<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องปรับตัวถึงปีหน้า ศบค.เผยรอโลกไร้เชื้อมีวัคซีน/สธ.ผวา!วัยรุ่นเริ่มชะล่าใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ดอดเยี่ยมสถานที่กักตัวคนกลับจาก ตปท.-รอรับ 207 คนไทยจากออสเตรเลีย สั่ง จนท.ดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ข่าวดี ศบค.พบติดเชื้อเพิ่ม 15 ราย ไม่มีเสียชีวิต รักษาตัวเหลือเพียง &amp;nbsp;277 ราย ข่าวร้ายต้องติดเชื้อเป็นศูนย์ทั้งโลกจึงมั่นใจได้ วอนปรับตัวเข้าวิถีชีวิตใหม่ถึงต้นปีหน้าจนกว่าจะได้วัคซีน สธ.ห่วงยอดป่วยลดทำคนไทยสบายใจเกินไป พบวัยรุ่น 4% ไม่สวมหน้ากากแม้ไอจาม หวั่นแพร่เชื้อโรคได้ตลอดเวลา ลุ้นจุฬาฯ วิจัยวัคซีนสำเร็จสัปดาห์หน้าก่อนทดลองในคน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; โยนปลดล็อกอยู่ที่ ศบค.จะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตรวจเยี่ยมสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของระบบกักกันโรคโควิด-19 ที่โรงแรม Ramada รัชดาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และเจ้าของสถานที่ โดยมีรายงานว่าผู้พักที่โรงแรมดังกล่าวส่วนหนึ่งเดินทางมาจากเกาหลีใต้ ซึ่งมีการกักตัวก่อนเดินทางเข้ามา 21 วัน เมื่อมาถึงก็ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพเพราะผ่านการคัดกรองมาแล้ว และทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะที่นายกฯ &amp;nbsp;กล่าวขอบคุณทั้งเจ้าหน้าที่และเจ้าของสถานที่ ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการดูแลผู้ที่เข้ามาพำนักกักกันตัวที่นี่ หากมีปัญหาขอให้แจ้งพร้อมที่จะแก้ปัญหาให้ทันที พร้อมกับระบุด้วยว่า การคัดกรองจากต้นทางถ้าทำได้จริงน่าจะดีกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ เดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรอรับคนไทยที่เดินทางกลับจากออสเตรเลียจำนวน 207 คน ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษา คนงาน นักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่ ซึ่งเดินทางถึงไทยเวลา 16.20 น. พร้อมตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ การคัดกรอง ระบบตรวจคนเข้าเมือง โดยที่ผ่านมานายกฯ ได้สั่งให้กระชับเวลาการตรวจเข้าเมืองและการคัดกรองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางกลับ ซึ่งฝ่ายที่ดูแลและร่วมปฏิบัติการ เช่น สาธารณสุข, การท่าอากาศยานฯ, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกลาโหม ได้รับไปดำเนินการว่าจะสามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ยกเว้นอากาศยานบางประเภท ซึ่งหนึ่งในข้อยกเว้นได้แก่ เครื่องบินเช่าเหมาลำที่นำคนไทยกลับประเทศ (Repatriation) และปฏิบัติตามมาตรการ Fit to Fly อย่างเข้มงวด โดยผู้ที่เดินทางกลับมาทั้งหมดนี้จะผ่านการตรวจคัดกรอง หากพบว่ามีไข้จะนำส่งโรงพยาบาลทันที หากปกติไม่มีไข้จะต้องเข้าสู่ระบบกักกันโรค หรือ State Quarantine ทุกคนเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้นายกฯ ได้รอรับคนไทยที่เดินทางกลับมาถึง พร้อมทั้งสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางและสุขภาพระหว่างรอขั้นตอนการคัดกรอง และแจ้งว่าหากขาดเหลือมีปัญหาใดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ทุกคนพร้อมดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่
รักษาตัวเหลือเพียง 277 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย แบ่งเป็นผู้มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 4 ราย ไปในสถานที่ชุมชน แออัด ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยวใน กทม. 3 ราย อาชีพเสี่ยงใน จ.นครปฐม 1 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน จ.ยะลา 2 ราย เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ 5 ราย &amp;nbsp;ในจำนวนนี้กลับมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 ราย และเนเธอร์แลนด์ 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,922 &amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสม 2,594 ราย ถือเป็นวันแรกที่ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรักษาตัวต่ำกว่า 300 ราย เหลือเพียง &amp;nbsp;277 ราย โดยไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้รายงานยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 51 ราย แม้ตัวเลขสรุปรายสัปดาห์จะค่อยๆ ลดลงมาตามลำดับเป็นเลขสองหลักจนเป็นที่น่าพอใจ แต่เราจะพยายามค้นหาเชิงรุกให้เจอในพื้นที่ที่มีการระบาดก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 2,920,738 เสียชีวิต 203,355 ราย สถานการณ์ทั่วโลกถือว่ายังไม่น่าไว้วางใจ การบินหรือการติดต่อระหว่างประเทศปิดเกือบหมดทั่วโลก มีผู้เดือดร้อนเพราะไวรัสตัวนี้ทั่วโลก อย่างรอบบ้านเราสิงคโปร์ที่มีประสบการณ์คล้ายเราที่สถานการณ์เคยดีมาก่อน &amp;nbsp;แต่มีการติดเชื้อจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว และเขาพื้นที่เล็กทำให้การกระจายตัวเร็วขึ้น ซึ่งเราได้บทเรียนตรงนี้มาจึงเกิดการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนคนไทยที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศในวันที่ 26 เม.ย. มาจากออสเตรเลีย 207 คน วันที่ 27 เม.ย. ญี่ปุ่น 35 คน นิวซีแลนด์ 168 คน และเนเธอร์แลนด์ 25 คน ซึ่งเป็นการต่อเครื่องบินของคนไทยที่อยู่ในยุโรป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศคบ.กล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 25 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 26 เม.ย. มีผู้ฝ่าฝืนชุมนุม มั่วสุม 87 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 47 ราย โดยเป็นการดื่มสุรา &amp;nbsp;เล่นพนัน และเสพยาเสพติด ออกนอกเคหสถานลดลงจากคืนก่อน 568 ราย จังหวัดที่มีการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ปทุมธานี รองลงมาคือ ระยอง, กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, สมุทรปราการ, สงขลา, ชลบุรี, กระบี่, &amp;nbsp;นครราชสีมา, นครปฐม และเชียงใหม่ และมี 18 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้กระทำผิดเลย ทั้งนี้ กลุ่มอายุที่กระทำผิดชุมนุมมั่วสุมอยู่ในช่วง 11-40 ปี เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ช่วงอายุ 51-60 ปี เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าสาเหตุมาจากการเล่นพนัน จึงฝากถึงพ่อบ้านให้เตือนไปยังแม่บ้าน เพราะถ้าติดเชื้อจะกระทบทั้งครอบครัว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากพบแรงงานต่างด้าวในศูนย์กักคนเข้าเมืองที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ติดเชื้อจำนวนมาก รัฐบาลจะดูแลอย่างไร รวมถึงพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวรวมตัวกันมากที่ จ.สมุทรสาคร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หน้าที่หลักของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะใช้วิธีค้นหาเชิงรุก จะมีทีมระบาดวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้าไปตรวจ และกรมอนามัยเข้าไปดูเรื่องความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดี ไม่เป็นแหล่งรังโรค เป็นเรื่องที่ สธ.คิดขึ้นมาทั้งระบบ แต่ที่สำคัญประชาชน แรงงานต่างด้าว และผู้ประกอบการต้องให้ความร่วมมือ ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ต้องเป็นผู้สังเกตอาการของตัวเอง หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้ง เพราะคนที่เฝ้าระวังดีที่สุดคือคนในพื้นที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ต้องปรับตัวถึงต้นปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า บางฝ่ายมองว่าชีวิตวิถีใหม่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเรื่องการทำมาหากินที่ยากขึ้น หากดีขึ้นมีโอกาสจะกลับไปใช้วิถีชีวิตแบบเดิมได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เข้าใจว่าท่านอยากกลับไปใช้วิถีชีวิตปกติ แต่ที่เรายังกลับไปปกติไม่ได้ อยากให้เข้าใจเรื่องสภาวการณ์การเกิดโรคนี้ เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ เพิ่งเกิดมา 3-4 เดือน เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อคือคนที่อยู่ในวัยทำงานและไม่มีอาการ เราไม่รู้ว่าใครติดเชื้อบ้าง เขายังเดินในสังคมตรงไหน ถ้าเรากลับไปใช้ชีวิตปกติเราจะมีโอกาสติดเชื้อจากคนเหล่านี้ได้มาก การแพร่ระบาดวันนี้แม้เราจะเจอหลักสิบ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราคุมมันได้ แม้จะเจอเป็นศูนย์ก็ต้องดูว่าต้องศูนย์นานเท่าไร และต้องศูนย์ทั้งโลกจึงจะมั่นใจได้ รอบบ้านเราตัวเลขยังทะยานขึ้นเกือบทุกประเทศ เชื้อในอากาศเต็มไปหมด ถ้าใช้วิถีเดิมเรามีโอกาสจะกลับมาระบาดใหม่ได้ ที่เราลงทุนไปในช่วงหลายเดือนก็แทบจะไม่ช่วยอะไร จะเป็นศูนย์ทันทีทันใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลาจะกลับไปสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลานานพอสมควร การจะกลับมาได้คือ 1.ต้องมียารักษาให้หาย ไม่ใช่แค่ระงับยับยั้ง หรือต้าน หรือไม่ให้โรคกำเริบ ซึ่งไม่เพียงพอ และ 2.มีวัคซีน ซึ่งถ้ามีวัคซีนการแพร่ระบาดของโรคจะจบลงตรงนั้น เท่าที่ได้รับทราบข้อมูลล่าสุดคือต้นปีหน้า เราจึงต้องใช้เวลาระหว่างนี้ในการควบคุมโรคให้ได้ ปรับพฤติกรรมให้ได้ ช่วงแรกหลายประเทศก็ไม่ยอมปรับตัว แต่พอตัวเลขขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักแสนก็ออกมาตรการคล้ายกับเรา แต่เราออกก่อนเราเลยมีตัวเลขไม่สูงเท่าเขา ถ้าออกช้าคงไม่ต่างกัน ดังนั้นถ้าเรายกเลิกเร็วก็จะกลับไปเหมือนต่างประเทศ การ์ดตกเมื่อไหร่สิ่งที่ลงทุนไปเป็นศูนย์ทันที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า วันที่ 26 เม.ย.ถือว่าครบรอบ 1 เดือนของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;เชื่อว่าสิ่งที่ออกมาได้รับความร่วมมือจากประชาชน ชุดข้อมูลทำให้เข้าใจสถานการณ์ เราเผชิญสถานการณ์ร่วมกัน ไม่ใช่แค่รัฐ บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับผิดชอบ แต่เราทุกคนต้องร่วมมือ ซึ่งพิสูจน์มาแล้วในรอบ 1 เดือน เราทุกคนต้องประคองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง การ์ดต้องไม่ตก เราปรับตัวเข้าสู่สภาวะการติดเชื้อได้อย่างดี จึงขอให้ทุกคนใช้เวลาตอนนี้ปรับตัวไปเรื่อยๆ ความสามารถของมนุษย์ทำให้เราคงอยู่ของเผ่าพันธุ์ได้หลายล้านปี สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤติและหายนะ แต่เราจะปรับตัวได้ตลอดและก้าวผ่านวิกฤติไปได้ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า &amp;nbsp;วันนี้ข่าวดีคือมีผู้ป่วยรักษาหาย 47 ราย รวมรักษาหาย 2,594 หรือคิดเป็นร้อยละ 90 ส่วนผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย ซึ่งจะเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ประชาชนเริ่มผ่อนคลายจากการที่ผู้ป่วยลดลง &amp;nbsp;มีการเดินทางมากขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงคือการป้องกันโรค ที่น่าเป็นห่วงกรมควบคุมโรคได้ทำการสำรวจความเห็นประชาชนมา 5 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดทำเมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยถามว่าถ้ามีอาการป่วย ไข้ ไอ จาม จะสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ พบว่ามี 4% ที่ตอบว่าจะไม่สวม ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น อาจจะเพราะความผ่อนคลายจากจำนวนผู้ป่วยลดลง และอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว &amp;nbsp;เพราะส่วนใหญ่ถ้าวัยรุ่นติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรง&amp;nbsp;
ลุ้นจุฬาฯ พัฒนาวัคซีนสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ต้องย้ำให้เข้าใจกันว่า โรคระบบทางเดินหายใจนั้นสามารถกลับมาระบาดได้ตลอดเวลา ยิ่งตอนนี้คนเริ่มกลับมาทำงานแล้ว การเว้นระยะห่างระหว่างกันอาจจะทำได้ลำบากขึ้น เพราะฉะนั้นการสวมหน้ากากเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการป้องกันโรค แม้ผลสำรวจจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะสวมหน้าหน้ากาก แต่เรายังต้องการความร่วมมือจากทุกคน ถ้าเรายังไม่ตระหนัก จาก 4% ที่ไม่สวมหน้ากาก อาจจะขยายวงกว้างขึ้น&amp;quot; นพ.โสภณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ดร.พิไลลักษณ์ &amp;nbsp;อัคคไพบูลย์ โอกาดะ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ แถลงความคืบหน้าผลการตรวจแล็บทั่วประเทศและการถอดรหัสพันธุกรรมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย นพ.โอภาสกล่าวว่า &amp;nbsp;ธรรมชาติของเชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา แต่ช้ากว่าไข้หวัดใหญ่ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์น้อยมาก ยังไม่มีนัยสำคัญว่าการกลายพันธุ์ทำให้เชื้อรุนแรงขึ้นหรือติดง่ายขึ้น ขณะนี้เราเพิ่งนำเชื้อจากผู้ป่วยมาตรวจสอบและวิเคราะห์เพียง 20 ตัวอย่างและกำลังจะวิเคราะห์ให้ครบ 40 ตัวอย่าง โดยคณะผู้วิจัยทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;และ รพ.ศิริราชจะพยายามศึกษาติดตามถอดรหัสพันธุกรรมให้มากที่สุดเพื่อติดตามความรุนแรงต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีหลายมหาวิทยาลัยกำลังพัฒนา เช่น จุฬาฯ ได้มีการทดสอบในสัตว์ และได้ส่งตัวอย่างเลือดของสัตว์มาให้กรมวิทยาศาสตร์ฯ ตรวจวิเคราะห์ว่าเลือดดังกล่าวสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันขึ้นหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากภูมิคุ้มกันขึ้นก็จะสามารถนำไปสู่กระบวนการทดสอบในคนต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของ รพ.ศิริราชที่ได้ขอให้กรมวิทยาศาสตร์ฯ เพาะเชื้อเพิ่มนั้น ก็ได้รับตัวไปพัฒนาวัคซีนแล้ว อยู่ระหว่างการทดลองหากมีความคืบหน้าก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พิไลลักษณ์กล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 คุณสมบัติการจับตัวกับมนุษย์มีความแตกต่างกับไวรัสโรคซาร์ส ทำให้การก่อโรคต่างกัน ในปัจจุบันมีการแบ่งสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็น 3 สายพันธุ์ คือ ไทป์ S, G และ V โดยประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบหลักๆ คือ ไทป์ S แต่สายพันธุ์ S, G และ V &amp;nbsp;มีความแตกต่างกันเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยังไม่แสดงผลว่ามีการก่อโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้นการศึกษาต่อๆ ไปจากที่เราศึกษา 40 ราย จะถอดรหัสพันธุกรรมเพิ่มจนครบ 100 ราย เพื่อดูการกระจายตัวและดูสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไปต่อ โดยอนาคตจะร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและสภากาชาดไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการเตรียมปลดล็อกบ้านเมืองว่า เรื่องนี้หน่วยงานที่ออกนโยบายหลักคือรัฐบาล หรือ ศบค. ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นเพียงหนึ่งขาที่จะนำเสนอมาตรการต่างๆ ให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาร่วมกับข้อเสนอของขาอื่นๆ ด้วย &amp;nbsp;ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และคมนาคม เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุขเป็นหนึ่งในนั้นที่จะเสนอเรื่องการแพทย์ การพยาบาล และการเฝ้าระวังต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่จะต้องทำและต้องรายงานเสนอไปยังผู้กำหนดนโยบายต่อไป
เรือนจำปลอดโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตัดงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ &amp;nbsp;&amp;quot;บัตรทอง&amp;quot; นั้น นายอนุทินกล่าวย้ำว่าเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ทำเนียบรัฐบาล โฆษกรัฐบาล ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณชี้แจงชัดเจนแล้วว่าไม่มีการแตะสิทธิ์ใดๆ ของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายใน การบริหารบัญชี ประชาชนไม่ต้องกังวล ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ของประชาชนแม้แต่นิดที่ถูกนำออกไป ขอให้เชื่อมั่นในระบบการสาธารณสุขของประเทศนี้ไม่มีใครไปแตะต้องอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการป้องกันเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำว่า &amp;nbsp;เวลานี้ในเรือนจำยังเป็นพื้นที่ปลอดเชื้อ เพราะที่ผ่านมาได้กำชับกรมราชทัณฑ์ รวมถึงให้มีแนวทางการป้องกันและการกักเชื้อให้ได้มาตรฐาน ใส่ใจผู้ต้องขัง เพราะหากเชื้อไวรัสหลุดเข้าเรือนจำจะส่งผลเสียอย่างมาก ตอนนี้ก็ทำได้ดี มีการคัดกรองนักโทษแรกรับต่อวันมากมาย แต่ก็ไม่มีเชื้อหลุดรอดเข้าไป ถือว่าทุกคนทำงานได้ดีไม่ประมาทละเลย และมาตรการนี้จะไม่ลดหย่อนลงจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าเชื้อไวรัสโควิดหมดไปจากประเทศไทยจริงๆ ขณะนี้ตัวเลขสะสมผู้ติดเชื้อมีไม่ถึง 10 ราย โดยเรามีผู้ต้องขัง &amp;nbsp;380,000 คน สะท้อนความแข็งขันจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา &amp;nbsp;09.00 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กห. และประชุมร่วมกับเหล่าทัพเพื่อติดตามการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ (State Quarantine) ที่ศาลาว่าการกลาโหม สรุปภาพรวมสัปดาห์หน้าระหว่าง 26-30 เม.ย.จะมีคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติจำนวน 1,071 คน จากออสเตรเลีย 207 คน ญี่ปุ่น 35 คน เนเธอร์แลนด์ 25 คน สเปน 42 &amp;nbsp;คน อินเดีย 601 คน รวมทั้งนิวซีแลนด์ 168 คน ซึ่งมีเด็กกว่า 50 คน โดยทั้งหมดจะทยอยเดินทางเข้ามาผ่านกระบวนการคัดกรองและเข้าพักในสถานที่ที่กำหนดตามมาตรการควบคุมโรคแห่งรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญได้ย้ำให้ทุกเหล่าทัพประสานกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและเป็นที่เชื่อมั่นร่วมกัน ในการดำเนินการอย่างเข้มข้นตามมาตรการคัดกรองทั้งจากด่านชายแดนและท่าอากาศยานนานาชาติ ต่อเนื่องไปถึงมาตรการดูแลกักกันควบคุมโรคของรัฐทุกสถานที่ที่จัดตั้งขึ้นอย่างมีมาตรฐานต่อเนื่องกันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ประสานการดำเนินการกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ที่ทำการปกครองจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความช่วยเหลือคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่อาศัยและคนตกงานที่มาจากจังหวัดอื่น โดยให้จัดอาหารให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต พร้อมทั้งดำเนินการตามมาตรการคัดกรองโรค และหากพบว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังให้ดำเนินการตามแนวทางของ สธ. รวมทั้งดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือคนตกงานกลับภูมิลำเนา โดยสำรวจข้อมูลและสำรวจปัญหาความต้องการของคนเร่ร่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่มีรัฐมนตรีเป็นทัพหน้าเพื่อดูแลทุกข์สุขประชาชนทั้ง 7 ด้าน ทั้งด้านสาธารณสุข คมนาคม &amp;nbsp;การท่องเที่ยวและกีฬา เกษตร เศรษฐกิจการค้า การศึกษา และท้องถิ่น ภายใต้การกำชับของนายอนุทิน &amp;nbsp;ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีทุกคนต่างทำหน้าที่ทั้งทางด้านนโยบายและการลงพื้นที่เพื่อดูแลช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64345</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวคนกลับจากต่างประเทศ, ติดเชื้อเพิ่ม 15 ราย, ต้องปรับตัวถึงปีหน้า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea585a30ab9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
