<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสกลฯบี้อุตสาหกรรมจังหวัดคายข้อมูลสำรวจแร่ทุนจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 - &amp;nbsp;ชาวบ้านกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส กว่า 50 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่ออุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร เพื่อขอข้อมูลการสำรวจแร่โปแตช ในแปลงอาชญาบัตรพิเศษ เลขที่ 1-12/2558 เนื้อที่ 116,875 ไร่ อายุ 5 ปี ซึ่งเริ่มการสำรวจแร่โปแตชตั้งแต่ 12 มกราคม 2558 และจะสิ้นสุดอายุในวันที่ 4 มกราคม 2563 &amp;nbsp;โดยวันนี้มีนายภัทราวุธ มุณีรัตน์ อุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร ได้มารับหนังสือของทางกลุ่มฯ พร้อมยินดีให้คัดเอกสารตามคำร้องขอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส มีข้อเรียกร้องดังนี้ คือ 1.ขอเอกสารรายงานการสำรวจแร่โปแตช บริษัท ไชน่า หมิ่งต๋า คอเปอเรชั่น(ประเทศไทย) จำกัด อาชญาบัตรพิเศษ เลขที่ 1-12/2558 ทุกหลุม ที่สำรวจในแปลงนี้ รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการอื่นๆด้วย 2.ขอเอกสารการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงหลุมสำรวจแร่โปแตช บริษัท ไชน่า หมิ่งต๋า คอเรเปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด อาชญาบัตรพิเศษ เลขที่ 1-12/2558 รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการ อื่น ๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 31 ก.ค.62 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสว่างแดนดินตัดสินให้ชาวบ้านวานร 9 คน ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัท เป็นจำนวนเงิน 1,544,964.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยและให้จ่ายค่าทนายความแก่ฝ่ายโจทย์ด้วยอีก 10,000 บาท ซึ่งชาวบ้านและทนายความจะดำเนินการในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงวันที่ 9-14 พ.ค.61 บริษัท ไซน่า หมิงต๋าฯ ได้ขนถ่ายอุปกรณ์ขุดเจาะสำรวจโปแตชเข้าไปในบริเวณลำห้วยสีดอกกาว อยู่ในท้องที่บ้านน้อยหลักเมือง ต.วานรนิวาส เพื่อทำการสำรวจแร่โปแตช หลุมที่ 4 ในแปลงอาชญาบัตรพิเศษ จำนวน 12 แปลง เนื้อที่ประมาณ 120,000 ไร่ กลุ่มชาวบ้านและประชาชนทั่วไปในอำเภอวานรนิวาสซึ่งไม่เห็นด้วยกับการทำเหมืองแร่ จึงได้ออกมารวมตัวกันคัดค้านการสำรวจแร่ของบริษัท จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส, ต้านโปแตชสกลนคร, อุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร, ไชน่าหมิงต๋า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47c533e69f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาการอีสาน&#039;ยกไทวานรก้าวเดินประกาศทวงคืนสิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ธ.ค.61- น.ส.กิติมา ขุนทอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎสกลนคร กล่าวถึงกิจกรรมไทวานรก้าวเดินของชาวบ้านเครือข่ายรักษ์วานรนิวาส จ.สกลนคร ที่จัดกิจกรรมกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน (Wanon Walk) จากวานรนิวาสสู่สกลนคร&amp;quot;เดินเพื่อพูด&amp;nbsp;เดินเพื่อธรรมชาติ เดินเพื่อสกลนคร&amp;quot;เพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการเหมืองแร่โปแตชของบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ว่า ถือเป็นสิทธิชุมชนบนท้องถนนจากวานรนิวาสสู่สกลนคร โดยชาวบ้านที่ยืนหยัดคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตช และอีกหลายจังหวัดที่ได้เข้ามาร่วมซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ เหตุผลสำคัญในการเดินครั้งนี้ถือเป็นการเดินเพื่อประกาศทวงคืนสิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กิติมา ระบุต่อว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเกลือและแร่โปแตช เป็นสิ่งที่รัฐบาลทุกยุคสมัยตลอดระยะเวลา20ปีทีผ่านมา ต่างผลักดันมาอย่างต่อเนื่องและนโยบายดังกล่าวละเมิดสิทธิชุมชนอย่างหนักตลอดจนสร้างความเหลื่อมล้ำและผลิตซ้ำความไม่เสมอทางสังคม&amp;nbsp;ชาวบ้านไทวานรไปไกลเกินกว่านักปกป้องสิทธิ์เพราะไม่ได้พูดถึงใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นชุมชนผู้ปกป้องสิทธิ์ คือกลุ่มก้อนทีเหนียวแน่น ใช้ความเป็นเครือญาติพีน้อง คนบ้านเดียวกัน &amp;nbsp;ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 นับตั้งแต่มีการสำรวจแร่โปแตช ก็เริ่มก่อตัวชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาดังกล่าวได้รวมตัวกัน ประกอบด้วยกลุ่มคนที่หลากหลายในชุมชน นับเป็นการผนวกรวมกันครั้งยิ่งใหญ่ของคนวานร การคัดค้านดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันกิจกรรมมีหลากหลายเช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รณรงค์ เดิน จัดเวทีวิชาการ การยื่นหนังสือ และปิดล้อมพื้นที่ขุดเจาะซึ่งแลกมาด้วยการที่ชาวบ้านในพื้นที่ถูกดำเนินคดีรวมกว่า11 คน 9 คนยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีข้อหาข่มขืนใจ ในระหว่างการขัดขวางการขุดเจาะสำรวจ มีการเรียกร้องค่าเสียหาย 3.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการ ม.ราชภัฎสกลนคร ระบุด้วยว่า ชาวบ้านออกมาต่อต้านโครงการทั้งที่เป็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะความกลัว และไม่ใช่แบบคิดไปเอง หรือกลัวแบบวิตกจริต แต่วางอยู่บนประสบการณ์ที่เห็นด้วยตาและผนวกรวมกับงานศึกษาวิชาการ ซึ่งทั้งบ้านกุดเรือคำ อ.วานรนิวาส บ้านหนองกวั่ง อ.บ้านม่วง จ. สกลนครเป็นแหล่งผลิตนาเกลือ สูบน้ำใต้ดินมาต้มเกลือกว่า 300 บ่อ และตากนาเกลือ พื้นที่นาเกลือกว่า2พันไร่ &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้น คือหลุมยุบ การไหลซึมของน้ำเค็มลงนาข้าว แม่น้ำ แม้ที่ผ่านมารับมือได้เพราะเป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางที่ผู้ประกอบการและผู้ผลิตส่วนใหญ่ เป็นคนในท้องถิ่น ทำให้ต่อรอง พูดคุยกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การสำรวจแร่โปแตชพื้นทีกว่า &amp;nbsp;120,000ไร่ &amp;nbsp;ปริมาณสำรองแร่ 1พันล้านล้านตัน เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งอุตสาหกรรมขนาดนี้มันหลุดลอยออกจากอำนาจการต่อรองของชุมชน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันชาวบ้านที่วานร ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารโปแตชทั่วโลกผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส์ ประสบการณ์การทำเหมืองแร่จากที่ต่างๆทั่วโลกถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับงานวิจัยไทบ้าน ที่ชาวบ้านทำอยู่ มันสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเกิดเหมืองระบบนิเวศที่หลากหลาย ละเอียดอ่อนของภาคอีสานจะอยู่ในสภาวะความเสี่ยง พังทลาย นำมาสู่ความเสี่ยงในการดำรงชีพของคนวานร &amp;nbsp;เสี่ยงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม มีความกังวล เกิดหลุมยุบ แพร่กระจายความเค็ม พื้นที่เกษตร แม่น้ำ กองเกลือมหึมา ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงภัยอื่นๆตามมาเช่น สุขภาพ สังคมวัฒนธรรม ตลอดจนเศรษฐกิจ การสูญเสียความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยเฉพาะป่าโคก ป่าทาม แม่น้ำลำห้วย หลายสิบสาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า &amp;nbsp;ชาวบ้านประเมินว่าค่าภาคหลวงที่จะนำมาสู่ท้องถิ่นเพื่อนำมาใช้พัฒนาชุมชน หรือกระทั่งโฆษณา ปุ๋ยราคาถูก พวกเขามองเห็นว่าไม่คุ้มค่าเสี่ยงโอกาสที่จะได้ ซึ่งใครจะได้รับประโยชน์จากการแบกรับความเสี่ยงของไทวานรนิวาส ความยุติธรรมสำหรับชาวบ้านไม่ได้เป็นอะไรที่มากไปกว่าการได้รับ หรือการถูกปฎิบัติอย่างเป็นธรรมจากภาครัฐ&amp;nbsp;แต่เมื่อไหร่ที่เจอการเลือกปฎิบัติ เลือกทีรักมักที่ชัง นั้นสะท้อนให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ำและความไม่เสมอภาคในสังคมมันเกิดขึ้นและเป็นสิ่งทีเกิดขึ้นภายใต้การผลักดันโครงการสำรวจเหมืองแร่โปแตช ที่อำเภอวานรนิวาส พัวพันจนแยกไม่ออกกับการละเมิดสิทธิชุมชนท้องถิ่น อันเป็นมูลผลักสำคัญให้ไทวานรต้องออกมาก้าวเดิน ความเหลื่อมล้ำในที่นี้ สะท้อนกลับมาคือความรู้สึกสองมาตรฐานจากการปฎิบัติของอำนาจรัฐ เกิดขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่าง ชาวบ้านและทุน &amp;nbsp;ซึ่งสะท้อนผ่านการใช้อำนาจรัฐของในการเอื้ออำนวยสนับสนุน กลุ่มทุน เพราะรัฐต้องการให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เธอระบุต่อว่า &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรมความไม่เสมอภาค ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในกรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช วัฒนธรรมความไม่เสมอภาคถูกสร้างขึ้น จากการปฎิบัติไม่เป็นธรรมของรัฐ ระหว่างทุนและชาวบ้านโดยการปฎิบัติ &amp;nbsp;งดเว้นการปฎิบติ ได้แก่ 1. ความเหลื่อมล่้ำในอำนาจ ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสและรอบด้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าว่าจะดำเนินการแบบไหน พื้นที่จุดไหนที่จะดำเนินการขุดเจาะ ผลกระทบนอกจากด้านบวกแล้ว มีประเด็นไหนที่ชุมชนจะต้องเตรียมรับมือ เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีที่ชาวบ้านรักษ์วานรนิวาส ทำหนังสือขอเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตร แผนที่ขุดเจาะสำรวจแร่ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงอุตสาหกรรม จากสำนักงานอุตสาหกรรมสกลนคร แต่ประวิงเวลาหรือระบุว่า ไม่มีสิทธิ์ให้เพราะจะส่งผล กระทบต่อบริษัท เป็นการ ปฎิเสธไม่ให้ข้อมูลจึงเป็นการจงใจไม่อำนวยความสะดวกแม้ท้ายที่สุด &amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดจะให้ข้อมูลแต่ชาวบ้านได้มาด้วยการใช้ อำนาจ พรบ.ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เธอระบุต่อว่า 2. ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ชาวบ้าน โดนชาวบ้าน ฟ้องร้องจากรัฐ และทุน จำนวนมากกว่า11คดี มี4คนที่ จนท.ตร.ในพื้นที่เป็นผู้แจ้งความ ในพรบ.ชุมนุม อีก7 คน บริษัทแจ้งความในข้อหาข่มขืนใจฯ ขัดขวางการสำรวจระหว่างวันที่ 9 ถึง 15 พ.ค.61 &amp;nbsp;ขณะที่ทางบริษัทได้ระบุว่า ได้รับอาชญาบัตรมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ความร่วมมือไทยและจีน ที่ผ่านมาการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายมาโดยตลอด การที่ชาวบ้านขัดขวางจนทำให้ไม่สามารถขุดเจาะได้จึงต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย ในกรณีนี้ อำนาจและความยุติธรรมทางกฎหมายรับใช้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการผู้นี้ระบุด้วยว่า&amp;nbsp;3.ความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิในการจัดการทรัพยากร นอกเหนือจากการใช้อำนาจทาง พรบ.แร่เพื่ออ้างสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรเหนือชุมชนท้องถิ่นแล้ว กรณี ครม.ร่างกฎกระทรวงทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยโทงเป็น ทางน้ำชลประทานที่เรียกจัดเก็บค่าน้ำได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างการยื่นเสนอให้มีการพิจารณา โดยให้เหตุผลว่าทีผ่านมามีการใช้ประโยชน์จากเขื่อนห้วยโทง ในกิจการอื่นที่มิใช่การเกษตรอันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และรองรับการขอใช้น้ำจากภาคอุตสาหกรรม การประปา ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สมควรให้มีการเรียกเก็บค่าน้ำที่มิใช่จากการเกษตร&amp;nbsp;พรบ.ฉบับนี้บังคับใช้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มทีทั้งที่เป็นผู้เสียสละที่ดิน เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโทง คนที่มีรายได้น้อย ได้ใช้ประโยชน์จากเขื่อน เกษตร หาปลา จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และที่สำคัญการออกพรบ.ฉบับนี้ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม พรบ.ฉบับนี้ถ้าเกิดขึ้น ชุมชนมีมีโอกาสสูญเสียแหล่งพึ่งพิงทั้งด้านเกษตรและอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; นี้คือความเชื่อมโยง ภายใต้การพัฒนายุทธศาสตร์พัฒนาอีสานให้กลายเป็นศูนย์กลาง การผลิตหินเกลือและเหมืองแร่โปแตช ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและผลิตซ้ำความไม่เสมอภาคมากมาย แต่ลึกไปกว่านั้นคือ ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือการแปรรูปทรัพยากรไปเป็นสินค้า ลดทอนคุณค่า ความหมายของผืนดินบ้านเรือน &amp;nbsp;ที่นาสวน ป่า แหล่งน้ำ กลายเป็นสินค้าในรูปสินค้าในรูปโปแตช เพื่อเอาไปป้อนขายในระบบอุตสาหกรรม พร้อมๆกับการ กำหนดว่าธรรมชาตินั้นเป็นของใคร และใครเป็นผู้มีอำนาจใช้ประโยชน์เหนือทรัพยากรนั้นได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า จาก พรบ.แร่ ถ่ายโอนอำนาจให้เป็นเอกชน ในรูปแบบสัมปทาน ทำให้เอกชนเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรได้ อย่างเต็มที่ สินค้า ปุ๋ย อุตสหกรรม ปัญหาคือชาวบ้าน คนในท้องถิ่น จะถูกกันออกและไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นได้เหมือนเดิม ภายใต้ระบบดังกล่าว คนในท้องถิ่นจะถูกเอาเปรียบ สูญเสียรายได้จากทรัพยากรที่เคยเป็นของตนเอง จากรายได้ที่ไม่มั่นคงในการดำรงชีพจะยิ่งส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำขยายกว้างขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; สังคมไทยเหลื่อมล้ำสูงมาก แทรงหน้าเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าย้อนกลับมามองในพื้นที่อำเภอวานรนิวาส ประชากรพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ หลากหลายระบบนิเวศ คนที่มีฐานะต่างกัน พ้น ยากจน ใต้เส้นยากจนคือมีทรัพยากรให้พึ่งพิง แหล่งป่าโคก แม่น้ำ แต่หากโครงการพัฒนาที่แย่งชิงทรัพยากรแน่นอนว่า ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำจะยิ่งถ่างกว้างขึ้นเพราะแหล่งอาหาร ระบบนิเวศ นา โคก ป่าทาม ห้วยจะถูกเปลี่ยนสภาพ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักวิชาการอีสานผู้นี้ทิ้งท้ายว่า เมื่อชุมชนออกมาปกป้องชีวิตไม่ให้ตกอยู่ในความเสี่ยง ทำไมถึงถูกฟ้องร้อง คุกคาม ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงจุดยืน นั้นเพราะเราดำรงอยู่ในสังคมที่ไม่มีบรรยากาศเป็นประชาธิปไตย การพัฒนาแบบเผด็จการไม่เคยเอื้อความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชน การแสวงหาความเป็นธรรม ยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างยากลำบาก กิจกรรมครั้งนี้จึงมองเห็น&amp;nbsp;การประกาศทวงคืนสิทธิชุมชนที่หายไป ด้วยสองเท้าของสามัญชนคนธรรมดาที่อยากยืนหยัดปกป้องถิ่นฐานบ้านเกิด &amp;nbsp;ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหารและชีวิต คือการประกาศศักดิ์ศรีความเป็นพลเมือง ความเป็นมนุษย์ และทวงคืนสิทธิชุมชนท้องถิ่นแก่คนวานรนิวาส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านโปแตชสกลนคร, นักวิชาการอีสาน, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, ยุทธศาตร์แร่อีสาน, ไชน่าหมิงต๋า, ไทวานรก้าวเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1606e724556.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสกลฯจี้รัฐหยุดอุ้มทุนเปิดทางสำรวจแร่โพแทช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.61-ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าล่าสุดการคัดค้านสำรวจแร่โพแทชของชาวบ้านในพื้นที่ จ.สกลนคร ล่าสุด&amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนวานรนิวาส ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือ ขอให้นายอำเภอวานรนิวาส มีข้อสั่งการ ยุติความขัดแย้ง โครงการเหมืองแร่โปแตช &amp;nbsp;พร้อมสำเนารายชื่อประชาชนบ้านวังบงที่คัดค้านการขุดเจาะสำรวจโปแตช &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;831 &amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า เครือข่ายประชาชนวานนิวาส จังหวัดสกลนคร ได้ติดตามโครงการการสำรวจแร่โปแตช &amp;nbsp;บริษัท ไชน่า &amp;nbsp;หมิงต๋า &amp;nbsp;โปแตช คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp; (ประเทศไทย) &amp;nbsp;จำกัด &amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษ 12 แปลง &amp;nbsp;เป็นเนื้อที่ 120,000 ไร่ &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมท้องที่อำเภอวานรนิวาส &amp;nbsp; จังหวัดสกลนคร ขณะนี้บริษัทดังกล่าวกำลังจะขุดเจาะสำรวจโปแตชในพื้นที่ในอำเภอวานรนิวาส &amp;nbsp; ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ &amp;nbsp; 18 &amp;nbsp;กุมภาพันธุ์ &amp;nbsp;2561 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ทางบริษัทกำลังขนย้ายอุปกรณ์เข้าพื้นที่เพื่อทำการขุดเจาะสำรวจแร่โปแตช แต่ประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีข้อมูลที่รอบด้านและยังมีข้อสงสัยหลายประการ จึงมีความกังวลเรื่องผลกระทบ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่หน่วยงานของรัฐและเอกชนควรมีความชัดเจนซึ่งยังต้องรอการเปิดเผยข้อมูลเพื่อรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานอันพึงมีพึงได้ของประชาชน ฉะนั้นแล้วทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคีข่ายประชาชนวานรนิวาส จึงมีข้อเรียกร้องดังนี้ 1. ขอให้นายอำเภอวานรนิวาสใช้อำนาจหน้าที่ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ในท้องที่อำเภอวานรนิวาส ขอให้สั่งการชะลอหรือยุติการสำรวจแร่ ในพื้นที่บ้านวังบง หมู่ 12 ออกไปก่อน เพื่อลดความขัดแย้ง สร้างบรรยากาศปรองดอง ตามคำสั่ง คสช. &amp;nbsp;2. ขอให้หน่วยงานของรัฐท้องที่และท้องถิ่นวางตัวเป็นกลาง มิใช่ไปสนับสนุนทุนอย่างเปิดเผย เป็น การไม่เกียรติประชาชน เป็นการละเว้นการกระทำหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะการปกครองท้องที่ 3. ขอให้นายอำเภอวานรนิวาส ให้แจ้งคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ตามข้อ 1-2 ภายในนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้รวมตัวกันหน้ายื่นหนังสือถึงนายอำเภอวานรนิวาส มาก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีการตอบสนองจากเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้ง กลุ่มชาวบ้านได้ยื่นหนังสือถึงอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร ขอให้เปิดเผยเอกสารข้อมูลแนบท้ายอาชญาบัตรพิเศษ &amp;nbsp;แผนที่การสำรวจแร่ จากอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนครมาอย่างต่อเนื่อง แต่จนกระทั่งบัดนี้ชาวบ้านไม่เคยได้รับเอกสาร ตามที่ได้ร้องขอไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3588</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านโปแตช, ต้านโปแตชสกลนคร, วานรนิวาส, เครือข่ายชาวบ้านสกลนคร, ไชน่าหมิงต๋า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d23ee5fbb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
