<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก1เดือน-ยืนขี่ รออาญาริบรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุก 1 เดือนปรับ 3 พันบาท วินจักรยานยนต์โชว์เท่ ยืนบนเบาะจักรยานยนต์ขณะรถวิ่งไปตามถนน ปรานีไม่เคยทำผิดมาก่อน รอลงอาญา แต่ให้ริบรถของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ &amp;nbsp;พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 6 (พระโขนง) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกัณภัค เกตุชุม อายุ 24 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 43 (8), 148, 160
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 30 มกราคา 2562 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินสายสัมพันธ์ เขตประเวศ เสื้อหมายเลข 19 ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะป้ายเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร ในลักษณะยืนอยู่บนเบาะ ไม่ได้นั่งขับตามปกติ ไม่ใช้มือจับคันบังคับ (แฮนด์) ของรถ โดยใช้เหรียญล็อกบริเวณคันเร่งของรถไว้เป็นระยะทางไกล โดยไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ และไม่เสียภาษีประจำปี แล่นไปตามถนนอ่อนนุชขาออก จากถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าลาดกระบัง ด้วยความเร็วสูงในลักษณะส่ายไปมา ในขณะที่มีรถคันอื่นๆ ใช้ถนนดังกล่าวจำนวนมากช่องทางเดินรถเดียวกับจำเลย จนต้องเบรกและหักหลบรถของจำเลย อันเป็นการขับรถโดยประมาทและน่าหวาดเสียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และสร้างความเดือดร้อนอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของรถคันอื่นๆ ที่ใช้ถนนดังกล่าว ซึ่งเป็นการขับรถในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. เวลา 11.30 น. พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบ และยึดรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุไว้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 43 (4) (5) (8), 157, 160 วรรคสาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 มาตรา 10 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2551 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และขอให้ศาลริบรถจักรยานยนต์สาธารณะป้ายเหลือง คันหมายเลขทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สำหรับในความผิดฐานขับรถโดยประมาทโดยไม่สวมหมวกนิรภัย, ขับรถโดยไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ และขับรถโดยไม่เสียภาษีประจำปีนั้น พนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายกัณภัคเดินทางมาฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 43 (8), 148, 160 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท จำเลยไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน เห็นควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ริบของกลางรถจักรยานยนต์สาธารณะป้ายเหลืองคันหมายเลขทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณภัค เกตุชุม, ถนนสรรพาวุธ, ศาลจังหวัดพระโขนง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59925d2b989.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
