<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์การต้านโกงเปิดตัว&#039;ACT Ai&#039; เอื้อปชช.ร่วมสอบทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 62 - ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ องค์การต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย(ประเทศไทย) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว &amp;ldquo;เครื่องมือสู้โกง (ACT Ai)&amp;rdquo; โดยมีนายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) นายพันเทพ สุภาไชยกิจ กรรมการบริหารองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร กล่าวว่า ปีนี้เป้นปีที่ 8 ขององค์กร มีผลสัมฤทธิ์ในเรื่องการสร้างการตื่นรู้ของประชาชน เพื่อไม่ให้ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แน่นอนว่าปัญหาทุจริตของประเทศไทยยังคงมีอยู่ สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาคเด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป เช่นเดียวกับการทำงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งทุกฝ่ายต้องอาศัยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หนึ่งในนั้นคือ ACT Ai เป็นการส่งเสริมให้เข้าถึง ฐานข้อมูล 3 ส่วน จาก 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
1.การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐโดยกรมบัญชีกลาง 2.ข้อมูลของธุรกิจ และความเชื่อมโยงของภาคธุรกิจต่างๆ จากฐานข้อมูลจากกรมการค้า และหน่วยงานสุดท้ายคือ คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และ3.ตามความคืบหน้า กรณีการทุจริตต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับภาคประชาชนซึ่งเครื่องมือนี้จะเป็นอาวุธสำคัญอีกอันในการช่วยกันดูแลสังคมให้มีความโปร่งใสมากขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานะ กล่าวว่า เครื่องมือดังกล่าวถูกสร้างขึ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริต เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นอกจากประชาชน สื่อมวลชน สามารถใช้งานได้แล้ว ยังรวมถึงกลุ่มนักวิชาการ ที่ศึกษาเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย &amp;nbsp;ทั้งการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย และการคอร์รัปชั่นแบบปกติ แต่ที่ผ่านมา ปัญหาคือนักวิชาการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ยากมาก นำไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา คนโกง สามารถโกงได้แบบง่ายๆ จากความสับสน หรือ ความไม่รู้ของประชาชน แต่ด้วยเครื่องมือ ACT Ai จะทำให้การโกงเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป เราหวังว่าสิ่งที่เราพยายามทำในวันนี้จะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ และในวันข้างหน้า ระบบการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้จะเข้มแข็งมากขึ้น เช่นเดียวกับการได้รับการยอมรับกรณีความโปร่งใสในระดับสากล&amp;ldquo; นายมานะ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพันเทพ กล่าวว่า หลายท่านทราบดีว่ากฎหมายของหน่วยงานภาครัฐระบุให้เปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา การเข้าถึงข้อมูลยังไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ จึงต้องมี ระบบ ACT Ai โดยระบบดังกล่าวมีไฮไลท์ อยู่ที่ 1.รวบรวมข้อมูลของโครงการภาครัฐไว้มากที่สุด 2.ออกแบบระบบให้งง่ายต่อการสือค้น ประหยัดเวลา และตรงประเด็น 3.ออกแบบให้ร์ฐานข้อมูลได้ 4.มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ 5.ตรวจจับ แจ้งเตือน เมื่อพบพฤติกรรมฮั้วประมูล 6.เกาะติดทุกการใช้งบประมาณของรัฐ 7.รู้โครงการรัฐรอบตัวด้วยระบบแจ้งเตือน 8.รวบรวมทุกข้อมูลไว้ในหน้าเดียว เข้าใจง่าย ใช้สะดวก 9.ใช้งานผ่านระบบ User ทำให้สามารถจัดการทุกข้อมูลในจุดเดียว และ10.ระบบมีความปลอดภัยสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ระบบ ACT Ai เตรียมเปิดบริการผ่าน URL ในช่วงเดือนเมษายน 2562 &amp;nbsp;ก่อนจะมีการต่อยอดพัฒนาเป็นแอพพลิเคชันต่อใปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการออกแบบให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าใจการใช้งานอย่างครอบคลุมคนทุกกลุ่ม มีหน้าตาคล้ายกับเว็บ Search Engine ที่คนทั่วไปคุ้นเคย สามารถใช้คีย์เวิร์ดง่ายๆ ในการค้นหา ข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงกัน สามารถหาได้ทั้งโครงการ ข้อมูลหน่วยงานและผู้รับจ้าง สามารถใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง สามารถใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีการวิเคราะห์ทั้งระบบ ด้วย Ai และ Manual พร้อมมีปุ่มแชร์ไปยังสื่อสังคมออนไลน์ทั้ง Facebook Twitter และ Line อีกทั้งยังมีระบบการแจ้งเตือน เพียงใส่คีย์เวิร์ดที่สนใจแล้วบันทึกไว้ หากมีโครงการใหม่ตรงตามคำค้น ระบบจะจัดเก็บไว้แล้วทำการแจ้งเตือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ACT Ai, ต้านโกง, วิเชียร พงศธร, สอบทุจริต, องค์การต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7f53d058ad2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชรพล&#039;ฝัน5ปีต้านโกงเห็นผล ดัชนีพุ่ง50คะแนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 61 - ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาความหวังในการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาการทุจริตจะอาศัยการปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ เพราะด้านการป้องกันหารทุจริตมีความสำคัญไม่แพ้กัน หากดำเนินการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเก็บเงินที่เกิดการทุจริตกว่าแสนล้านบาทต่อปีมาพัฒนาประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาขึ้น 5 หลักสูตรในการศึกษาทุกระดับ โดยมีหัวใจสำคัญ 4 วิชา คือ 1.การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความอายละความไม่ทนต่อการทุจริต 3.จิตพอเพียงต้านทุจริต และ 4.พลเมืองและการรับผิดชอบต่อสังคม ตนมองว่าหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเป็นความหวังของสังคมไทย เพราะเด็กไทยในอนาคตจะมีจิตสาธารณะ รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ จะกลายเป็นกำลังหลักสำคัญในการต่อต้านการทุจริตของประเทศในอนาคต คิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว และภายใน 5 ปี จะเห็นผลว่าการต่อต้านการทุจริตของไทยจะดีขึ้นอย่างเห็นผลแน่นอน หวังว่าค่าดัชนีรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะมีคะแนนถึง 50 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ยอมรับว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาการทุจริตล่าช้า เหตุเพราะก่อนหน้านี้มีคดีสะสมใน ป.ป.ช.จำนวนมาก ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช.มีบุคคลกร 2,500&amp;nbsp; คน รัฐบาลได้เพิ่มอัตรากำลังให้อีก 700 คน เชื่อว่าจะทำให้การสะสางคดีค้างเก่าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้นั้น จะทำให้บริบทการทำงานเข้มข้นขึ้น รวดเร็วขึ้น เพราะถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายมีกรอบเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานหรือการไต่สวนของ ป.ป.ช. และกรอบเวลาในการฟ้องคดีของอัยการสูงสุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกำหนดกรอบเวลาดังกล่าวเพื่อเร่งรัดให้การทำคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่จะทำการทุจริตเกรงกลัว&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้น โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ ป.ป.ช.กำหนด มีหน้าที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่วนตำแหน่งที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนด ให้ยื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัด&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการอภิปรายหัวข้อ หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยนายสวัสดิ์ ภู่ทอง ผอ.สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นางปาริยา ณ นคร ผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย นางสมบัติ คชสิทธิ์ ที่ปรึกษาที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยในการอภิปรายมีการหารือว่า หลักสูตรดังกล่าวควรจะแต่ละโรงเรียนจะต้องนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม ไม่ควร เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน บางโรงเรียนมีนักเรียนจำนวนมาก แต่โรงเรียนชนบทมีนักเรียนหลักสิบคน ดังนั้น จะต้องให้มีการประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน แต่ยังมีความกังวลว่าจะมีการทำแบบไม่ครบถ้วน หรือทำบ้างไม่ทำบ้าง จนการสอนตามหลักสูตรดังกล่าวไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการนำไปปฏิบัตินั้น ที่ผ่านมา สพฐ.ได้นำครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำหลักสูตร กว่า 70 คน มาระดมความรู้เพื่อทำแผนการสอนออกมาอย่างละเอียด ได้มีการทดลองสอนตามแผนดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ มีการพัฒนาครูกว่า 2,000 คน ขึ้นมาเป็นวิทยากรต่อต้านการทุจริตด้วย โดยหลักสูตรต้านการทุจริตเป็นความต่อเนื่อง จะแตกต่างจากการทำกิจกรรมที่ทำแล้วจบ ส่วนการนำไปใช้ในระดับอุดมศึกษานั้น เป้าหมายแรกอาจจะทำในรูปแบบกิจกรรมของนักศึกษา ส่วนการผลักดันหลักสูตรดังกล่าวให้แทรกอยู่ในมหาวิทยาลัยทุกคณะจะต้องมีการดำเนินการต่อไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีคอรัปชัน, ต้านโกง, ทุจริต, ป.ป.ช., วัชรพล, เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b556bd896f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต. ผนึก 4 องค์กร ยกระดับสังคมไม่ทนโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.เดินหน้าผนึกกำลัง 4 องค์ประกาศต้านโกงตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้าน&amp;#39;นรนิติ&amp;#39;ระบุมีเลือกตั้งแน่แต่ไม่รู้เมื่อไหร่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.61- ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา &amp;nbsp;ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระและรัฐสภา &amp;nbsp;ในการยกระดับเจตจำนงทางการเมืองการต่อต้านการทุจริต ระหว่างสำนักงานกกต. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.เป็นตัวแทนสำนักงาน กกต. &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.เป็นตัวแทน ป.ป.ช. &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp; &amp;nbsp; และ น.ส.นภาภรณ์ &amp;nbsp;ใจสัจจะ รองเลขาธิการวุฒิสภา เป็นตัวแทนสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ &amp;nbsp; กล่าวว่า การทุจริตทุกภาคส่วนต้องร่วมมือแก้ให้สัมฤทธิ์ผล โดยที่ผ่านมามีการปรับปรุงการแก้ปัญหามาโดยตลอด &amp;nbsp; รัฐธรรมนูญ 60 ให้ ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม &amp;nbsp;ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ได้จัดทำยุทธศาสตร์ สร้างสังคมไม่ทนทุจริต &amp;nbsp;ยกระดับเจตจำนงทางการเมือง สกัดกันทุจริตนโยบายเชิงรุก พัฒนากลไกปราบทุจริต &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับดัชนีไทย ทั้งนี้การยกระดับเจตจำนงทางการเมืองเป็นหนึ่งในยุทธศาสต์ชาติเพื่อให้การเมืองโปร่งใส สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องรณรงค์ให้พรรคการเมืองนักการเมืองประกาศเจตจำนงก่อนเลือกตั้งหรือก่อนรับตำแหน่ง และจะมีมาตรการติดตามตรวจสอบทางจริยธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.นภาภรณ์ &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;nbsp; ได้มีการวางกรอบการดำเนินการ &amp;nbsp;ทั้งการรณรงค์ให้ความรู้ทั้งภาคการเมือง ภาคข้าราชการ และภาคประชาชน ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งนี้แนวคิดของการปฏิรูปประเทศจะยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง &amp;nbsp; ดังนั้นการสื่อสารเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง &amp;nbsp;สำนักงานเชื่อว่าการลงนามความร่วมมือในวันนี้เป็นมิติที่สำคัญที่สุดของชาติและทำให้การทุจริตลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายนรนิติ เศรษฐบุตร &amp;nbsp;สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประธานกรรมการพัฒนาพรรคการเมือง เพื่อการปฎิรูประเทศตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;quot; การปฎิรูประเทศด้านการเมืองไทย&amp;quot; ว่า &amp;nbsp;พระเอกในการปฎิรูปการเมืองไทย สิ่งแรกคือรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นตัวกำหนดความชอบธรรมของอำนาจ &amp;nbsp; ต่อมาคือ พรรคการเมือง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเดียวที่ได้รับการรับรองไว้ในกฎหมายที่ให้แสวงหาอำนาจได้ในยามปกติ &amp;nbsp;และกระบวนการเลือกตั้ง เป็นที่มาของการทำให้เกิดความชอบธรรมของอำนาจ &amp;nbsp; ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดเรื่องการทำไพมารีโหวตไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้นจะต้องมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ในไม่ช้า &amp;nbsp;แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ . &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11578</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, &#039;กกต.&#039;, ต้านโกง, นรนิติ, ปปช., ยุุทธศาสตร์ชาติ, เจตจำนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27418b1e8d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานต้านโกงปัดถอดใจพ้น&#039;คตช.&#039;  แนะผู้นำต้องมีคุณธรรมสูงกว่าคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่ชาติ (คตช.) กล่าวถึงกรณีนายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริตใน คตช.ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน คตช.ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อเรียกศรัทธาการแก้ปัญหาทุจริตกลับคืนมาหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีนาฬิกาหรู ว่าตนเห็นก๊อบปี้หนังสือดังกล่าวแล้ว ถือเป็นข้อคิดได้ว่าถ้าผู้ใหญ่ในรัฐบาลทำอะไรที่ทำให้คนมีความรู้สึกว่าไม่เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้แล้ว จะทำให้คนที่ต้องการสนับสนุนถดถอยไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกมาแสดงความชัดเจนของผู้นำรัฐบาลก็เป็นเสียงเรียกร้องของประชาชนมาตลอด ที่ไม่ใช่แค่มีใครในรัฐบาลที่ทำผิดหรือไม่ผิดอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าการที่เราเป็นผู้นำการแสดงการความเป็นผู้ที่มีจริยธรรม คุณธรรมต้องสูงกว่าที่อื่น เป็นสิ่งที่คาดหวังของคนทั่วไปอยู่แล้ว ในฐานะที่ผมอยู่ในองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันมีพูดคุยและได้สะท้อนส่งสัญญาณออกไปในหลายๆ ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้ว&amp;quot;นายประมนต์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ถูกมองแม้นั่งอยู่ใน คตช.แต่ไม่ได้เลือกปฏิบัติในการตรวจสอบ นายประมนต์ กล่าวว่า เราได้ส่งความคิดเห็นผ่านหลายเส้นทางไปแล้ว ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางที่สุดในหน้าที่ที่รับผิดชอบ และบนความเหมาะสม ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการตรวจสอบทุจริตไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้าม และมีหลายๆ วิธีในการออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ในฐานะองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันก็ได้สะท้อนเรื่องนี้ไปหลายๆ ครั้งแล้ว ถ้าอะไรที่เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องทบทวนบทบาทใน คตช.ใช่หรือไม่ นายประมนต์ กล่าวว่า คนละส่วนกัน ประเด็นการทำหน้าที่กรรมการ คตช.เป็นประโยชน์ในการใช้กรรมการชุดนั้นทำในสิ่งที่ถูกที่ต้อง ถ้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่องคิดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาคงหาวิธีสื่อเป็นเรื่องๆ ไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3481</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณธรรม, ต่อตระกูล ยมนาค, ต้านโกง, นาฬิกาหรู, บิ๊กตู่, ประชุมผู้นำ, ประมนต์ สุธีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8b864bba4fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
