<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกคุยแล้ว ผู้นำอัฟกันสั่งรุกโจมตีนักรบถล่มรพ.ฆ่า 24 ศพ ตอลิบันอ้างไม่เกี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สันติภาพเลือนรางลงอีก ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี แห่งอัฟกานิสถานสั่งการกองกำลังความมั่นคงรื้อฟื้นปฏิบัติการเชิงรุกต่อพวกนักรบอิสลามิสต์ ตอบโต้การโจมตีนองเลือดที่โรงพยาบาลในกรุงคาบูลที่มีเหยื่อรวมถึงเด็กทารกและพยาบาลถูกฆ่า 24 ศพ และเหตุระเบิดกลางงานศพอีก 24 ศพเมื่อวันอังคาร ตอลิบันปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่ลั่นพร้อมสู้กลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองกำลังความมั่นคงอัฟกันวางกำลังด้านนอกโรงพยาบาลขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน ขณะกลุ่มมือปืนบุกโจมตีเมื่อวันอังคาร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม เผยว่า การโจมตีอย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ที่แผนกสูติกรรมของโรงพยาบาลบาร์ชีเนชันแนลในกรุงคาบูลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นฝีมือของคนร้าย 3 คน ซึ่งภายหลังโดนกองกำลังฝ่ายความมั่นคงอัฟกานิสถานกำจัดหมดสิ้นระหว่างปฏิบัติการยาวนานหลายชั่วโมง กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันพุธว่า มีเหยื่อถูกสังหารในเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 24 ราย รวมถึงทารกแรกเกิด, แม่เด็ก และพยาบาล และมีผู้บาดเจ็บ 16 ราย ภาพข่าวหลังจากนั้นเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอาวุธครบมือกำลังหุ้มเด็กทารกหลายคน ซึ่งอย่างน้อย 1 คนถูกห่อไว้ด้วยผ้าเปื้อนเลือด ออกจากที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลนี้ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยของชาวฮาซาราที่เป็นชนส่วนน้อยมุสลิมชีอะห์ ซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เป็นมุสลิมสุหนี่ องค์กรแพทย์ไร้พรมแดนให้การสนับสนุนโรงพยาบาลแห่งนี้และมีชาวต่างชาติหลายคนทำงานอยู่ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราว 1 ชั่วโมงต่อมา มือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดกลางงานศพของนายตำรวจระดับบัญชาการคนหนึ่งที่จังหวัดนันกาฮาร์ในภาคตะวันออก มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มไอเอสประกาศหลังจากนั้นว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังการระเบิดโจมตีงานศพ แต่ไม่ได้กล่าวถึงการถล่มโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มตอลิบันปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับทั้ง 2 เหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี กล่าวโทษทั้งตอลิบันและไอเอสระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคาร พร้อมกับประกาศว่า เขามีคำสั่งให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคงอัฟกานิสถานยุติ &amp;quot;ท่าทีตั้งรับเชิงรุก&amp;quot; และให้ &amp;quot;กลับคืนสู่ท่าทีเชิงรุกและรื้อฟื้นปฏิบัติการโจมตีศัตรู&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มตอลิบันออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า พวกตน &amp;quot;เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่&amp;quot; เพื่อตอบโต้การโจมตีของกองกำลังความมั่นคงอัฟกัน และว่า นับแต่นี้ไป รัฐบาลอัฟกันคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีก้าวร้าวนี้ก่อคำถามถึงชะตากรรมของกระบวนการสันติภาพที่กำลังซวนเซอยู่แล้ว ในช่วงยามที่อัฟกานิสถานต้องดิ้นรนรับมือวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งคร่าชีวิตผู้ป่วยแล้ว 132 คน จากผู้ติดเชื้อ 5,226 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีกานีเคยให้คำมั่นว่า กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลจะตอบโต้ในเชิงป้องกันตัวเท่านั้นต่อการโจมตีของกลุ่มตอลิบัน เพื่อแสดงเจตนาดีก่อนที่รัฐบาลและกลุ่มตอลิบันจะนั่งลงพูดคุยสันติภาพกันในท้ายที่สุด ตามที่รัฐบาลสหรัฐและตอลิบันเคยทำความตกลงกันไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลงนามความตกลงฉบับนั้น กลุ่มตอลิบันหลีกเลี่ยงการก่อเหตุโจมตีครั้งใหญ่ในกรุงคาบูลและเมืองอื่นๆ แต่ยังคงโจมตีกองกำลังอัฟกันแบบประปรายตามเดิมในหลายจังหวัด พวกเขากล่าวโทษไอเอสและสมาชิกของหน่วยข่าวกรองอัฟกานิสถานว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี 2 ครั้งล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐ รวมถึงไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ย้ำเตือนว่า ตอลิบันปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ก่อเหตุครั้งนี้ และเรียกร้องรัฐบาลอัฟกันและตอลิบันร่วมมือกันตามล่าคนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนซัลเมย์ คาลิซัด ผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำอัฟกานิสถาน ทวีตว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรร่วมมือกันสร้างสันติภาพ มิเช่นนั้นจะทำให้อัฟกานิสถานอยู่ในสภาพล่อแหลมต่อการก่อการร้าย, ความไร้เสถียรภาพตลอดกาล และความยากลำบากทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามความตกลงที่สหรัฐทำไว้กับตอลิบันนั้น ทหารอเมริกันและทหารต่างชาติทั้งหมดจะถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานภายในปีหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, ถล่มโรงพยาบาล, ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี, อัฟกานิสถาน, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebbefdee90cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
