<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ถก40ซีอีโอสู้ไวรัส สั่งศธ.-อว.หั่นค่าเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุม &amp;ldquo;ตรีนุช-เอนก&amp;rdquo; ถกช่วยเหลือค่าใช้จ่ายการศึกษา วาง 4 ข้อกำหนด &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; ลั่นเสนอเข้าที่ประชุม ครม. 27 ก.ค.นี้ ยึดหลักไม่ทิ้งเด็กและผู้ปกครองไว้ข้างหลัง &amp;ldquo;อว.&amp;rdquo; หั่นค่าเทอมขั้นบันได พร้อมลดรายบุคคลอีก 5,000 บาท เริ่มปีการศึกษา 2564 เชื่อมีเด็ก 1.75 ล้านคนได้ประโยชน์ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นัด 22 ก.ค.หารือเยียวยาเศรษฐกิจหลังพูดคุย 40 ซีอีโอพลัส ย้ำเดินหน้า 120 วันเปิดประเทศ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 21 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเช้า และในเวลา 10.30 น. นายกฯ ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์โควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 14.02 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;วันนี้ได้ประชุมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนในการช่วยลดภาระ ค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง ครู นักเรียน และนักศึกษาให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มด้อยโอกาส ยากจน และกลุ่มผู้พิการ โดยมีแนวทางในด้างต่างๆ เช่น 1.มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียน 2.ขอความร่วมมือให้ลดหรือชะลอการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชน 3.สนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่สถานศึกษาเพื่อรองรับการเรียนแบบออนไลน์ และ 4.ช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างงาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ประชุมได้มอบหมายให้ อว.และ ศธ.จัดทำรายละเอียดและขั้นตอนในการดำเนินการในมาตรการต่างๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าครับ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ทิ้งท้าย
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. กล่าวภายหลังประชุมว่า นายกฯ มีความเป็นห่วงการเรียนของนักเรียน การจัดการเรียนการสอนของครู และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองท่ามกลางวิกฤติโควิด จึงมอบหมายให้ ศธ.จัดทำโครงการมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด ซึ่งมาตรการช่วยเหลือนี้จะครอบคลุมทั้งโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โรงเรียนสังกัด กทม. และโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยจะนำมาตรการการช่วยเหลือเหล่านี้เสนอให้ที่ประชุม ครม.รับทราบหลักการในวันที่ 27 ก.ค.ต่อไป สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการเรื่องนี้นั้น ครม.จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะใช้งบประมาณในส่วนใดมาดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการการช่วยเหลือนักเรียน ครู และผู้ปกครองนั้น มีหลักการเบื้องต้นคือ ศธ.จะไม่ทิ้งเด็กคนใดคนหนึ่งไว้ข้างหลังและไปให้ถึงผู้ปกครอง และมาตรการช่วยเหลือสถานศึกษาให้ได้พัฒนาเรื่องสื่อเรียนการสอน นอกจากนี้ นายกฯ ยังมีความเป็นห่วงเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ของนักเรียนมัยมศึกษาตอนปลายมากขึ้น โดยอยากให้เปิดช่องทางการเรียนการสอนผ่าน On Air ในรูปแบบการเรียนการสอนของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กมีช่องทางการเรียนรู้อย่างหลากหลาย&amp;quot; รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวประเด็นนี้ว่า นายกฯ ได้รับหลักการมาตรการตามที่ อว.เสนอ คือ 1.สถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจะลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา โดยกำหนดเป็น 3 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 ส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ลดค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษา 50% ขั้นที่ 2 ส่วนตั้งแต่ 50,001-100,000 บาท ลด 30% และขั้นที่ 3 ส่วนตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไป ลด 10% โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณสำหรับส่วนลดนี้ 60% และสถาบันอุดมศึกษาสมทบ 40% และ 2.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน รัฐบาลจะสนับสนุนลดค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษาคนละ 5,000 บาท โดยให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่งพิจารณาลดค่าเล่าเรียนเพิ่มเติมและสนับสนุนมาตรการอื่นๆ เช่น ขยายเวลาผ่อนชำระหรือผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา ตั้งกองทุนสนับสนุนการศึกษา จัดหาอุปกรณ์/โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษายืมเพื่อใช้ในศึกษาออนไลน์ ส่วนลดค่าหอพักนักศึกษา จัดสวัสดิการพิเศษกรณีนักศึกษาป่วยด้วยโรคโควิด-19 เป็นต้น โดยมาตรการนี้จะเริ่มใช้ทันทีในภาคศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยจะมีนิสิตนักศึกษาที่ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนถึง 1,750,109 คน
ลุ้นมาตรการเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร กรรมการบริหารพรรคกล้า กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาเยียวยามาตรการเพิ่มเติมให้ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพราะลูกหนี้กองทุนนี้ก็มีสภาพไม่ต่างจากคนกลุ่มอื่นที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 เช่นกัน จึงขอเรียกร้องให้พักการชำระหนี้ ลดและพักเบี้ยปรับไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า ในวันที่ 22 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 3/2564 หารือสถานการณ์เศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน รวมไปถึงมาตรการเยียวยาต่างๆ ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ 40 ซีอีโอ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีผู้เข้าร่วมหารือ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ขณะที่ 40 ซีอีโอ นำโดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประชุมเชื่อมสัญญาณมายังตึกไทยคู่ฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณเอกชนที่มาร่วมหารือเพื่อช่วยกันบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจกับการแพร่ระบาดโควิดที่รุนแรงมากขึ้นนี้ ยังเดินหน้าแก้ไขอย่างรอบด้าน ทั้งการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน โดยถึงวันที่ 20 ก.ค.มีการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14 ล้านโดส และการกำหนดมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และมาตรการกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชนผ่านโครงการต่างๆ ก่อนยืนยันว่าที่ผ่านมาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนได้ให้ข้อเสนอแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของรัฐบาลมาตลอด ข้อเสนอแนะที่ทำได้รัฐบาลดำเนินการทันที ในส่วนที่เป็นอุปสรรครัฐบาลก็พยายามเร่งแก้ไขให้ ทั้งนี้ทุกมาตรการต้องเป็นตามกฎหมายและหลักการงบประมาณ เพราะเงินที่รัฐบาลที่นำมาใช้จ่ายมาจากภาษีของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในระดับสูง ต้องลดความขัดแย้ง ช่วยกันสร้างการรับรู้ เน้นประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพราะทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การช่วยกันหาทางออกให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าวในที่ประชุม
40 ซีอีโอพลัสชง 4 ข้อเสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนั่นกล่าวว่า 40 ซีอีโอพลัส ขอบคุณนายกฯ และคณะที่ได้จัดสรรเวลาเชิญ 40 ซีอีโอพลัสหารือร่วม ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนได้เตรียมข้อสนอต่อรัฐบาลไว้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลทั้ง 25 ศูนย์ของภาคเอกชนที่ร่วมกับ กทม. สามารถแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาล โดยมีศักยภาพฉีดวัคซีนได้ถึงวันละ 80,000 คน/วัน ซึ่งเอกชนพร้อมสนับสนุนภาครัฐในการจัดอุปกรณ์การแพทย์ ทั้ง Rapid Tests ยารักษา เตียงผู้ป่วยหนักและ ICU รวมทั้งมาตรการ Isolation โดยเทคโนโลยีดิจิทัล และจัด Platform ต่างๆ 2.การเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชน เสนอให้ขยายมาตรการช่วยเหลือทั้งกิจการที่ต้องหยุดประกอบตามคำสั่งของราชการ รวมทั้งธุรกิจในห่วงโซ่ต่างๆ รวมทั้งการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน 3.การกระตุ้นเศรษฐกิจ แผนระยะสั้น-ระยะกลาง กระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มผู้มีรายได้และกำลังซื้อสูง กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนให้เกิดการจ้างงาน และ 4.การฟื้นฟูประเทศไทย เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐเอกชนขับเคลื่อนกิจกรรมที่มี Impact สูงและประชาชนไทยได้ประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รัฐบาลมีความยากลำบากในการทำงาน ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดและเศรษฐกิจที่ผันผวนและไม่มีความแน่นอนสูง ภาคเอกชนให้กำลังใจนายกฯ และพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลด้วยความจริงจัง&amp;rdquo; นายสนั่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณ และสิ่งที่ได้รับฟังข้อมูลในวันนี้สอดคล้องกับนโยบายและแนวคิดของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่า นายกฯ ครม. และ ศบค. ไม่เคยหยุดคิด หยุดทำงาน ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องร่วมมือการสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ลดความขัดแย้ง ขอยืนยันการเดินหน้าเปิดประเทศ 120 วัน ซึ่งเริ่มแล้วที่ภูเก็ตและสมุย และจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110637</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถกช่วยเหลือค่าใช้จ่ายการศึกษา, นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยึดหลักไม่ทิ้งเด็กและผู้ปกครองไว้ข้างหลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f823443d9a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
