<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฎิรูปการศึกษา&quot;เด็กพิเศษ&quot;ต้องให้เรียนรวมกับเด็กปกติ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศธ.-บอร์ดอิสระฯ วางแผนเตรียมปฏิรูปการศึกษาบบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ &amp;nbsp;หรือกลุ่มเด็กพิการ ทั้งแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค &amp;nbsp;ย้ำต้องสร้างมุมมองใหม่ผู้เกี่ยวข้องทั้งโรงเรียน พ่อแม่ &amp;nbsp; ต้องเรียนรวมกับเด็กปกติ &amp;nbsp;เน้นการมีอาชีพในอนาคต &amp;nbsp; แบ่งเป้าสำเร็จ 2 ระยะ &amp;nbsp;3 เดือน และ &amp;nbsp;6 เดือน -1 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ &amp;nbsp;และ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่จะแก้ปัญหาสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติ เช่น ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ และให้เด็กสามารถเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาทั่วถึง &amp;nbsp;และทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า จากนี้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจะได้รับการดูแลที่ชัดเจนมากขึ้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจากคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการว่า อยากให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เพื่อทำหน้าที่ดูแลคนพิการและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) ฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพูดถึงการดำเนินการเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษสำเร็จโดยเร่งด่วนว่า อันดับแรกจะต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อดูแลช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ จากนั้นจะต้องทำให้เด็กพิการได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการมีงานทำหรือการเรียนอาชีพควบคู่กันไป ส่วนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ซึ่งมีเป็นแสนคน แต่เมื่อมีการตรวจสอบในเชิงวิจัยแล้ว พบว่า มีเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้จริง ๆ ประมาณร้อยละ 40 ดังนั้นจะต้องหาวิธีการคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้จริงๆ ให้ได้ ไม่ใช่เด็กเรียนช้า เพราะเด็ก 2 กลุ่มเป็นคนละกลุ่มกัน ซึ่งคนที่จะทำหน้าที่นี้ไม่ใช่เป็นภาระของฝ่ายแพทย์เท่านั้น แต่โรงเรียนหรือฝ่ายการศึกษาจะต้องเข้ามาทำหน้าที่ในการคัดกรองด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้จะต้องมีการนำเรื่องดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ เพื่อนำบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้ามาสู่ระบบการศึกษา และต้องมีการวางระบบที่ควบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ต้องเสริมความรู้ให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้ามาช่วยดูแลเด็กด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะแยกเด็กกลุ่มนี้ ออกไปเรียนต่างหาก คงต้องปรับระบบโรงเรียนและความคิดของสังคม โดยใช้วิธีการค่อยๆ ทำไป และเรื่องสุดท้ายคือการประกันคุณภาพที่ว่าโรงเรียนกลุ่มนี้จะต้องมีมาตรฐานของตนเอง เพื่อเป็นตัวกำกับหลายเรื่องให้เป็นไปตามหลักการ เช่น มาตรฐานที่กำกับว่าทุกโรงเรียนต้องดูแลเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อให้โรเรียนไม่สามารถปฏิเสธเด็กกลุ่มนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้วางแนวทางการทำงานให้ประสบความสำเร็จเป็น &amp;nbsp;2 ระยะ คือ ช่วงเวลา 3 เดือน และ &amp;nbsp;6 เดือน -1 ปี &amp;nbsp;โดยมอบให้คณะกรรมการปฏิรูปการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษไปพิจารณาต่อ แล้วทำเป็นแผนงานเสนอต่อที่ประชุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่ประชุมเห็นว่ามีความจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเปลี่ยนความคิด วิธีการที่จะมองการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการใหม่ &amp;nbsp;ส่วนสถานศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มพิเศษจะต้องจัดให้มีความเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง เช่น เรื่องความสะอาด การติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องเรียนหรือในโรงเรียน เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องให้เด็กพิเศษเรียนรวมกับเด็กปกติ, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ปฎิรูปการศึกษาเด็กพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72748ff1501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
