<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวเสนอ ต้มยำกุ้งมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวเสนอ &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ขึ้นมรดกวัฒนธรรมมนุษยชาติของยูเนสโก ชูเป็นเมนูทรงคุณค่า แต่สะท้อนวิถีเรียบง่ายของไทย แถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ระบุภูมิปัญญาสืบทอดยาวนาน แพร่กระจายทั่วภูมิภาคจนเกิดสูตรใหม่ๆ ย้ำถ้าได้ขึ้นทะเบียนส่งผลดีตลาดอาหารไทยระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 มี.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ &amp;ldquo;ต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; (Tomyum Kung) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ที่ผ่านมาประเทศไทยมีมรดกภูมิปัญญาฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกแล้ว 2 รายการ คือ โขนและนวดไทย เมื่อปี 2561 และปี 2562 นอกจากนี้มีรายการ &amp;ldquo;โนรา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สงกรานต์ในประเทศไทย&amp;rdquo; ที่เสนอไปแล้วและอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของยูเนสโก โดยในปี 2564 ประเทศไทยจะได้เสนอรายการ ต้มยำกุ้ง เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกเป็นลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพลกล่าวว่า วธ. โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เห็นความสำคัญของต้มยำกุ้ง อาหารประจำชาติที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เป็นอาหารที่มีคุณค่า สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำลำคลองในภาคกลางของไทย ที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารพึ่งพิงธรรมชาติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีการสืบทอดการทำต้มยำกุ้งในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประกอบวิชาชีพด้านอาหารทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ บุคคล หน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเจ้าขององค์ความรู้ ซึ่งภูมิปัญญาการทำต้มยำกุ้งนอกจากจะมีการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง ยังแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ เกิดการสร้างสรรค์สูตรต้มยำกุ้งที่แปลกใหม่มากมายที่ตอบสนองต่อสภาพทางภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตและรสนิยมทางอาหารที่แตกต่างกันของคนกลุ่มต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอต้มยำกุ้งเพื่อขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมฯ ของมนุษยชาติกับยูเนสโก นอกจากจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยแล้ว ยังกระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ความหลากหลายของอาหารไทย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่ออาหารของไทยในระดับนานาชาติ ทั้งยังสร้างโอกาสทางการตลาดให้ธุรกิจอาหารไทย เกิดการสร้างงานและรายได้ให้แก่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย&amp;quot; นายอิทธิพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ.กล่าวต่อว่า สิ่งที่ไทยต้องทำหากต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนคือ การจัดทำรายงานสถานะปัจจุบันของมรดกวัฒนธรรมฯ ที่แสดงถึงผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการสงวน รักษา และดำเนินการตามมาตรการการสงวน รักษาต้มยำกุ้งอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหาร และส่งเสริมการศึกษาวิจัยการพัฒนานวัตกรรมอันเกี่ยวกับภูมิปัญญาด้านอาหาร ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับการถนอมอาหาร คุณภาพของวัตถุดิบ และการรักษาความสดใหม่และคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงการส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มความต้องการการบริโภคอาหารไทยให้ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จะส่งผลดีอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจประเทศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, ภูมิปัญญาสืบทอดยาวนาน, มรดกวัฒนธรรมมนุษยชาติของยูเนสโก, สะท้อนวิถีเรียบง่ายของไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059f70f8a2fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรากฏการณ์พระจันทร์กำลังจะล่าราหูในดวงเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดวงเมืองรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างราหูล่าจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (ก่อนเกิดต้มยำกุ้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พระราหูจร (8) เดินอยู่ในราศีมิถุน-จะย้ายเข้าราศีพฤษภ 10 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เริ่มปรากฏการณ์พระจันทร์ ๒ ดวงเดิมล่า (โยคหน้า) พระราหูจร (8)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงไปให้สัมภาษณ์คุณวีระ ธีรภัทรานนท์ รายการ ฟังหูไว้หู&amp;nbsp; ทางช่อง 9 อสมท (และอีกหลายสื่อที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์เมื่อปลายปี 2562) ที่ถูกถามว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่? นั้น ผู้เขียนได้ตอบคล้ายๆ กับว่าประเทศชาติต้องผ่านปรากฏการณ์สำคัญคือจันทร์ล่าราหู และ ราหูค้นทรัพย์ ไปให้ได้ก่อน เพื่อไปให้ถึงวันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2564 แล้วจะเข้าสู่ช่วงเศรษฐกิจดี(กว่าร้าย) ประมาณ 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาบัดนี้ ผู้เขียนจะได้พยายามอธิบาย แม้จะไม่ง่ายๆ ถึงเกณฑ์โหรตามที่ได้ทำนายไปเพื่อที่คนในเมืองจะได้ช่วยกันฟันฝ่าอีกรอบ เพราะ ยังไม่ทันไรปรากฏการณ์ทั้งสองเริ่มตั้งเค้าอุตลุด แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับท่านที่ติดตามบทความของผู้เขียนที่ไม่ได้เรียนหรือมีความรู้พื้นฐานทางโหราศาสตร์ ก็ขอสรุปภาพกว้างๆ ให้ทราบไว้แต่เพียงว่า ตั้งแต่ประมาณ 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป จะเริ่มมีปรากฏการณ์ อลวนสำคัญทั้งดี-ร้าย ในเมือง (ดาวใหญ่เดินผิดปกติหลายดวง-บวกจันทร์ล่าราหูและราหูค้นทรัพย์) ทั้งทางเศรษฐกิจ-การเมือง-ภัยพิบัติขนาดใหญ่ จนบางระยะเหมือนเมืองถูกบีบ-คลาย-บีบสลับกันไป ถึงอย่างต่ำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อเดินหน้าสู่วันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2564 อันเป็นหลักหมุดของปีทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับท่านที่เรียนโหร หรือมีความรู้ทางโหราศาสตร์ ผู้เขียนจะได้อธิบายปรากฏการณ์ พระจันทร์ล่าราหู ที่เริ่มตั้งเค้าแล้วให้ทราบดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในนิทานบาปเวรของดวงดาวนั้น พระราหู (๘) กับพระจันทร์ (๒) เป็น คู่หนี้ ทั้งนี้ รวมทั้งพระเสาร์ (๗) กับพระจันทร์ (๒) ด้วย ผู้เขียนเองก็ท่องจนติดปากเหมือนกันว่า แปดสอง (๘๒) - เจ็ดสอง (๗๒) คะนองหนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันดวงชะตากำเนิดใดที่พระราหูกับพระจันทร์กุมหรือเล็งกันยากนักที่จะหนีเรื่องหนี้พ้น เพียงแต่จะเป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เท่านั้น และถึงไม่ใช่ปรากฏในดวงกำเนิดหากทางจรระยะที่พระราหูเดินมาทับ หรือเล็งพระจันทร์ดวงเดิมก็เป็นช่วงที่มักจะมีเรื่องหนี้เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีนี้มาว่ากันถึงเกณฑ์ หรือหลัก จันทร์ล่าราหูที่กำลังก่อตัวในดวงชะตาเมืองขณะนี้ ขยายความมาจากหลัก ราหูล่าจันทร์ที่ครูโหรผู้ล่วงลับท่านหนึ่งคือ มหาบรรเทา จันทรศร หรือ อุตรภัทร์ ที่ คุณภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ เคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ท่านมีความรู้ทางโหรถึงขนาดรู้ช่วงเวลาจะเสียชีวิตของตัวเอง ได้เขียนไว้ในหนังสือเคล็ดลับการพยากรณ์ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ปรากฏการณ์ ราหูล่าจันทร์ มาจากหนึ่งในเกณฑ์ทางโหรที่เรียกว่า เกณฑ์พินทุบาทว์ หรือ ดวงแตก ดวงช้ำ คือดวงชะตาใดหากพระจันทร์ (๒) อยู่ในภพสิบเอ็ดหรือโยคหลังพระราหู (๘) โดยการนับทวนเข็มนาฬิกา ถือว่าดวง ชะตานั้นแตก คือ มักจะเดือดร้อนรำคาญเหมือนหินหนักๆ ทับด้วยเรื่องหนี้ หรือเรื่องที่พระจันทร์เป็นตัวแทนในดวงชะตา (ราหูเป็นฝ่ายล่าพระจันทร์) ตามโฉลก &amp;hellip;.จันทร์เป็นสิบเอ็ดกับราหูเล่า อาภัพอัปภาคย์ให้ โทษแท้ประเหินหิน..จึงเจ้าชะตาใดที่ราหูล่าจันทร์ ก็มีโอกาสเดือดร้อนเรื่องหนี้หรือเรื่องที่พระจันทร์เป็นตัวแทนอยู่เป็นระยะๆ ตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากท่านใดเกณฑ์นี้ไม่ปรากฏในพื้นดวงชะตาเดิม แต่เคราะห์หามยามร้ายพระราหูจร (8) มาล่าพระจันทร์ดวงเดิม (๒)เรื่องเดือดร้อนจะเกิดเช่นดวงเมืองที่พื้นชะตากำเนิดราหูไม่ได้ล่าพระจันทร์ (๒) ที่สถิตราศีกรกฎ แต่ช่วงใดก็ตามที่พระราหูจร (8)เดินเข้าราศีกันย์ก็จะล่าจันทร์เป็นระยะปีครึ่ง เรื่อง หนี้สำคัญๆ จะเริ่มก่อตัวจนเดือดร้อนกัน ดังที่เคยเกิดเช่นคราวเก็งกำไรราชาเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งครั้งสำคัญคือ วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 นั้น ก่อนจะลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อ 2 กรกฎาคม 2540 พระราหูจร (8) เดินอยู่ในราศีกันย์ล่าพระจันทร์ (๒) ภาคประชาชนสุมสร้างหนี้ - ประเทศชาติก็ต้องการเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่อยู่นาน แล้วมาระเบิดเพราะถูก (ราหูจร 8-กองทุนเฮดจ์ฟันด์) โจมตีค่าเงินจนต้องลอยตัวเงินบาทหลังพระราหูย้ายเข้าราศีสิงห์ไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ในทางกลับกัน ครูโหรอุตรภัทร์บอกว่า พื้นดวงชะตาใดที่พระราหูเป็นสิบเอ็ดกับพระจันทร์ (ดูทวนเข็มนาฬิกา) แล้วละก็ เมื่อนั้นพระราหูจะถูกพระจันทร์ล่า เป็น จันทร์ล่าราหู พระราหูจะเป็นฝ่ายเสียไปตามเรื่องราวที่พระราหูเป็นตัวแทนอยู่ โดยมักจะเกี่ยวกันกับเรื่องหนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นกันในทางชะตาจร เมื่อใดก็ตามพระราหูจรมาเป็นสิบเอ็ดกับพระจันทร์ เมื่อนั้นพระหูจะเป็นฝ่ายเสีย เช่นตัวอย่างดวงชะตาเมืองสมัยลดค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2527 ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และ คุณสมหมาย ฮุนตระกูล หรือที่นักข่าวเรียกท่านว่า ปู่สมหมาย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ ต้องยอมลดค่าเงินบาท ร้อยละ 15 คือจากประมาณ 23บาท เป็นประมาณ 28 บาทต่อดอลลาห์สหรัฐ จนเกิดเหตุการณ์วันลอยกระทงอันลือลั่นในอดีตมาแล้วคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากรัฐบาลประกาศ (ยอมเดือดร้อน) ลดค่าเงินบาทไปแล้วเสียงโจมตี ก่นด่าออกมาทั่วสารทิศ ว่าประชาชน (พระจันทร์ ๒ เป็นตัวแทน) เดือดร้อนของแพง น้ำมันแพง รถแพง ฯลฯ มิไยที่ปู่สมหมายจะอธิบายว่าค่าเงินที่ลดจะดีต่อการส่งออกและต่างชาติจะมาเที่ยวเมืองไทย คนก็ไม่ฟัง สถานะรัฐบาล-ปู่สมหมายทำท่าร่อแร่ ขนาดผู้เขียนทำข่าวอยู่ขณะนั้นก็นึกว่าไม่รอดแน่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแล้วอีกไม่นาน ค่ำคืนลอยกระทงปีนั้นเอง พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผบ.ทบ.ขณะนั้น ออกมาแอคชั่นคล้ายๆ ขู่รัฐบาลให้เปลี่ยนค่าเงินกลับไปอยู่ที่เดิมอ้างประชาชนเดือดร้อน ผลคือกระแสตีกลับมาเข้าข้างรัฐบาลและปู่สมหมายในพริบตา จนในที่สุดก็มีการปลด ผบ.ทบ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักข่าวสายคลังขณะนั้นเมาธ์กันว่า พอพลเอกอาทิตย์ออกทีวี ปู่สมหมายหัวเราะก๊าก!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนเรื่องพระจันทร์ล่าราหูขอนำมาเทียบเคียงสถานการณ์ที่กำลังก่อตัวในขณะนี้ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ปรากฏการณ์จันทร์ล่าราหูรอบนี้มีโอกาสจะเกิดระหว่าง 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป ยาวไปถึง 29 มีนาคม 2565 ซึ่ง จะเป็นเหตุใหญ่ทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อการเมือง ชนิดลุ้นกันสุดๆ ส่วนจะออกอย่างไรนั้น เกินกว่าที่ภูมิความรู้ผู้เขียนจะบอกได้ บอกได้แต่เพียงว่า เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่เมืองต้องข้ามไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ขนาดยังไม่ถึงวันที่ 10 กันยายน 2563 ที่จันทร์จะเริ่มล่าราหูจริง แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันทางเศรษฐกิจ-สังคมก็ก่อตัวขึ้นแบบไม่คาดคิด (คงคล้ายๆ สมัยปู่สมหมายที่ค่าเงินแข็งเงินไป) คือการมาของโควิด-19 ที่รัฐบาลต้องโอบอุ้มประชาชน (พระจันทร์ ๒ เป็นตัวแทน) ด้วยการ คะนองหนี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบการแพร่ระบาด COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ คือถึงคราวที่พระจันทร์ (๒) คือประชาชนที่เดือดร้อนจะได้เงินจากความร่ำรวยของประเทศคือพระราหู (8) สนั่นหวั่นไหว (แบบมฤตยู-แปลกประหลาดผิดคาด-ที่ทับลัคนาเมืองอยู่)ชนิดไปกินยาตายทวงห้าพันบาทถึงกระทรวงการคลังก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่กำลังเป็นอยู่นี้ ก็แค่หัวเชื้อสุมนำมาก่อน เพราะทางดาวจรนั้น ปรากฏการณ์พระจันทร์ล่าราหูยังรอเกิด คราวนี้คงจะเป็นเรื่องใหญ่และพลิกผันกันอุตลุด อาจน้องๆ หรือใกล้เคียงเหตุการณ์คืนลอยกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอะไรจะเกิดในเมืองหลังประมาณ 10 กันยายน 2562 เป็นต้นไป พร้อมกับอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่จะเกิดในระยะเดียวกัน คือ ราหูค้นทรัพย์ดวงเมือง ที่จะได้เขียนถึงในตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, ฟองสนาน จามรจันทร์, แม่หมอสมัครเล่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a3767aa9a071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;เทียบวิกฤติต้มยำกุ้ง&amp;วิกฤติโควิด-19 ฉีดเยียวยาเข็มละ5พันไม่ครบระวังคนติดเชื้อกลายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.63- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุรายละเอียดว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง&amp;amp;วิกฤติโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง เกิดสมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต เมื่อพลเอกชวลิตลาออกรัฐบาลชวนก็เข้ามาแก้ปัญหาต่อ ผมจะเปรียบเทียบวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้ง 2 ครั้ง แบบภาษาชาวบ้านง่ายๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 กระทบคนระดับบนหรือเศรษฐีเป็นหลัก ชาวบ้านได้รับผลกระทบน้อยกว่า ตอนนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยสู้กับการที่ต่างชาติถอนเงินออก จนทุนสำรองหมด ต้องไปกู้ไอเอ็มเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติโควิด-19 จะมีผลกระทบกับคนระดับล่างมากกว่า มีการห้ามออกจากบ้าน,ห้ามประกอบอาชีพบางอาชีพ,มีการเลิกจ้าง,คนตกงานอย่างกระทันหัน แต่มีข้อดีคือ ฐานะการคลังของประเทศดี รัฐบาลสามารถกู้เงินมาใช้ได้ถึง 1.9 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง เราได้ยินเสียงร่ำไห้ของเศรษฐี วิกฤติโควิด-19 เราได้ยินเสียงร่ำร้องของคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง เกิดบางส่วนของโลก วิกฤติโควิด-19เกิดขึ้นทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวที่แล้ว หมอชวน หลีกภัย +ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ เป็นหมอรักษาไข้ คราวนี้หมอประยุทธ์ จันทร์โอชา+อุตตม สาวนายน เป็นหมอรักษาไข้ นี่ก็เริ่มฉีดยากันคนละเข็มสองเข็มแล้ว เข็มละ 5,000 บาท ที่อยากแสดงความเห็นคือให้ระวังคนที่ไม่ได้ฉีดยานะครับ อาจมีเชื้อที่ไม่แสดงอาการ และอาจแพร่เชื้อไปติดคนอื่นได้ ผมว่าคนที่ไม่ได้ฉีดยานี่สวมแมส 2 ชั้นก็เอาไม่อยู่ สามารถแพร่เชื้อไปติดหมอได้(เชื้อไปติดหมอนี่อันตรายครับ) ต่อให้มีระยะห่างเป็นพันกิโลเมตรก็จะเอาไม่อยู่ และจะเกิดการระบาดรอบสองตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่ออสม.อย่างผมเถอะครับหาคนป่วยให้เจอแล้วจับไปฉีดยาซะ เข็มละ 5,000 ก็จำเป็นต้องฉีด อย่าให้หลงเหลืออยู่นะครับเชื้อจะกลายพันธุ์ได้ ระบาดรอบสองแล้วยุ่งเลยล่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64365</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ต้มยำกุ้ง, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เยียวยา 5 พันบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d509a1347c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานร้านต้มยำกุ้งเผ่นกลับไทยหลังมาเลเซียปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63- นายกฯมาเลเซีย ประกาศมาตรการ &amp;ldquo;ปิดประเทศ&amp;rdquo; ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. - 31 มีนาคม 2563 นี้ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 หลังมีผู้ป่วยในประเทศพุ่งเป็นกว่า 500 คนขณะที่แรงงานไทยตามร้านอาหารในมาเลเซียเร่งเดินกลับภูมิลำเนาหลังวันพรุ่งนี้ 18 มี.ค. ห้ามคนไทยเข้าประเทศ ส่วนคนมาเลเซียห้ามออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. หรือเวลา 05.00 น.เวลาในประเทศมาเลเซีย หลังจากที่รัฐบาลประเทศมาเลเซียได้ออกประกาศด่วนในสถานีโทรทัศน์ของประเทศมาเลเซียถึงมาตรการณ์การควบคุมโรค โควิด &amp;ndash; 19 ด่วน โดย นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน &amp;nbsp; (Muhyiddin Yassin) นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ออกแถลงข่าว ประกาศปิดประเทศมาเลเซีย เป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563 นี้ &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;โดยมีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมการกีฬา วัฒนธรรมและกิจกรรมทางสังคม ห้ามคนมาเลเซียออกนอกประเทศ ใครที่กลับมาจากต่างประเทศ ต้องกักตัว 14 วัน ห้ามชาวต่างชาติ เข้า-ออกประเทศมาเลเซีย ปิดโรงเรียนทุกแห่งรวมทั้ง ปิดหน่วยงานราชการทั้งหมด ยกเว้น การประปา การไฟฟ้า ไปรษณีย์ โทรคมนาคม ปั๊มน้ำมัน &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ ธนาคาร กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงสาธารณสุข เรือนจำ สถานีดับเพลิง ท่าเรือ สนามบิน ร้านขายของใช้ประจำวัน &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ 17 มี.ค.63 บรรยากาศที่ด่านพรมแดนไทย มาเลเซีย ด้าน อ.เบตง จ.ยะลา ภายหลังจากที่ทางการมาเลเซียออกประกาศ ส่งผลให้แรงงานในร้านอาหารต้มยำกุ้ง หลายแห่งที่กระจายอยู่ตามรัฐต่างๆของมาเลเซีย &amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างตกใจกับการประกาศดังกล่าว เนื่องจากต้องปิดร้านตามประกาศเตือนของรัฐบาลและได้มีการรวมตัวจับกลุ่มวิพากย์วิจารณ์กันหลังทราบข่าว และมีการประชุมย่อยตามรัฐต่างๆของบรรดาแรงงานไทย เพราะย่อมส่งผลกระทบ ต่อรายได้ &amp;nbsp;ประกอบกับช่วงนี้ขายของไม่ค่อยได้เพราะคนกลัวติดเชื้อโควิด -19 จึงไม่มาใช้บริการ แต่เมื่อมีประกาศปิดประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว &amp;nbsp;อาหาร เช่น ปลาเนื้อ ผักต่างๆ ที่สั่งซื้อมาแล้วย่อมเกิดความเสียหาย &amp;nbsp; อีกทั้งคนงานที่อยู่ตามร้านต่างๆ ต้องไม่มีงานทำในช่วงที่ทางการมาเลเซียปิดประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่ผู้ประการร้านอาหารต้มยำกุ้งในมาเลเซียได้มีการประชุม และได้ข้อสรุปว่า ต้องส่งคนงานกลับภูมิลำเนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่าย &amp;nbsp; โดยได้หารถตู้และรถบัสของประเทศมาเลเซีย &amp;nbsp;เพื่อจัดส่งคนงานกลับกลับก่อนวันที่ 18 มีนาคม โดยวันนี้ ได้ระดมเงินเหมารถทั้งรถตู้ รถบัส หลายร้อยคันจัดส่งกลับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้สังเกตุกลุ่มแรงงานไทยที่เดินทางกลับต่างนั่งคุยกันเพื่อจะหาทางออกกับมาตรการณ์ดังกล่าวซึ่งมีหลายร้านได้ทำความสะอาดร้านเพื่อตัดสินใจที่จะกลับบ้านหรือจะอยู่ต่อ &amp;nbsp;ส่วนบางร้านก็ตัดสินใจอยู่ โดยจะทำอาหารส่งตามความต้องการของลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรดาพ่อ ค้าแม่ค้า ที่ทำมาค้าขายกับพ่อชาวมาเลเซียตามชายแดนถึงกับตกใจเมื่อทราบข่าว ทางการมาเลเซียจะทำการปิดด่าน 14 วัน เพื่อป้องกันการลามของเชื้อโควิด -19 &amp;nbsp;เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีมาเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีและต่อมามีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ขี้นมาอีก ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ต้องทรุดหนักเข้าไปอีก เนื่องจากอำเภอเบตง จะทำการค้าขายกับชาวมาเลเซีย และมีสินค้าที่ส่งออกสูงสุด ได้แก่ ยางพารา ไม้ยางพารา ส่วนการนำเข้าได้แก่ แอมโมเนียที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปยางพารา ทั้งนี้ที่ผ่านมาไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้ามาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวที่อำเภอเบตงที่กำลังเติบโตหลังจะมีการเปิดใช้สนามบินในเดือนมิถุนายน 2563 นี้ ปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังจะขยายตัวไปได้ดีเช่นกัน โดยมีนักธุรกิจพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรไปแล้ว 5 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็ก ลูกค้าเป้าหมายคือประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเศรษฐีจากมาเลเซีย สิงคโปร์มีความต้องการที่อยู่อาศัยใช้เป็นบ้านพักตากอากาศ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการการปิดประเทศมาเลเชียในครั้งนี้จะเริมปิดอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 18-31 มีนาคมนี้ โดยคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซียเดินทางออกได้ตามปกติแต่เข้าประเทศมาเลเซียไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม ส่วนคนมาเลเซียเดินทางออกนอกประเทศ ไม่ได้เลย ซึ่งคนไทยที่จะเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียไม่ได้ ในระหว่างวันที่ 18-31 มีนาคมนี้ และคนมาเลเซีย กลับเข้า ประเทศมาเลเซียได้ หลังวันที่ 18 มีนาคมนี้ แต่ต้องไปตรวจร่างกาย และ กักตัวเอง 14 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60020</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ต้มยำกุ้ง, ปิดประเทศ, มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e7050f5af7dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวดไทยผงาดมรดกโลก ชง‘สงกรานต์-ต้มยำกุ้ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นวดไทย&amp;rdquo; ผงาดเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ต่อจาก &amp;ldquo;โขน&amp;rdquo; แล้ว &amp;ldquo;ยูเนสโก&amp;rdquo; ประกาศรับรอง &amp;ldquo;อิทธิพล&amp;rdquo; เผยมีฝรั่งกว่า 2 แสนรายจบคอร์สฝึกนวดจากวัดโพธิ์ เล็งส่ง &amp;ldquo;สงกรานต์-ต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; ขึ้นบัญชีปี 2563-2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม &amp;nbsp;ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้แถลงข่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 8-14 ธ.ค.2562 ณ กรุงโบโกตา สาธารณรัฐโคลอมเบีย ซึ่งมีวาระประกาศผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ The Intangible Cultural Heritage(ICH) ประจำปี 2019 จำนวนรวม 51 รายการ&amp;nbsp;
นายอิทธิพลแถลงอีกว่า 51 รายการประกอบด้วย Urgent List จำนวน 6 รายการ Representative List จำนวน 42 รายการ และ Good Practice List จำนวน 3 รายการ ซึ่งนวดไทยจัดอยู่ในกลุ่ม Representative List of ICH หรือรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งในที่ประชุมมีมติรับรองและประกาศให้นวดไทย (NUAD THAI) ขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งถือเป็นรายการที่สองที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกต่อจากโขนที่ขึ้นไปแล้วเมื่อปี 2561
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นวดไทย ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตามแบบแผนตะวันตกสมัยใหม่ มีองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดมากกว่า 50 องค์กร โดยมีหมอนวดที่ผ่านมาเรียนแล้วเกือบ 3 แสนคน นอกจากนี้ การที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนนวดไทยเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ สืบทอด สร้างความหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมนวดไทย อันจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย&amp;rdquo; นายอิทธิพลระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า นวดไทยนอกจากได้รับความนิยมในไทยแล้ว เว็บไซต์เดลีเมล์ สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่าก่อนที่ยูเนสโกจะประกาศให้นวดไทยเป็นมรดกโลกทางภูมิปัญญาอย่างเป็นทางการนั้น การนวดไทย ศาสตร์การแพทย์แผนโบราณที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความนิยมเดินทางมาใช้บริการแล้ว ยังมีจำนวนมากที่สมัครเรียนนวดแผนไทยในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่วัด ซึ่งวัดโพธิ์มีผู้สำเร็จวิชานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ไปแล้วกว่า 2 แสนคน จาก 145 ประเทศทั่วโลก นอกจากนั้นนวดไทยยังเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่หมอนวดตามเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และฮ่องกง เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปี 2563 เตรียมเสนอประเพณีสงกรานต์ หรือ Songkran festival เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ โดยจะเสนอควบคู่กับรัฐบาลจีน เนื่องจากเมืองสิบสองปันนาของจีนก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งมีประเพณีสงกรานต์ โดยเป็นเจ้าภาพร่วมในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ โดยเหตุผลที่เสนอประเพณีสงกรานต์ขึ้นมรดกโลกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีจุดเชื่อมโยงร่วมกันเป็นประเพณีที่แสดงถึงการขึ้นศักราชใหม่ในรูปแบบของการนับปีปฏิทิน มีการเฉลิมฉลองโดยใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน ส่วนต้มยำกุ้งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 2564 ถ้าหากต้มยำกุ้งได้ขึ้นทะเบียน จะทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้วสั่งเมนูนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมการแพทย์ฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานวดไทย (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2563-2565 ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยมีแนวทางสำคัญคือ การสร้างมาตรฐานนวดไทยทั้งในด้านองค์ความรู้หลักสูตร รวมถึงระบบบริการนวดไทยให้เป็นที่ยอมรับตั้งแต่ในระดับชุมชน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดภูมิปัญญานวดไทย สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และในระดับสากล มีการสร้างอัตลักษณ์นวดไทยสู่ระดับโลก ได้แก่ การยกย่องเชิดชูเกียรติหมอไทยแห่งชาติ สาขานวดไทย สร้างพิพิธภัณฑ์การนวดไทยและรูปหล่อฤาษีดัดตนขนาดใหญ่เป็นแลนด์มารค์ของกรุงเทพฯ ที่สำคัญคนไทยและทั่วโลกจะได้จดจำว่า 12 ธ.ค.2562 ยูเนสโกประกาศนวดไทยขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ ระบุว่า ย้อนกลับไป ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชกระแสรับสั่งถามโรงเรียนไม่มีสอนนวดไทยหรือ จึงสนองพระราชดำริ โดยเริ่มจัดการเรียนการสอนนวดไทยเมื่อปี 2505 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแนวทางไว้ ทางโรงเรียนพยายามสืบทอดอย่างเต็มที่ การประกาศขึ้นทะเบียน นวดไทยนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ทำให้นวดไทยมีเกียรติ มีคุณค่ามีศักดิ์ศรี เพราะที่ผ่านมาคนบางกลุ่มนำนวดไทยไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพนวดไทยอีกกลุ่มพยายามรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมสร้างรายได้ให้ตนเองและชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52430</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, นวดไทย, ยูเนสโก, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพล, โขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df391024cdfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นวดไทย”ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ วธ.ลุยต่อยื่น”สงกรานต์เฟสติวัล-ต้มยำกุ้ง”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ธ.ค. 62-ที่วัดพระเชตุพนฯ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกครั้งที่14 ระหว่างวันที่8- 14 ธันวาคม2562 ณกรุงโบโกตาสาธารณรัฐโคลอมเบียมีวาระประกาศผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้The Intangible Cultural Heritage (ICH) ประจำปี2019 จำนวนรวม51 รายการประกอบด้วย-Urgent List (6 รายการ) -Representative List (42 รายการ) และ-Good Practice List (3 รายการ) โดยนวดไทยจัดอยู่ในกลุ่มRepresentative List of ICH หรือรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติซึ่งในที่ประชุมมีมติรับรองและประกาศให้ &amp;ldquo;นวดไทย&amp;rdquo; NUAD THAI ขึ้นทะเบียนในรายการดังกล่าวซึ่งนวดไทยเป็นมรดกฯของไทยรายการที่สองที่ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกต่อจากรายการโขนที่ขึ้นไปเมื่อปลายปี2561 โดยการเสนอนวดไทยในปี2562 สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมครั้งที่3/2559 เมื่อวันที่3 กุมภาพันธ์2560 มีมติเห็นชอบการจัดทำข้อมูลโขนและนวดไทยเพื่อเตรียมการเสนอเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่ วธ.เสนอเมื่อวันที่28 มีนาคม 2560 ตามเอกสารนำเสนอนวดไทย(ภายใต้ชื่อNUAD THAI) ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า นวดไทยถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นและพระพุทธศาสนาและเป็นการรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตามแบบแผนตะวันตกสมัยใหม่ มีองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดมากกว่า 50 องค์กร อาทิสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย รวมถึงภาควิชาชีพได้แก่ สภาการแพทย์แผนไทย และยังมีสถาบันการเรียนการสอนสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ มีการใช้นวดไทยในการดูแลสุขภาพในครัวเรือนและชุมชนทั่วทุกภาคของประเทศ มีหมอนวดพื้นบ้านทั้งประเทศรวม 25,205 คนมีบุคลากรสถานประกอบการเอกชนที่ให้บริการนวดไทยเพื่อการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพทุกจังหวัด นอกจากจะได้รับความนิยมในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความนิยมเดินทางมาใช้บริการแล้วมีจำนวนมากที่สมัครเรียนนวดแผนไทยในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่วัดวัดโพธิ์มีผู้สำเร็จวิชานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ไปแล้วมากกว่า 2 แสนคน จาก145 ประเทศเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมากแก่หมอนวดแผนไทยตามเมืองใหญ่ทั่วโลกเช่นนิวยอร์กลอนดอนและฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.วธ. กล่าวว่า นวดไทยได้รับการรับรองจากยูเนสโกด้วยมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโกประกอบด้วย1.นวดไทยสอดคล้องกับลักษณะของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามที่นิยามไว้ในมาตรา2 ของอนุสัญญาฯจัดอยู่ในสาขาความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลเป็นภูมิปัญญาที่มีพัฒนาการเริ่มในระดับครอบครัวและชุมชนเกษตรกรรมและพัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นศาสตร์ในการดูแลสุขภาพที่ใช้มือหรือส่วนต่างๆของร่างกายในการปรับพลังและโครงสร้างของร่างกายโดยไม่ใช้ยาเพื่อบำบัดความเจ็บป่วยที่เกิดจากลมในเส้นติดขัดและทำให้ธาตุทั้ง4 ในร่างกายเป็นปกติ2.การขึ้นทะเบียนนวดไทยจะเป็นประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางทั่วโลกและสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ของมนุษย์จะกระตุ้นให้นานาชาติสนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหมอนวดไทยคนในชาติร่วมกันปกป้องภูมิปัญญาการนวดไทยไม่ให้ถูกนำไปใช้ในทางเสื่อมเสียนอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาอาทิการคิดค้นอุปกรณ์ช่วยนวดที่เหมาะสมกับกลุ่มชน 3.มีมาตรการส่งเสริมและรักษาอย่างละเอียดที่สามารถคุ้มครองและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาฯนั้นได้โดยรัฐไทยมีการรับรองสถานภาพทางกฎหมายของภูมิปัญญาการนวดไทยโดยได้วางระบบการคุ้มครองสิทธิในภูมิปัญญาทั้งที่เป็นของชาติและของบุคคลกำหนดมาตรฐานต่างๆเกี่ยวกับการนวดไทยทั้งด้านหลักสูตรการเรียนการสอนด้านผู้นวดด้านการให้บริการและด้านสถานที่ให้บริการรวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน และคุณสมบัติที่สำคัญคือชุมชนกลุ่มคนและผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมได้รับทราบ ให้ความเห็นชอบและยินยอมพร้อมใจในการเสนอนวดไทย5.นวดไทยได้ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยโดยวธ.ในสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลประเภทการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ในนามรัฐบาลจะส่งเสริมนวดไทยไปสู่นานาชาติและให้สามารถเปิดบริการนวดไทยเป็นสถานประกอบการได้โดยผู้ที่ประสงค์จะเปิดต้องผ่านการอบรมความรู้อย่างถูกต้องที่ผ่านมากรมการแพทย์แผนไทยได้จัดอบรมหมอนวดไทยได้รวมถึงผู้เรียนนวดแผนโบราณจากวัดพระเชตุพนและมีการฝึกอบรมจากภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;รวมแล้วมีผู้นวดไทยไม่น้อยกว่า5แสนคนเป็นช่องทางประกอบอาชีพการขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอยากให้ทุกคนรณรงค์เรื่องการดูแลสุขภาพโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ซึ่งนวดไทยถือว่าตอบโจทย์จากนั้นในปี2563 จะเสนอประเพณีสงกรานต์หรือ&amp;lsquo;Songkran festival&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้โดยจะเสนอควบคู่กับรัฐบาลจีน เนื่องจากเมืองสิบสองปันนาของจีนก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาลาว พม่า ซึ่งมีประเพณีสงกรานต์ โดยเป็นเจ้าภาพร่วมในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้เหตุผลที่เสนอประเพณีสงกรานต์ขึ้นมรดกโลกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีจุดเชื่อมโยงร่วมกันเป็นประเพณีที่แสดงถึงการขึ้นศักราชใหม่ในรูปแบบของการนับปีปฏิทิน มีการเฉลิมฉลองโดยใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนส่วนต้มยำกุ้งอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี2564 เชื่อว่าจะทำให้อาหารไทยต้มยำกุ้งมีราคาเพิ่มขึ้นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&amp;ldquo;นายอิทธิพลกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ. กล่าวว่า ทั้งนี้จะประชาสัมพันธ์นวดไทยมรดกวัฒนธรรมฯสร้างความตระหนักรับรู้คุณค่าความสำคัญเรื่องนวดไทยให้กับประชาชนเยาวชนจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและสืบสานองค์ความรู้ของชุมชนเรื่องนวดไทยและการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลกลุ่มบุคคลชุมชนองค์กรที่มีการส่งเสริมการสืบสาน นวดไทย และจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนวดไทยมรดกวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมการแพทย์ฯได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานวดไทย(ฉบับที่1 ) พ.ศ.2563-2565 &amp;nbsp;ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเป็นกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแผนปฏิรูปประเทศโดยมีแนวทางสำคัญคือ การสร้างมาตรฐานนวดไทยทั้งในด้านองค์ความรู้หลักสูตรรวมถึงระบบบริการนวดไทยให้เป็นที่ยอมรับตั้งแต่ในระดับชุมชนซึ่งเป็นตันกำเนิดภูมิปัญญานวดไทยสถานพยาบาลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและในระดับสากลมีการสร้างอัตลักษณ์นวดไทยสู่ระดับโลกได้แก่การยกย่องเชิดชูเกียรติหมอไทยแห่งชาติสาขานวดไทย &amp;nbsp;สร้างพิพิธภัณฑ์การนวดไทยและรูปหล่อฤาษีดัดตนขนาดใหญ่เป็นแลนด์มารคของกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นวดไทยเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชาติอีกทั้งยังอนุรักษ์ฝภูมิปัญญานวดไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยคนไทยและทั่วโลกจะได้จดจำว่าวันที่12 ธันวาคมพ.ศ. 2562 นวดไทยได้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากองค์การยูเนสโก&amp;ldquo; นพ.ปราโมทย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ กล่าวว่า ย้อนกลับไปในหลวง รัชกาลที่9 มีพระกระแสรับสั่งถามโรงเรียนไม่มีสอนนวดไทยหรือ จึงสนองพระราชดำริ &amp;nbsp;เริ่มจัดการเรียนการสอนนวดไทยเมื่อปี2505 ก่อนหน้านี้ ไม่มีสอนมาก่อนสืบทอดจนปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณทรงพระราชทานแนวทางไว้ ทางโรงเรียนพยายามสืบทอดอย่างเต็มที่ การประกาศขึ้นทะเบียนเป็นเรื่องที่น่ายินดีถือว่าการนวดไทยเป็นที่หนึ่งของโลก ทำให้นวดไทยมีเกียรติมีคุณค่ามีศักดิ์ศรี เพราะที่ผ่านมาคนบางกลุ่มนำนวดไทยไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพนวดไทยอีกกลุ่มพยายามรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมสร้างรายได้ให้ตนเองและชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52398</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, ต้มยำกุ้ง, นวดไทย, มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, ยูเนสโก, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df339f3f0737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอเสนอต้มยำกุ้ง มรดกภูมิปัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วธ.เตรียมเสนอ &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ให้ยูเนสโกพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติให้ทันภายในเดือน มี.ค.63 ชี้เป็นอาหารที่แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยของคนภาคกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมเสนอต้มยำกุ้ง เพื่อขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อยูเนสโกให้ทันภายในเดือนมีนาคม 2563 ล่าสุดได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้เตรียมพร้อมจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารไทย เพื่อกำหนดสาระสำคัญของต้มยำกุ้ง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ใน 3 สาขา คือ สาขาภาษา และมุขปาฐะ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล และสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำว่า ต้มยำกุ้ง เป็นคำโดดในภาษาไทย มาจากคำว่า ต้ม และ ยำ หมายถึงกระบวนการทำอาหาร แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยของคนภาคกลาง แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำ มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารด้วยการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ เช่น กุ้งในแม่น้ำ ต้มลงในน้ำเดือด ปรุงรสด้วยสมุนไพร รับประทานกับข้าวสวยร้อน ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวว่า เพื่อให้ตรงกับเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก จะต้องจัดเตรียมข้อมูลให้รอบด้านโดยกำหนดชุมชนที่เกี่ยวข้องกับต้มยำกุ้งให้ชัดเจน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน จัดทำมาตรการเพื่อการสงวนรักษา ซึ่งพบว่าในส่วนชุมชนมีการสืบทอดและพัฒนาสร้างสรรค์การทำต้มยำกุ้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ร้านอาหาร และสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกระบบที่มีการเรียนการสอน สามารถอ้างอิงข้อมูลได้ เมื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องรอบด้านแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำเอกสาร ภาพถ่าย และวีดิทัศน์ เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณา และขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกฯ นำเสนอคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ก่อนยื่นเอกสารต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค.63 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับรายงานการดำเนินงาน โครงการรุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ประจำปี 2562 รวบรวมข้อมูลต้นไม้ที่ทรงคุณค่าทั่วประเทศ ประกอบด้วย ต้นไม้จำนวน 88 ต้น อาทิ ต้นมะเดื่อยักษ์ หมู่บ้านวุ้งกะสัง โป่งน้ำร้อน คลองลาน จ.กำแพงเพชร ต้นยมหิน วัดพระธาตุดอยกูแก้ว บ้านป่าสักหลวง แม่จัน จ.เชียงราย ต้นสมอพิเภก อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ ต้นเต่าร้างยักษ์ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน ต้นสะตือ วัดสิงห์ สามโคก จ.ปทุมธานี กลุ่มระบบนิเวศป่าโกงกาง วนอุทยานปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มระบบนิเวศป่าไม้เสม็ดขาว สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จ.ระยอง &amp;nbsp;ต้นค้างคาว อนุสาวรีย์พระศรีสุวรรณวงศา พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม กลุ่มต้นสนยักษ์ วนอุทยานป่าสนหนองคู จ.สุรินทร์ ต้นกระทิง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ คุระบุรี จ.พังงา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นการเจริญรอยตามพระราชปณิธาน ที่ทรงให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced36d011388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
