<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ต้านสารพิษ”เป็นของขวัญปีใหม่  บทพิสูน์คนจริง-คนลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าคิดว่าคุณไม่ฟัง คุณก็ไปเอาคนมาถอดฉันออกไป&amp;quot; กลายเป็นประโยคเด็ดที่ถูกเผยแพร่แชร์ต่อในโลกออนไลน์ จากเหตุการณ์ที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บุกไปทวงเอกสารเกี่ยวกับสต๊อกสารเคมีพิษภาคการเกษตรที่มีอยู่ในประเทศไทย ถึงที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ต.ค. &amp;ldquo;มนัญญา&amp;rdquo; ไปเป็นประธานการประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่าย ได้แก่ ส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค นายกฯ เป็นคนแต่งตั้งต่อการยกเลิก 3 สารประกอบด้วย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต โดยที่ประชุมมีมติ 9 ต่อ 0 ให้แบน 3 สารชนิด โดยจะเสนอให้นายกฯ ภายใน 1-2 วัน และจากนั้นจะนำเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งคาดว่าจะมีการเลื่อนขึ้นมาไว้กว่ากำหนดการเดิมในวันที่ 27 ต.ค. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายเห็นชอบก็จะทำให้สารทั้ง 3 ชนิดอยู่ในบัญชีประเภทที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62 มีผลให้ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต&amp;nbsp; และจะถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงต้องจับตาว่าสิ่งที่ &amp;ldquo;รมต.มนัญญา&amp;rdquo; ประกาศออกมาเช่นนั้น สุดท้ายคณะกรรมการวัตถุอันตราย หรือผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่เล่นบทหลายหน้า ท่ามกลางข้อกล่าวหาถูกชักใยจากนายทุนที่เสียผลประโยชน์จะเอาด้วยหรือไม่ หรือใช้ความ อํามหิตสุดขั้วยื้อการใช้ 3 สารเคมีต่อไป โดยมีสุขภาวะของประชาชนทั้งประเทศเป็นเดิมพัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม สำหรับท่าทีขึงขังจริงจังของรัฐมนตรีหญิงหนึ่งเดียวจากพรรคภูมิใจไทย ปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 เมื่อเธอเริ่มชูวาระการแบนสารเคมีอันตราย เป็นนโยบายสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จเร็วที่สุดในปีนี้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้ง &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข &amp;quot;นายอนุทิน ชาญวีรกูล&amp;quot; ยังเห็นพ้องว่าการยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด เป็นภารกิจเพื่อสุขภาพของคนไทยที่ไม่อาจปล่อยผ่าน หรือจำนนให้อำนาจของกลุ่มทุนอย่างที่ฝ่ายรัฐถูกตั้งคำถามจากสังคมมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาได้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ้างอิงข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ในปี 2561 ประเทศไทยนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตร อาทิ สารกำจัดวัชพืช สารกำจัดแมลง และสารป้องกันและกำจัดโรคพืช เป็นจำนวน 170,932 ตัน มูลค่า 36,298 ล้านบาท โดยประเทศผู้ผลิตที่ไทยนำเข้ามากที่สุดในปี 2561 คือ จีน อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ ตามลำดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในปี 2562 จำแนกเป็นนำเข้าพาราควอต 21,709 ตัน ไกลโฟเซต 48,501 ตัน และคลอร์ไพริฟอส 932 ตัน รวม 3 สารเคมี 71,142 ตัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมาดูตัวเลขทางสุขภาพ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2562 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เปิดเผยข้อมูลการเข้ารับบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณ 2562 คือ 1 ตุลาคม 2561 - 17 กรกฎาคม 2562 มีรายงานผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโดยมีสาเหตุจากการได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช จำนวน 3,067 ราย เสียชีวิต 407 ราย เบิกจ่ายค่ารักษากว่า 14.64 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลองหันไปดูแนวทางของต่างประเทศ จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่าพาราควอตไม่ได้รับอนุญาตให้มีการใช้ใน 47 ประเทศทั่วโลก โดยสมาชิกสหภาพยุโรป 28 ประเทศ ไม่อนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนพาราควอต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ที่เป็นผู้จำหน่ายพาราควอตรายใหญ่ในประเทศไทย ยังไม่อนุญาตให้ใช้ตั้งแต่ปี 1990&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ไม่ว่าจะพิจารณาจากมุมของเม็ดเงิน สุขภาพ หรือทิศทางของโลก จะพบว่าเหลือเหตุผลน้อยมากที่ประเทศไทยจะยังปล่อยให้เกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีคุณค่าสูงยิ่งต่อเศรษฐกิจปากท้องของประเทศ ต้องสัมผัสสูดดมสารเคมีอันตรายต่อไป เพราะแม้จะแลกมาด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำเตี้ยแค่ไหน ก็ไม่มีวันคุ้มค่ากับความแข็งแรงของร่างกายที่ต้องสูญเสียไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หากเฉพาะแรงบวกแรงเชียร์ของคนระดับนายกฯ และรองนายกฯ จะเพียงพอทำให้วาระนี้สำเร็จลุล่วงแล้วล่ะก็ เราคงไม่จำเป็นต้องมาพูดกันถึงตรงนี้ นั่นก็ตัวแปรที่แท้จริงของการแบนสารเคมีอันตรายอยู่ที่ &amp;quot;คณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;quot; ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ 29 คน เป็นกรรมการในจำนวนนี้มีสัดส่วนจากกระทรวงเกษตรฯ มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าท่าทีของเจ้ากระทรวงอย่าง &amp;quot;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน&amp;quot; กลับชวนให้กังขา เมื่อเขาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 กันยายน ระบุว่า &amp;quot;การพิจารณายกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด เป็นอำนาจของคณะกรรมการวัตถุอันตราย หากมีมติให้ยกเลิกใช้ ผมพร้อมลงนามให้ยกเลิกใช้ทั่วประเทศอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อความนี้ชวนให้ตีความได้ว่า รมว.เกษตรฯ กำลังแขวนชีวิตของชาวนาชาวไร่ไว้กับ &amp;quot;คณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;quot; ชุดที่มีประวัติเคยลงมติ &amp;quot;ไม่แบน&amp;quot; เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หนำซ้ำในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อ 18 กันยายน ยังมีมติยื้อเวลาออกไปอีก 60 วัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งไม่นานมานี้ &amp;quot;นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา&amp;quot; หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่เปิดหน้ารณรงค์ให้มีการแบนสารเคมี ได้นำหนังสือราชการที่ลงนามโดยรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ มาเผยแพร่ โดยเอกสารมีใจความสำคัญระบุว่า &amp;ldquo;รมว.เกษตรฯ ควรดําเนินการตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการให้จํากัดการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส และได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดทําและดําเนินการมาตรการดังกล่าว&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นปราชญ์ทางภาษาก็เข้าใจได้ทันที ว่าระหว่าง &amp;quot;ยกเลิกการใช้&amp;quot; กับ &amp;quot;จำกัดการใช้&amp;quot; นั้น ให้ผลแตกต่างกันแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนแรงกดดันจากสังคม จะบีบให้นายเฉลิมชัยต้องแสดง &amp;ldquo;ความชัดเจน&amp;quot; มากขึ้น ล่าสุด 3 ตุลาคม เขาโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง &amp;quot;ยืนยันไม่ได้สนับสนุนให้ใช้สาร 3 ตัวนี้ เพียงแต่กระบวนการยกเลิกมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายและคณะกรรมการวัตถุอันตราย กำกับดูแลเรื่องนี้อยู่ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้แต่งตั้งก่อนที่จะมารับตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ น.ส.มนัญญา รับผิดชอบเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่า &amp;ldquo;ได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนไม่เห็นด้วย ถือเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ&amp;rdquo; โดยในวันนั้นยังเป็นวันเดียวกันกับที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลแบบของขึ้น ภายหลังทราบว่ามีการขู่ฆ่า 2 นักวิชาการใน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมอัดกลับไปถึงคนข่มขู่ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;กระจอก&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนเป็นข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ สร้างแรงกระเพื่อมให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องออกมาแสดงจุดยืน เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และ ส.ว.บางส่วนที่ประกาศไม่เอาด้วยกับ 3 สารเคมีดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่คนอื่นๆ สังคมยังต้องการรอความชัดเจน โดยเฉพาะความเป็นเอกภาพของฝ่ายการเมือง ยังต้องรอดูว่า อาทิ&amp;nbsp; 2 รมช.เกษตรฯ &amp;ldquo;นายประภัตร โพธสุธน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า&amp;rdquo; จะเอาอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึง &amp;ldquo;นายวราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากเก็บขยะแล้ว ควรหันมาแสดงจุดยืนป้องกันอากาศ ดิน และน้ำ ที่เกิดจากการใช้สารเคมีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดจนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้า ที่มุ่งวาระทางการเมืองเท่านั้น และยินยอมให้คนรุ่นใหม่มีวิถีชีวิตปนเปื้อนอยู่กับสารพิษต่อไปอย่างนั้นหรือ???&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าอำนาจรัฐต่อกรกับอำนาจทุนได้เท่านั้น หากจะเป็นครั้งสำคัญในการฟื้นศรัทธาของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตย ที่จะทำให้เห็นว่า การผลักดันวาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนนั้นเป็นไปได้ แม้จุดยืนทางการเมืองของแต่ละฝักฝ่ายจะแตกต่างกัน เพราะไม่ว่าเงินทอง หรืออุดมการณ์ใดๆ ก็ไม่อาจยิ่งใหญ่ไปกว่าชีวิตของเพื่อนมนุษย์ที่มีต้นทุนและมูลค่าเหนือกว่าสิ่งอื่นใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ต้านสารพิษ, เกษมราษฎร์, “ต้านสารพิษ”เป็นของขวัญปีใหม่  บทพิสูน์คนจริง-คนลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9ca26d1a0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอต้านสารพิษ&#039;เปิดใจเจอขู่ระวังไม่มีเงาหัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค 62 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา&amp;nbsp;ขู่ฆ่าภายหลังทำงานต่าต้านสารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว ว่า เป็นเรื่องจริง โดยขณะนั้นตนเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีในเฟสบุค แต่ปรากฏว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;หมออัปปรีย์ ไม่รู้หรือว่าไม่มีเงาหัวแล้ว&amp;rdquo; รวมทั้งยังขอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของตน ไต่สวนและตรวจสอบว่าข้อมูลที่เผยแพร่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จริงหรือไม่ โดยทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการ แต่สำหรับทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์รับทราบว่าเราทำอะไรอยู่ จึงทำให้เรื่องเสร็จสิ้นภายในวันเดียว นอกจากนี้ มีการโทรศัพท์มาที่ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ ที่รพ.จุฬาลงกรณ์ พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างก้าวร้าวถามหาตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าดูท่าจะไม่ดีจึงขอให้ปลายสายฝากข้อความไว้แทน ซึ่งเขาก็กล่าวด้วยถ้อยคำที่ไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของน.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการ นักวิจัย ของมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) นั้น เป็นการถูกช่มขู่ในขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินมาประชุมที่จังหวัดกรุงเทพ โดยมีคนเดินตามและถามว่า &amp;ldquo;จะพูดอะไรอีกหรือ จะพูดเรื่องสารเคมีเหล่านี้ไม่ดีอย่างไรอีกหรือ&amp;rdquo; ทำให้อาจารย์พวงรัตน์ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินหลายครั้งกว่าจะได้ประชุม นอกจากนี้ กลุ่มคนที่สนับสนุนยังบุกเข้าไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร บีบบังคับให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยไล่อาจารย์พวงรัตน์ออก ขณะเดียวกันก็มีความพยายามหน่วงไม่ให้อาจารย์พวงรัตน์ได้รับทุนในการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่กักขฬะหยาบคาบ มีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เมื่อมีการโต้แย้งทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ซึ่งผมอยากบอกว่าไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ขอให้ดูข้อมูลการเสียชีวิต การเกิดโรค เช่น มะเร็ง ความเสี่ยงกับโรคต่างๆเริ่มทวีคูณขึ้นในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น และลามไปจังหวัดต่อจังหวัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสปสปช.ระบุว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนก.ค. ปี 62 มีผู้เสียชีวิต 400 กว่าราย และย้อนหลัง3ปี ตายปีละ600คน ยังไม่รวมผู้ที่เข้ารพ.เพราะเจ็บป่วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสูตรของบริษัทที่ค้าสารเคมี ซึ่งกระบวนการนี้ในต่างประเทศก็เป็นแบบเดียวกัน&amp;rdquo;นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47184</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, ต้านสารพิษ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สารพิษอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
