<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งซ่อมเส้นทาง&#039;ปางกุ่ม-วังชิ้น&#039;จ.แพร่หลังน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-กองบังคับการตำรวจทางหลวง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง กรณี&amp;nbsp; เส้นทางหลวง 1124 ปางกุ่ม-วังชิ้น อำเภอวังชิ้น จ.แพร่ ช่วง กม.ที่ 30+685 น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp; กัดเซาะ ทำให้เกิดโพรงใต้แผ่นพื้นสะพาน เส้นทางการจราจรหลักไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นั้นศูนย์บริหารงานอุบัติภัย สำนักบริหารบำรุงทาง กรมทางหลวง แจ้งว่า ได้ดำเนินการซ่อมแซมบางส่วนแล้ว&amp;nbsp; ขณะนี้รถยนต์ขนาดเล็กสามารถใช้สัญจรได้ แต่ยังห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่าน คาดว่าจะซ่อมแซมแล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.64 ส่วนรถยนต์ขนาดใหญ่ ให้ใช้ทางเลี่ยงเบี่ยงเข้าหมู่บ้าน ทล.1224 เดิม (ระยะทาง 2 กม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนตำรวจทางหลวง ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการของความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ ตำรวจทางหลวง สายด่วน 1193&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนพัง, เส้นทางหลวง 1124 ปางกุ่ม-วังชิ้น อำเภอวังชิ้น จ.แพร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613de4328f461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ตรวจสอบกิจการขุดดินลูกรังทำถนนพังฝุ่นฟุ้ง ชาวบ้านเดือดร้อนนานหลายปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 61 นายจุมพฎ เจตน์จันทร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย ประธานคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดชัยนาท และ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลธรรมามูล&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบพื้นที่ขุดดินลูกรัง บริเวณป่าชุมชนบ้านกลำ หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท&amp;nbsp;หลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน จากรถบรรทุกดินลูกรัง เข้าออกบริเวณดังกล่าว ทำให้ถนนทางเข้าป่าชุมชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;มีดินลูกรังร่วงหล่นบนถนนทางหลวงที่เชื่อมต่อกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีฝุ่นละอองจำนวนมากกระจายไปในหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานานกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณดังกล่าว เป็นสถานประกอบกิจการ ขุดตักดินลูกรัง ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พื้นที่กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยนาทให้ประกอบกิจการ มีกำหนดครบสัญญาในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยพบว่าผู้ประกอบการ ไม่ปฏิบัติตามแบบแปลนแผนผังรายละเอียดของการขุดตักดิน คือมีการขุดตักดินในแนวดิ่งตั้งฉาก ไม่ลาดเอียงเพื่อกันดินบริเวณข้างเคียงและถนนสาธารณะพังทลาย นอกจากนี้ยังไม่มีการกำหนดแนวเขตที่ดินของการขุดตักให้ชัดเจน และการบรรทุกดินออกจากพื้นที่ก็ไม่ใช้ผ้าใบคลุม ทำให้ดินร่วงล่น เกิดฝุ่นละอองกระจายไปตามหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังลงพื้นที่ คณะตรวจสอบได้ประชุมร่วมกัน มีข้อสรุปให้อุตสาหกรรมจังหวัดชัยนาท แจ้งให้ผู้ประกอบการจัดทำแนวเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ขุดตักลูกรังในที่ของตนเองอย่างชัดเจน เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีการรุกเข้าไปในที่สาธารณะหรือไม่&amp;nbsp;ให้ติดตั้งป้ายประกาศเป็นพื้นที่ขุดลูกรังว่ามีพื้นที่เท่าใด มีภาพแบบแปลนที่ดิน มีสำเนาใบได้รับอนุญาตจากหน่วยราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและทราบรายละเอียดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรถบรรทุกดินต้องมีผ้าใบคลุมเพื่อป้องกันการร่วงหล่น ต้องมีการสเปรย์น้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง&amp;nbsp;สำหรับถนนที่ได้รับความเสียหาย ต้องจัดทำแผนการซ่อมแซมถนนให้กลับสู่สภาพเดิมต่อเทศบาลตำบลธรรมามูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยต้องกำหนดระยะเวลาประกอบด้วย ทั้งนี้ให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามก็จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ให้ระงับการขุดหรือขนย้ายได้จนกว่าจะแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14137</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุมพฎ เจตน์จันทร์, ชัยนาท, ถนนบรรทุกดินลูกรัง, ถนนพัง, ที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b592b47a1716.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
