<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อบานปลาย! จนท.เตรียมสลายม็อบต้านโรงน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวลร้อยเอ็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.62 - เมื่อเวลา 05.30 น. กลุ่มเครือข่ายคนฮักทุ่งกุลาในพื้นที่ ต.โนนสวรรค์ และ ต.สระบัว อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ได้เข้าเก็บอุปกรณ์โต๊ะ เก้าอี้ เต็นท์ที่เตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 (ค.2) ของบริษัทน้ำตาลบ้านโป่ง จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันแรก กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านถูกปฎิเสธไม่ให้เข้าร่วมเข้ารับฟังความคิดเห็นในเวทีดังกล่าว จนเกิดเหตุสถานการณ์ความวุ่นวายมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านคัดค้านกับตำรวจควบคุมฝูงชน ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นลม 1คน ชาวบ้านจึงตัดสินใจปักหลักรวมตัวค้างค้นที่หอประชุมอำเภอปทุมรัตน์ แต่หลังจากนั้นทางอำเภอได้ตัดน้ำตัดไฟเพื่อกดดันให้ทางกลุ่มออกจากพื้นที่ จนชาวบ้านต้องออกเนื่องจากเกรงว่าจะมีสถานการณ์อันตรายเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนล่าสุดเมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ชาวบ้านเข้ามาเก็บอุปกรณ์ดังกล่าวโดยไม่เกิดความเสียหายท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยคุมเชิงดูสถานการณ์อยู่ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าในช่วงเช้า จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุมของกลุ่มคัดค้าน เพื่อให้เวทีรับฟังความคิดเห็นฯเดินหน้า โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิดได้เข้ามาตรวจพื้นที่ และพนักงานของบริษัททยอยขนน้ำออกจากบริเวณ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รายหนึ่ง ระบุว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวผมออกหมายจับให้หมดเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายคนคนฮักทุ่งกุลา จ.ร้อยเอ็ดยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานีสั่งให้ยุติแผนการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ต่อการจัดทำร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สำหรับโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 เอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากชาวบ้านที่ยื่นร้องขอรับความคุ้มครองมีความเห็นว่า การจัดทำเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 และวันที่ 16 และ 23 พฤษภาคม 2562 ของบริษัท น้ำตาลบ้านโป่ง จำกัด ตามข้อกำหนดของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขอตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลขนาด 24,000 ตันอ้อย และโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้ชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิงขนาด 80 เมกกะวัตต์ ซึ่งต้องทำอีไอเอกับชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับผลกระทบในครั้งที่ 1 ไม่ชอบและไม่มีความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ขึ้นใหม่ พร้อมขอให้ยุติการดำเนินการใดๆที่มีลักษณะปิดกั้น ขัดขวาง คุกคาม ข่มขู่ ทำให้หวาดกลัวในการใช้สิทธิและเสรีภาพในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบวิเคราะห์ (EIA) สามารถเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมแพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่ตั้งของแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีที่สุดของประเทศในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เมื่อมีโรงงานก็ต้องมีการปลูกอ้อยแทนการปลูกข้าว จึงอาจเป็นผลกระทบระยะยาวต่อแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิพันธุ์ของประเทศด้วยละเป็นธรรม จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบวิเคราะห์ (EIA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49231</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดร้อยเอ็ด, ต้านโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล, บริษัทน้ำตาลบ้านโป่งจำกัด, เครือข่ายคนฮักทุ่งกุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba3f2dbade7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยโสธรจี้รัฐประกาศเซฟโซนทรัพยากร&#039;ปลอดโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62- &amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลน้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญกว่า 150 คน ได้อ่านคำประกาศปกป้องลำเซบาย รัฐต้องประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางทรัพยากร คุณภาพชีวิต และอากาศ บริเวณสะพานข้ามลำน้ำเซบายเก่าเส้นทางเชื่อมเขตรอยต่อ ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ไป ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ ก่อนล่องเรือกว่า 10 ลำ ศึกษาระบบนิเวศลำน้ำเซบาย โดยกิจกรรมดังกล่าวเพื่อแสดงเจตนารมณ์ และแสดงจุดยืนในการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&amp;nbsp;เพื่อปกป้องแม่น้ำสายนี้ซึ่งเป็นหลอดเลือดสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้าน จากผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่ขณะนี้ชาวบ้านยังปักหลักต่อต้านอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คำประกาศปกป้องลำน้้ำเซบาย ของชาวบ้าน ระบุว่า รัฐต้องประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางทรัพยากร คุณภาพชีวิต และอากาศ เพราะลำน้ำเซบายเปรียบเสมือนสายเลือดหลักของคนลุ่มน้ำที่ได้พึ่งพาอาศัยและหล่อเลี้ยงชีวิต ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์จากน้ำ เช่น การประปา การเกษตร ปลูกข้าวนาปี นาปรัง ถั่วลิสง การหาปลา เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น จนก่อให้เกิดอาชีพหลัก อาชีพรอง นำมาสู่รายได้ทางเศรษฐกิจที่ยึดโยงกับชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในลำน้ำเซบายที่ชุมชนผูกพันธ์มาหลายชั่วอายุคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมในลำน้ำเซบายที่พวกเราได้ติดตามตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาล คสช. ได้มีนโยบายที่อ้างโครงการประชารัฐ เปิดทางให้นายทุนได้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ผ่านช่องทางกฏหมาย คำสั่ง คำประกาศ ได้มีการผลักดันโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ที่ผ่านมานั้นเรามองว่าชาวบ้านในรัศมี 5 กิโลเมตรไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริง และยังขาดการมีส่วนร่วม ตั้งแต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 &amp;nbsp;จึงนำมาซึ่งการคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่ชาวบ้านตระหนักดีว่าถ้ามีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ จะก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้าน เช่น การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ ปัญหาน้ำเน่าเสียที่จะเกิดขึ้นในลำน้ำเซบาย ปัญหาด้านฝุ่นละออง ปัญหาด้านคมนาคม เป็นต้น ซึ่งอาจกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเผชิญกับมลพิษในอนาคต แต่กระนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยทบทวนข้อเรียกร้องข้อท้วงติงจากพวกเรา กลับเดินหน้านั่งพิจารณาอนุมัติให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ผ่านไป ท่ามกลางข้อกังขาของชาวบ้านในหลายประเด็น ตลอดจนยิ่งสร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ทางพวกเราจึงไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานรัฐที่จะนำมาซึ่งการทำลายทรัพยากรในลำน้ำเซบาย แต่พวกเราจะยืนหยัดในการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อไป เพื่อปกป้องลำน้ำเซบาย เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพื่อปกป้องบ้านเกิด จึงเรียกร้อง ให้รัฐประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองความปลอดภัยทางด้านทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า คุณภาพชีวิต และอากาศ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 43 &amp;nbsp;บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ จัดการ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และ ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ &amp;nbsp;และมาตรา 57 รัฐต้อง อนุรักษ์ คุ้มครอง บํารุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลยั่งยืนโดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมดำเนินการ&amp;rdquo; ที่กำหนดไว้ เพื่อความมั่นคงของทรัพยากรและชุมชนมีสิทธิที่จะอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33055</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย, ต้านโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล, มาตรา 43, ยโสธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca720c775f07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
