<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 06:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 06:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ผู้กองเก๊&#039; โผล่อีกฉกเหล้าอีก 2 ขวด-ขู่รีดเงินแม่ค้าร้านของชำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - จากกรณีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 35 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส (อ่านว่า กำ-มะ-ลา-วาด) ต.บ้านดู่ &amp;nbsp;อ.นาโพธิ์ &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;แล้วอ้างตัวว่าเป็น &amp;ldquo;ผู้กองณัฐ&amp;rdquo; ตำรวจสังกัดกองปราบ แล้วมีพฤติกรรมขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล &amp;nbsp;อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัด จำนวน 250,000 บาท &amp;nbsp;โดยพยามยามยัดข้อกล่าวหา เจ้าอาวาสว่าขับรถเร็ว ดื่มสุรา &amp;nbsp; โกงเงินวัด &amp;nbsp;และขับรถชนคนบาดเจ็บ ทั้งที่เจ้าอาวาสยืนยันว่าไม่เคยกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา &amp;nbsp; แต่คนร้ายก็พยายามใช้ปืนข่มขู่ &amp;nbsp;จนสุดท้ายพี่สาวเจ้าอาวาสต้องยอมถอดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาทให้ไป &amp;nbsp;เพราะกลัวจะเป็นอันตรายเหตุเกิดเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจะสามารถจับกุมตัวชายฉกรรจ์คนดังกล่าวได้แล้ว คือ นายอรรฆเดช &amp;nbsp; ขันน้อย &amp;nbsp;อายุ 35 ปี &amp;nbsp;เป็นชาวจ.อุบลราชธานี ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม &amp;nbsp;ได้แล้ว &amp;nbsp;จากการตรวจสอบยังพบว่านอกจากจะก่อเหตุข่มขู่เอาเงินเจ้าอาวาสวัดที่ อ.นาโพธิ์ ในวันที่ 24 พ.ค. แล้ว &amp;nbsp;ยังมีพฤติกรรมขู่กรรโชกทรัพย์ร้านค้าในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. &amp;nbsp;และ อ.สตึก วันที่ 23 พ.ค. อีกด้วย &amp;nbsp;โดยที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้เงินไปจำนวน 10,000 บาท &amp;nbsp;พร้อมเหล้า 2 ขวด &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.สตึก &amp;nbsp;ยังไม่ได้ทรัพย์สินไปเนื่องจากเหยื่อไหวตัวทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายณัฏฐ์กร &amp;nbsp;ศิริผ่องแผ้ว &amp;nbsp; นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; ได้มอบหมายให้ นายทวี &amp;nbsp;ไขว้พันธุ์ &amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกรพล &amp;nbsp;มีสัตย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp; ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลร้านขายของชำแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหว่าน &amp;nbsp; ม.4 &amp;nbsp;ต.ตาเป๊ก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อถูกนายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา ขู่กรรโชกทรัพย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางอรุชา &amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนโน &amp;nbsp; อายุ 58 ปี &amp;nbsp;ผู้เสียหาย &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่ม วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ก็เปิดขายของชำตามปกติ จู่ๆ นายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา &amp;nbsp;ซึ่งขับรถบิ๊กไบค์มาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินเข้ามาในร้าน &amp;nbsp;อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ &amp;nbsp;แล้วก็เดินเข้าไปหลังร้านแล้วเข้าไปถ่ายรูปลังเบียร์ที่ตนเองตั้งเก็บไว้หลังร้าน &amp;nbsp;เพราะหลังจากประกาศห้ามขายก็ไม่ได้เอาออกมาตั้งขายเลย &amp;nbsp; แต่ไม่มีที่เก็บก็ตั้งเอาไว้หลังร้าน &amp;nbsp;แต่นายอรรฆเดช ที่อ้างว่าเป็นตำรวจก็มาข่มขู่กล่าวหาว่าตนเองแอบขายเหล้า &amp;nbsp; ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ขายแต่ผู้ต้องหา ก็ยังขู่ว่ามีหลักฐานภาพถ่าย &amp;nbsp;หากยอมจ่ายเงินให้ 20,000 บาทก็จะไม่เอาผิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าไม่จ่ายจะส่งฟ้องศาลต้องเสียเงิน 400,000 บาท &amp;nbsp; ซึ่งตอนนั้นกลัวมากเพราะคิดว่านายอรรฆเดช &amp;nbsp;เป็นตำรวจจริง กลัวจะถูกกลั่นแกล้งสร้างหลักฐานเท็จเพื่อยัดข้อหา &amp;nbsp;ประกอบกับตนเองอยู่บ้านกับแม่ที่ป่วยติดเตียงลำพัง จึงกลัวจะเป็นอันตราย &amp;nbsp;ก็เลยจำใจต้องเอาเงินเก็บจากการขายของ และเงินแบงค์ 20 ที่เหลือไว้ทอนให้ลูกค้ารวมจำนวน 10,000 บาท จ่ายให้ไปแถมยังฉกเอาเหล้าหลังร้านไปอีก 2 ขวด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้นายอรรฆเดช &amp;nbsp;ก็ยังบอกอีกว่าส่วนที่เหลือวันหลังจะกลับมาเอาอีก &amp;nbsp;จึงไม่กล้าไปแจ้งความเพราะกลัว &amp;nbsp;ก็ถือว่าทำบุญไปตัวเองและแม่ปลอดภัยก็ดีแล้ว &amp;nbsp;แต่ก็ดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้จะได้ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา เคยประกอบอาชีพรับซื้อขายเป็ด ไก่ ในพื้นที่ภาคอีสาน &amp;nbsp; เคยต้องโทษ คดีเกี่ยวกับลักทรัพย์, พรบ.ทหาร, คดีพรากผู้เยาว์ &amp;nbsp;และคดีกรรโชกทรัพย์ ในหลายท้องที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชก, ตำรวจปลอม, ต้มตุ๋น, บุรีรัมย์, หลอกลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed1a02127fb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งแชร์ &#039;แม่มณี&#039; ให้การปฏิเสธคดีฉ้อโกง ศาลนัดตรวจหลักฐาน 9 มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.63 - ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีแชร์แม่มณี หมายเลขดำ อ.167/63 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรธานี เจ้าของวงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo;, นายเมธี หรือบอส ชิณภา อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี แฟนหนุ่มของ น.ส.วันทนีย์ , นายปิยะ หรือเป้ คีรีสุวรรณกุล อายุ 22ปี ชาว จ.อุดรธานี , น.ส.พรสวรรค์ หรือฝ้าย ภูอินอ้อย อายุ20 ปีชาว จ.อุดรธานี &amp;nbsp;, น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 58 &amp;nbsp;ปี ชาว จ.อุดรธานี มารดา น.ส.วันทนีย์ , น.ส.วิไลวรรณ หรือมิ้น หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 26 ปี ชาว จ.อุดรธานี น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 28 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ , นายบริภัทร เข็มรัตน์ อายุ 23 ปี ชาว จ.อุดรธานี และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา อายุ 24 ปี &amp;nbsp;ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91,341 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3,4,5 11/1,12 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงพ.ศ.2527,พ.ศ.2534มาตรา345 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง(ฉบับที่2)พ.ศ.2545 &amp;nbsp;มาตรา 3,4,5 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา14และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มี.ค. - 30 ต.ค. 2562 จำเลยที่ 1, 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1, 4 กับพวก โดยจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุนจัดแบ่งออกเป็นวงแชร์จำนวนการลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท ต่อหนึ่งวง เมื่อครบกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่พวกจำเลยแจ้ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงแชร์ละ 1,930 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้นดังนี้ โดยลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 100 บาท เมื่อครบกำหนด 7 วัน โดยจะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน300 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 13 วันจะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท โดยข้อความดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด &amp;nbsp;เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายรวม 2,533 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจำเลยที่ 1, 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดแล้ว จำเลยทั้ง9คนได้บังอาจร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนทั่วไป ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงฯ และร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศฯ ให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งหมด &amp;nbsp;จะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษดังกล่าว โดยแผนการตลาดหรือการลงทุนแต่ละแผนนั้น จำเลยทั้งหมดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินแก่ผู้ร่วมลงทุนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยได้ผลประโยชน์ตอบแทนตั้งแต่อัตราร้อยละ 1,116 &amp;ndash; 3,040.45 ต่อปี อันเป็นความเท็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นการประกาศให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุน ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินตามกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหมดจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายจะพึงจ่ายได้ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.80 ต่อปีเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วพวกจำเลยทั้งไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ในอัตราดังกล่าวให้แก่ผู้ลงทุนได้ โดยพวกจำเลยทั้งรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินที่ได้จากผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน เมื่อไม่มีผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืนได้ และพวกจำเลยที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้จ่ายเงินให้กับจำเลยทั้งเก้าไปตามจำนวนเงินของผู้เสียหายแต่ละราย รวมทั้งสิ้น 1,376,215,359.74 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดและให้พวกจำเลยทั้งเก้าชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 2,533 ราย รวม 1,376,215,359.74 บาท ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาสอบคำให้การ โดยศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้พวกจำเลยฟังจนเข้าใจและสอบถามว่า จะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย วันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55605</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, ต้มตุ๋น, อาชญากรรม, เล่นแชร์, แม่มณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e8dce0c4e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปรับ &#039;ป้ามหาภัย&#039; 3,000 บาท ไม่มีเงินส่งกักขัง 6 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.62 - ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ พนักงานอัยการคดีศาลเเขวงได้นำตัว น.ส.ยุพาพร พันธัง อายุ 53 ปี หรือที่ชาวเน็ตตั้งฉายา &amp;ldquo;ป้ามหาภัย&amp;rdquo; ซึ่งหลอกคนว่าถูกกรีดกระเป๋าทรัพย์สินหาย ทำให้คนสงสารมอบเงินให้ หากใครไม่ให้ก็จะถูกด่า ไปยื่นฟ้องด้วยวาจาต่อศาล เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกด่าทอทำให้อับอายขายหน้า หลัง น.ส.ยุพาพร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา ประกอบกับไต่สวนจำเลยตามคำให้การแล้ว พิพากษาปรับเป็นเงิน 3,000 บาท หากไม่ชำระให้กักขังเเทนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยุพาพร จำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับและไม่สามารถติดต่อญาติได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัว น.ส.ยุพาพร ไปกักขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง&amp;nbsp; แทนการชำระค่าปรับ สำหรับอัตรากักขังเเทนค่าปรับคิดเป็นวันละ 500 บาทเท่ากับว่า น.ส.ยุพาพร ต้องถูกกักขังเป็นเวลา 6 วัน นับตั้งแต่ที่มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มตุ๋น, ป้ามหาภัย, ยุพาพร พันธัง, หลอกหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daab24f15ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟิล์ม รัฐภูมิ&#039;โพสต์เตือนภัย หลังมือดีเอารูปไปหลอกระดมทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีแฟนๆส่งภาพการคุยไลน์ของกรุ๊ปไลน์หนึ่ง ซึ่งมีการนำชื่อและภาพของหนุ่ม ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ไปใช้ในการหลอกให้เหยื่อโอนเงิน โดยใช้เหตุผลว่าเป็นการระดมทุนเพื่อ &amp;ldquo;ช่วยภาษีผู้ใหญ่&amp;rdquo; ซึ่งมีเรทการบังคับให้โอน 3 แบบ คือ 200, 500 และ 1,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยล่าสุดหลังจากเจ้าตัวได้รับข้อมูลทั้งหมด หนุ่มฟิล์มก็เตรียมไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนที่สถานีตำรวจ พร้อมโพสต์เตือนทุกๆคนอย่าหลงเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แจ้งข่าวครับ มีพวกมิจฉาชีพเอารูปผมและชื่อไปใช้ระดมทุน อย่าหลงเชื่อกันนะครับ ผมไม่ได้ลำบากหรือเดือดร้อนอะไร เดี๋ยวผมจะรีบไปแจ้งความลงบันทึกไว้ ยังไงช่วยกันบอกต่อด้วยนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มตุ๋น, นักการเมือง, นักร้อง, นักแสดง, พระเอก, ฟิล์ม รัฐภูมิ, ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์, เตือนภัย, แก๊งค์ต้มตุ๋น, แจ้งความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68e7537367c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ตรงปก! &#039;จิน เดอะวอยซ์&#039;โดนสาวต้มเปื่อยอ้างเป็นลูก&#039;ผบ.ทบ.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่มีคนได้รับความเสียหายหลายรายแล้ว สำหรับการหลอกเหยื่อจากการพูดคุยผ่านข้อความในโซเชียลมีเดีย โดยส่วนมากเป็นหญิงสาวที่หลอกลวงให้ชายหนุ่มโอนเงินให้ ล่าสุดถือเป็นอีกกรณีที่ผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย เมื่อมีหญิงสาวแอบอ้างเป็น &amp;quot;ลูก ผบ.ทบ&amp;quot; แล้วไปหลอกลวงคนดังหลายคนให้โอนเงินให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยล่าสุดรายการ เจาะประเด็น ได้พูดคุยกับ นายจินดา วิริยะแสงจันทร์ หรือ &amp;quot;จิน เดอะวอยซ์ ซีซั่น 6&amp;quot; หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกสาวใช้ภาพไม่ตรงปก หลอกให้หลงรักและสูญเสียเงินไปกับการหลอกลวงของสาวคนดังกล่าวที่อ้างตัวเป็นลูก ผบ.ทบ ไปหลักแสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อ 20 เดือนพฤษภาคม ปีนี้เอง โดยรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง สวย เขาแคปหน้าจอตอนที่ผมไปประกวดรายการเดอะว้อยซ์ แล้วมาคุยว่าเป็น FC ผม ให้กำลังใจ ก็ขอบคุณและผมก็ไปดูหน้าเฟซบุ๊กเขา ผมก็ทักไปว่ายินดีด้วยนะเห็นภาพในเฟซบุ๊กคือเขากำลังจะแต่งงาน ตอนแรกเขาบอกชื่อจะเอ๋ ตั้งแต่ที่ผมบอกว่ายินดีด้วยที่จะแต่งงาน เขาบอกว่าพี่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ยกเลิกงานแต่งไปแล้ว ผู้ชายเจ้าชู้ โดยในการ์ดแต่งงานอ้างถึงผู้หลักผู้ใหญ่และเป็นการแต่งงานพระราชทาน ในการ์ดชื่อเจ้าบ่าว นายนพพล แสงคำ หรือคุณหมู ปากน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็มีการเช็คไทม์ไลน์ ในเฟซบุ๊กว่าเปิดเฟซบุ๊กประมาณ กุมภาพันธ์ นี้ แล้วได้เห็นการโต้ตอบและคุยกับ หมู ปากน้ำ คุยกับแม่คุณหมูด้วย ผมก็เชื่อเพราะเฟซบุ๊ก หมู ปากน้ำ ที่มีคนติดตามเขาเยอะ ที่เข้ามาคุยเป็นเฟซบุ๊กจริง น่าเชื่อถือเพราะไม่น่าจะปลอม เขาอ้างว่าชื่อ ศิริวดี โชติกเสถียร และผมไปเช็คนามสกุล เป็นนามสกุลของ สายการบินไทย เป็นหม่อมราชวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเขาบอกว่าไม่มีแฟน ยกเลิกงานแต่ง ฉันโสด ตัวผมก็เลิกกับแฟนเมื่อเดือนธันวาคม ช่วงที่คุยเป็นช่วงที่อัดเพลงใหม่พอดี คุยมาสักพัก ประมาณ5-6 วัน ผมก็เอ่ยปากคุยว่าลองคบกันไหม ส่วนใหญ่ผมกับเขาจะใช้โทรไลน์คุยกัน และเป็นอินบ๊อกซ์ในเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาบอกว่าทำงานถวายเบื้องสูง อ้างว่าเป็นลูก ผบ.ทบ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผมเลยไปค้นว่าลูกสาวคุณอภิรัชต์มี 2 คน เขาบอกว่าพ่อเขาเป็นทหารเป็นเพื่อนรักกับคุณอภิรัชต์ พ่อโดนลอบทำร้ายเสียชีวิต คุณอภิรัชต์เลยรับเขาเป็นลูกบุญธรรม อ้างว่าเขาเพิ่งยกเลิกงานแต่งที่ใหญ่ที่สุด แล้วคุณพ่อเสียหน้าเลยไม่ให้ใช้เงินสักระยะและให้เก็บตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกลงเป็นแฟนกัน โดยไม่เคยเห็นหน้า อย่างที่ผมบอกแหละครับ ในกรุ๊ปไลน์ของ ผบ.ทบ บอกชัดเจนว่าอยากให้เก็บตัวก่อน ไม่อยากให้ออกมาเยอะ ไม่อยากให้ออกมาเจอสังคมเยอะ ไม่เชิงไลน์กลุ่มครับ ตอนนั้นเราทะเลาะกันว่าไมเราถึงวิดีโอคอล และนัดเจอกันไม่ได้ซักที โดยให้เหตุผลว่า พ่อให้เก็บตัวอยู่&amp;nbsp; เขาบอกว่าจะให้คุยกับพ่อ&amp;nbsp; เขาดึงผมเข้ากลุ่มกรุ๊ปไลน์ สมาคมคนรักเสธ.แดง ผมไม่ได้ตกใจครับ สักพักในกรุ๊ปน้องสาวเขามาพิมพ์ให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดเริ่มต้นของการเสียเงิน คือเขาบอกว่าไปเห็นเสื้อในเฟซบุ๊กเป็นเสื้อคู่น่ารักดี สั่งซื้อจะได้มาใส่คู่กัน ผมก็โอนไปให้เขา 445 บาท โดยโอนไปชื่อบัญชีซึ่งเขาบอกว่าเป็นชื่อของแม่ค้าเสื้อ ผมไม่ได้รับอยู่ที่บ้านเขา เขาบอกว่าจะส่งแกร๊ปมาให้เราไว้ใส่คู่กัน พอคุยกันสักพัก ทางน้องสาวชื่อเมย์ แคปข้อความที่คุยกับน้องสาวว่าเดือดร้อน ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก เขาบอกว่าคบกับหมูมา 10 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน ขอยืมเงิน 20,000 บาท แล้วน้องสาวก็แคป มาบอกว่าพี่จิน ช่วยพี่เอ๋หน่อย พี่เอ๋เดือดร้อน พี่เอ๋ไม่เคยยืมเงินใคร ผ่านไปคืนหนึ่ง ผมก็ยังชั่งใจว่าหน้ายังไม่เคยเห็น เช็คทุกอย่าง ใจตอนนั้นอยากแอดไลน์ถาม หมู ปากน้ำ แต่คิดว่าเป็นการล้ำเส้นเลยยังไม่แอดไป ผมคบหาใครแล้วแฟนเดือดร้อน หรือเพื่อนผมเดือดร้อน ผมต้องช่วย หลังจากนั้นคุยกับเอ๋ว่ามีอะไรทำไมถึงไม่บอก เลยตกลงช่วย แต่เป็นการช่วยให้ยืม ทางเขาบอกว่า เดี๋ยวได้เช็คจากพ่อ 10 ล้านจะคืนให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนั้นผมก็ขอเลขบัญชี เขาบอกผมว่าเขาทำธุรกิจมืด ทำบ่อนค้ายา โดน Backlist ให้ผมคุยกับคุณครูของลูกแล้วให้โอนเงินเข้าบัญชีคุณครูของลูก คือชื่อ วนิดา ทองตุ้ม ก่อนโอนผมไปเช็คในกูเกิ้ลหาว่าชื่อนี้ โกงไหม เช็คทุกอย่างเพื่อที่อยากรู้ แต่ไม่มีอะไรผิดสังเกตุ ผมก็โอนไป&amp;nbsp; 20,550 บาท คุยไปสักพัก เขาบอกว่าแม่เขาเอาบ้านไปจำนอง 1.6 ล้าน ตอนนั้นดอกเบี้ยของเดือนนั้น 160,000 บาท เขามีอยู่แล้ว 100,000 บาท ขาดอีก 60,000 บาท ช่วยหน่อยไม่งั้นบ้านจะถูกยึด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยอดเงินครั้งหลังสุด 60,000 บาท ผมบอกให้เขาส่งรายละเอียด เบอร์โทรเจ้าหนี้มา เขาก็ส่งแคปไลน์คุยกับเจ้าหนี้ ที่มีการโต้ตอบว่าจำนำยอดเท่านี้ คงเหลือเท่านี้ ต้องโอนยอดเท่านี้ และในไลน์ที่คุยก็ทิ้งเลขบัญชีมา ให้โอนเงิน อย่างที่บอกว่า แฟนเดือดร้อนผมก็ช่วย อาจจะเป็นจากความสะเพร่ากับความโง่ของตัวผมเองด้วย ผมก็พยายามเช็คแล้วครับ แล้วมันควรจบที่ผม เขาไม่ควรจะไปหลอกใครได้อีก สรุปโอนเงินไป 4 ครั้งครับ ยังไม่รวมซื้อโทรศัพท์ให้ด้วย รวมทั้งหมดประมาณ 150,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดที่จับได้ คือ วันที่ 21 เขานัดผมไปส่งลูกด้วยกันที่โรงเรียน ก็ไม่เจอ และวันที่ 27 เขานัดเจอเพื่อที่จะไปเอาบ้านที่หลุดจำนอง ก็ไม่เจออีก ก็เริ่มเอะใจแล้ว หลังจากนั้นก็นัดไปนั่งชิว ไปรับเช็คที่พ่อกำลังจ่ายเขา นัดให้ไปเจอที่ร้านอาหารหนึ่ง เขาก็มาชวนทะเลาะว่าทำไมถึงไม่มา ทำไมเราถึงผิดนัด ซึ่งจริงๆแล้วผมนั่งอยู่ที่ร้านนั้น และจากการที่คุยและคบกับเขา ผมจะส่งของให้บ่อยๆ โดยการใช้แกร๊บส่งทั้งของกิน ของใช้ มีวันหนึ่งผมให้แกร๊บไปส่งของที่บ้านเขาแล้วมีการส่งของกลับมาให้ผม ผมก็ได้ถามทางแกร๊บว่าบ้านที่ไปส่งของเป็นอย่างไร แกร๊บก็บอกว่า เป็นบ้านชั้นเดียวเก่าๆ มีผู้หญิงอ้วนๆ ผิวคล้ำๆ มารับของ ผมเอารูปผู้หญิงที่ผมคุยให้ดู แกร๊บยืนยันว่าไม่ใช่คนนี้&amp;nbsp; คนรับเป็นผู้หญิงเตี้ยๆ อ้วนๆ เขาก็อ้างว่าเป็นลูกอา มารับแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ที่แกร๊บบอกผมก็ทำวิธีจับผิดหลายอย่าง ก็ไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ให้โดยที่ผมอ้างว่าไม่อยากให้เขาติดต่อกับ หมู ปากน้ำ อีก แต่จริงๆแล้วผมแค่อยากรู้พิกัดว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ทางคลื่นสัญญาณไม่ให้เพราะว่ามันผิดกฏ เขาก็แนะนำให้ตัดสัญญาณจากอีกฝั่ง แล้วนำมาใช้เองแล้วดูข้อมูลย้อนหลังการโทรได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42320</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิน เดอะวอยซ์, จิน เดอะวอยซ์ ซีซั่น 6, จิน เดอะว้อยซ์, จิน เดอะว้อยซ์ ซีซั่น 6, จินดา วิริยะแสงจันทร์, ต้มตุ๋น, หน้าไม่ตรงปก, แก๊งค์ต้มตุ๋น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d401c16e1046.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!รวบสาววัย 22 อ้างปปช.ตุ๋น &#039;นายกอบต.&#039; สูญ 4 แสน(ชมคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.มอบหมายให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. , พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.วิจิตรา ศรีสมบัติ อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงราย ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 5/2562 ลงวันที่ 9 มกราคม 2562 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง จับกุมได้ที่หน้า หจก.ราชพฤกษ์ คาร์กลาส เลขที่ 20/14 หมู่ 2 ถนนราชพฤกษ์ ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือนเมษายน 2561 ผู้ต้องหาร่วมกับพวก โทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นนายก อบต.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช อ้างตัวว่าเป็นนายทหารยศ ร.อ.สังกัดกองทัพภาคที่ 4 และเป็นผู้ทำสำนวนการสอบสวนคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งผู้เสียหายเคยมีคดีที่ถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบเกี่ยวกับทุจริต เกิดขึ้นจริงในช่วงปี 2558 ทางกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างอีกว่าสามารถช่วยเหลือยุติการสอบสวนความผิดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายได้ แต่มีค่าดำเนินการที่ต้องจ่ายให้เป็นเงิน 350,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ แต่ภายหลังจ่ายเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหาได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทางผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวงจากกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งน่าจะเป็นมิจฉาชีพ จึงเข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช กระทั่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานแกะรอยตรวจสอบจากข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่มีการใช้ติดต่อกันในการกระทำผิด และบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ จากนั้นจึงขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเอาไว้ ต่อมาทางชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีคดีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมไปยังผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือต่อไป.&lt;/p&gt;





ขอบคุณเจ้าของคลิป&amp;nbsp;Kanphakkanat@mcot
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40252</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, ต้มตุ๋น, พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, วิจิตรา ศรีสมบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ee1f670211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเจ้าของบริษัทอาหารเสริมตุ๋นเหยื่อลงทุนสูญกว่า100ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31&amp;nbsp;พ.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนางพามี กลิ่นสี และน.ส.พบพร พิภพโยพิณกุล ผู้ต้องหาฉ้อโกงหลอกลวงเปิดบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายตกเป็นหยื่อกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ราย มูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ ผอ.ศปอส.ตร.เปิดเผยว่า ในการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ เปิดบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เข้าข่ายกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ติดตามจับกุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้มี นางพามี กลิ่นสี และน.ส.พบพร พิภพโยพิณกุล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันเปิดบริษัทขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ชื่อบริษัท พามีพารวย จำกัด โดยมีนางพามี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.พบพร ทำหน้าที่ผู้จัดการบริษัทฯ ชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนขายอาหารเสริมของบริษัท มิโอะ ไทยแลนด์ จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;การรันตีผลตอบแทนร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ต่อระยะเวลา&amp;nbsp;35&amp;nbsp;วัน และหากมีการชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมลงทุนด้วยจะได้ผลตอบแทนร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของยอดเงินที่มีผู้ลงทุน ซึ่งสมาชิกจะสั่งซื้อสินค้าต้องเข้าไปดูรายการสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์(Line)&amp;nbsp;ชื่อMIO THAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีรูปแบบการลงทุน คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซื้อสินค้าอาหารเสริมบำรุงร่างกาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิ้น ในราคา&amp;nbsp;1,359&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วันจะได้รับเงินต้นบวกเงินปันผลคืน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท และอีก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วัน จะได้รับเงินต้นบวกเงินปันผลอีก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือซื้อสินค้า&amp;nbsp;220&amp;nbsp;ชุด ราคา&amp;nbsp;298,890&amp;nbsp;บาท ได้รับปันผล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง และทองคำหนัก&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีสมาชิกไม่รับสินค้าทางบริษัท จะจ่ายเงินคืนเป็นค่าฝากขายให้ร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของราคาสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งจะมีการทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนสั่งซื้อสินค้า กลุ่มผู้ต้องหาได้จัดโปรโมชั่นเพื่อจูงใจ โดยมีเงื่อนไขว่าถ้ายอดซื้อสินค้าแต่ละทีมมียอดสั่งซื้อ&amp;nbsp;8,000,000&amp;nbsp;บาท จะดาวน์รถเบนซ์ให้ร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ของราคารถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และถ้าแต่ละเดือนถ้ามียอดสั่งซื้อ&amp;nbsp;1,200,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะส่งค่างวดรถให้ภายในเดือนนั้นๆ หรือถ้าเดือนไหนมียอดสั่งซื้อถึง&amp;nbsp;29,000,000&amp;nbsp;บาท จะซื้อรถเบนซ์โดยเงินสดให้จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกที่ร่วมลงทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพขอเลื่อนจ่ายผลตอบแทนออกไปอีกเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ช่วงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;กลุ่มผู้ต้องหาได้ชักชวนให้ลงทุนกับสกุลเงินดิจิตอล กาแล็คซี่คอยน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีรูปแบบการลงทุน คือ ลงทุน&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท รับกำไรร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของยอดกำไรต่อวัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ลงทุน&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท รับกำไรร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ของยอดกำไรต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้น ระยะเวลารับผลตอบแทนภายใน&amp;nbsp;120-180&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งยังไม่มีผู้เสียหายได้รับผลตอบแทน พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในความผิดฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกง,&amp;nbsp;และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;nbsp;&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระจับกุมผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37334</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, ต้มตุ๋น, มิจฉาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf130397557a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
