<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว!พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.62 - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปพ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๒๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า&amp;ldquo;พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๓ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๔ ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๖๗ (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีผลใช้บังคับแล้ว สมควรกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;มั่นใจจะมีประกาศราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62-​พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( รองโฆษก คสช.) แถลงผลการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้ระบุถึงสถานการณ์บ้านเมือง โดยเชื่อว่าจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ &amp;nbsp;ขณะนี้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคสช. จะยังคงดูแลการจัดกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ให้พัฒนาไปสู่การใช้ความรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานราชการต้องติดตามและมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการสู่การเลือกตั้งในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีของสังคมให้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและคสช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, เลขาธิการ คสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45607ef2a4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 01:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่เฉยๆก็ได้เปรียบ ‘วิษณุ’เผย‘มาร์ค-แม้ว-ปู’รู้ดี ทูลเกล้าฯพ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สะพัด กกต.ห้ามนำรูป &amp;ldquo;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-ชวน&amp;rdquo; ใช้ในป้ายหาเสียง ส.ส. แต่รองเลขาฯ กกต.ยันกรณี &amp;quot;ชวน&amp;quot; ใช้ได้เพราะเป็นโลโก้พรรค &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว ยอมรับอยู่เฉยๆ รัฐบาลก็ได้เปรียบ &amp;quot;ดอน&amp;quot; ยืนกรานไม่เชิญต่างชาติดูเลือกตั้ง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; เปิดนโยบายการศึกษา เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน เบี้ยเด็กเข้มแข็ง พันบาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า เรียนฟรียาวพร้อมคูปอง &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ปราศรัยเดือดขุด &amp;quot;เหลือง-แดง&amp;quot; ปิดเมือง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นอัศวินขี่ม้าขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า กกต.ร่างระเบียบที่เกี่ยวกับการหาเสียง ซึ่งกำหนดการจัดทำแผ่นป้ายหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จเรียบร้อบแล้ว โดยกำหนดว่า ผู้สมัคร ส.ส.เขตจัดทำแผ่นป้ายคัตเอาต์หาเสียงของตัวเองได้จำนวนไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคการเมืองสามารถจัดทำป้ายคัตเอาต์หาเสียงได้เอง จำนวนไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต โดยในส่วนของ กกต. จัดทำแผ่นป้ายหาเสียงขนาด A3 ให้ผู้สมัครแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน ขนาดและสถานที่ติดตั้งป้ายขึ้นอยู่ กกต. กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของรถหาเสียง ผู้สมัครแต่ละเขตมีรถแห่หาเสียงได้ไม่เกิน 10 คัน ห้ามใช้รูปบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ส.เขต หัวหน้าพรรค หรือว่าที่นายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคเสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแผ่นป้ายหาเสียง กกต.กำหนดให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส.เขตแต่ละเขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกรัฐมนตรีตามที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น ไม่สามารถใช่รูปบุคคลอื่น หรือผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการหาเสียงได้ ดังนั้นส่งผลให้พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติไม่สามารถใช้ภาพของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หาเสียงได้ เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่สามารถใช้ภาพนายชวน หลีกภัย ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า แม้นายชวนไม่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็นำรูปขึ้นได้ เพราะเป็นโลโก้หรือแบรนด์ของพรรคไปแล้ว ซึ่งไม่มีข้อห้ามใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามความเข้าใจ กกต.ไม่ได้ห้ามการมีชื่อ 3 คนที่ทางพรรคจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ตนยังไม่ทราบว่า 3 ชื่อที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีจะมีชื่อนายชวนหรือไม่ในพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ กรรมการสรรหาในพรรคยังไม่ได้มีการตกลงกัน แต่ถ้าหากนายชวนอยู่ในรายชื่อทั้ง 3 คน ก็สามารถขึ้นป้ายหาเสียง รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนกรณีนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นไม่ได้ เพราะหนีคดี ไม่ได้มาเกี่ยวข้องหรืออยู่ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่จะมีการเสนอของพรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคหรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็สามารถขึ้นป้ายได้ เพราะนอกจากจะมีหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีการเสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย เมื่อพรรคได้รับเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล จึงสามารถนำมาขึ้นได้ หัวหน้าพรรคก็นำมาขึ้นได้&amp;quot;
รูปใครไม่สำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รายละเอียดยังไม่ชัดเจนว่าจะขึ้นร่วมกันหรือขึ้นแยกกัน เพราะว่าเลือกคนเดียวเบอร์เดียว สมมุติว่าถ้าขึ้นคนละแผ่น ขึ้นหัวหน้าพรรค ก็ไม่ทราบว่าจะใส่เบอร์อะไร เพราะว่าแต่ละจังหวัดก็ไม่เหมือนกัน แต่ละเขตเบอร์ก็ไม่เหมือนกัน ตนยังงงกับกรณีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้จะมีรูปใครอยู่ในป้ายไม่ใช่สาระสำคัญอีกแล้ว เพราะประเด็นอยู่ที่ 4 ปีที่ผ่านมาต่างหากว่ารัฐบาล คสช.ได้ทำอะไรไว้บ้าง แม้การออกกฎกติกาแบบนี้เสมือนว่าเป็นการกีดกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยใช้รูปนายทักษิณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนไม่โง่ นโยบายต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยทำมานับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ชี้ชัดแล้วว่ามันอยู่ในใจประชาชน และที่สำคัญ ถ้าฝ่ายผู้มีอำนาจคิดว่าการกีดกันแบบนี้พรรคพลังประชารัฐจะชนะ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกฯ ก็ทำไป แต่อย่าลืมนิสัยคนไทยก็แล้วกันว่าเขาชอบดูมวยรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงสารคนถูกเอาเปรียบ ยิ่งวันนี้แม้การเปิดตัวว่า เป็นเบอร์ 1 ในบัญชีรายชื่อพรรคประชารัฐยังไม่กล้าเลย อย่าว่าแต่การกีดกัน 2 พี่น้องอดีตนายกฯ ต่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ออกกฎห้ามใช้ป้ายในการหาเสียง ประชาชนเขาก็พร้อมใช้ปากกาด้ามเดียวพิพากษา สิ่งที่รัฐบาลทำไว้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนำร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่า คาดว่ามีการนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีที่ กกต.ระบุว่าจะรู้วันเลือกตั้งที่ชัดเจนจะเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 หรือไม่ ต้องรอร่าง พ.ร.ฎ.ให้การเลือกตั้งประกาศในราชกิจานุเบกษา ไม่เกิน 4 ม.ค.62 รองนายกฯ ตอบว่า ไม่จำเป็น เพราะเป็นเพียงการกะเกณฑ์ของ กกต. แต่สามารถปรับได้ เพราะเขากะตามที่สะดวกของเขา โดยนับตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ถัดจากนั้น 7 วัน ต้องมีเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนหน้านั้น 2 สัปดาห์เป็นการเลือกตั้งต่างแดน หากนับถอยไปอีกเป็นการรับสมัคร พอคิดอย่างนี้ กกต.เลยคิดว่าต้องประกาศวันที่ 4 ม.ค. ซึ่งถ้าช้ากว่านี้ วันเลือกตั้งยังเป็นวันที่ 24 ก.พ.ได้ เพียงแต่ต้องปรับวันเลือกตั้งล่วงหน้ากับนอกราชอาณาจักร ซึ่งไม่ต้องต่อกัน ทับวันกันก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ปฏิทินที่พรรคการเมืองจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้มาอยู่ในบัญชีเพื่อเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีเริ่มทำได้เมื่อไหร่ นายวิษณุแจงว่า การทาบทามทำได้เลย แต่การเสนอชื่อให้ กกต.ต้องอยู่ภายใน 5 วันที่มีการเปิดรับสมัคร จะก่อนไม่ได้ หลังไม่ได้ ทั้งนี้หลังจากเสนอชื่อให้กับ กกต.แล้ว ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ไม่ได้มีข้อห้ามอะไร เพราะเป็นเพียงรายชื่อที่พรรคเสนอ ไม่ได้เป็นผู้สมัคร
คนเป็นรัฐบาลย่อมได้เปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็เป็นเหมือนนายกรัฐมนตรีคนอื่นที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการหาเสียงต้องให้พรรคพูด นายกฯ จะพูดในแง่ของรัฐบาลเท่านั้น พูดอะไรก็ตามต้องตั้งต้นด้วยการเป็นรัฐบาล ไม่ใช่พรรคการเมือง เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ ทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ยุบสภาและไปหาเสียง หรือแม้กระทั่งนายทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ครบเทอมแล้วก็ไปหาเสียง ซึ่งรู้ว่าต้องพูดอย่างไร แต่อาจแตกต่างตรงที่ท่านนายกฯ ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค จะพูดได้ก็แค่รณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ต้องห่วงหรือระมัดระวังอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การประชุม ครม.สัญจร ยังสามารถมีได้ไปจนถึงเดือน ก.พ. ที่มีการเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีได้ปกติ เพราะได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้านานแล้ว สามารถมีไปได้เรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีได้ แต่อาจไม่เหมาะสมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะถึงอย่างไร ครม.ก็ต้องประชุมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะประชุมที่กรุงเทพฯ หรือสัญจรไปต่างจังหวัดก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่การประชุมสัญจร อาจได้ลงพื้นที่ได้พบประชาชนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าคนเป็นรัฐบาลย่อมมีโอกาสได้เปรียบ แต่จะไปเอาเปรียบไม่ได้ อยู่เฉยๆ ก็ได้เปรียบ เพราะมีงานทำ มีผลงาน ทั้งนี้ การมองว่ารัฐบาลเอาเปรียบหรือไม่เอาเปรียบ มีเส้นแบ่งบางๆ ที่แล้วแต่ใครจะมองอย่างไร ถ้าแบ่งโดยกฎหมาย มันก็มีเส้นแบ่งชัดเจนตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นคนข้างนอกมองก็ต้องปล่อยไป ห้ามกันไม่ได้ แล้วแต่จะมอง ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากในเรื่องพวกนี้ เมืองไทยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาเยอะแล้ว&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า เราเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในสถานทูตประเทศต่างๆ ช่วยเป็นหูเป็นตา สังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทยได้ แต่ไม่ควรให้ชาวต่างชาติซึ่งอยู่นอกประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์ เพราะจะถือเป็นการเอาคนข้างนอกเข้ามา แต่การให้สถานทูตในไทยมาสังเกตการณ์นั้น ยังถือว่าเป็นการดำเนินการภายในประเทศอยู่ โดยจะทำให้ภาพรวมของการเลือกตั้งไทยดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องของประเทศ ทำไมต้องให้คนนอกประเทศมาตามดูเพื่อจะหาปัญหา เพราะประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ก็ไม่มีต่างประเทศเข้ามาเกาะติดเรื่องบ้านเมืองเขา ดังนั้น ถ้าเกิดต่างชาติเข้ามาติดตามการเลือกตั้งในไทย ก็แสดงว่าประเทศไทยยังมีปัญหา จึงถามว่าเราอยากให้บ้านเมืองเรามีปัญหา หรือเราคิดว่าเราดูแลเองได้ แม้ตอนนี้จะมีรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แต่เราจัดการเองได้ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติเป็นศรีอย่างหนึ่งของคนไทย เพราะที่สุดแล้ว เราก็จะสามารถยืนขึ้นเองได้ เดินเองได้&amp;rdquo; นายดอน กล่าว
เราควรเดินเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอนกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับความเข้าใจในสถานการณ์ไทยต่อต่างประเทศ ได้ตอบข้อข้องใจต่างๆ เพื่อความกระจ่างอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดที่เราสามารถเดินได้แล้ว เราก็ควรเดินเอง ซึ่งที่ผ่านมาในหลายประเทศที่จัดการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย บังกลาเทศ ก็ไม่มีต่างชาติให้ความสนใจเข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศนั้นๆ เองด้วย เพราะสามารถจัดการเลือกตั้งเองได้ เช่นเดียวกับไทย หากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง แล้วบริหารจัดการเองได้ ย่อมจะดีกว่าให้คนต่างประเทศเข้ามาคุมอยู่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากไม่ให้ต่างชาติเข้ามา จะถูกวิจารณ์ในเรื่องความโปร่งใสหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า คิดว่า กกต.จะเชิญชวนประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตในประเทศไทยมาสังเกตการณ์ นั่นก็มีชาวต่างชาติมาสังเกตการณ์เกือบ 100 คนแล้ว ยิ่งเมื่อบวกกับคนไทยที่เป็นผู้สังเกตการณ์ด้วย ก็ถือว่าเพียงพอ ถือว่าเป็นการบริหารจัดการกันเองภายใน ซึ่งถือว่าสมศักดิ์ศรี ชอบธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 2 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์การเลือกตั้งปี 62 เป็นการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และอาจทำให้ซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ รอบ 2 ว่า ประชาชนทั้งประเทศคาดหวังที่จะให้การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 ก.พ.2562 เป็นการเลือกตั้งที่ดี และจะมีสิ่งดีๆ ให้กับบ้านเมือง เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่พยายามวาดภาพให้เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องเลวร้าย เลือกตั้งแล้วจะเกิดเหตุร้าย เป็นการกำลังทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งคราวนี้ เลือกตั้งแล้วต้องเรียบร้อย บ้านเมืองต้องดีขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ใครมาให้บ้านเมืองวุ่นวายเสียหาย และไม่มีใครกล้าทำอะไรวุ่นวาย ประชาชนไม่ต้องการ เพราะไม่มีใครใหญ่กว่าประชาชน เรื่องอนาคตของประเทศ ประชาชนตัดสินเอง ผลการเลือกตั้งจะบอกกับเราว่า ประชาชนได้กำหนดทิศทางของประเทศอย่างไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถึงเวลาที่ควรลาออกจากตำแหน่งหรือไม่นายสุเทพตอบว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าเขาปฏิบัติตามกฎหมายแล้วเราบอกยังไม่พอ ต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้อีก ก็ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าลองหลับตานึกถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป การเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นโดยคนที่เคยเป็นรัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลรักษาการมาปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็ต้องไปชี้หน้าว่าเขาว่าเอาเปรียบคนอื่นกันหมด บ้านเมืองก็วุ่นวาย&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
โต๊ะจีน 240 โต๊ะ โต๊ะละล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเลือกหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 7 คน ซึ่งมีการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังศูนย์จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จำนวน 17 จุดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครปช. กล่าวว่า ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ พรรค รปช.จะจัดงานระดมทุนเข้าพรรคในรูปแบบโต๊ะจีนจำนวน 240 โต๊ะ โต๊ะละ 1 ล้านบาท ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุเทพชี้แจงว่า ได้กำชับไปแล้วว่าการทำงานจะต้องเป็นทีม และต้องรับผิดชอบร่วมกัน ถ้ามีจำนวนมากเกินไปจะทำให้ยุ่งไปหมด และจะกลายเป็นกรรมการงานวัด ตนไม่สามารถไปเปรียบเทียบกับพรรคอื่นได้ ขณะเดียวกันจะต้องไม่ยอมให้คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นตัวแทนของจังหวัดของภาคและเป็นมุ้งใดมุ้งหนึ่งของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่เราต้องการให้คณะผู้บริหารพรรคเป็นคนของพรรค และเป็นคนที่สมาชิกจะต้องไว้ใจ ฉะนั้นใครจะขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ประชาชนจะต้องไว้ใจที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ที่ประชุมได้เข้าสู่วาระการแก้ไขข้อบังคับพรรค โดยที่ประชุมให้การรับรองการแก้ไขข้อบังคับพรรค และรับรองมติของนายเอนกที่เสนอไม่ต้องเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยขอให้ใช้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมซึ่งมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค และนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เป็นเลขาธิการพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการบริหารพรรค 2 คน คือ น.ส.สุเนตตา แซ่โก๊ะ และนายวีระชัย คล้ายทอง ลาออก จึงได้มีผู้เสนอชื่อนายเอนกและนายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค เป็นกรรมการบริหารพรรคแทน ซึ่งที่ประชุมก็ได้ลงคะแนนรับรอง โดยสมาชิกผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนได้เข้าคูหากาบัตรลงคะแนนรับรองบุคคลทั้ง 2 เป็นกรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่ประชุมเข้าสู่การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน และเลือกคณะกรรมการจริยธรรมและวินัย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสมศักดิ์ บุญยืน 2.พล.ท.หญิงดวงกมล สุคนธทรัพย์ 3.นายสมบูรณ์เกียรติ เกษมสุวรรณ 4.พล.ต.ต.พิกัด ตันติวงษ์ และ 5.นายสุนนท์ คชพลายุกต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปิดตัวนโยบายครั้งแรก เรื่องการศึกษายกระดับคุณภาพลูกหลานไทย ว่า นโยบายการศึกษาจะดำเนินการใน 10 ข้อหลัก ซึ่งจะตอบโจทย์การศึกษาตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ คือ 1.เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน เบี้ยเด็กเข้มแข็ง 0-8 ปี 1000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเด็กตลอดปี 2.ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีทั่วประเทศจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ พัฒนาหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด เพิ่มครูปฐมวัยทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กมีการพัฒนาเติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน&amp;nbsp;
อาหารฟรีมีคูปอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.อาหารเช้า-กลางวันฟรี มีคุณภาพ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผ่านสถานศึกษา โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่นักเรียนควรได้รับ 4.เด็กทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ ด้วย English for All จัดการเรียนการสอนโดยเจ้าของภาษา เน้นทักษะการสื่อสารตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ของสังคมไทย 5.ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต ตั้งแต่ระดับปฐมที่เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.เรียนฟรีถึงระกับ ปวส. จบแล้วมีงานทำ ในอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ทั้งสายช่างและพาณิชย์ พัฒนาระดับฝีมือ ทักษะการทำงานจริงเพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของตลาด 7.การศึกษาตลอดชีวิต คูปองเพิ่มทักษะสำหรับผู้ใหญ่ แจกคูปองเพิ่มทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้ทันสมัยต่อความเปลี่ยนแปลง เพิ่มโอกาสสร้างอาชีพ 8.คืนครูให้นักเรียน ลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 9.จัดตั้งกองทุน Smart Education เพื่อสนับสนุน Social Enterprise และ Startup ด้านการศึกษา รวมถึงการนำเทคโนโลยี EdTech (Education Technology) เพื่อใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และการสอบให้มีประสิทธิภาพ และ 10.การกระจายอำนาจจากกระทรวงสู่โรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครทั่วประเทศ 350 เขตเลือกตั้ง แกนนำพรรคพลังประชารัฐและกลุ่มสามมิตร ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนและเปิดเวทีปราศรัย ตอนหนึ่งว่า ถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์คิดสืบทอดอำนาจในขณะที่จะเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.25620 จะเห็นได้ว่าผู้สมัครแต่ละเขต 350 เขตไม่มีทหารพลเอก พลโท เข้ามาสมัครแม้แต่คนเดียวและแบบบีญชีรายชื่อก็เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นประจักษ์พยานที่เห็นอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเห็นความแตกแยกเริ่มปริขึ้นมาแล้ว แค่ คสช.ปลดล็อกการเมืองได้ 2 วัน ก็มีคนออกมาพูดจะแก้รัฐธรรมนูญเป็นการพูดปูทาง ทั้งที่เรายังไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเต็มที่เลย เช่นครั้งหนึ่งการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นหนทางแห่งความยุ่งยากอย่างมากมาย ก็ขอเล่นให้ประชาชนฟังเพื่อทบทวนความจำ ในปี 2553 พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ &amp;nbsp;กลุ่มเสื้อแดงมีม็อบปิดถนน ห้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถูกเผา สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิถูกปิด การประชุมนานาชาติที่เมืองพัทยาในระดับนายกรัฐมนตรีของอาเซียนเข้าประชุมและออกจากที่ประชุมไม่ได้เพราะคนเสื้อแดงปิดล้อม ศาลากลางจังหวัดภาคอีสานมีเสื้อแดงเข้าไปอยู่เต็ม และจุดไฟเผา สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นต้นเหตุให้เกิดการสลายการชุมนุมวันที่ 19 พ.ค.2553 มีคนเสียชีวิตกว่า 50 คน รวมทั้งคนที่สูญหายกว่า 600 คน&amp;nbsp;
เหลือง-แดงปิดเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอึดอัดมาก พยายามแก้ปัญหาอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็อยู่ไม่ได้ ต้องยุบสภาเลือกตั้งปี 2554 ได้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีทำงานระยะหนึ่ง แล้วถูกกดดันคนเสื้อแดงบางคนที่ถูกคดีเผาศาลากลางจังหวัด คดีแรกศาลตัดสินประหารชีวิต และคนที่ถูกคดีอีกหลายคนอยู่ในกลุ่มเผาศาลากลาง ปิดสนามบิน และปิดกั้นล้มการประชุมนานาชาติเมืองพัทยาถูกข้อหาเป็นกบฏ ก็กดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่เข้าสู่สภาผู้แทนฯ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2556 มีการพิจารณา 3 วาระรวดในวันเดียว ซึ่งปรกติกฎหมายฉบับใหญ่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ แล้วแต่ความยุ่งยาก แต่กฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับคนที่ถูกประหารชีวิต และคนที่จะต้องขึ้นศาลอีกหลายคดีมีการพิจารณากันคืนเดียวเสร็จ เวลาประมาณ 02.30 น. เขาเลยให้ฉายากฎหมายฉบับนี้ โดยสื่อมวลชนบอกว่ากฎหมายฉบับลักหลับ แต่ต่อมาอีกสัปดาห์กฎหมายนี้ไม่ผ่านวุฒิสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมม็อบเสื้อเหลืองและเสื้อแดงทวีความรุนแรงขึ้น เสื้อเหลืองพัฒนาเป็นการขับไล่รัฐบาลตั้งอยู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนเสื้อแดงไปอยู่ที่ถนนอักษะ สร้างความวุ่นวายปิดถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นักท่องเที่ยว นักลงทุนต้องถอนสมอกลับ และ 40 ประเทศประกาศไม่ให้มาเที่ยวประเทศไทย ประเทศไทยขณะนั้นผู้คนทนไม่ไหวไปร้องขอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแก้ไขให้ส่วนต่างๆ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญม็อบทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยหลายวัน 4 วันก็ไม่จบ วันที่ 5 เชิญนายสุเทพกับนายจตุพรมาคุยจะเลิกการชุมนุมหรือไม่เลิก ที่สุดบอกว่าไม่เลิก พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวขอโทษจำเป็นต้องยึดอำนาจแล้วเป็นนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแก้ปัญหาของความวุ่นวายเกิดความสงบสุข นักท่องเที่ยว นักลงทุนก็กลับมาเหมือนเดิมเงินหลายล้านล้านก็กลับมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า จนถึงวันนี้พรรคพลังประชารัฐมั่นใจว่าจะได้ตัวเลขที่นั่ง ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานมากกว่า 50 ที่นั่ง และขณะนี้ตัวเลขที่นั่ง ส.ส.ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการที่พรรคพลังประชารัฐจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อนั้น คงต้องรอในส่วนของการประกาศกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งก่อนก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการบรรยายในหัวข้อ &amp;quot;สิ่งที่ต้องจับตาในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง&amp;quot; โดยนายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอให้ร่วมกันส่งพลังกดดันไปยัง คสช. ให้เลิกใช้ ม.44 ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้รับเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ว่าจากพรรคใด อย่างน้อยแม้ไม่ลาออกจากนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออกจากหัวหน้า คสช. เพราะขณะนี้สวมหมวกอยู่หลายใบ การลาออกจากหัวหน้า คสช. จะทำให้สง่างามมากกว่า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24322</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, กกต., ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง, นโยบายการศึกษา, หนังสือพิมพ์, เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c154277c391e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
