<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเมียนมาจัดงานศพฉลองวันเกิดให้&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมียนมาจัดกิจกรรมงานศพหลอก เผาโลงจำลอง และรูปภาพของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดปีที่ 65 ของเขาเมื่อวันเสาร์ ขณะรัฐบาลสหรัฐแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบริษัทเมียนมารอบใหม่อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม กล่าวว่า การจัดพิธีศพหลอกๆ เพื่อล้อเลียนวันคล้ายวันเกิดของผู้นำทหารเมียนมาเกิดขึ้นในหลายเมือง ส่วนในโซเชียลมีเดีย ผู้ต่อต้านรัฐประหารบางคนโพสต์ภาพขนมจีนโมฮิงกา ที่เป็นอาหารท้องถิ่นของเมียนมาที่เจ้าภาพมักเลี้ยงแขกในงานศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉันทำ (โมฮิงกา) ในวันเกิดของเขา เพราะอยากให้เขาตายเร็วๆ&amp;quot; ชาวย่างกุ้งคนหนึ่งบอก &amp;quot;คนบริสุทธิ์มากมายเสียชีวิตเพราะเขา ฉะนั้น ถ้าเขาตาย คนทั้งประเทศก็จะมีความสุข&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมา นักเคลื่อนไหวบางคนเผารูปภาพของนายพลอาวุโสและจุดไฟเผาโลงศพจำลอง &amp;quot;เพราะคนคนนี้ ประเทศเมียนมาของเราถึงมีปัญหามากมาย&amp;quot; ชาวมัณฑะเลย์คนหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;ที่จริงเขาไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ ดังนั้น เราจึงจัดงานศพให้เขาเพราะเราอยากบอกว่าเขาควรตาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ขออย่าได้ไปสู่สุคติ&amp;quot; และ &amp;quot;ขอให้วันเกิดเหมือนกับวันตายของคุณ&amp;quot; ข้อความในพวงหรีดของผู้ประท้วงในรัฐมอญทางภาคตะวันออก และมีรายงานการประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย มีอายุครบ 65 ปีในวันนี้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ของเมียนมา เป็นอายุที่ต้องเกษียณอายุราชการ แต่กฎหมายนี้ถูกยกเลิกแล้วหลังจากการรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขายึดอำนาจเพราะนายพลผู้นี้มองไม่เห็นหนทางที่จะครองอำนาจต่อไปได้ด้วยความช่วยเหลือของพรรคการเมืองที่หนุนหลังกองทัพ ซึ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบเมื่อปลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตร 22 บุคคลและ 4 บริษัทในเมียนมา ฐานเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและการปราบปรามขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเป็นการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากการลงโทษของสหรัฐก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์, มีนาคม และพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคล 22 คนที่กระทรวงการคลังคว่ำบาตร รวมถึงรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศ, เพื่อการลงทุน, แรงงานและคนเข้าเมือง และสวัสดิการสังคม ที่เหลือคือสมาชิก 3 คนของสภาบริหารแห่งรัฐ ที่เป็นชื่อทางการของคณะรัฐบาลทหาร กับภรรยาและลูกวัยผู้ใหญ่ของเจ้าหน้าที่เหล่านี้อีก 15 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรการแซงก์ชัน ทรัพย์สินทั้งหมดของบุคคลเหล่านี้ในสหรัฐจะถูกอายัดไว้ และชาวอเมริกันหรือผู้ที่อยู่ในสหรัฐจะไม่สามารถทำธุรกรรมหรือติดต่อธุรกิจกับพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังได้คว่ำบาตรบริษัท 4 แห่ง ได้แก่ คิงรอยัลเทคโนโลยี ที่ให้บริการดาวเทียมสื่อสารสนับสนุนกองทัพ และบริษัท วันเปาไมนิง กับบริษัทในเครืออีก 2 แห่ง ที่มีข้อตกลงแบ่งปันรายได้กับบริษัทหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนทางการเงินแก่กระทรวงกลาโหมเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108502</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดงานศพ, ต้านรัฐประหาร, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, วันเกิดมิน อ่อง หล่าย, สหรัฐแซงก์ชัน, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e03eea4b362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปล่อยผู้ประท้วงต้านรัฐประหารพ้นคุกมากกว่า2,000คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเมียนมาปล่อยตัวผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารมากกว่า 2,000 คนพ้นจากเรือนจำทั่วประเทศในวันพุธ ซึ่งรวมถึงนักข่าวเมียนมาหลายคนที่ถูกจองจำเพราะรายงานการปราบปรามนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชูสามนิ้วขณะขึ้นรถบัสออกจากเรือนจำอินเส่งเมื่อวันพุธ (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 30 มิถุนายนกล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศข่าวการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังเหล่านี้ ฝูงชนไม่ต่ำกว่า 200 คนพากันไปรวมตัวที่ด้านนอกเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้งเพื่อรอลุ้นว่าญาติมิตรของตนได้รับการปล่อยตัวหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่สภาบริหารแห่งรัฐใช้กำลังปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่ยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ข้อมูลจากองค์กรเอกชนระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 880 คน และมีคนถูกจับกุมเกือบ 6,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงเย็นวันพุธ คณะทำงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลทหารกล่าว่า มีผู้ประท้วงได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำทั่วประเทศแล้ว 2,296 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีภาพที่รถบัสหลายคันนำผู้ถูกคุมขังเหล่านี้ออกจากอินเส่งไปส่งที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อปล่อยตัว พวกที่อยู่บนรถพากันชูสัญลักษณ์สามนิ้วผ่านหน้าต่างรถบัส สื่อท้องถิ่นเผยแพร่ภาพถ่ายที่รถบรรทุกหลายคันพาผู้ถูกขังแล่นไปยังเมืองมิตจีนาทางภาคเหนือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เค ซอน เว นักข่าวของเมียนมานาว ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกปล่อยตัวจากอินเส่ง เธอบอกว่าประสบกับหลายสิ่งหลายอย่างขณะโดนคุมขัง แต่จะอธิบายในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีช่างภาพนักข่าว เย มโย กัน จากสำนักข่าวเมียนมา ที่โดนคุมขัง 120 วัน ได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดนนี เฟนส์เตอร์ นักข่าวชาวอเมริกัน ถูกคุมขังอยู่ที่อินเส่งหลังจากโดนควบคุมตัวเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำผู้หนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่าไม่มีชาวต่างชาติได้รับการปล่อยตัวในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมาจากอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวว่า แม้การปล่อยตัวจะได้รับการตอบรับจากครอบครัวและบุคคลต่างๆ แต่ก็ไม่ส่งผลใดๆ ต่อการขัดขืนของประชาชนต่อการปกครองโดยทหาร คนเหล่านี้ไม่สมควรโดนกักขังตั้งแต่แรก และต้องจดจำด้วยว่าบางคนโดนการสอบปากคำอย่างโหดร้ายและทรมาน ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างถาวระ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, ปล่อยผู้ประท้วง, เมียนมา, เรือนจำอินเส่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dca4100f2e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารเมียนมาปะทะกลุ่มติดอาวุธต้านรัฐกลางเมืองมัณฑะเลย์ ดับ4ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แนวรบขยับเข้าเมืองแล้ว ทหารเมียนมาพร้อมยานหุ้มเกราะ 3 คันบุกจู่โจมฐานที่มั่นของกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลทหารในเมืองมัณฑะเลย์เมื่อเช้าวันอังคาร ปะทะดุเดือดโดยมีรายงานว่าล้มตายทั้งสองฝ่าย กบฏอ้างทหารตาย 2 นาย แต่กองทัพระบุฆ่า &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ได้ 4 คน จับกุมอีก 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายที่กองทัพเมียนมาเผยแพร่ ขณะทหารและตำรวจจับกุมคนหลายคนระหว่างการบุกจู่โจมบ้านหลังหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์เมื่อเช้าวันอังคาร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างข่าวจากสื่ออิสระและสื่อทางการเมียนมา รวมถึงสมาชิกของกองกำลังป้องกันประชาชน (พีดีเอฟ) ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธก่อตั้งขึ้นใหม่เมื่อไม่นานมานี้เพื่อต่อสู้กับระบอบทหาร เอเอฟพีกล่าวว่าการปะทะเมื่อเช้าวันอังคารที่ 22 มิถุนายน เกิดขึ้นที่ตำบลชานเมียตาซีของมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของทีมข่าวสารรัฐบาลทหารกล่าวว่า กองกำลังความมั่นคงทหาร-ตำรวจบุกจู่โจมบ้านหลังหนึ่งภายหลังได้รับแจ้งเบาะแส แต่กลับเผชิญการต่อต้านด้วยอาวุธขนาดเล็กและระเบิดมือ ทำให้สมาชิกกองกำลังความมั่นคงบางนายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; โดนฆ่าตาย 4 ราย และถูกจับกุม 8 รายพร้อมกับระเบิดประดิษฐ์เอง, ระเบิดมือ และอาวุธขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ กองกำลังความมั่นคงเมียนมาใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยข้อมูลจากองค์กรเอกชน สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง กล่าวว่า มีพลเรือนโดนฆ่าตายอย่างน้อย 873 รายแล้ว รัฐบาลทหารปฏิเสธตัวเลขนี้ แต่การต่อต้านยังคงดำเนินอยู่ทั่วเมียนมาโดยมีหลายกลุ่มจัดตั้งเป็นกองกำลังป้องกันตนเองของประชาชนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ การต่อสู้เกิดขึ้นกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มเล็กๆ ที่จำกัดอยู่ในเมืองเล็กๆ และเขตชนบทเป็นหลัก แต่การปะทะเมื่อวันอังคารเกิดขึ้นในเมืองใหญ่เป็นครั้งแรก โดยกองกำลังป้องกันประชาชนในมัณฑะเลย์บอกว่า สมาชิกของพวกตนตอบโต้ที่ทหารบุกจู่โจมฐานที่มั่นของพวกตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นแล้ว จะมีการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีก&amp;quot; ร้อยเอกตุน เต๊าะ ไนง์ สมาชิกกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้บอกกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอที่ถ่ายโดยชาวบ้านคนหนึ่งในพื้นที่นั้นเผยว่ามีเสียงปืนดังขึ้นซ้ำๆ ขณะที่รายงานของเมียนมานาวกล่าวว่า ทหารประมาณ 20 นายเปิดฉากจู่โจมกลุ่มนี้ ทำให้มีการยิงปะทะกันกับทหารซึ่งใช้ยานหุ้มเกราะ 3 คันในปฏิบัติการครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกอีกคนของกองกำลังนี้บอกกับสำนักข่าวออนไลน์มิสซิมาว่า สมาชิกในกลุ่ม 6 คนโดนจับกุม และมีทหารเสียชีวิต 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์เมียวดีของกองทัพเมียนมา รายงานผ่านช่องทางเทเลแกรมว่า กองกำลังความมั่นคงบุกจู่โจมบ้านหลังหนึ่ง และ &amp;quot;ผู้ก่อการร้ายติดอาวุธ&amp;quot; โจมตีตอบโต้ด้วยอาวุธขนาดเล็กและระเบิด มีผู้ก่อการร้ายโดนฆ่าตาย 4 คน และโดนจับกุม 8 คน และมีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงบางนายได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พื้นที่อื่นๆ ของเมียนมามีการปะทะกันระหว่างกองทัพกับกองกำลังติดอาวุธที่เปิดฉากโจมตีทหาร โดยกองทัพตอบโต้ด้วยปืนใหญ่และโจมตีทางอากาศ มีรายงานความสูญเสียจากทั้งสองฝ่าย และประชาชนต้องทิ้งถิ่นฐานหนีภัยสู้รบนับแสนคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107260</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังป้องกันประชาชน, ต้านรัฐประหาร, มัณฑะเลย์, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1d02408ed0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวพม่าต้านรัฐบาลทหารหันรณรงค์สนับสนุนโรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาทั้งนักเคลื่อนไหวและพลเรือนชาวพม่าร่วมกันแสดงพลังสนับสนุนชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา ด้วยการสวมชุดดำถ่ายรูปชูสามนิ้วต่อต้านรัฐประหารแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ดันแฮชแท็ก &amp;quot;สีดำเพื่อโรฮีนจา&amp;quot; ฮิตติดเทรนด์ทวิตเตอร์เมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 กล่าวว่า การรณรงค์ของฝ่ายต่อต้านรัฐประหารเมียนมา ซึ่งขยายวงกว้างรวมถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิของชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ต่างๆ ของเมียนมาด้วย ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนชาวเมียนมาในระดับกว้างขวางอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก จากที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยแสดงความเห็นใจต่อชะตากรรมของชาวโรฮีนจา ที่ถูกมองมาช้านานว่าเป็นพวกที่รุกล้ำข้ามชายแดนมาจากบังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสิบปีที่ผ่านมา ชาวโรฮีนจาถูกปฏิเสธสัญชาติเมียนมา, ไม่มีสิทธิและไม่สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐ และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นักเคลื่อนไหวและพลเรือนชาวเมียนมาใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางแสดงการสนับสนุนชาวโรฮีนจา โดยพากันโพสต์ภาพถ่ายสวมชุดสีดำ ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วต่อต้านรัฐประหาร พร้อมติดแฮชแท็ก &amp;quot;#Black4Rohingya&amp;quot; ลงโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณทุกคนและพวกเราทุกคนในเมียนมาต้องได้รับความยุติธรรม&amp;quot; ทินซา ชุนเล ยี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิคนดังของเมียนมา เขียนลงทวิตเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นยังเผยแพร่ภาพการชุมนุมประท้วงขนาดเล็กที่นครย่างกุ้ง โดยผู้ประท้วงสวมชุดดำชูป้ายภาษาพม่าว่า พวกเขากำลังประท้วงเพื่อชาวโรฮีนจาที่โดนกดขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ แฮชแท็กสีดำเพื่อโรฮีนจาติดเทรนด์นิยมในทวิตเตอร์เมียนมา โดยมีการกล่าวถึงมากกว่า 180,000 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแสดงความสนับสนุนชาวมุสลิมโรฮีนจาโดยชาวเมียนมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเชื้อสายพม่า ในวันอาทิตย์ เป็นท่าทีที่แตกต่างอย่างยิ่งจากเมื่อหลายปีก่อน ที่แม้แต่การใช้คำเรียก &amp;quot;โรฮีนจา&amp;quot; ยังเป็นชนวนก่อความขัดแย้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามนองเลือดของกองทัพเมียนมาที่รัฐยะไข่เมื่อปี 2560 ผลักดันให้ชาวโรฮีนจาราว 740,000 คน หนีข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศ พร้อมกับคำบอกเล่าเรื่องการข่มขืน, ฆ่าหมู่และวางเพลิง แต่กองทัพเมียนมาอ้างเหตุผลสนับสนุนการปราบปรามว่าเพื่อกำจัดกลุ่มก่อความไม่สงบที่โจมตีที่มั่นของฝ่ายความมั่นคงและสังหารเจ้าหน้าที่ นางอองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนยังเคยเดินทางไปกรุงเฮกด้วยตนเอง เพื่อต่อสู้คำกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โร เน ซัน ลวิน นักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจาคนดังซึ่งมีฐานอยู่ในยุโรป กล่าวกับเอเอฟพีว่า มีความพยายามรณรงค์ทางออนไลน์ทุกปีเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ แต่การรณรงค์เมื่อวันอาทิตย์เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นความนิยมที่แพร่สะพัดภายในเมียนมาเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารที่ประกอบด้วยอดีตสมาชิกรัฐสภา แกนนำชนกลุ่มน้อยและฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร ก็เคยออกแถลงการณ์หยิบยื่นไมตรีต่อชาวโรฮีนจา โดยเชิญให้พวกเขามาจับมือและมีส่วนร่วมในการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารเมียนมาระบุว่าเอ็นยูจีเป็นพวกก่อการร้าย ขณะที่พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ปฏิเสธคำเรียกโรฮีนจา โดยกล่าวว่าเป็นคำที่สมมติขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106266</URL_LINK>
                <HASHTAG>#Black4Rohingya, ต้านรัฐประหาร, ทวิตเตอร์, สนับสนุนโรฮีนจา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 23:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเงาเมียนมาถึงขั้นอ้อน&#039;โรฮีนจา&#039;ร่วมต่อต้านเผด็จการทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตอนนี้เห็นคุณค่าแล้ว รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมาที่เป็นการรวมตัวกันของฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร กล่าวเรียกร้องต่อชาวโรฮีนจาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่โดนกระทำมายาวนาน ให้เข้าร่วมกับการโค่นล้มเผด็จการทหาร โดยให้คำมั่นว่าจะให้สัญชาติและให้กลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติของเมียนมาที่พ้นจากตำแหน่งหลังการรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; นำโดยสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี ร่วมกันกับตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร จัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ขึ้น แต่รัฐบาลทหารขึ้นบัญชีสมาชิกรัฐบาลเงาชุดนี้ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ะผู้ที่ติดต่อสัมพันธ์กับพวกเขาจึงอาจถูกลงโทษต่อกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน กล่าวว่า กลุ่มนี้ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ เรียกร้องให้ชาวโรฮีนจาเข้าร่วมกับการต่อสู้ของพวกเขา &amp;quot;เราขอเชิญชาวโรฮีนจามาจับมือกับเราและคนอื่นๆ เพื่อเข้าร่วมในการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิต่อต้านเผด็จการทหาร&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลของนางซูจีหลีกเลี่ยงการใช้คำ &amp;quot;โรฮีนจา&amp;quot; มาโดยตลอด เนื่องจากเป็นคำที่มีความอ่อนไหวสำหรับเมียนมาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ โดยมักเรียกชาติพันธุ์นี้ว่า &amp;quot;ชาวมุสลิมที่อาศัยในรัฐยะไข่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเมียนมา ชาวโรฮีนจามักถูกมองว่าเป็นพวกที่รุกล้ำข้ามแดนเข้ามาจากบังกลาเทศ และถูกปฏิเสธความเป็นพลเมือง, สิทธิ และการเข้าถึงบริการของรัฐมานานหลายสิบปี ภายใต้สภาพการณ์ที่แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเรียกว่า คล้ายการแบ่งแยกสีผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นยูจียังให้คำมั่นสัญญาว่า จะยุติกฎหมายให้สัญชาติปี 2525 ที่เลือกปฏิบัติต่อชาวโรฮีนจา, ให้สัญญาว่าทุกคนที่เกิดในเมียนมาหรือเกิดกับชาวเมียนมาจะได้รับสัญชาติ นอกจากนี้ พวกเขายังให้คำมั่นว่าจะรับชาวโรฮีนจาทุกคนในค่ายลี้ภัยที่บังกลาเทศกลับเมียนมา &amp;quot;ทันทีที่การส่งกลับประเทศสามารถทำได้โดยสมัครใจ, ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามที่รัฐยะไข่เมื่อปี 2560 ผลักดันให้ชาวโรฮีนจามากกว่า 740,000 คนหนีข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ กองทัพเมียนมาอ้างว่าการปราบปรามครั้งนั้นชอบด้วยเหตุผล เพื่อกำจัดผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจาที่โจมตีที่มั่นของตำรวจและสังหารเจ้าหน้าที่หลายนาย ทั้งยังปฏิเสธคำกล่าวหาทั้งหมดเรื่องการกระทำทารุณโหดร้ายกับชาวโรฮีนจา ที่รายงานขององค์การสหประชาชาติเรียกว่า เทียบได้กับการล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีเคยปกป้องการกระทำของกองทัพ และถึงขั้นเดินทางไปขึ้นศาลที่กรุงเฮกเพื่อว่าความแก้ต่างข้อกล่าวหาล้างเผ่าพันธุ์ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้มีชาวโรฮีนจาอยู่ในเมียนมามากกว่า 600,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐยะไข่ แต่พวกเขาไม่ได้สิทธิพลเมืองและถูกจำกัดให้อยู่แต่ภายในค่ายหรือในหมู่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, รัฐบาลเงาเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, รัฐประหารเมียนมา, ร่วมต้านเผด็จการทหาร, เมียนมา, เอ็นยูจี, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกเมียนมาทั่วโลกร่วม&#039;ปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ&#039; มือดีวางระเบิดป่วนเมืองซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงต้านรัฐประหารในเมียนมาเดินขบวนประท้วงแบบแฟลชม็อบในหลายเมืองเมื่อวันอาทิตย์ พร้อมชุมชนชาวเมียนมาในประเทศต่างๆ เพื่อเรียกร้อง &amp;quot;ปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิเมียนมาทั่วโลก&amp;quot; ขณะระเบิดป่วนเมืองยังเกิดต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาในญี่ปุ่นเดินขบวนประท้วงผ่านย่านกินซาของกรุงโตเกียวในกิจกรรมปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิเมียนมาทั่วโลก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 (Photo by Yuichi Yamazaki/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม กล่าวว่า ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาชุมนุมกันแบบแฟลชม็อบในนครย่างกุ้งและอีกหลายเมืองของเมียนมาตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ เพื่อแสดงพลังแห่ง &amp;quot;การปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ&amp;quot; ต่อต้านการรัฐประหารที่ย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์บอกว่า การประท้วงโดยชุมชนชาวเมียนมาในต่างแดนยังเกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันในวันเดียวกันนี้ เนื่องในวันที่ผู้จัดการชุมนุมเรียกว่าเป็น &amp;quot;การปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิเมียนมาทั่วโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขย่าโลกด้วยเสียงแห่งความเป็นเอกภาพของชาวเมียนมา&amp;quot; ผู้จัดการชุมนุมกล่าวในแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมที่ย่างกุ้ง คนหนุ่มสาวออกมาชุมนุมกันแบบแฟลชม็อบที่มุมถนนสายหนึ่ง ก่อนจะเดินขบวนอย่างรวดเร็ว และสลายตัวกันทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับทหาร-ตำรวจ พวกเขาร้องตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและขับไล่เผด็จการทหาร พร้อมกับชูสัญลักษณ์สามนิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ที่เขตมัณฑะเลย์ ผู้ประท้วงหลายร้อยคนนำโดยพระภิกษุหลายรูป ออกมาเดินขบวนพร้อมกับถือธงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางอองซาน ซูจี ส่วนที่รัฐชาน คนหนุ่มสาวเดินขบวนถือป้ายข้อความว่าพวกเราไม่ยอมถูกปกครอง แต่มีรายงานว่า ที่เมืองสี่ป้อเมื่อเวลา 10 โมงเช้า เกิดเหตุรุนแรงขึ้นเมื่อกองกำลังฝ่ายความมั่นคงปราบปรามผู้ประท้วง ทำให้คนตายอย่างน้อย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า ชายคนนี้โดนยิงศีรษะและเสียชีวิตทันที เขารีบนำร่างเพื่อนของเขาคนนี้ไปซ่อน ป้องกันเจ้าหน้าที่มาเก็บไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า ถึงช่วงเที่ยง เจ้าหน้าที่ตามไล่จับผู้ประท้วงหลายคน แหล่งข่าวรายหนึ่งในย่างกุ้งบอกกับเอเอฟพีว่า พวกนั้นจับกุมคนหนุ่มสาวทุกคนที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนในเมียนมา กล่าวว่า การปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงถึงขณะนี้สังหารชีวิตพลเรือนแล้วไม่ต่ำกว่า 759 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันอาทิตย์ เกิดระเบิดหลายลูกในพื้นที่ต่างๆ ของย่างกุ้งอีกครั้ง รอยเตอร์อ้าง Khit Thit Media สื่อท้องถิ่นของเมียนมาว่า เกิดระเบิดลูกหนึ่งด้านนอกค่ายทหาร ทำให้ไฟลุกท่วมยานพาหนะหลายคัน แต่ไม่มีข้อมูลว่ามีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อมายังมีรายงานระเบิดอีกลูกในสถานที่อื่นของย่างกุ้ง และมีรายงานของสื่อในรัฐชานว่า ระเบิดลูกหนึ่งระเบิดขึ้นด้านนอกบ้านของนักธุรกิจคนดังรายหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่นานมานี้ พลเรือนต่อต้านรัฐบาลทหารใช้อาวุธประดิษฐ์เองต่อสู้กับทหาร-ตำรวจ และสถานที่ของรัฐบาลหลายแห่งรวมถึงฐานทัพ ตกเป็นเป้าหมายการยิงจรวดโจมตีและระเบิดขนาดเล็กหลายครั้งที่ไม่มีฝ่ายใดประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ ทางการเมียนมากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือ &amp;quot;พวกก่อความไม่สงบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการเมียนมาประกาศในข่าวภาคค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า มีระเบิดเกิดขึ้นอย่างน้อย 11 ครั้งในช่วง 36 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ส่วนใหญ่อยู่ในนครย่างกุ้ง ก่อความเสียหาย แต่ไม่มีคนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงและการรณรงค์อารยะขัดขืนด้วยการนัดหยุดงานส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมียนมาอย่างมาก สัปดาห์ที่แล้ว โครงการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติกล่าวเตือนว่า ผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 และวิกฤติการเมืองอาจทำให้ชาวเมียนมาครึ่งประเทศหรือมากถึง 25 ล้านคน มีฐานะยากจนภายในปี 2565.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, ปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ, พม่า, ระเบิดป่วนเมือง, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e72eba6bfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิด-จรวดโจมตีฐานทัพอากาศเมียนมา2แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นเมียนมาและผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า คนร้ายไม่ทราบฝ่ายเปิดฉากโจมตีฐานทัพอากาศของเมียนมา 2 แห่งเมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีรายงานเกิดระเบิดหลายลูกที่ฐานทัพใกล้เมืองมาเกว อีกแห่งในเมืองเมะทีลาโดนจรวดยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 29 เมษายน โดยอ้างสำนักข่าวเดลตาของเมียนมาที่รายงานผ่านเฟซบุ๊กในวันเดียวกันว่า เกิดระเบิด 3 ลูกที่ฐานทัพอากาศใกล้เมืองมาเกวในภาคกลางของเมียนมาเมื่อช่วงเช้ามืด ขณะที่ผู้สื่อข่าว ทัน วิน ไลง์ ซึ่งอยู่ใกล้กับฐานทัพอากาศอีกแห่งที่เมืองเมะทีลา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาเกว โพสต์ว่า มีจรวด 5 ลูกยิงโจมตีฐานทัพแห่งนี้ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาโพสต์วิดีโอคลิปที่มีเสียงคล้ายกับเสียงจรวดร่อนเหนือศีรษะ ตามด้วยเสียงระเบิด แต่รอยเตอร์บอกว่าไม่สามารถพิสูจน์คลิปนี้ได้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพในวันนี้ และไม่มีรายงานยืนยันว่ามีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ โฆษกกองทัพเมียนมาไม่รับโทรศัพท์ของรอยเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงต้านรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ มีข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนว่า มีพลเรือนโดนฆ่าตายแล้วไม่น้อยกว่า 750 คน นอกจากนี้ กองทัพเมียนมายังสู้รบกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดนตะวันออกและภาคเหนือ ที่โจมตีที่มั่นของทหารแล้วโดนตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แม้กองทัพเมียนมาจะสู้รบกับกบฏชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนมานานหลายสิบปี แต่การโจมตีฐานทัพหลักๆ ในภาคกลางนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไร้เสถียรภาพที่เพิ่มมากขึ้นเกิดสวนทางกับความคาดหวังที่ลดน้อยลงสำหรับเส้นทางที่จะนำเมียนมาออกจากวิกฤติ ภายหลังซัมมิตที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันเสาร์ ซึ่งพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ไปเข้าร่วมด้วยและได้ฉันทมติมา 5 ข้อ เพื่อยุติความรุนแรงและส่งเสริมการเจรจา แต่ต่อมารัฐบาลทหารปฏิเสธยอมรับข้อเสนอเหล่านี้ โดยบอกว่าจะรับพิจารณาต่อเมื่อสถานการณ์ในประเทศกลับสู่เสถียรภาพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของฝ่ายต่อต้าน ก็ปฏิเสธจะเจรจาหาทางออกวิกฤติจนกว่านักโทษการเมืองทุกคนจะได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งบ่งชี้อีกว่ารัฐบาลทหารยังคงเดินหน้าปราบปรามฝ่ายต่อต้าน เมื่อโทรทัศน์ของทางการประกาศเมื่อคืนวันพุธว่า เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมตั้งข้อหาหนึ่งในแกนนำประท้วงฐานฆาตกรรมและกบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไว โม นาย แกนนำวัย 25 ปีรายนี้ โดนจับกุมเมื่อวันที่ 15 เมษายน เมื่อตำรวจขับรถพุ่งชนเขาระหว่า
ที่เขาเป็นแกนนำขบวนรถจักรยานยนต์ประท้วงในเมืองโมนยวา โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมากล่าวว่า กลุ่มของไว โม นาย เกี่ยวข้องกับ &amp;quot;ระเบิดทำเอง&amp;quot; ที่ระเบิดหลายครั้งในเมืองโมนยวา พวกเขายังทรมานและฆ่าตำรวจ 2 นายอย่างโหดเหี้ยมเมื่อวันที่ 26 มีนาคมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101166</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, พม่า, มาเกว, เมะทีลา, เมียนมา, โจมตีฐานทัพอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
