<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง เฝ้าระวังรับมือพายุ &#039;ไลออนร็อก&#039;เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือพายุดีเปรสชัน &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ในช่วงนี้ โดยให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีในการป้องกัน, การฟื้นฟู และการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวัน และให้ประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วยตามแผนปฏิบัติการเดิมที่ได้สั่งไว้ พร้อมกำชับให้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักรตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และเมื่อเกิดภัยพิบัติให้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินให้ผู้บริหารในพื้นที่เข้าไปดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้จัดเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที พร้อมทั้ง ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 7&amp;nbsp; ตุลาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 9 จังหวัด 21 สายทาง&amp;nbsp; รวม 44&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; การจราจรผ่านได้&amp;nbsp; 25 แห่ง ผ่านไม่ได้ 19 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางหลวงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 11 จังหวัด ได้แก่ 1 จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; 2จ.นนทบุรี &amp;nbsp; 3จ.สระบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; 4จ.อ่างทอง&amp;nbsp; 5จ.ลพบุรี&amp;nbsp; 6จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 7จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; 8จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; 9จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; โดยทางหลวงที่มีระดับน้ำสูงได้แก่&amp;nbsp; ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ระดับน้ำสูง 280 ซม. &amp;nbsp; - ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ระดับน้ำสูง 150 ซม. &amp;nbsp; ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. &amp;nbsp; และ&amp;nbsp; ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 175 ซม.&amp;nbsp; โดยมีการการจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 19 แห่ง&amp;nbsp; ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ช่วง กม.ที่ 329 +913 (จุดกลับรถใต้สะพานบ้านกุดกว้าง)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 280 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ทล.2131 บ้านสะอาด-เหล่านางงาม&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 6+800 &amp;ndash; 8+500 ด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 90-100 ซม. ใช้ทางเลี่ยงทางหลวงหมายเลข 2062 บ้านทุ่ม-บัญจาคีรี กม.0 ไปออกทางหลวงหมายเลข 12 บ้านฝาง-ขอนแก่น&amp;nbsp; กม.540&amp;nbsp; เข้าเมืองขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp; (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าแคราย) ระดับน้ำสูง 30ซม.&amp;nbsp; ใช้จุดกลับรถต่างระดับบางใหญ่ที่ กม.18+500 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000 (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก ระดับน้ำสูง 30 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) &amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 59-55 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ช่วง กม.ที่ 57+500 จุดกลับรถบางศาลา ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&amp;nbsp; ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+400 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม. การจราจร ผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.ลพบุรี&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 3019&amp;nbsp; สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 35 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp; บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 89+100 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 93+155 ดินสไลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่งได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 50 ซม.การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)ได้แก่&amp;nbsp; ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586&amp;nbsp; (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, พายุ, รับมือ, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb5de23b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งเตรียมพร้อมรับมือ &#039;โกนเซิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ย.2564 นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากประกาศแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาดแจ้งเตือนพายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;โกนเซิน&amp;rdquo; ในช่วงวันที่ 12-13 ก.ย. นี้ว่าได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยเตรียมความพร้อมในการป้องกัน, การฟื้นฟู และการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ พร้อมทั้งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ต่างๆ ขึ้น และเมื่อส่งผลกระทบกับการเดินทางของประชาชน จะต้องประสานกับพื้นที่ เพื่อให้สามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันทีโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวันเพื่อที่จะได้รับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ&amp;nbsp;ทรงศิวิไล&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง&amp;nbsp;(ทล.) กล่าวว่า&amp;nbsp;จากข้อสั่งการของนายศักดิ์สยามนั้น ตนจึงได้สั่งการให้ทุกแขวงทางหลวง หมวดทางหลวง&amp;nbsp;รวมถึงศูนย์สร้างทาง และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมพร้อม&amp;nbsp;ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร&amp;nbsp;รวมถึงเตรียมสะพานเบลี่ย์&amp;nbsp;(สะพานเหล็ก) กรณีหากเกิดทางขาดสะพานขาด&amp;nbsp;และจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ตลอด&amp;nbsp;24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทาง โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง&amp;nbsp;ปฏิบัติตามป้ายเตือน&amp;nbsp;ป้ายแนะนำ&amp;nbsp;และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง&amp;nbsp;สภาพการจราจร&amp;nbsp;หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง&amp;nbsp;แขวงทางหลวง&amp;nbsp;หมวดทางหลวงในพื้นที่&amp;nbsp;และสายด่วนกรมทางหลวง&amp;nbsp;1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด&amp;nbsp;24 ชม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในส่วนภูมิภาคเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าสำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 12-13 กันยายนนี้ ได้แก่ ภาคเหนือ 10 จังหวัด (แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์นครสวรรค์ และอุทัยธานี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด (เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) ภาคกลางและภาคตะวันออก 12 จังหวัด (ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เส้นทางคมนาคม, โกนเซิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d6e0545596.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 05:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 05:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีผลวันนี้ &#039;ถนน-ซอย&#039; กลางกรุงหลายแห่งห้ามหยุด-ห้ามจอดรถทุกชนิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามหยุดห้ามจอดรถทุกชนิด ในถนนและซอย พ.ศ. 2564 ซึ่งประกาศดังกล่าวลงนราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยปัจจุบันในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีความเจริญก้าวหน้าและมีจํานวนยานพาหนะ ที่สัญจรไปมาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมบางเส้นทางมีสภาพการจราจรเปลี่ยนแปลงไป ทําให้เกิดปัญหาการจราจร และไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางการจราจร จึงมีความจําเป็น ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เหมาะสม กับสภาพการจราจรในปัจจุบันฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 (38) และมาตรา 139 (2) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 38 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อความมั่นคง ของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และคําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 524/2562 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 18 กันยายน 2562 แต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจนครบาล เป็นหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ในเขตกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกข้อบังคับไว้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามหยุดห้ามจอดรถทุกชนิด ในถนนและซอย พ.ศ. 2564&amp;rdquo;ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไปข้อ 3 ความใน 5.1 ของข้อ 5 แห่งข้อบังคับกองบัญชาการตํารวจนครบาล ว่าด้วย การห้ามหยุด ห้ามจอดรถ และห้ามเลี้ยวขวา ในถนนและซอยบางตอนในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2537 ให้ยกเลิกการใช้บังคับเฉพาะซอยอารีย์สัมพันธ์ 4, 5 และ 6ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน 4.1 ของข้อ 3 แห่งข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขต กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามหยุดห้ามจอดรถทุกชนิด ในถนนหรือซอยต่าง ๆ ในเขต กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2550 ข้อ 5 ห้ามหยุด หรือจอดรถทุกชนิด ในถนนและซอย ดังต่อไปนี้5.1 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา 5.2 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา 5.3 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 5 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา 5.4 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 6 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 ห้ามจอด รถทุกชนิด ในถนนและซอย ดังต่อไปนี้6.1 ถนนศรีวรา ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่เวลา 09.00 นาฬิกา ถึงเวลา 09.00 นาฬิกา และเวลา 16.00 นาฬิกา ถึงเวลา 14.00 นาฬิกา6.2 ถนนอินทราภรณ์ ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่เวลา 06.00 นาฬิกา ถึงเวลา 09.00 นาฬิกา และเวลา 16.00 นาฬิกา ถึงเวลา 14.00 นาฬิกา6.3 ซอยรามคําแหง 53 ตั้งแต่เชิงสะพานข้ามคลองแสนแสบถึงสามแยก ซอยรามคําแหง 53 ตัดซอยลาดพร้าว 112 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา6.4 ซอยรามคําแหง 53 แยก 1 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา ข้อ 7 ข้อบังคับนี้มิให้ใช้บังคับกับรถที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร หรือเจ้าพนักงานจราจรข้อ 8 นับตั้งแต่วัน เวลา ที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ยกเลิก ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ คําสั่งใด ที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตํารวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตราผู้บัญชาการตํารวจนครบาล หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106089</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ, จราจร, ถนน, ห้ามจอดรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fcb5d67f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ศักดิ์สยาม”ตั้งเป้าปี63ใช้ยางพาราโครงการคมนาคม 2แสนตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมการทบทวนปริมาณการใช้ยางพาราของกระทรวงคมนาคมถึงความคืบหน้าการนำยางพารามาพัฒนาถนนทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ขณะนี้มีเกาะกลางถนนที่สามารถนำยางพาราไปช่วยพัฒนาได้ราว 2,500กิโลเมตร(กม.) แบ่งเป็น ถนนทางหลวง 1,994 กม. และถนนทางหลวงชนบท 500 กม. โดยตั้งเป้าว่าในปี 2563 จะใช้น้ำยางสด 200,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าจะไม่มีการทุบเกาะกลางถนนหรือแบริเออร์แบ่งฝั่งถนนที่มีอยู่เติม แต่จะเพิ่มยางพาราเข้าไปหุ้มแบริเออร์เหล่านั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและทำให้แบริเออร์กั้นถนนดูใหม่ขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบางจุดเก่ามากดูแล้วไม่สวยงาม ดังนั้นกระทรวงคมนาคมมี 2 แนวทาง สามารถรองรับแรงกระแทกความเร็ว 120 กม./ชม. ประกอบด้วย 1.ใช้ยางพารามาหุ้มแบริเออร์เดิมกลางถนน 2.ใช้ยางพาราหุ้มเส้นสลิงเกาะกลางถนน โดยจะนำยางพาราเป็นแผ่นมาหุ้นคล้ายเลโก้&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเงื่อนไขหลักของการนำยางพารามาพัฒนาถนนนั้นคือต้องเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ชาวบ้านผลิตได้เอง โดยหน่วยงานจะไปรับซื้อยางหน้าสวนเกษตรกรแบบไม่ผ่านโรงงานและพ่อค้าคนกลาง เพื่อกระตุ้นให้เม็ดเงินถึงมือผู้ผลิตต้นทางอย่างแท้จริงและจะมีหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมเข้าไปสอนชาวบ้านเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตอีกด้วย หลักการรองลงมาคือเรื่องราคา ความแข็งแรงปลอดภัยและความเร็วในการก่อสร้าง ซึ่งตนมองว่า รูปแบบที่ 1 สามารถดำเนินการได้รวดเร็วและการก่อสร้างไม่กีดขวางทางจราจร นอกจากนี้ยังสั่งการให้กรมเจ้าท่าไปพิจารณาการใช้ยางพารามาใช้รับแรงกระแทกที่ท่าเรืออีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้เงินถึงมือเกษตกรและเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน ยางพาราครอบแบริเออร์เป็นนวัตกรรมที่มีการรองรับมาตรฐานโดยสหรัฐฯ นำไปสู่การลดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้จะสร้างสะพานลอยเพิ่มมากขึ้นบนถนนทั่วประเทศและหาวิธีกีดกัดไม่ให้สัตว์มาวิ่งตัดหน้ารถบนถนน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าสรุปการใช้น้ำยางพาราในปี 2562 พบว่ามีการใช้น้ำยางพารามาพัฒนาถนนเพิ่มขึ้นกว่าปี 2561 ที่ราว 34,313 ตัน ส่วนด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะใช้ยางพาราไปดำเนินการใน 3 ด้าน ได้ก่ 1.แผ่นยางรองรางรถไฟ 2.แผ่นยางครอบหมอนคอนกรีตอัดแรงสำหรับรองใต้แผ่นปูทางผ่าน 3.แผ่นปูทางผ่านที่มีส่วนผสมของยางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการประเมินมองว่าการสร้างแบบสลิงแล้วมีตัวเลโก้ยางพารามาหุ้มสลิงนั้นก่อสร้างยากเนื่องจากจะต้องมีการเจาะถนนเพื่อวางหลักและมีต้นทุนที่สูงกว่าการทำแบริเออร์แล้วหุ้มด้วยยางพาราอีกชั้น(Temporary Barrier) รวมถึงมีความปลอดภัยมากกว่าแบบสลิง โดยมีการให้ ทล.และ ทช.กลับไปศึกษาข้อมูลและนำกลับมาเสนอใหม่อีกครั้ง ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะกลับไปศึกษาในส่วนของทางข้ามถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนไม้หมอนรถไฟนั้นเบื้องต้นประเมินว่าอาจจะไม่สามารถรับแรงน้ำหนักไม่ไหว ซึ่งได้มีการให้ไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหินโรยทางว่าสามารถเคลือบยางพาราบนผิวหน้าไม่ให้หินกระเด็นได้หรือไม่ในลักษณะคล้ายพาราซอยล์ซีเมนต์ ด้านกรมเจ้าท่าก็ได้มีการให้ไปออกแบบเพิ่มในเรื่องของท่าเรือ โดยทางกรมเจ้าท่าได้ให้ข้อมูลว่าในส่วนของท่าเรือจะต้องมีสเปคเฉพาะเนื่องจากต้องมีการรับแรงสูงของเรือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44544</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, ใช้ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d673a5a108c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.แจ้งพร้อมเปิดใช้แล้วถนนสาย สน.5011 จ.สกลนคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.62-นายมานพ สุสิงห์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยถึงการดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย สน.5011 แยกทางหลวงชนบทหมายเลข สน.3051 &amp;ndash; บ้านปุ่งน้อย ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากเดิมถนนสายดังกล่าวมีพื้นที่ต่ำ ส่งผลให้ช่วงฤดูฝนมีน้ำท่วมขังบริเวณสายทาง ประชาชนในตำบลนาตงวัฒนาและตำบลใกล้เคียง สัญจรด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท ให้ประชาชนได้เดินทางด้วยความสะดวกรวดเร็วปลอดภัย ขนส่งผลิตผลทางการเกษตร เช่น มะเขือเทศ ข้าว ฯ ได้ทุกฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมฯจึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย สน.5011 แยกทางหลวงชนบทหมายเลข สน.3051&amp;ndash; บ้านปุ่งน้อย ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร โดยก่อสร้างเป็นถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 6 เมตร ระยะทาง 0.500 กิโลเมตร พร้อมรางระบายน้ำ เครื่องหมายจราจรและสิ่งอำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 5.740 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเปิดใช้ถนนสายดังกล่าวแล้ว แขวงทางหลวงชนบทสกลนครได้มีการดูแลในเรื่องความสะอาดโดยมีการตัดหญ้าข้างทางเป็นระยะเพื่อให้ประชาชนได้เดินทางอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41686</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สกลนคร, ถนน, สน.5011</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d368ca36004c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.สั่งทุกแขวงฯติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงชนบท สั่งติดตั้งป้ายเตือนระดับน้ำ พร้อมติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน เร่งซ่อมแซมถนนชำรุดให้ใช้ได้ภายใน7วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.61- นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) กล่าวถึงสายทางของกรมทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยว่า ได้กำชับให้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ดูแลเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสายทางที่ประสบภัยให้ติดตั้งป้ายเตือนประชาชนสัญจรด้วยความระมัดระวัง และรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบอุทกภัยให้กับผู้บริหารจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ รวมทั้งให้ทุกหน่วยบริหารจัดการเส้นทาง โดยจัดหาเส้นทางเลี่ยงกรณีเส้นทางหลักไม่สามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ กรณีถนน/สะพานขาด ดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้ใช้เส้นทางได้รวดเร็ว เช่น วางสะพานแบรี่ ถมดินคอสะพาน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่ประสบเหตุได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย พร้อมทั้งติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณที่มีน้ำท่วม เพื่อเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง เป็นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัจจุบันมีทางหลวงชนบทที่ได้ผลกระทบในพื้นที่ 2 จังหวัด จำนวน 4&amp;nbsp;
สายทาง (ข้อมูล ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 เวลา 18.00 น.) ดังนี้ 1. ถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.4036 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2028 &amp;ndash; บ้านดอนถ่อน อำเภอโพนสวรรค์,ศรีสงคราม ช่วง กม.ที่ 3+250 &amp;ndash; 3+350 มีระดับน้ำท่วมขัง 15 เซนติเมตร สามารถสัญจรผ่านได้2. ถนนทางหลวงชนบทสาย สก.2017 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 &amp;ndash; สี่แยกบุกระสังข์&amp;nbsp;
อำเภอวัฒนานคร ช่วง กม.ที่ 0+600 &amp;ndash; 1+800 มีระดับน้ำท่วมขัง 5 เซนติเมตร สามารถสัญจรผ่านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ถนนทางหลวงชนบทสาย สก.4028 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3198 &amp;ndash; บ้านเขาน้อยพรมสุวรรณ อำเภอวัฒนานคร ช่วง กม.ที่ 0+700 &amp;ndash; 1+000 มีระดับน้ำท่วมขัง 5 เซนติเมตร สามารถสัญจรผ่านได้
4. ถนนทางหลวงชนบทสาย สก.2014 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 &amp;ndash; บ้านหันทราย อำเภออรัญประเทศ ช่วง กม.ที่ 11+700 &amp;ndash; 11+800 มีระดับน้ำท่วมขัง 5 เซนติเมตร สามารถสัญจรผ่านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าสู่ภาวะปกติ หากเส้นทางชำรุดเสียหายกรมจะดำเนินการซ่อมแซมชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ ภายใน 7 วัน และสำรวจออกแบบ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูฯ ให้เข้าสู่สภาพปกติ โดยจะบูรณการร่วมกับหน่วยงานอื่นในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง ท่านผู้ใช้เส้นทางสามารถขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่ สายด่วนทางหลวงชนบท 1146&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13707</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ถนน, ทช., น้ำท่วม, พิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b503b748d88e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2026 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนเป็นหลุมบ่อมานับสิบปี ร้องเรียนก็เงียบ ชาวบ้านสุดทนปลูกต้นข้าวซะเลย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท &amp;nbsp; ช่วยกันนำต้นข้าวลงไปปลูกในหลุมบ่อและนอนเกลือกกลิ้งกลางถนนสายบ้านดอนแฝก-บ้านห้วยงู หมู่ที่ 13 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอสรรคบุรี อำเภอหันคา และอำเภอเมืองชัยนาท ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อประชดหน่วยงานราชการที่ไม่ยอมเข้าไปซ่อมแซมถนนให้ &amp;nbsp; หลังจากได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;ต้องทนใช้ถนนที่มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดทั้งสายมานานนับสิบปี &amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยร้องเรียนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปแก้ไข &amp;nbsp;แต่ก็ไร้วี่แวว &amp;nbsp; จึงร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปดำเนินการแก้ไขโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน บอกว่า ต้องทนลำบากใช้ถนนเส้นนี้มานานหลายสิบปี เพราะสภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดทั้งสาย บางช่วงถนนมีแต่กรวดหิน ไม่เหลือสภาพเป็นถนนลาดยางแล้ว &amp;nbsp;เวลาหน้าแล้งถนนก็จะมีแต่ฝุ่น พอหน้าฝนก็จะมีน้ำขัง &amp;nbsp;เวลาจะเดินทางเข้าออกบ้านแสนลำบาก ต้องคอยขับรถหลบหลุมบ่อไปมา โดยเฉพาะคนเจ็บป่วยที่จะเดินทางไปหาหมอ ต้องทนเจ็บทนป่วยกว่าจะเดินทางไปถึงโรงพยาบาล บางครั้งใช้เวลานานเป็นชั่วโมง &amp;nbsp;ทั้งที่ถนนยาวไม่กี่กิโลเมตร&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล &amp;nbsp;ซึ่งก็เคยมีคนป่วย ต้องเสียชีวิตกลางทางมาแล้ว ระหว่างที่จะเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังกลัวยานพาหนะจะพังเสียหาย เพราะต้องขับหลบ- ตกหลุมอุกกาบาตทุกๆวัน &amp;nbsp;นอกจากนี้ถนนดังกล่าว&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ ยังเป็นเส้นทางสัญจรของเกษตรกร ที่ต้องใช้เครื่องยนต์การเกษตรเดินทางไปทำไร่ทำนา และบรรทุกพืชผลการเกษตร ซึ่งก็สร้างความลำบากให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อปลายปี 2560 ชาวบ้านได้เคยเข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เพื่อให้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นเจ้าของถนน ให้เข้าไปดำเนินการซ่อมแซม &amp;nbsp;แต่มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าไปซ่อมแซมให้ &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 อบจ.ชัยนาท เคยเข้ามาปรับปรุงถนน แต่ก็ทำแค่ระยะทางเพียง 620 เมตร &amp;nbsp;แต่ถนนพังเกือบตลอดสายรวมหลายกิโลเมตร &amp;nbsp;จึงอยากให้ อบจ.ชัยนาท เข้าไปซ่อมแซมถนนให้หมดตลอดทั้งสาย เพื่อจะได้ใช้เส้นทางสัญจรได้สะดวกขึ้น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8340</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ชาวบ้าน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท, ถนน, ปลูกข้าวกลางถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae95553e8b4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
