<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาบเร่แผงลอยเฮ! กทม.อนุโลมขายถนนสายรอง-ซอยย่อยได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;31 ต.ค. 61 - ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีเครือข่ายวิชาการสร้างเมืองเพื่อทุกคนร่วมกับเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเรียกร้องให้ คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคม ที่มีรมว.มหาดไทยเป็นประธาน เร่งรัดจัดประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยกว่า 3 แสนราย โดยปัจจุบันมีผู้ค้าจำนวนมากได้รับผลกระทบจนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีแหล่งค้าขายใหม่รองรับที่เหมาะสม และเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีบทบาทดูแลเมือง หยุดการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับหาบเร่-แผงลอยในแง่ลบ เช่น อาหารสกปรก เพราะเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้เลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มท. ได้แจ้งให้คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมรับทราบแล้ว รวมทั้งได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมประจำจังหวัดแล้วรายงานให้ มท. ทราบ ซึ่งในขณะนี้ มท. อยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจัดระเบียบสังคมในแต่ละด้าน โดยหลังจากที่ทุกจังหวัดได้รายงานการดำเนินการจัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ มาครบถ้วนแล้วจะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบฯ เพื่อชี้แจงแนวทาง นโยบาย ที่จะดำเนินการในการจัดระเบียบสังคมด้านต่างๆ ต่อไป ซึ่งในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ก็จะมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น การจัดระเบียบทางเท้า หาบเร่แผงลอย การใช้ที่สาธารณะ ถนน หรือแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับในกรณีคนเมืองได้พูดในลักษณะในการกดดันร้านค้า หรือเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีบทบาทดูแลเมืองหยุดการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับหาบเร่ &amp;ndash; แผงลอยในแง่ลบนั้น มท. ได้รับรายงานจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่ามิได้กล่าวในลักษณะเช่นนั้น แต่เป็นการพูดในลักษณะขอความร่วมมือ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ร้านค้าโดยเฉพาะร้านอาหาร มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ เพราะหากร้านค้าและถนนหนทางสะอาด จะช่วยป้องกันสัตว์ที่จะเป็นพาหะนำโรค มิได้ไปซ้ำเติมผู้ค้าขายแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนทางด้านของสถานที่สำหรับจำหน่ายสินค้านั้น ทาง กทม. ยืนยันว่า ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้ค้าและประชาชนโดยทั่วไป จึงได้ดำเนินมาตรการผ่อนปรน ด้วยการจัดสถานที่ไว้ให้ใหม่ ทั้งจุดที่เป็นสถานที่อนุโลมหลายพื้นที่ด้วยกัน รวมทั้งจัดสรรพื้นที่ตลาดประชารัฐต่างๆ รองรับผู้ค้า ซึ่งผู้ค้าหลายรายอาจไม่ได้ไปลงทะเบียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่อนุโลม ได้แก่ 1) อนุโลมให้ผู้ค้าสามารถค้าขายได้ในถนนสายรองและซอยย่อยไปพลางก่อน โดยต้องปฏิบัติตนบนความเป็นระเบียบและสุขอนามัยในกรณีจำหน่ายอาหาร เช่น การอนุโลมให้ขายในซอยย่อยของถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน ถนนสีลม บริเวณส่วนในสุดของพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และในซอยแยกย่อยของถนนทองหล่อ (สุขุมวิท55) เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ในกรณีผู้ค้าแขวนขายสินค้าบนประตูของร้านค้าที่ปิดทำการค้าประจำวันแล้ว แม้จะล้ำเข้ามาในทางเท้าเล็กน้อยบ้างก็ตาม กทม. ได้ผ่อนปรนและอนุโลม 3) อนุโลมให้ผู้ค้าประเภทอาหารสามารถขายอาหารบนทางเท้าเพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้ออาหารในราคาย่อมเยารับประทานได้ เช่น บนถนนคอนแวนต์ (แยกจากถนนสีลม) ซอยอารีย์สัมพันธ์ (ถนนพหลโยธิน) เชิงสะพานหัวช้าง (ถนนพญาไท) เชิงสะพานเหลือง (ถนนพระราม4) วัดแขก (ถนนสีลม) ถนนสุสาน (แยกจากถนนสีลม) และสะพานลอยถนนกิ่งเพชร (แยกจากถนนเพชรบุรี) เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21071</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ถนนสายรอง, พรพจน์ เพ็ญพาส, มท., หาบเร่แผงลอย, อนุโลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd921cc7fcbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้ำซาก ! 3วันเมาแล้วขับจับแล้ว113,960คน ยึดรถ2,991คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;14 เมย.61- พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) กล่าวว่า สถิติ 3 วัน 11-13เม.ย.นี้พบผู้ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ 113,960 คน ยึดรถแล้ว 2,991 คัน สำหรับรถที่ถูกยึดเอาไว้ดังกล่าวจนคืนให้เจ้าของหลังเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 เปิดเผยว่า หลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์และมีการเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ถนนสายรอง &amp;nbsp;ที่เชื่อมต่อเส้นทางสายหลักและระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง ประกอบกับจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า ยังคงมีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้เน้นย้ำให้ทางจังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครประจำจุดตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของด่านชุมชน จุดตรวจ และจุดสกัด &amp;nbsp;เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่บนเส้นทางสายรอง &amp;nbsp;เน้นการกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพิเศษ &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงการขับขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำที่ไม่สวมหมวกนิรภัย &amp;nbsp;รถจักรยานยนต์พ่วงที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ และรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำที่ไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7086</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับรถเมาแล้วขับ, ถนนสายรอง, ยึดรถช่วงสงกรานต์, อุบัติเหตุเมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1a2b1afd4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
