<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตลิ่ง-ถนนเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยาจ.ชัยนาททรุดตัวเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชัยนาท ตลิ่งและถนนเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณหมู่ 2 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นช่วงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; ที่เคยเกิดการทรุดตัวจากน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างถาวรเมื่อมาเจอน้ำหลากในปีนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัวเพิ่มขึ้น เป็นทางยาวกว่า 30 เมตร น้ำได้กัดเซาะดินริมตลิ่งลึกเข้าไปใต้ผิวถนน ทำให้ถนนทรุดตัวพังเสียหายมากขึ้น&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทชัยนาท&amp;nbsp; ได้นำแบริเออร์สีส้มไปตั้งกั้นแนวถนน เพื่อป้องกันอันตราย พร้อมกับติดป้ายเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวให้ขับขี่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ อาจทำให้ถนนเกิดการทรุดตัวและอาจพังทลายอย่างฉับพลัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ถนนจุดนี้ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพังเรื่อยมา แต่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างถาวร&amp;nbsp; เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นหรือลดต่ำลงไป&amp;nbsp; ก็จะทำให้ตลิ่งเกิดการทรุดตัวเพิ่ม&amp;nbsp; ลึกเข้าไปใต้ผิวถนน&amp;nbsp; จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เร่งเข้าไปซ่อมแซม&amp;nbsp; เพราะกลัวว่าหากปล่อยทิ้งไว้ อาจจะทำให้ถนนทรุดตัวพังเสียหายไปมากกว่านี้ จนไม่สามารถใช้สัญจรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; ฝนที่ตกหนักทางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ในช่วง 2 วันนี้&amp;nbsp; ทำให้ปริมาณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; ที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จังหวัดนครสวรรค์ กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยวันนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,808 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท&amp;nbsp; จึงต้องกลับมาระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน&amp;nbsp; หลังจากในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ได้ลดการระบายน้ำลงแล้ว&amp;nbsp; แต่แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น จึงต้องระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณ&amp;nbsp; 1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้น 65 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท&amp;nbsp; น้ำสูงขึ้น 23 เซนติเมตร&amp;nbsp; อยู่ที่ระดับ 12.18 เมตร(รทก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนที่ อ.เมืองชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.38 เมตร(รทก) ลดลง 12 เซนติเมตร&amp;nbsp; ซึ่งการลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลง&amp;nbsp; เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำเหนือ และฝนที่จะตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ช่วงวันที่&amp;nbsp; 20-24 ก.ย.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117164</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชัยนาท, ถนนทรุด, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146ed0aee7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อันตรายถนนรอบอ่างเก็บน้ำคลองกระทะจ.ภูเก็ตทรุดตัวแนวยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 นายวิเชียร สังสาย อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ที่5 ตำบลฉลอง อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;กล่าวว่า ถนนบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำคลองกระทะได้ทรุดตัวลงเกิดความเสียหาย มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาสำรวจแล้วแต่ยังไม่ได้เข้ามาซ่อมแซมปรับปรุงรอบคันอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ ที่อยู่ด้านหลังวัดหลวงปู่สุภาในเขตเทศบาลตำบลฉลอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าถนนในบริเวณดังกล่าวได้ทรุดตัวลงเป็นแนวยาวประมาณ 35 เมตร และเป็นหลุมลึกประมาณ10 เมตร บางจุดถนนเกิดทรุดตัวเป็นรอยร้าวความยาวประมาณ100เมตรและรอยแยกของถนน 30เมตร &amp;nbsp;หากปล่อยทิ้งไว้นานเกรงว่าอาจเป็นอันตรายกับผู้สัญจรไปมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน เทศบาลตำบลฉลอง หลังทราบเรื่อง ได้เขียนป้ายและนำอุปกรณ์ยางรถยนต์เก่าพร้อมแผงเหล็กมาวางกั้นแจ้งเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางบริเวณบนถนนรอบอ่างเก็บน้ำไว้แล้ว เพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนทรุด, ถนนรอบอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ, ทรุดตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b2f1ae3c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มเบตง! น้ำป่าซัดถนนทรุดลึก6ม.สัญจรไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดยะลารายงานว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา นายสมมารถ ช่วยนุกูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านปากบาง&amp;nbsp; ต.ตาเนาะแมเรา อ.เบตง ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเส้นทางเข้าหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 รอยต่อ ต.ตาเนาะแมเราะ และ ต.อัยเยอร์เวง ได้รับความเสียหาย คันทางสไลด์ลึกยาวลงไปในเหวลึกประมาณ 6 เมตร จนถึงริมถนนถูกน้ำเซาะเสียหาย ขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 8 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสภาพฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินอุ้มน้ำ ชาวบ้านปากบางได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่มากับรถทัวร์ไม่สามารถผ่านไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง ได้มอบหมายให้ นายมานิตย์ ยศศักดิ์ ปลัดอำเภองานป้องกัน นำ อส. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเบตง พร้อมด้วยชุดกู้ชีพ-กู้ภัยมูลนิธิอำเภอเบตง&amp;nbsp; ลงพื้นที่ บ้านกาแป๊ะกอตอใน ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา&amp;nbsp; เพื่อเข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของ นายอดัม แปแน๊ะ และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย หลังจากที่มีฝนตกลงมาต่อเนื่องในช่วงนี้&amp;nbsp; โดยบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านไม้ปลูกสร้างอยู่ริมคลอง เมื่อเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลาก ทำให้บ้านหลังดังกล่าวถูกน้ำกัดเซาะ เสาบ้านหัก จำนวน 3 ต้น ตัวบ้านได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าร่วมทำการเคลื่อนย้ายช่วยเหลือบ้านหลังดังกล่าวให้พ้นจากตลิ่งแล้ว พร้อมต่อเติมทำเสาบ้านขึ้นมาใหม่ให้แข็งแรงคงทนกว่าเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมเครื่องมือต่างๆ และเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แขวงทางเบตง ได้อำนวยความสะดวกนำกรวยยางและแบริเออร์พลาสติก พร้อมสติกเกอร์สะท้อนแสงไว้ตลอดแนว จึงขอให้ประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถผ่าน เพราะเส้นทางขึ้นเขาเป็นเส้นทางคดเคี้ยวและไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนทรุด, น้ำป่า, บ้านปากบาง, ฝนถล่ม, ยะลา, เบตง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd4ca7d54ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดถนนทางขึ้นภูทับเบิกหลังพบชั้นใต้ดินทรุดต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.61 -&amp;nbsp;นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนายนิวัติ บุญนพ ผู้อำนวยการสำนักงานธรณีวิทยาเขต 1 นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พรหมศิลป์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 กรมทางหลวง&amp;nbsp;นายแสงทอง พาแก้ว&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ)&amp;nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมทางหลวง&amp;nbsp;และผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีจากกรมทรัพยากรณี&amp;nbsp; เข้าตรวจสอบถนนสายโจ๊ะโหวะ-ภูหินร่องกล้า ช่วงทางขึ้นภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ &amp;nbsp;หลังถนนสายดังกล่าวเกิดการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีจากกรมทรัพยากรณี ระบุว่าดินบริเวณจุดเคลื่อนตัวเป็นดินหินอยู่ในตระกูล &amp;quot;หินภูกระดึง&amp;quot; ซึ่งประกอบด้วยหิน ดินทราย&amp;nbsp;ลักษณะผสมโคลน ค่อนข้างเยอะและไม่ค่อยอุ้มน้ำมากนัก&amp;nbsp;หากเกิดการสะสมของปริมาณน้ำมากจนเกินไปอาจเกิดการเคลื่อนตัวเร็วขึ้น จึงให้คำแนะนำแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เปิดช่องทางระบายน้ำได้มากที่สุด ส่วนระยะยาวนั้นทางนักธรณีวิทยาจะศึกษาอย่างละเอียดถึงชั้นหิน ดิน และประวัติการเกิดเหตุเพื่อนำมาประกอบกับข้อมูลแก้ไขในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรพจน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ถนนทางหลวงสายโจ๊ะโหวะ-ภูหินร่องกล้า สภาพถนนยังคงทรุดและสไลด์ไม่หยุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซมการเปิดร่องระบายน้ำไม่ให้ไหลผ่านบริเวณถนนที่ทรุด&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องปิดเส้นทางการจราจร ทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางและความสะดวกในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;จ.เพชรบูรณ์ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงประสบภัยพิบัติแล้วในหมู่ 1,2,3,6 และ 8 ต.บ้านเนิน และ หมู่ 14,16,17 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ก็เป็นการเตรียมการเฝ้าระวังเท่านั้น ยังไม่มีการอพยพแต่อย่างใด&amp;nbsp;เนื่องจากนายอำเภอหล่มเก่าได้ทำหนังสือยื่นเรื่องถึงนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการพิจารณาหากประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เราจะสามารถใช้งบประมาณมาป้องกันและแก้ไขปัญหาได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงแก้ไขด้วยเช่นกัน ทั้งสองส่วนนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอยากขอความร่วมมือรถยนต์ ทั้งนักท่องเที่ยว และ รถปิคอัพบรรทุกพืชผักให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางหลวงสาย 12 แยกบ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลกแทน แม้จะมีระยะทางที่ไกลกว่าแต่ก็เกิดความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินโคลนถล่ม, ถนนขาด, ถนนทรุด, นักธรณีวิทยา, หินภูกระดึง, เพชรบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b658efa6d152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
