<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องคิดถึงยาแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การติดเชื้อโควิดรายใหม่ของไทยในเวลานี้ ไม่มีทีท่าจะลดลงแม้แต่น้อย และอยู่ในระดับสูงระดับ 2-3 พันเคสต่อวันมาเกือบจะ 2 เดือนแล้ว แถมทุกวันนี้ก็มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน เกิดจุดไหนก็สั่งปิดและล้อมคอกเป็นจุดๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถึงล้อมคอกไปได้ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในภาพรวมนั้นดีขึ้น ดังจะเห็นจากข่าวที่ตอนนี้ โควิดทุกสายพันธุ์ได้แฝงตัวเข้ามารุมล้อมไทยไปทุกด้านแล้ว แต่การแก้ปัญหากับการรับมือก็ดูเหมือนว่ายังคงตามหลังเชื้อโรคตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าโควิดระลอกนี้จัดการได้ยากมาก เพราะติดง่าย แพร่ระบาดไว และการที่มันค่อยๆ แทรกซึมไปแต่ละพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ ซึ่งมีการรวมตัว เช่น ชุมชนแออัด, ตลาด, โรงงาน ซึ่งแม้ว่าภาพรวมประเทศไม่ได้ล็อกดาวน์ จนทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก แต่การระบาดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่มีวันจบระยะเวลายาวนาน ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่นผู้บริโภค สังเกตได้จากในช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าออกจากบ้าน หรือออกไปทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้คนที่ทำมาค้าขาย ต่างก็ได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่มีลูกค้ามาซื้อของ ดังที่เห็นสภาพตลาดร้าง หรือห้างร้างในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวิเคราะห์จากตัวเลขของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยชัดเจนว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือน เม.ย.2564 ปรับตัวลดลงอีกครั้งมาอยู่ที่ระดับ 43.5 จาก 47.5 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต ในทุกภาคและทุกอาชีพ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 40.2 มาอยู่ที่ระดับ 36.4 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต ปรับลดลงจากระดับ 52.3 มาอยู่ที่ระดับ 48.2 ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาต่อไปก็คือ หากคนกลุ่มนี้มีภาระหนี้สินที่จะต้องผ่อนชำระ แต่ไม่สามารถหาเงินมาหมุนต่อได้ ก็จะก่อให้เกิดหนี้เสียตามมา ซึ่งก็จะไปกระทบกับธุรกิจธนาคารอีกทอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าตอนนี้ไทยยังพอมีข่าวดีในเรื่องของการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่องจากคู่ค้าต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด แต่มันก็มีเฉพาะผลดีต่อคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่สำหรับภายในประเทศก็ค่อนข้างฝืดเคืองมาก ต้องพึ่งการอัดฉีดงบประมาณจากภาครัฐเป็นหลัก ดังที่จะเห็นจากโครงการเราชนะ และ ม 33 เรารักกัน แต่มันก็เป็นเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด Krungthai COMPASS ออกมาประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจสำหรับปี 2021 ลดลงเหลือ 0.8%-1.6% และประเมินมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจอาจสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท แล้วแต่ว่าจะถึงเคสที่แย่ ที่ไทยต้องเจอการระบาดยาวนานถึง 5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงจุดนี้ก็เริ่มมีบางแนวคิดแล้ว ถึงเวลาที่รัฐต้องใช้ยาแรงอีกครั้งหรือไม่ นั่นก็คือ การล็อกดาวน์ ซึ่งในครั้งนี้อาจจะทำในระยะสั้น เพียง 2 สัปดาห์ เพื่อให้หยุดทุกกิจกรรม ในจังหวัดที่มีการระบาดหนัก เพื่อที่จะได้เบรกการแพร่ระบาดให้อยู่หมัด กดตัวเลขคนติดเชื้อให้ลดลง เรียกว่า เจ็บแต่จบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นนี้รัฐต้องดีดลูกคิด ประเมินสถานการณ์เอาเองว่า จะเลือกแนวทางไหน ถ้าเลือกแนวทางประคับประคอง ในระยะยาวเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน แต่ถ้าเลือกใช้ยาแรง การระบาดก็อาจจะจบลงเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องมือทั้งหมด รัฐบาลมีอยู่แล้ว ขึ้นอยู่จะจัดการกับเจ้าศัตรูตัวจิ๋วอย่างไร เพราะในอีกแง่ เรื่องของวัคซีน ซึ่งเป็นอาวุธสู้โควิด ก็ยังไม่สามารถพึ่งพาได้ในเวลานี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ต้องคิดถึงยาแรง, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
