<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เทงบ 1.39 พันล้าน ขยาย4เลน จ.นครพนมหนุนขนส่งฯ-การค้าขายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่าสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ได้ใช้งบประมาณ 1,392&amp;nbsp; ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 212 สาย อ.บ้านแพง-อ.ท่าอุเทน ตอน ต.พะทาย-อ.ท่าอุเทน ระยะทาง 30.48 กิโลเมตร (กม.) ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยในปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 70% คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณ พ.ค. 2565

ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยรองรับปริมาณการจราจรทางหลวงสายหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง และสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาในการเดินทาง รองรับความเจริญของชุมชนและปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต สนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ&amp;nbsp;

สำหรับทางหลวงหมายเลข 212 (สายหนองคาย-อุบลราชธานี) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาทางหลวงตามความต้องการของท้องถิ่น ปัจจุบันมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ทางหลวงสายนี้เป็นเส้นทางหลักเชื่อมระหว่าง อ.บ้านแพง-อ.ท่าอุเทน ตอน พ.พะทาย-อ.ท่าอุเทน และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 2032 (ท่าดอกแก้ว-ศรีสงคราม) ไปยังจังหวัดสกลนคร เพื่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเดินทางต่อไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ทั้งนี้กรมทางหลวงจึงดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงสายดังกล่าวขึ้น มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ กม.255+000 และสิ้นสุดที่ กม.284+910 ซึ่งก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร โดยขยายคันทางจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร&amp;nbsp; ผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต กว้างช่องละ 3.5 เมตร&amp;nbsp; ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร มีเกาะกลางแบบยก (Raise Median) พร้อมปลูกหญ้าบนเกาะกลาง รวมงานก่อสร้างสะพานคอนกรีต 10 แห่ง จุดกลับรถบนสะพาน 7 แห่ง และจุดกลับรถใต้สะพาน 7 แห่ง ก่อสร้างศาลาทางหลวงในบริเวณสองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวน 26 แห่ง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107086</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, จ.นครพนม, ถนน 4เลน, ถนนนครพนม-ท่าอุเทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d03f901b7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้พร้อมใช้ ถนน 4 เลน สายนครพนม - อ.ท่าอุเทนเชื่อมขนส่งไทย-สปป.ลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากกรมทางหลวง(ทล.) โดย สำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 212 สายนครพนม - อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระยะทาง 18.8 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เพิ่มศักยภาพการคมนาคมขนส่งไทย-สปป.ลาวทางหลวงหมายเลข 212 เป็นทางหลวงสายรอง เริ่มต้นที่ อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นเส้นทางเชื่อมโยงไปสู่จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม&amp;nbsp; จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ และสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; รวมระยะทาง 580.375 กิโลเมตร

สำหรับสายนครพนม-อ.ท่าอุเทน เป็นทางหลวงที่อยู่ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เป็นเส้นทางเลียบฝั่งแม่น้ำโขงเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมการลงทุน การค้าชายแดน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ให้กับประชาชน

กรมทางหลวงจึงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงสายดังกล่าว ระหว่าง&amp;nbsp; กม.284+571 ถึง กม.303+424 จากเดิมขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร (ไปกลับ) กว้างช่องละ 3.5 เมตรไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร ผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ก่อสร้างศาลาทางหลวงเพื่อให้ประชาชนใช้หลบแดดหลบฝนระหว่างรอรถโดยสาร จำนวน 22 แห่ง รวมงานติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง งบประมาณ 644,155,495 บาท

ทั้งนี้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ช่วยให้การคมนาคมขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดนครพนม เพิ่มศักยภาพในการเชื่อมโยงกับกลุ่มสมิกอาเซียน และสนับสนุนการพัฒนาด้านเศษฐกิจพิเศษของประเทศให้มีเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105913</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ถนน 4เลน, ท่าอุเทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1b50dc57d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคมนำร่องแบ่งระดับความเร็วบนถนน4 เลนสูงสุดไม่เกิน 120 กม./ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมจัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแปลงนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่หลักการดำเนินการ โดยเฉพาะนโยบายแก้กฎกระทรวงคมนาคม เพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ ที่สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยในส่วนของ 2 ช่องจราจรด้านขวาสุดจะกำหนดความเร็วในการขับขี่ห้ามต่ำกว่า 80-120 กม. เท่านั้น โดยจะมีการประชุมคณะทำงานภายในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะสรุปผลการประชุมเสนอไปยังคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)ต่อไป &amp;nbsp;ยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะทำงานดังกล่าวนั้น จะมีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ในส่วนของคณะทำงาน ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช., พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ผู้ว่า กทม. พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง หรือ ทล., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของถนน 4 ช่องจราจรที่จะนำร่องดำเนินการขยายอัตราจำกัดความเร็วนั้น ในเบื้องต้นกำหนดไว้ 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน ถนนเพชรเกษม และถนนมิตรภาพ ซึ่งถือเป็นถนนสายหลักที่มีปริมาณการจราจรเป็นจำนวนมาก โดยจะมีการกำหนดความเร็วในแต่ละช่องจราจร เช่นเดียวกับในต่างประเทศ คือ เลนที่ 1 ซ้ายสุด กำหนดอัตราความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ช่องที่ 2 ถัดมา กำหนดอัตราความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ช่องที่ 3 กำหนดอัตราความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. และช่องที่ 4 ทางด้านขวาสุด กำหนดอัตราความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในต่างประเทศ มีการกำหนดความเร็วเป็นเลนเลย จะวิ่งความเร็วไหน ก็วิ่งในเลนนั้น ต่อกันเป็นขบวน ไม่ต้องแซงกัน หลังจากนี้ จะทำความเข้าใจ เพราะเราศึกษามาแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาทำเป็นนโยบาย โดยยืนยันว่า จะดำเนินการเร็วที่สุด ผมอยากได้วันนี้ วันพรุ่งนี้เลย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามความเร็วที่กำหนดใน 2 ช่องจราจรขวาสุดนั้น จะต้องมีโทษตักเตือนไปจนถึงโทษปรับตามกฎหมายหากมีการทำผิดซ้ำซ้อน เป็นการลดปริมาณรถขับช้าที่ชอบแช่ช่องจราจรขวาสุด โดยครอบคลุมเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น ส่วนด้านรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะยังบังคับใช้กฎหมายความเร็วเท่าเดิม คือ 80-90 กม. ให้สอดคล้องกับมาตรการ GPS ตรวจจับความเร็วของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน 4เลน, นำร่อง, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f6b3a34da8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
