<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐป้ายสีจีนแฮ็กข้อมูล 140ผู้นำโลกดันใช้วัคซีนฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยอดสังเวยโควิด-19 จ่อ 300,000 ศพ อนามัยโลกเตือนไวรัสโคโรนาอาจคงอยู่ตลอดไปและชาวโลกต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ยันยอมรับไม่ได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อค้านเปิดประเทศ ทางการสหรัฐอเมริกากล่าวหาจีนพยายามแฮ็กข้อมูลยาและวัคซีน ขณะผู้นำทั่วโลกกว่า &amp;nbsp;140 คนลงนามจดหมายเรียกร้องวัคซีนและยาฟรีสำหรับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐอเมริกาถึงช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายใน 188 ประเทศและดินแดน มียอดสะสมที่ 4.364 ล้านรายแล้ว และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 297,491 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 1,390,764 ราย, อันดับ 2 รัสเซีย 252,245 ราย, อันดับ 3 สหราชอาณาจักร 230,985 ราย, อันดับ 4 สเปน 228,691 ราย, อันดับ 5 อิตาลี 222,104 ราย, อันดับ 6 &amp;nbsp;บราซิล 190,137 ราย, อันดับ 7 ฝรั่งเศส 178,184 ราย, อันดับ 8 เยอรมนี 174,098 ราย, อันดับ 9 ตุรกี &amp;nbsp;143,114 ราย และอันดับ 10 อิหร่าน 112,725 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด อันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกาที่ 84,136 ราย เพิ่มขึ้นวันเดียวมากกว่า 1,800 ราย, อันดับ 2 สหราชอาณาจักร 33,264 ราย, อันดับ 3 อิตาลี 31,106 ราย, อันดับ 4 &amp;nbsp;สเปน 27,104 ราย, อันดับ 5 ฝรั่งเศส 27,077 ราย, อันดับ 6 บราซิล 13,240 ราย, อันดับ 7 เบลเยียม &amp;nbsp;8,903 ราย, อันดับ 8 เยอรมนี 7,861 ราย, อันดับ 9 อิหร่าน 6,783 ราย และอันดับ 10 เนเธอร์แลนด์ &amp;nbsp;5,581 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด และเมื่อวันพฤหัสบดีกระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 752 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 26,098 รายแล้ว เสียชีวิต 21 รายเท่าเดิม, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 258 คน ยอดรวมเป็น 11,876 คน เสียชีวิตเพิ่ม 18 คน ยอดรวมเป็น 790 คน, มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 40 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน ยอดติดเชื้อสะสมเป็น 6,819 คน เสียชีวิต 112 &amp;nbsp;คน ส่วนอินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 568 คน เสียชีวิตเพิ่ม 15 คน ยอดติดเชื้อสะสมเป็น 16,006 คน &amp;nbsp;และเสียชีวิต 1,043 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทุเลาลงในหลายประเทศและรัฐบาลต่างๆ ทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อ โดยองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) &amp;nbsp;ได้กล่าวเตือนอีกครั้งเมื่อวันพุธว่า ไวรัสนี้อาจไม่มีวันหายขาดไปจากโลกและชาวโลกต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แบบเดียวกับไวรัสเอชไอวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เรามีไวรัสชนิดใหม่เข้าสู่ประชากรมนุษย์เป็นครั้งแรก ฉะนั้นจึงยากที่จะทำนายว่าเราจะเอาชนะมันได้เมื่อใด&amp;quot; ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ แถลงที่นครเจนีวา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 มีประชากรเกินครึ่งโลกที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ดับเบิลยูเอชโอเตือนว่า ไม่มีทางที่จะรับประกันได้ว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดจะไม่กระตุ้นให้เกิดการแพร่เชื้อระลอกสอง &amp;quot;หลายประเทศอยากจะออกจากมาตรการที่แตกต่างกัน&amp;quot; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอกล่าว &amp;quot;แต่คำแนะนำของเรายังคงเป็นการขอให้ประเทศทั้งหลายคงความตื่นตัวในระดับสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐอเมริกาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังมีปัญหาขัดแย้งกับผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เมื่อทรัมป์พยายามผลักดันให้สหรัฐอเมริกากลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเร็ว หวังจะพลิกฟื้นภาวะเศรษฐกิจที่แนวโน้มกำลังมืดมัว ซึ่งตอกย้ำด้วยการคาดการณ์ของเจอโรม เพาเวลล์ &amp;nbsp;ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาว่า การชัตดาวน์ยืดเยื้ออาจก่อคลื่นของการล้มละลายที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ ทรัมป์กล่าวตอบโต้ ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่ได้รับการยอมรับในแวดวงระหว่างประเทศ และยังทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการรับมือโควิด-19 ให้รัฐบาลของเขา โดยบอกว่าคำกล่าวของเฟาซีที่ว่าการเปิดประเทศเร็วไปเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่ไม่สามารถควบคุมได้นั้น เป็นคำพูดที่ &amp;quot;ไม่อาจยอมรับได้&amp;quot; และเขาไม่เห็นด้วยกับเฟาซีเรื่องการปิดโรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษาต่อไปอีก แทนที่จะเปิดได้ในเดือนกันยายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังทวีตโจมตีจีนซ้ำอีกว่า โลกต้องประสบกับโรคระบาดรุนแรงจากจีน และการทำข้อตกลงการค้าต่อให้มากถึง 100 ฉบับก็ไม่ได้สร้างความแตกต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และสำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;(ซีไอเอสเอ) ของสหรัฐอเมริกากล่าวโทษจีนว่า แฮกเกอร์จีนกำลังพยายามขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนายาและวัคซีน แต่ทั้งสองหน่วยงานนี้ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในวันพฤหัสบดี จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่า สหรัฐอเมริกาใส่ร้ายป้ายสีจีนอีกแล้ว พร้อมกับย้อนว่าหากดูจากประวัติในอดีต สหรัฐอเมริกาคือผู้ที่ปฏิบัติการปล้นทางไซเบอร์ทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุด และจีนมีเหตุผลให้ต้องกังวลมากกว่าว่าจะตกเป็นเป้าหมายการจารกรรมทางไซเบอร์ เพราะจีนกำลังเป็นผู้นำของโลกในการค้นคว้าวิจัยและรักษาโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงขณะนี้ยังไม่มียาใดที่สามารถรักษาโควิด-19 ได้ และวัคซีนป้องกันก็ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาในหลายประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีผู้นำประเทศทั้งในอดีตและปัจจุบันมากกว่า 140 คนร่วมกันลงนามในจดหมายฉบับหนึ่ง เรียกร้องว่าวัคซีนโรคโควิด-19 ไม่ควรถูกจดสิทธิบัตรและความรู้นี้ควรแบ่งปันแก่ทุกประเทศ และทุกคนในโลกควรได้รับวัคซีนโดยเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำที่ร่วมลงนามในจดหมายนี้มีอาทิ ประธานาธิบดีไซริล รามาโพซา แห่งแอฟริกาใต้ และนายกฯ &amp;nbsp;อิมรอน ข่าน ของปากีสถาน เรียกร้องด้วยว่าสมัชชาอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชเอ) ที่จะประชุมใหญ่ประจำปีในสัปดาห์หน้าควรผลักดันแนวคิดนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65966</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน, ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19, ยอดสังเวยโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนามัยโลก, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd49c6abd66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
