<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบบีบรัฐเลิกมติแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ม็อบชุดดำ&amp;quot; ต้านแบน 3 สารเคมีมาตามนัด บุกจี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยุติการแบน อ้าง รธน.มาตรา 73 เปิดช่องให้อำนาจเกษตรกรมีสิทธิ์เลือก ตะเพิด &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; พ้นเก้าอี้ เซ่นสร้างความเดือดร้อน &amp;quot;กลุ่มหนุน&amp;quot; ไป สธ. เดินหน้ายกเลิกใช้ 3 สารพิษต่อ &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; ขอ 2 ฝ่ายคุยกันหาทางออก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ย้ำถ้าอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันไม่ได้ &amp;quot;รมช.เกษตรฯ&amp;quot; ขอรอฟังมติ คกก.วัตถุอันตรายหารือ 27 พ.ย.นี้ ลั่นหากล้างมติเดิมต้องมีเหตุผลมากกว่าแบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย. กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ประมาณ 2,000 คน ซึ่งนัดหมายสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรปลอดภัย นำโดยนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรกรปลอดภัย, กลุ่มเครือข่ายคนรักแม่กลอง นำโดย น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร, กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและแนวร่วมผู้ได้รับผลกระทบจากการเเบน 3 สารเคมีเกษตร นำโดยนายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่าย และกลุ่ม 3 สมาคม นำโดย ดร.วีระวุฒิ กตัญญูกุล ประธานสมาคมไทยธุรกิจเกษตร, ดร.เสาวลักษณ์ พรกุลวัฒน์ ประธานสมาคมอารักขาพืชไทย และ ดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮ้าส์ ประธานสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย รวมทั้งเกษตรกร รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นเดินเท้าไปยังบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการแบน 3 สารเคมี ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้ทบทวนมติการแบนสารเคมีดังกล่าว มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมารับหนังสือร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านการยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในภาคการเกษตร เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ และจนถึงขณะนี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิกต่อเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ตลอดจนผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 มาตรา 73 เนื่องจากการยกเลิกส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือนไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นทางกลุ่มจึงขอให้รัฐบาลดำเนินการยุติการยกเลิกศาลทั้งสามชนิดจนกว่าจะมีผลการศึกษาทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างถี่ถ้วน รอบคอบและเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบผลการศึกษาอย่างชัดเจน และให้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระหว่างมีการศึกษาทบทวน เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยภายใต้แนวทางของเกษตรกรปลอดภัย&amp;quot; ท้ายแถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อัญชุลี หนึ่งในแกนนำ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;5 ข้อ คือ 1.เกษตรกรขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในมาตรา 43 (3) ประกอบมาตรา 77 ทวงสิทธิ์ผลการรับฟังความคิดเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่คัดค้านการแบน 3 สาร 2.ขอให้ตระหนักถึงผลกระทบของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยในมติหรือการให้ความเห็นของคณะกรรมการ การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายอื่น และการออกประกาศของ รมว.อุตสาหกรรม หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ให้คำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศอื่นประกอบด้วย 3.ขอเรียกร้องให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่สร้างความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงให้แก่เกษตรกรทั้งประเทศจนนำมาสู่การชุมนุมคัดค้านในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ตลอดจนข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานโยบายด้านสารเคมีแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เสนอการแบนสารเคมีทางเกษตรทั้ง 3 ชนิด ให้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะใบรายงานการตรวจสอบที่ยืนยันว่า ตรวจสารตกค้างของสารทั้ง 3 ชนิด ออกมายืนยัน 5.ขอเรียกร้องให้นักวิชาการแสดงความรับผิดชอบและยืนยันว่างานวิชาการที่ตนวิจัยนั้นมีความถูกต้องตามหลักวิชาการจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.00 น. ทางกลุ่มเดินเท้าต่อไปที่กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือกับทางรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตรายดังกล่าวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 27 พ.ย. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ รมว.สาธารณสุขด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) พร้อมด้วยแกนนำเยาวชนหลายเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ, เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา, &amp;nbsp;เครือข่ายเยาวชนนักขับเคลื่อนสังคม, เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ฯลฯ กว่า 40 คน ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ผ่านทางนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุน สธ.และรัฐบาล เดินหน้าแบน 3 สารพิษอันตราย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกหลานไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มค้านแบน 3 สารพิษ และกลุ่มสนับสนุนแบน 3 สารพิษว่า เมื่อความเห็นเป็นสองฝ่าย ต้องหาทางออกที่เหมาะสม โดยหารือร่วมกัน การแสดงออกทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนน่าจะอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันถึงขนาดเกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปหาข้อมูล ซึ่งผมรับฟังข้อมูล โดยเฉพาะเกษตรกรที่บอกว่ามีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีและยังไม่พร้อมจะใช้สารชนิดอื่น เพราะเกรงว่าจะมีราคาแพง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะให้หยุดใช้ ก็พิจารณาบนพื้นฐานของสุขภาพประชาชน จึงต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาว่าจะหาทางออกอย่างไร&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ยืนยันไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งอะไรกับกลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารพิษ แต่เรื่อง 3 สารเคมีทางการเกษตรก็ยังเป็นไปตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ประชุมไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งชัดเจนแล้วว่าทั้ง 3 สารจะต้องหยุดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเรียกร้องที่จะให้ขยายเวลาจากวันที่ 1 ธ.ค. ออกไป มีการพูดคุยกันหรือไม่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ เราต้องรับฟังทุกฝ่ายและมาประเมินว่าควรจะทำอย่างไรให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด แต่ผมรับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข นโยบายคืออะไรก็ตามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันให้ไม่ได้&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอให้รอมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 27 พ.ย.นี้ก่อน แล้วจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีการชุมนุมคัดค้านการแบน 3 สารพิษออกมาเคลื่อนไหว สำหรับตนเองไม่มีผล เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และตามมติของคณะกรรมการฯ ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่คณะกรรมการฯ จะเดินหน้าไปแบบไหนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ก็ต้องให้หลายฝ่ายเป็นผู้ตัดสินดู ตอนนี้เรายื่นสุดมือแล้ว จากนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางคณะกรรมการฯ ที่จะตัดสินว่าจะออกมาเป็นแบบไหน ซึ่งหลังจากวันที่ 27 พ.ย. เราจะมาประชุมกันอีกครั้งว่าจะมีแนวทางออกมาแบบไหน แต่ความจริงการลดละเลิกเป็นนโยบายของนายกฯ อยู่แล้ว ที่ต้องการจะลดละเลิกการใช้สารเคมีในประเทศไทยให้น้อยลง เราทำตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะมีการเปลี่ยนแปลงมติครั้งแรก ในครั้งที่สองมันก็ต้องมีความหนักแน่นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะไปลบล้างคำสั่งหรือมติครั้งแรกได้&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51194</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, ต้านแบน 3 สารพิษ, รธน.มาตรา 73, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกรมีสิทธิ์เลือก, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd39b80fcd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
