<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลเกาะติดรัฐเอี่ยวสัมปทานปล่อย &#039;กัลฟ์-ปตท. &#039;ถมทะเลรุกล้ำที่ทำกินไม่เห็นหัวประชาชน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 2564 น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีชาวบ้านในพื้นที่ จ.ระยอง ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงตน จากกรณีโครงการถมทะเลเฟส 3 &amp;nbsp;ของบริษัทกัลฟ์ เอเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย GULF จับมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อก่อสร้างโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 จากรณีที่เกิดขึ้น ชาวบ้าน และชาวประมงในพื้นที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทเอกชนดังกล่าว &amp;nbsp;โดยกรณีนี้มีนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ นายกฤช ศิลปะชัย และนายปริตตา ศรีแก้ว &amp;nbsp;และทีมคณะทำงานพรรคก้าวไกล จ.ระยอง เข้าร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านระยองและรับหนังสือร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สีนวล อักษรศรี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านตากวน ละม่อม บุญยงค์ ประธานกลุ่มประมงปากน้ำบ้านเรา &amp;nbsp;สมหมาย ศรีวิชัย ที่ปรึกษากลุ่มประมงพื้นบ้านแหลมรุ่งเรืองฯลฯ พร้อมด้วยนายอารีรักษ์ ศิริศรี &amp;nbsp;ที่ปรึกษา และชาวบ้าน ชาวประมง ได้ร่วมประชุมกรณีการถมทะเลเฟส 3 นับพันไร่ การก่อสร้างท่าเทียบเรือโดยมีการวางท่อขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของกลุ่มประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางกลุ่มประมงพื้นบ้าน เรียกร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านบ้าง แต่รัฐกลับไม่เห็นความสำคัญของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ชาวบ้าน-ชาวประมง ไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับโครงการถมทะเลมาบตาพุดเฟส 3 นี้ กลุ่มบริษัท กัลฟ์ กลายเป็นกลุ่มทุนที่คว้าสัญญาแรกในพื้นที่ EEC โดยโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ตกเป็นของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย GULF จับมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ท่ามกลางสถานการณ์ไร้คู่แข่งในการประมูลจนทำให้โครงการนี้ตกอยู่ในมือของสองกลุ่มทุน ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ว่าทำไมสองยักษ์ใหญ่ในวงการพลังงานของไทยและพลังงานทดแทน จึงสนใจเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ ขุมทรัพย์จากโครงการถมทะเลส่งผลอย่างไรต่อทั้งสองกลุ่ม ภาพที่ชัดเจนคือกลุ่ม ปตท. ย่อมได้ประโยชน์อย่างชัดเจนจากการเป็นขาใหญ่ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหญ่ของกลุ่มปตท. &amp;nbsp;เนื่องจากทั้งเครือบริษัทนี้มีการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจก๊าซ ท่อก๊าซ มูลค่ามหาศาล นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบริหารท่าเรือขนส่งสินค้าเหลว ท่าเรือรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติ และท่าเรือตู้สินค้า ที่สำคัญ ปตท. ยังเป็นรายเดียวที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG แต่เพียงผู้เดียว ขุมทรัพย์ที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะปล่อยให้หลุดมือ จึงอาจจะทำให้ปตท. กล้าที่จะเสี่ยงในการประมูลในโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่ กัลฟ์ ประกาศชัดเจนว่าต้องการเข้ามาเพิ่มพอร์ตรายได้จากการลงทุนใน EEC และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่- กาญจนบุรี (M81) ซึ่งร่วมกับกลุ่มบีทีเอสและพันธมิตร โดยเฉพาะธุรกิจ LNG ที่แทบไม่มีคู่แข่งมีเพียงแค่ ปตท. ที่กินส่วนแบ่งทั้งหมด ซึ่งจะกลายเป็นสตอรี่ให้กับธุรกิจเชิงหุ้นเติบโตในอนาคต &amp;nbsp;ซึ่งระหว่างนี้กัลฟ์ยังมีประเด็นขยายกำลังผลิตไฟฟ้า ทะลุ 5,000 เมกะวัตต์ ใน 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย&amp;quot; น.ส.เบญจา ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถมทะเล, ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f9d2160ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ’ สั่งเร่งศึกษาถมทะเลรอบท่าเรือแหลมฉบัง 3,000 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ว่าได้มอบหมายให้ กนอ.ว่าจ้างสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยศึกษาความเป็นไปได้ถึงความเหมาะสมในการถมทะเล เพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จ.ระยอง รวม 3,000 ไร่ &amp;nbsp;เพิ่มเติมจากเดิมที่บริษัท เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น มีการขอโครงการเข้ามาเพื่อขยายการลงทุนโครงการปิโตรเคมี เพิ่มเติมของ ประมาณ 1,000 ไร่ มูลค่า 3.3 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงเห็นถึงแนวทางที่จะพิจารณาความเหมาะสมพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยให้นำเสนอผลศึกษาต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานการลงทุนพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับจากนี้ ขณะที่ทางเอ็กซอนฯ ก็ยังอยู่ระหว่างศึกษากฎหมายสิทธิประโยชน์การลงทุนต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนกระแสต่อต้านเรื่องการถมทะเลต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น สุดท้ายต้องรอดูผลการศึกษาที่ชี้ชัดก่อน ถ้าผลการศึกษาพบว่าทำแล้วคุ้มทุน มีประโยชน์กับประเทศ ไม่กระทบสิ่งแวดล้อมก็พร้อมเดินหน้า แต่ถ้าไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศและมีผลกระทบมากเกินไป ก็จะไม่ทำ&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ กล่าวว่าตามแนวคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ที่มอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรมไว้ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพมีที่ดินในทำเลที่เหมาะสมและราคาค่าเช่าไม่แพงหรือต้องต่ำกว่าราคากลางเพื่อให้ธุรกิจของเอสเอ็มอีอยู่ได้ โดยส่วนตัวเห็นว่าผลการดำเนินงานของ กนอ. ก็พอมีกำไรช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ รวมถึงกระทรวงอุตสาหกรรมจะหาแนวทางสนับสนุนอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กนอ.ยังรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท พาร์ค ที่ล่าสุดได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติช่วงเดือนก.ย.นี้ กำหนดการก่อสร้างโครงการดังกล่าวปี 2563 ตามแผนงานที่วางไว้ ตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการรองรับการลงทุนได้ประมาณปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าในส่วนของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ที่จ.สระแก้ว สงขลา และตาก จะดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องค่าเช่าที่ดินแพง จึงต้องไปหารือกับกรมธนารักษ์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงปัญหาด้านการคมนาคมที่ยังไม่สะดวก โดยทางกนอ.มีแนวทางแก้ไขอยู่แล้ว ขณะที่ นิคมฯ สระแก้วดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 99.99% คาดว่าเดือนต.ค.นี้จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ และเบื้องต้นมีโรงงาน 3 ราย เริ่มดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แนวทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ จะใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งในนิคมฯสมาร์ท พาร์คดำเนินการ ให้เอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยสเนื่องกับพื้นที่เข้ามาลงทุนเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเขตส่งเสริมพิเศษ ขณะที่ผู้ประกอบการด้านเกษตร จะประสานความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ใช้โครงการห้องแช่ผลไม้ภาคตะวันออก(อีเอฟซี) เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไปสู่ 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าโครงการพัมนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ได้เจรจาแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด คาดจะแล้วเสร็จในวันที่ 2-3 ก.ย.นี้ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาแล้วนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติร่างสัญญาร่วมลงทุน และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ ได้ภายในเดือนก.ย.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43827</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถมทะเล, ท่าเรือแหลมฉบัง, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d691b224d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;มีหนาว!&#039;พี่ศรี&#039;ขยับต้านถมทะเล!ซัดเอื้อประโยชน์บริษัทต่างชาติ ส่อขัดรธน.กระทบมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เรื่อง &amp;ldquo;คัดค้านการถมทะเลเอื้อประโยชน์ให้เอ็กซอน โมบิล ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่ากลุ่มบริษัท เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นข้อเสนอที่จะลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าเรือ-โรงงานปิโตรเคมีมูลค่า 3.3 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่า ภาครัฐจะต้องจัดหาพื้นที่ให้ได้ในรัศมี 5 กม. จากโรงกลั่นเอสโซ่แหลมฉบัง โดย กนอ.มีแผนที่จะถมทะเลในพื้นที่แหลมฉบังเพื่อรองรับ 1-3 พันไร่ให้นั้น
&amp;nbsp;
การถมทะเลเพื่อประกอบการท่ารเรือ-โรงงานปิโตรเคมี ซึ่งเป็นเพียงอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกในอุตสาหกรรมต้นน้ำไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ตามนโยบายของ EEC ที่ต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสร้างนวัตกรรม หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี จึงขัดหรือแย้งต่อพรบ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การถมทะเลดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งผลกระทบต่อวิถีทางการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวของชุมชนในบริเวณทะเลแหลมฉบัง อ่าวอุดม เกาะสีชัง อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ซึ่งสังคมไทยมีบทเรียนที่เจ็บปวดในการถมทะเลที่มาบตาพุดมาแล้ว และอาจส่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติตามมาอีกด้วย เพราะท่าเรือสามารถปรับใช้เป็นฐานยิงขีปนาวุธได้ และเป็นฐานสอดแนมข่าวกรองสารสนเทศในพื้นที่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็น พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่มีขอบเขตตลอดทั้งอ่าวไทยและทะเลจีนใต้รวมถึงฝั่งทะเลภาคใต้ทั้งหมดด้วย ซึ่งรัฐบาลจะต้องศึกษาใคร่ครวญให้จงดีด้วย มิฉะนั้นอาจกลับกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้านที่อันตรายที่สุด ตามที่ ทษป.รองนายกฯเคยโพสต์ไว้ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น การถมทะเลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทต่างชาติอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิการจัดการ บำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความ หลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามกฎหมายไทยได้ อันเป็นการขัดต่อ ม.43(2) ประกอบ ม.50(2) (8) โดยชัดแจ้ง นอกจากนั้นยังถือว่าเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ตาม ม.52 ม.53 ม.57 และ ม.58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 อีกด้วย ซึ่งหากรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงเดินหน้าผลักดันการถมทะเลเพื่อตอบสนองทุนจากต่างชาติดังกล่าว ประชาชนคนไทยทุกคนก็สามารถใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.41(3) ในการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อระงับการใช้อำนาจดังกล่าวได้ทันที ดังนั้น รัฐบาลและ กท.อุตสาหกรรมควรล้มเลิกการกระทำที่เสี่ยงต่อความมั่นคงและการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเสีย ไม่เช่นนั้นคงต้องไปจบลงที่ศาล แน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถมทะเล, ศรีสุวรรณ จรรยา, สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ, อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d54beca0c903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!&#039;ไพศาล&#039;ตีปี๊บ บริษัทน้ำมันสหรัฐขอถมทะเลแหลมฉบังมาบตาพุด ทำท่าเรือหรือฐานยิงขีปนาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.62-&amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ว่า ด่วน บริษัทสหรัฐจะมาขอถมทะเลแถบแหลมฉบังมาบตาพุด เพื่อให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานคลังน้ำมันและสถานีขนถ่ายน้ำมันนั้น &amp;nbsp;ต้องศึกษาใคร่ครวญให้จงดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.eec จะพินาสหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทะเลย่านนั้นและท่าเรือเดิมจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 .เป็นแค่ท่าเรือ คลังน้ำมัน หรือว่าเป็น&amp;quot;ฐาน&amp;quot;อะไร?????&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างคลังเชื้อเพลิง -ท่าเรือในปัจจุบันนี้ ทางรัสเซียก็มีรูปแบบให้ใช้เป็นฐานยิงขีปนาวุธได้ และเป็นฐานสอดแนมข่าวกรองสารสนเทศในพื้นที่ได้ สหรัฐก็คงมีอย่างเดียวกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นที่นี่จะกลายเป็น พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่มี ขอบเขต ตลอดทั้งอ่าวไทยและทะเลจีนใต้รวมถึงฝั่งทะเลภาคใต้ทั้งหมดด้วยคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องคิดเรื่องนี้ให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญรัฐบาลจะต้องศึกษาใคร่ครวญให้จงดีด้วย มิฉะนั้นอาจกลับกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้านที่อันตรายที่สุด ก็ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43488</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังน้ำมัน, ฐานทัพ, ถมทะเล, นายไพศาล พืชมงคล, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d01ab276dcca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียเล็งถมโขดหินสร้างเกาะที่ช่องแคบสิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศเมื่อวันพุธว่าเขาต้องการพัฒนาโขดหินที่เคยเป็นข้อพิพาทแย่งชิงกับสิงคโปร์ให้เป็นเกาะขนาดเล็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ มหาเธร์ โมฮัมหมัด / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของมหาเธร์เมื่อวันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 ที่ว่ารัฐบาลของเขากำลังพิจารณาแผนขยายโขดหินมิดเดิลร็อกส์ แล้วพัฒนาให้เป็นเกาะขนาดเล็ก น่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้สิงคโปร์ไม่พอใจ&amp;nbsp; หลังจากไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งประกาศจะระงับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์กับสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โขดหินนี้ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าฝั่งตะวันออกของช่องแคบสิงคโปร์ ที่มีระยะทาง 100 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสินค้าที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็เป็นพื้นที่ชนวนความขัดแย้งระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์มาช้านาน รัฐบาลของสองประเทศเคยยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรุงเฮก เพื่อให้ชี้ขาดข้อพิพาทเขตแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลโลกมีคำตัดสินเมื่อปี 2551 ว่าโขดหินคู่ ที่เรียกว่ามิดเดิลร็อกส์ เป็นดินแดนของมาเลเซีย&amp;nbsp; แต่เกาะเล็กๆ ที่สิงคโปร์เรียกว่า เปดราบรังกา และมาเลเซียเรียกว่า บาตูปูเตะห์ เป็นดินแดนของสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีความตั้งใจจะขยายมิดเดิลร็อกส์ให้เป็นเกาะเล็กๆ สำหรับพวกเรา&amp;quot; ผู้นำวัย 92 ซึ่งเพิ่งเริ่มรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเกาะขนาดเล็กนี้จะมีลักษณะเช่นใด หรือจะใช้เวลานานเท่าใดในการถมสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โขดหินมิดเดิลร็อกส์อยู่ห่างชายฝั่งตะวันออกของสิงคโปร์ 44 กิโลเมตร โดยมีลักษณะเป็นโขดหินคู่ที่อยู่ห่างกันราว 320 เมตร มหาเธร์กล่าวเสริมด้วยว่า มาเลเซียได้สร้างสิ่งปลูกสร้างไว้บนโขดหินนี้แล้ว&amp;nbsp; และเคยมีรายงานข่าวว่ามาเลเซียเปิดฐานอะบูบาการ์บนมิดเดิลร็อกส์ ฐานที่ว่านี้รวมถึงท่าเทียบเรือที่เชื่อมระหว่างโขดหิน ประภาคาร และลานเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานทางทะเลของมาเลเซียที่สร้างเชื่อมระหว่างโขดหินมิดเดิลร็อกซ์ ภาพ&amp;nbsp; TWITTER.COM / MYKAMARUL / The Straits Times &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสินของศาลโลก มาเลเซียได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อขอกลับคำตัดสินเกี่ยวกับเปดราบรังกา สิงคโปร์คัดค้านความพยายามท้าทายคำตัดสินของมาเลเซีย แต่เมื่อวันพุธ กระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์กล่าวว่า ไอซีเจหรือศาลโลกได้แจ้งมาว่ามาเลเซียได้ถอนคำร้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเวียน บาลากฤชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์เห็นด้วยกับคำร้องขอของมาเลเซียด้วยความยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสิงคโปร์ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อแผนถมทะเลสร้างเกาะบนโขดหินของมาเลเซีย แต่เจมส์ ชิน ผู้เชี่ยวชาญด้านมาเลเซียจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย กล่าวกับเอเอฟพีว่า สิงคโปร์อาจมองความเคลื่อนไหวล่าสุดของมาเลเซียว่าเป็นการแสดงความเป็นปรปักษ์ได้ พวกชนชั้นนำของสิงคโปร์จะมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของท่าทีต่อต้านสิงคโปร์ของมหาเธร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาเธร์เพิ่งประกาศจะระงับแผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงที่เป็นความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยอ้างเหตุผลว่าต้องการลดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ของสิงคโปร์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า พวกเขายังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากมาเลเซียเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์เคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของมาเลเซีย แต่ได้แยกประเทศกันเมื่อปี พ.ศ.2508 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ลุ่มๆ ดอนๆ มาโดยตลอด และย่ำแย่อย่างหนักในสมัยที่มหาเธร์เป็นนายกรัฐมนตรีในรอบแรกระหว่างปี 2524-2546.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10366</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบสิงคโปร์, ถมทะเล, มาเลเซีย, มิดเดิลร็อกส์, สร้างเกาะ, สิงคโปร์, เปดราบรังกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ebc8158e26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
