<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันหยุดสุดท้าย &#039;สงกรานต์&#039; ถนนเอเชียช่วงผ่านชัยนาท รถเข้ากรุงเทพฯยังไม่หนาแน่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.64 -&amp;nbsp;วันหยุดสุดท้ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนเริ่มเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เตรียมตัวกลับไปทำงานในวันพรุ่งนี้ (16 เม.ย.)&amp;nbsp;โดยสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ&amp;nbsp;ช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท เช้าวันนี้ การจราจรคล่องตัว ปริมาณรถยังไม่หนาแน่น&amp;nbsp;รถสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ แต่มีชะลอตัวช่วงทางโค้งและก่อนเข้าสัญญาณไฟบริเวณสี่แยกหางน้ำสาคร&amp;nbsp;อ.มโนรมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดสัญญาณไฟเขียวฝั่งขาล่องเข้ากรุงเทพฯแบบอัตโนมัตินาน 5 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณรถขาเข้ากรุงเทพในวันนี้ อาจจะไม่หนาแน่นเหมือนกับช่วงเทศกาลทุกปี เนื่องจากประชาชน หรือ ข้าราชการบางส่วน ที่ต้องทำงาน Work from Home ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อาจจะยังไม่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯในวันนี้ แต่หากในช่วงบ่าย-ค่ำ ถนนสายเอเชียมีปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชัยนาทก็ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว โดยอาจจะทำการปิดสี่แยกหางน้ำสาครชั่วคราว 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้รถทางตรงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ&amp;nbsp;สามารถเคลื่อนตัวไหลลื่นไปได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาการจราจรติดขัดสะสมในพื้นที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99545</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, ถนนสายเอเชีย, สงกรานต์, สภาพการจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077c586304d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนเอเชียเริ่มซิ่ง 120กม.ต่อชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เริ่มซิ่ง 120 กม./ชม. ถนนสายเอเชีย ช่วงบางปะอิน-อ่างทอง 45.9 กม. แบ่งความเร็ว 3 ระดับ คมนาคมเตรียมขยายเฟส 2 เหยียบมิด 14 สายทาง รวม&amp;nbsp; 261 กม. ครอบคลุมเหนือ กลาง อีสาน ใต้ หาเงินกู้ติดตั้งกำแพงคอนกรีตหุ้มยางพาราธรรมชาติลดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วน ทช.เล็งปรับปรุง 6 สายให้ใช้ความเร็วได้ 120 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 เม.ย. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเริ่มต้นใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร (กม.)/ชั่วโมง (ชม.) บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย (ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง) บริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน ว่า ตนได้มอบนโยบายการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ จากความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. เฉพาะถนนที่ได้มาตรฐานตามที่กฎกระทรวงกำหนดมีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป ไม่มีจุดกลับรถระดับราบ มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น และมีความปลอดภัยด้านวิศวกรรมสูง รวมถึงเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้อัตราความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมีประกาศกฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วฉบับใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.2564 โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้กำหนดเส้นทางแรกหรือจุดเริ่มต้น (ต้นแบบ) ของทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท ในการใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. คือทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง ระยะทาง 45.9 กม. ทั้งในส่วนของ ทล. และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) รับผิดชอบระยะทางประมาณ 14,000 กม.ทั่วประเทศ พร้อมทั้งสอดรับกับโครงการติดตั้งแบริเออร์ด้วย ซึ่งเตรียมหารือกับสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อขอวงเงินกู้มาดำเนินการโครงการติดตั้งกำแพงคอนกรีตหุ้มยางพาราธรรมชาติ (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post RGP)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.คมนาคมกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันได้สั่งการและเน้นย้ำให้ ทล.ปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ เสริมการก่อสร้างอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างทาง (Concrete Barrier) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เนื่องจากการเสียหลักตกเกาะกลาง ปรับปรุงจุดกลับรถระดับราบ เพื่อลดการตัดกันของกระแสจราจร ติดตั้งป้ายจราจรและป้ายเปลี่ยนข้อความได้ (VMS) เพื่อสื่อสารการใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่องจราจร รวมทั้งติดตั้งแถบเตือน Rumble Strips เพื่อแจ้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเข้าเขตควบคุมความเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องที่ดำเนินการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก โดยการกำหนดอัตราความเร็วรถเป็น 120 กม./ชม. บนถนนสายเอเชียนั้น จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด และปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนท้ายหรือการเปลี่ยนช่องจราจร อันเนื่องมาจากรถวิ่งด้วยความเร็วที่แตกต่างปะปนกันไป ไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งยังทำให้ถนนสายเอเชียในอนาคตจะไม่มีจุดกลับรถระดับราบ ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว สะดวกและปลอดภัยตลอดเส้นทาง และขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลเส้นทาง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวต่ออีกว่า ได้มอบหมายให้ ทล.และ ทช.ไปสำรวจและนำเสนอของบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อนำมาดำเนินการในระยะต่อไป รวมถึงการสร้างสะพานลอยให้ประชาชนเดินข้าม รวมถึงรถจักรยานยนต์และรถจักรยาน ในส่วนของรถยนต์ให้ใช้สะพานกลับรถเกือกม้า ซึ่งจะมีกำหนดไว้ทุกๆ 10 กม. อย่างไรก็ตาม ยังได้มอบหมายให้ ทล.และ ทช.ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันการศึกษา เพื่อประเมินผลการดำเนินการดังกล่าวทุกเดือน และรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในทุก 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทล.มีแผนจะประกาศสายทางอื่นในการใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ระยะที่ 2 ภายใน ส.ค.2564 ครอบคลุมเส้นทางในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคใต้ จำนวน 14 สายทาง ระยะทางประมาณ 261.94 กม. ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหางน้ำหนองแขม-บ้านหว้า-วังไผ่ 2.ทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงบ่อทาง-มอจะบก 3.ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงอ่างทอง-ไชโย-สิงห์ใต้-สิงห์เหนือ-โพนางดำออก 4.ทางหลวงหมายเลข 347 ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี-ต่างระดับเชียงรากน้อย 5.ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหนองแค-หินกอง-ปากข้าวสาร-แยกสวนพฤกษศาสตร์พุแค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงประตูน้ำพระอินทร์-หนองแค 7.ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงต่างระดับคลองหลวง-ประตูน้ำพระอินทร์ 8.ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงสนามกีฬาธูปะเตมีย์-ต่างระดับคลองหลวง-ประตูน้ำพระอินทร์ 9.ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงคลองหลวงแพ่ง-ฉะเชิงเทรา 10.ทางหลวงหมายเลข 34 ช่วงบางนา-ทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 11.ทางหลวงหมายเลข 9 ช่วงบางแค-คลองมหาสวัสดิ์ ระยะ 12.ทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงนาโคก-แพรกหนามแดง 13.ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง-สระพระ และ 14.ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง-สระพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี ทล. กล่าวว่า ทล.ได้คัดเลือกเส้นทางนำร่องคือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บางปะอิน-พยุหะคีรี (ช่วงอยุธยา-อ่างทอง) ระหว่าง กม. 4+100-กม. 50+000 ทั้งขาเข้าและขาออก ระยะทาง 45.9 กม. ซึ่งถือเป็นเส้นทางแรก และมีผลบังคับใช้วันนี้ (1 เม.ย.2564) เป็นต้นไป แบ่งการใช้ความเร็วเป็น 3 ระดับคือ ช่องซ้ายสุดไม่เกิน 80 กม./ชม. ช่องกลางไม่เกิน 100 กม./ชม. โดยในช่องขวาขับขี่ไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. แต่ไม่เกิน 120 กม./ชม. เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วแตกต่างกันในเส้นทาง ใช้ทางสาธารณะร่วมกันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดี ทช. กล่าวว่า สายทางที่ ทช.คาดว่าจะสามารถดำเนินการตามนโยบาย 120 กม./ชม. ในปี 2564 มี 6 สายทาง ประกอบด้วย 1.ถนนราชพฤกษ์? 2.ถนนนครอินทร์ 3.ถนนชัยพฤกษ์? 4.แยกทางหลวงหมายเลข 7 (กม.ที่ 80+600)-บ้านหนองกระเสริม 5.แยกทางหลวงหมายเลข 3 (กม.ที่ 192+772)-นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และ 6.ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี? โดยจะปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เปิดให้วิ่งได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98054</URL_LINK>
                <HASHTAG>120 กม./ชม., ถนนสายเอเชีย, บางปะอิน-อ่างทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065c78cb9f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเคาะดีเดย์ 1 เม.ย.นี้วิ่งฉิว 120 กม./ชม. ถนนสายเอเชีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อติดตามความคืบหน้านโยบายขยายอัตราความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจร ที่สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม.ว่า ในวันที่ 1 เม.ย. 2564 เตรียมนำร่องทดลอง (Kick Off) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง (ชม.) ตามที่กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดิน หรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 กำหนดไว้ ในเส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง กม. ที่ 4+100-50+000 ระยะทางประมาณ 50 กม. โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างรอผู้อำนวยการทางหลวงลงนามออกประกาศว่า ถนนเส้นใดสามารถใช้ความเร็วตามกฎกระทรวงประกาศได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าว เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของระยะต่อไป (เฟส 2) นั้น เบื้องต้นได้ประเมินถนนที่มีกายภาพเหมาะสม สามารถดำเนินการได้ ระยะทางประมาณ 240 กม. แบ่งเป็น ถนนของกรมทางหลวง (ทล.) ระยะทางประมาณ 150 กม. และถนนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระยะทางประมาณ 90 กม. ได้แก่ ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์ โดยคาดว่า จะเปิดให้ใช้อัตราความเร็ว 120 กม./ชม.ได้ภายหลังจาก Kick Off ไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน และจะทยอยประกาศเพิ่มในอนาคตต่อไป ในเส้นทางตามที่แขวง ทล. แขวง ทช. ได้สรุปรายงานมาให้พิจารณา โดยทั่วประเทศมีระยะทางกว่า 12,000 กม. ที่มี 4 ช่องจราจร มีเกาะกลางถนน และไม่มีจุดกลับรถ หรือจุดตัดเสมอเส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้พิจารณาทำระยะทางยาวๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องระยะทาง 3 กม. อาจจะประกาศเป็นช่วงๆ ที่มีความเหมาะสม เพราะว่ามีป้ายบอกก่อนเข้าเส้นทางที่กำหนด ทั้งนี้ จะขยายการดำเนินการไปเรื่อยๆ ได้ ซึ่งทั่วประเทศสามารถทำได้หมด โดยจะมีการประชุม เพื่อพิจารณาสรุปก่อนวัน Kick Off ต่อไปว่าเส้นไหนใช้ได้บ้าง ขณะเดียวกัน การจะประกาศใช้ในถนนสายอื่นต่อไปนั้น ควรแจ้งล่วงหน้า 30 วัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบด้วยว่า สายนี้จะเริ่มใช้กำหนดความเร็ว&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการวิเคราะห์และสรุปรายละเอียด เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ที่ในขณะนี้มีเงินในกองทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อขอนำงบประมาณมาใช้ดำเนินการ เช่น ติดตั้งป้ายกำกับความเร็วข้างทาง สัญลักษณ์กำกับความเร็วบนพื้นถนน ติดตั้งระบบป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ (VMS) รวมถึงจะมีการตีเส้นจราจรที่ตีขวางบนถนนเป็นแถบๆ (Rumble Stripก) เพื่อแจ้งเตือนการเข้าเขตใช้ความเร็ว พร้อมทั้งติดตั้งแบริเออร์เพิ่มเติมด้วย ส่วนจะใช้งบประมาณจาก กปถ. เท่าไหร่นั้น จะต้องรอพิจารณาสรุปอีกครั้งต่อไป นอกจากนี้ ให้ไปพิจารณากองทุนอื่นในต่างประเทศ เพื่อมาสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ ทล. และ ทช. ไปสำรวจเส้นทางที่กำหนดให้ใช้ความเร็วในอัตราดังกล่าว เพื่อสร้างสะพานลอย เพื่อให้ประชาชนเดินข้าม รวมถึงรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซต์) และรถจักรยาน ในส่วนของรถยนต์ให้ใช้สะพานกลับรถ หรือกลับรถบริเวณสี่แยก โดยพิจารณาจากแนวทางการดำเนินการของต่างประเทศ ที่จะมีจุดกลับรถในทุกๆ 10 กม. เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ และผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมกันนี้ จะต้องไปบูรณาการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของป้ายจราจร และบทลงโทษตามกฎหมาย อีกทั้ง ได้เตรียมว่าจ้างสถาบันการศึกษา เพื่อประเมินผลการดำเนินการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการเส้นทางที่มีศักยภาพสามารถนำมาประกาสเพิ่มเติมทั้งในส่วนของ ทล. และ ทช. ที่ได้กำหนดแผนงานสำรวจ ปรับปรุงลักษระทางกายภาพ ติดตั้งป้ายกำกับความเร็ว แบ่งเป็นเส้นทางหลวงแผ่นดินที่มีศักยภาพ ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 จังหวัดสมุทรสงคราม ,ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท และจังหวัดนครสวรรค์ ,ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 จังหวัดนครราชสีมา ,ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 จังหวัดปทุมธานี และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น ขณะที่เส้นทางทางหลวงชนบทที่มีศักยภาพ ได้แก่ ถนนราชพฤกษ์ (นบ.3021) ,ถนนนครอินทร์ (นบ.1020) ,ถนนข้าวหลาม จังหวัดชลบุรี (ชบ.1073) ,จังหวัดระยอง (รย.1035) และถนนสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี (ชม.3024) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดของกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทไว้ดังนี้ 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถโดยสารมีที่นั่งคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม., รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กม./ชม., รถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เว้นแต่รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม., รถโดยสารที่มีที่นั่งโดยสารเกิน 7 คนแต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม., รถแทรกเตอร์ รถบดถนน หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. และรถอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากรถอยู่ในช่องเดินรถขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เว้นแต่ในกรณีที่ช่องเดินรถนั้น มีข้อจำกัดด้านการจราจรหรือทัศนวิสัย มีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น ทั้งนี้ หากในทางเดินรถมีเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นเขตอันตราย หรือเขตให้ขับรถช้าๆ ให้ลดความเร็วลง และเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร และในกรณีที่ทางเดินรถ หรือช่องเดินรถใด มีเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วต่ำกว่าอัตราที่กำหนด ให้ใช้ความเร็วไม่เกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม, ถนนสายเอเชีย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60501fa03ea9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว!การจราจรถนนสายเอเชียรถเริ่มหนาแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 &amp;nbsp;เช้าวันนี้ ถนนสายเอเชีย ช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท สภาพการจราจรฝั่งขาขึ้นภาคเหนือ มีปริมาณรถมาก &amp;nbsp; แต่ยังคล่องตัว ใช้ความเร็วได้ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง &amp;nbsp;คาดว่าในช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ &amp;nbsp;จะมีปริมาณรถหนาแน่นมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; โดยแขวงทางหลวงชัยนาท ได้ทำการปิดจุดกลับรถบนถนนสายเอเชีย &amp;nbsp;จำนวน 4 จุด ได้แก่ &amp;nbsp; 1. จุดกลับรถวัดสมอ กิโลเมตรที่ 113+800 &amp;nbsp; &amp;nbsp;2. จุดกลับรถวัดมะปราง กิโลเมตร 115+325 &amp;nbsp; &amp;nbsp;3. จุดกลับรถโรงสีแก้วสว่าง &amp;nbsp;กิโลเมตร 136+300 &amp;nbsp; 4. จุดกลับรถบางตาลาย &amp;nbsp;กิโลเมตร 141+500 &amp;nbsp; เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายเอเชีย &amp;nbsp; แต่จุดกลับรถแยกหางน้ำสาคร และจุดกลับรถทางลอดใต้สะพาน รวม 8 จุด ยังคงเปิดให้ใช้กลับรถตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณหลักกิโลเมตร &amp;nbsp;137+650 &amp;nbsp;ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ &amp;nbsp; หน่วยราชการในจังหวัดชัยนาท ได้มีการตั้งจุดบริการประชาชน &amp;nbsp;โดยมีห้องน้ำ ผ้าเย็น กาแฟ และน้ำดื่ม ไว้บริการ &amp;quot;ฟรี&amp;quot; รวมทั้งมีทีมซ่อมฉุกเฉิน MOBILE SERVICE CHAINAT ไว้คอยบริการช่วยเหลือรถยนต์ที่เกิดขัดข้องระหว่างทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; จึงได้มีการจำกัดทางเข้าออกภายในจุดบริการประชาชน &amp;nbsp;มีการตั้งฉากกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้มาใช้บริการ &amp;nbsp;และติดตั้งเครื่อง Thermo Scan ตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าใช้บริการ &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล เว้นระยะห่าง และสแกนแอพพลิเคชั่นไทยชนะ &amp;nbsp;ก่อนเข้าใช้บริการทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88358</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินทาง, ชัยนาท, ถนนสายเอเชีย, ภูมิลำเนา, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5febe50329676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนสายเอเชียรถติดหนึบใช้ความเร็วเฉลี่ย 20-30 กม./ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรถนนสายเอเชียช่วง ผ่าน จังหวัดอ่างทอง ขาขึ้นนครสวรรค์หลังจากประชาชนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ต่างออกเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้การจราจรผ่านจังหวัดอ่างทองระยะทางกว่า 20กิโลเมตร มีรถยนต์หนาแน่น ติดหนึบใช้ความเร็ว 20-30 กม./ชม.บางจุดมีการหยุดชะลอตัวเป็นช่วงๆ เนื่องจากมีปริมาณรถยนต์สะสม เป็นจำนวนมาก บริเวณ ทางต่างระดับ และทางแยกและทางเข้าออกปั๊มน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง &amp;nbsp;ได้ทำการเปิดช่องทางพิเศษเพื่อระบายรถยนต์แล้ว &amp;nbsp;ขณะที่ตำรวจภูธรเมืองอ่างทองแนะนำให้ประชาชนผู้ใช้เสนทางใช้ทางเลี่ยงเพื่อความคล่องตัวในการเดินทางสู่จุดหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53407</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจรปีใหม่, ถนนสายเอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06bfe661d44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวสงกรานต์อิ่ม!ประชาชนแห่กลับเมืองกรุงแล้ว สายเอเชียรถเริ่มแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62- &amp;nbsp;วันหยุดสุดท้ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp; ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและไปท่องเที่ยว &amp;nbsp;เริ่มเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อเตรียมตัวทำงานในวันรุ่งขึ้น &amp;nbsp; ทำให้การจราจรบนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาล่อง ช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp; ตั้งแต่สี่แยกหางน้ำสาคร ถึง ทางต่างระดับชัยนาท &amp;nbsp;มีปริมาณรถหนาแน่นต่อเนื่อง &amp;nbsp;ใช้ความเร็วได้ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง &amp;nbsp;ยังคล่องตัว &amp;nbsp;มีชะลอตัวช่วงรอสัญญาณไฟ &amp;nbsp;ช่วงทางโค้ง และทางเข้าปั๊มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชัยนาท &amp;nbsp;ได้ปรับเพิ่มสัญญาณไฟเขียวฝั่งขาล่อง จากเดิมนาน 3 นาที เป็น 5 นาที &amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายรถบริเวณสี่แยกหางน้ำสาคร &amp;nbsp; &amp;nbsp;และได้ย้ายเต็นท์บริการประชาชน &amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่ริมถนนเอเชีย จากฝั่งขาขึ้น &amp;nbsp; ไปอยู่ฝั่งขาล่อง บริเวณหน้าศูนย์บริการทางหลวงชัยนาท หลักกิโลเมตรที่ 133+600 &amp;nbsp;เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ในการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับกทม., ถนนสายเอเชีย, ปริมาณรถหนาแน่น, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb547fff29ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพหน้ามาแล้ว!แห่เข้ากรุงหลังวันหยุดปีใหม่ สายเอเชียช่วงอ่างทองแน่นทุกช่องจราจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62- เมื่อเวลา 15.30 น. ถนนสายเอเชีย ผ่านจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่บริเวณ อำเภอไชโย รอยต่ออำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ถึงอำเภอเมืองอ่างทอง รอยต่ออำเภอมหาราชจังหวัดอยุธยา สายเอเชียขาเข้าหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ประชาชนแห่เดินทางเข้ากรุงเทพ หลังหยุดยาวในช่วงปีใหม่ ใช้ความเร็วได้ประมาณ 40 - 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากผักผ่อนท่องเที่ยวหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่และจะเริ่มต้นทำงานในวันที่ 2ม.ค.6 มีประชาชนเดินทางกลับภูมิเลาเนาและท่องเที่ยวภาคเหนือในช่วงวันปีใหม่ ต่างเดินทางกลับเข้ากรุงเทพเพื่อพักผ่อนก่อนเริ่มทำงานหลังวันหยุดยาว มีรถยนต์หนาแน่น คาดว่าในช่วงเย็นถึงค่ำจะมีปริมาณรถยนต์สะสมเพิ่มจำนวนมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยัง มีเจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสายเอเชีย ให้ เลี้ยวเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านไปยังอำเภอป่าโมก ตรงไปสี่แยกกำนันดิเรก และตรงไปสี่แยกวรเชษฐ์ จังหวัดอยุธยา เดินทางเข้ากรุงเทพ เป็นเส้นทางเลี่ยงการจราจรในช่วงรถหนาแน่นและการเดินทางคล่องตัว ต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนสายเอเชีย, ปีใหม่, อ่างทอง, เดินทางกลับกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b323ae8604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
