดำรงชีวิตของมนุษย์อยู่ได้ด้วยปัจจัยสำคัญ 4 ประการ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็ล้วนมาจาก &amp;ldquo;ต้นไม้&amp;rdquo; สิ่งมีชีวิตที่สร้างคุณอนันต์ให้กับสรรพสิ่งบนโลกกลมๆใบนี้ เป็นที่พักพิงให้กับสัตว์น้อยใหญ่ รวมทั้งมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์นำต้นไม้มาใช้ประโยชน์ในทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น แปรรูปไม้มาสร้างเป็นอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย นำมาเป็นอาหาร นำมาใช้ยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ นำมาถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่มให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และที่นอกเหนือไปจากการเป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตแล้ว &amp;ldquo;ป่าไม้&amp;rdquo; ยังช่วยให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้น ทำให้เรามีน้ำกินน้ำใช้ ช่วยบรรเทาความรุนแรงของลมมรสุม บรรเทาการเกิดอุทกภัย ป้องกันการพังทลายของดิน และช่วยลดโลกร้อนด้วยการผลิตออกซิเจนให้กับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถึงแม้ว่ามนุษย์จะทราบดีว่า &amp;ldquo;ป่าไม้นั้นสำคัญเพียงใด&amp;rdquo; แต่คนบางกลุ่มก็ยังคงตัดไม้ทำลายป่า รุกราน และเผาป่าด้วยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน กระนั้นเองก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นปกป้องด้วยหัวใจจิตอาสา ดับไฟในป่าใหญ่ ปฏิบัติภารกิจชนิดที่ &amp;ldquo;ทน เสียว เสี่ยง&amp;rdquo; เพื่อกู้วิกฤติไม่ให้ผืนป่าหายไปตามกาลเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;เขาเหล่านี้ต้อง &amp;ldquo;ทน&amp;rdquo; ต่อความร้อนที่เกิดจากไฟป่า ที่อุณหภูมิมากกว่า 50 องศาเซลเซียสในระยะประชิด ทนต่อความเหน็บหนาวในยามค่ำคืน ทนต่อความเหน็ดเหนื่อยเดินทางไกลในป่าลึกไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตร ทนแบกเป้และอุปกรณ์ดับไฟหนักกว่า 30 กิโลกรัม ทนต่อสู้กับหมอกควัน และความหิวโหย ทนอดหลับอดนอน &amp;ldquo;เสียว&amp;rdquo; ลัดเลาะผ่านหุบเหวลึก และเขาสูงชัน และ &amp;ldquo;เสี่ยง&amp;rdquo; กับไฟป่าที่รุนแรง และโหมกระหน่ำ ในวันที่ไฟลุกโหมไหม้รอบด้าน ต้องนำน้ำดื่มที่พกติดตัวมารดตัว และบุกลุยฝ่ากลุ่มไฟป่าออกมาเพื่อรักษาชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายอรรณพ โหรวิชิต ช่างระดับ 10 เขื่อนภูมิพล หนึ่งในทีมดับไฟป่าเสือดำ กฟผ. เล่าให้เราฟังว่า สาเหตุของไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละกว่า 30- 40 ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ และสาเหตุที่สำคัญของการเผาป่า คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;1.) การล่าสัตว์ เพื่อต้องการเผาพื้นที่สังหารให้โล่งเตียน นำมาซึ่งการส่องยิงสัตว์ป่าได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;2.) หาของป่า เผาป่าเพื่อให้ผักหวานผลิใบแตกยอด และเผาเพื่อให้เห็ดเผาะขึ้น เพราะหากมีต้นไม้และหญ้าปกคลุมผิวดินจำนวนมาก เห็ดเผาะก็จะไม่ขึ้น พืชสองชนิดนี้เป็นที่ต้องการบริโภคจึง มีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;3.) เลี้ยงสัตว์ ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ต้องการเผาป่าเพื่อให้หญ้าระบัดเป็นอาหารของวัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;4.) เผาเพื่อให้ป่ากลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม และเข้ามายึดครองที่ดินต่อไป สำหรับปีที่ผ่านมานี้มีการเผาป่ามากขึ้นกว่าทุกปี มีการเข้าไปดับไฟป่ารวมแล้วกว่า 40 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จุดเริ่มต้นของกลุ่มจิตอาสาดับไฟป่า เกิดขึ้นในปี 2539 โดย กฟผ. เขื่อนภูมิพล มีนโยบายส่งเสริมการดูแลผืนป่า ภายใต้โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ โดยจิตอาสา กฟผ. ได้รวมตัวกันก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาดับไฟป่าขึ้น ต่อมาในปี 2550 กฟผ. เขื่อนภูมิพลได้จัดโครงการอบรมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยเข้าไปทำประชาคมร่วมกับชุมชนบ้านท่าปุยตก และชุมชนใกล้เคียง เพื่อดูแลผืนป่าร่วมกันภายใต้แผนงาน ดับไฟป่า สร้างแนวกันไฟ สร้างฝายชะลอน้ำ ร่วมกันปลูกป่าในฤดูฝน รวมทั้งจัดพิธีกรรมทางศาสนาให้ป่า ได้แก่ พิธีบวชป่า สืบชะตาป่า หรือพิธีเลี้ยงผีป่า เป็นต้น ในปัจจุบัน มีพนักงาน กฟผ. ที่รวมตัวทำงานจิตอาสาดับไฟป่าทั้งสิ้น 20 คน ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;ทีมเสือดำดับไฟป่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ทุกต้นเดือนมกราคมถึงช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี เป็นช่วงที่มีการเผาป่ามากที่สุด จิตอาสาดับไฟป่าประกอบไปด้วย หน่วยป้องกันป่าไม้ หน่วยงานราชการท้องถิ่น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ กฟผ. มีหน้าที่ดูแลสอดส่องการเกิดไฟป่า โดยจะแบ่งกันรับผิดชอบดูแลในพื้นที่ของตนเอง ลาดตระเวนโดยรอบพื้นที่ ที่รับผิดชอบ ทั้งกลางวัน และกลางคืน จัดกระเป๋าเตรียมพร้อมเข้าป่าตลอดเวลา เมื่อพบเห็นควันไฟที่ป่า ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง จะต้องแจ้งไปยัง &amp;ldquo;ศูนย์ควบคุมป้องกันไฟป่า&amp;rdquo;ซึ่งมีนายอำเภอสามเงา จ.ตาก เป็นผู้อำนวยการศูนย์ คอยประสานงานจิตอาสาทีมงานอื่น หากพื้นที่ใดต้องการกำลังเสริม จากนั้นจึงบุกลุยเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด และแบ่งทีมออกเป็นสองทีมกระจายตัวรอบพื้นที่ไฟไหม้ เว้นระยะให้ห่างจากบริเวณที่ไฟไหม้ประมาณ 20 เมตร ใช้คราดหรือเครื่องเป่าลม กำจัดเชื้อไฟ เช่น ใบไม้แห้ง เศษไม้ ให้ออกจากบริเวณตลอดเส้นทางไฟไหม้ เพื่อไม่ให้ไฟป่าลามไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป แต่หากกรณีที่ไฟป่าลุกไหม้รุนแรงมาก จะใช้วิธีเผาไฟกลับ เพื่อให้ไฟลุกไหม้ไปชนกับไฟป่า เมื่อเชื้อไฟหมดลง ไฟป่าก็จะดับ ป่าก็กลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายอรรณพ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำงานดับไฟป่าว่า เพราะใจรักในงานจิตอาสาอยากเห็นป่าทุกแห่งมีความอุดมสมบูรณ์ และอยากทดแทนบุญคุณแผ่นดิน จึงอาสาตนเข้าไปทำงานดับไฟป่า ประกอบกับ หน่วยงาน กฟผ. เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อม สามารถที่จะเป็นส่วนกลางในการประสานงาน และที่สำคัญมีผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้ทำงานด้านจิตอาสา จึงพร้อมอาสาตนเข้าไปดูแลผืนป่าด้วยความภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จึงสะท้อนให้เห็นว่า กฟผ. ไม่ใช่เพียงหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการผลิตไฟฟ้า รักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหน่วยงานที่มุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน &amp;ldquo;ทีมเสือดำดับไฟป่า&amp;rdquo; คือ หนึ่งในเบื้องหลังของการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่ทำงานด้วยมีจิตสาธารณะ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มความสามารถ และแม้ว่างานดับไฟป่านั้น จะเป็นงานที่ต้อง &amp;ldquo;ทน เสียว เสี่ยง&amp;rdquo; แต่ทีมเสือดำดับไฟป่า ไม่เคยคิดย่อท้อ ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สุขที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39015</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., จิตอาสาดับไฟป่า, ดับไฟป่า, ต้นไม้, ทน เสียว เสี่ยง, ทีมเสือดำ, ป่าไม้, รากฐานชีวิต, อรรณพ โหรวิชิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b203edba7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศรีสุวรรณ&#039;เตรียมฟ้องกทม.ลุแก่อำนาจตัดต้นไม้อายุ50ปีทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ส.ค.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน &amp;nbsp;กล่วถึงกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจตุจักร ตัดโค่นต้นจามจุรี อายุกว่า 50 ปี ขนาดสูงเท่าตึก 5 ชั้น เส้นรอบวงโค่นต้นวัดได้ 312 เซนติเมตร ซึ่งขึ้นอยู่กลางแนวรั้วของเอกชนและทางเท้าสาธารณะสัดส่วน 70/30 โดยถูกโค่นต้นลงมาเหลือแค่ตอไม้สูงประมาณ 1 เมตร บริเวณป้ายรถประจำทาง หน้าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 19/8 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.ว่า การกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจและดุลยพินิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายของ กทม. ซึ่งขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ขัดต่อแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556-2575) และขัดต่อแผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ.2561 ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การตัดต้นไม้ใหญ่ของ กทม. ทราบว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน อาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 360 ประกอบมาตรา 59 และมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แม้จะมีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 370/2556 เรื่องมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการเขตปฏิบัติเกี่ยวกับการย้าย ตัด หรือโค่นต้นไม้ในที่สาธารณะในพื้นที่เขตรับผิดชอบได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ ตามมาตรา 9(1) ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงไม่อาจยอมให้ กทม.ลุแก่อำนาจในลักษณะดังกล่าวได้อีก จึงจะนำความไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางในวันอังคารที่ 14 ส.ค. 2561 เวลา 10.30 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15274</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ต้นไม้, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ฟ้องร้อง, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b70e81a475fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ยกฎหมาย! ตัดไม้พะยูงริมถนนเหลือแต่ตอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างเฟอร์นิเจอร์ไม่สนกฎหมาย ตัดไม้หวงห้าม&amp;#39;ไม้ประดู่ -พะยูง &amp;quot; ริมถนนเหลือแต่ตอ &amp;nbsp;งามหน้าเจ้าหน้าที่ปล่อยลอยนวลขนขึ้นรถกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ก.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการวัดเขาศาลา ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ทหารพราณ ตชด. 214 เจ้าหน้าที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จิตอาสา ได้รับแจ้งว่า มีการแปรรูปไม้ บริเวณ โครงการเพาะกล้าไม้ ห้วยเสียจะเอียง หมู่บ้านชำปะโต ต.อาโพน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ที่มีการตัดถนนใหม่ เมื่อไปถึง พบต้นไม้ใหญ่ถูกตัดเป็นท่อนๆ โดยการใช้เลื่อยโซ่ ในการตัดไม้ที่หวงห้าม เช่นไม้ อะราง ไม้ประดู่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะไม้ พะยูงนั้นได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่แล้วเหลือแต่ตอไว้ดูต่างหน้า มีไม้อะรางอยู่ในสภาพที่พร้อมจะเคลื่อนย้ายเพราะตัดเป็นท่อนๆแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาการสอบถามผู้ที่พบเหตุการณ์ทราบว่ามีชาย 3 คนมีอาชีพเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ นำเลื่อยโซ่มาตัดต้นไม้โดยที่ทางผู้รับทำถนนให้มาตัด จึงได้ไปสอบ ชุดที่ทำถนนจึงได้ทราบว่าชุดทำถนนให้ชาวบ้านมาตัดไม้จริงแต่ไม่ทราบว่า ไม้ที่ตัดใครเป็นผู้นำไปใช้ประโยชน์ เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ปล่อยให้ชาย ทั้ง 3 คน นำอุปกรณ์ขึ้นรถกลับบ้าน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆกับชายทั้ง 3 คน&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ฯ อ้างว่าไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตของ ส.ร.1 จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างพากันวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นดังกล่าวว่า หน่วยงานใดจะมีอำนาจในการตรวจสอบว่า ต้นไม้ข้างทางที่มีต้นขนาดใหญ่และมีไม้หวงห้าม เช่นต้น พะยูง ได้ถูกตัดและเคลื่อนย้ายออกไป ที่ยังอยู่ก็แปรสภาพเป็นท่อนๆเพื่อขนย้าย และอุปกรณ์เลื่อยโซ่ที่นำมาตัดนั้นถูกต้องหรือไม่และเขตพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตรับผิดชอบของหน่วยงานใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่างเฟอร์นิเจอร์, ต้นไม้, สุรินทร์, เจ้าหน้าทีอนุรักษ์, ไม้ประดู่, ไม้พะยูง, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b57efefaae4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2026 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลูกต้นไม้ในบ้าน อย่ามองข้ามวิถีสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พันธุ์ไม้หอมพระราชทาน&amp;rdquo; จาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ถือเป็นพืชมงคลที่ช่วยบำรุงขวัญกำลังใจ และทำให้สุขภาพของผู้สูงวัยที่เลือกปลูกสดชื่นแจ่มใส ทั้งจากกลิ่นหอมและชื่อที่แสนไพเราะ จริงอยู่ที่การปลูกต้นไม้ไม่ว่าจะชนิดใด ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลดีทั้งต่อผู้ปลูกและโลกใบนี้ แต่จุดประสงค์ของไม้มงคลดังกล่าวทั้งหาง่ายและยังช่วยอนุรักษ์พันธุ์ไม้หอมบ้านเราให้คงอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นัยนา เทศนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัยนา เทศนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักงานหอพันธุ์ไม้ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การที่ผู้สูงวัยปลูกไม้มงคลได้ประโยชน์ทั้งในแง่ของความเชื่อที่ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ อีกทั้งการที่ท่านเห็นดอกไม้งอกงามและส่งกลิ่นหอมชื่นใจ ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกชื่นมื่นและมีความสุข แต่พันธุ์ไม้มงคลที่อยากแนะนำคือ &amp;ldquo;กลุ่มพันธุ์ไม้หอมพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9&amp;rdquo; ส่วนหนึ่งเป็นต้นไม้ที่หาง่าย อีกทั้งมีความหมายเป็นมงคลกับผู้สูงอายุ เพราะเป็นพันธุ์ไม้ที่&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ &amp;ldquo;แม่หลวง&amp;rdquo; ท่านได้พระราชทานให้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด จึงถือเป็นสิริมงคลอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญหาได้ค่อนข้างง่ายดูแลง่าย เช่น &amp;ldquo;ต้นสารภี&amp;rdquo; ประจำจังหวัดพะเยา ส่วน &amp;ldquo;ต้นลำดวน&amp;rdquo;&amp;nbsp; 


สล็อตออนไลน์ ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ขณะที่ &amp;ldquo;ต้นกันเกรา&amp;rdquo; เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดนครพนม ข้ามมาที่ &amp;ldquo;ต้นโมกมัน&amp;rdquo; ประจำจังหวัดราชบุรี ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;ต้นปีบ&amp;rdquo; (กาสะลอง) ประจำจังหวัดพิษณุโลก รวมถึง &amp;ldquo;ต้นรวงผึ้ง&amp;rdquo; ที่เป็นพันธุ์ไม้ประจำรัชกาลที่ 10 (อยู่ในช่วงของการประชาสัมพันธ์ โดยเริ่มปลูกที่สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.แม่ริม) เนื่องจากจะบานในช่วงวันพระราชสมภพ และจะมีดอกสีเหลืองที่เป็นสิริมงคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประโยชน์ของการที่ผู้สูงวัยจะได้จากการปลูกไม้มงคลกลิ่นหอม หรือต้นไม้ประจำแต่ละจังหวัด นอกจากทำให้จิตใจสดชื่น เพราะได้ดูแลต้นไม้ให้เจริญเติบโตงอกงามแล้ว ยังทำให้ผู้สูงอายุตื่นขึ้นมาตอนเช้ามีกิจกรรมทำ อีกทั้งพันธุ์ไม้ที่กล่าวมายังส่งกลิ่นหอม สามารถเป็นร่มเงาโดยที่ไม่ได้แผ่กิ่งก้านสาขามากจนเกินไปค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ลืมไม่ได้แนะนำว่าผู้สูงวัยไม่ควรปลูก &amp;ldquo;ต้นตีนเป็ด&amp;rdquo; ที่แม้จะเป็นพืชตระกูลไม้หอม และมักจะส่งกลิ่นหอมในระยะไกล แต่อาจจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนเนื่องจากจะมีลักษณะหอมเอียน ขณะเดียวกัน &amp;ldquo;ต้นมะม่วง&amp;rdquo; ที่เราปลูกรับประทาน ก็ไม่ควรปลูกใกล้บ้านเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นพืชที่มียางจำนวนมาก หากสัมผัสที่ผิวหนังทั้งของผู้สูงวัยและเด็กอาจได้รับอันตราย ซึ่งอาจจำเป็นต้องปลูกให้ห่างจากตัวบ้านมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลืมไม่ได้คือต้นไม้ประดับที่มีพิษต่างๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน เช่น ต้นยี่โถ, ต้นดอกลำโพง รวมถึงต้นไม้ขนาดใหญ่อย่าง &amp;ldquo;ต้นจามจุรี&amp;rdquo; ที่แพร่กิ่งก้านสาขา ขณะเดียวกันก็เปราะหักง่าย ก็ควรหลีกเลี่ยงในการปลูกประดับบ้าน หรือแม้แต่ &amp;ldquo;ต้นไทร&amp;rdquo; ที่มีรากชอนไชซึ่งทำให้ตัวบ้านได้รับความเสียหาย ก็ควรปลูกให้ห่างตัวบ้านหรือเลือกปลูกต้นไม้อย่างอื่นแทนจะดีที่สุด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นไม้, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a8041b984ab0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
