<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของสวนทุเรียนน้ำตาตก! พายุถล่มยับกว่า110ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 61 - เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่อำเภอขลุง หน่วยงานความมั่นคง สภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และนายกเทศมนตรีตำบลตกพรม ได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 9 ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี หลังถูกพายุฤดูร้อนลมแรงพัดกระหน่ำนานนับชั่วโมง&amp;nbsp; โดยร่วมกับเจ้าของสวนสำรวจความเสียหาย พบต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง อายุกว่า 30 ปี ซึ่งแต่ละต้นสามารถให้ผลผลิตได้ ต้นละ 3-4 หมื่นบาทต่อต้นต่อปีได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีทุเรียน อายุ 7-10 ปี บางสวนได้รับความเสียหายมากกว่า 30 ต้น รวมแล้วจำนวนหลายร้อยต้นล้มระเนระนาด ลูกทุเรียนพันธ์หมอนทอง และพันธุ์ก้านยาว ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวหล่นกระจายเกลื่อนพื้น ครอบคลุมพื้นที่ กว่า 110 ไร่ ใน 3 หมู่บ้าน ซึ่งบางรายที่ยังเก็บไม่หมด รวมแล้วมากกว่า20 ตัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจความเสียหายจากหลายตำบลรวมน้ำหนักกว่า 150 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่กำลังจะเก็บเกี่ยวขายได้ แต่มาถูกพายุพัดเสียหาย หนำซ้ำยังมาถูกเจ้าของโรงงานทุเรียนทอดบางรายกดราคา จนเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง 20 บาท ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลตกพรม ได้ออกสำรวจความเสียหาย ก่อนรายงานไปยังอำเภอ เพื่อให้การช่วยเหลือชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในกรณีเสียหายโดยสิ้นเชิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7337</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ถล่มยับกว่า110ไร่, ทุเรียน, พายุฤดูร้อน, อำเภอขลุง, เจ้าของสวนทุเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6c9309ca15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
