<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านส่อชวดซักฟอกปมถวายสัตย์!ส.ว.สมชาย กางรธน.ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน.มีผลผูกพันทุกองค์กร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - นายสมชาย แสวงการ สมชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟศบุ๊กระบุว่า ปมถวายสัตย์ควรจบได้แล้วครับ แม้สภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุวาระอภิปรายในวันที่18 ก.ย.นี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเตือนสติฝ่ายค้านโปรดอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการไม่รับร้องอย่างเป็นเอกฉันท์ #ให้อ่านซ้ำอย่างละเอียดถี่ถ้วน และโปรดใคร่ครวญใช้ดุลยพินิจในการอภิปรายที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง อย่าให้ละเมิดอำนาจศาลและอย่าล่วงเกินด้วยครับ มิเช่นนั้นผู้อภิปรายที่เลยเถิดอาจต้องรับความเสี่ยงในคดีที่อาจเกิดขึ้นทั้งในศาลรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้ขู่ฝ่ายค้านและไม่ได้ปกป้องรัฐบาล แต่เตือนสติกันในฐานะสมาชิกร่วมสภาด้วยความหวังดี โดยเฉพาะบางท่านที่กำลังมีอนาคตใหม่ทางการเมือง อาจหมดอนาคตครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย ได้โพสต์อีกว่า #รัฐสภาต้องยุติอภิปรายปมถวายสัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร รวมถึงรัฐสภาและ คณะรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 211 วรรคท้ายบัญญัติว่า &amp;quot;คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณีเรื่องญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยไม่มีการลงมติ ของ สส. ฝ่ายค้าน กรณีเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี ก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุเป็นวาระการประชุมเพื่อเปิดอภิปราย ในวันที่ 18 กันยายน 2562 นั้น จึงมีปัญหาว่าสภาผู้แทนราษฎร ยังจะดำเนินการประชุมและเปิดให้มีการอภิปรายต่อไปอีกได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ดังกล่าวแล้ว สภาผู้แทนราษฎร ย่อมมิอาจดำเนินการอภิปรายต่อไปได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า &amp;quot;การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง(Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหาร ในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (Act of Goverment) ประกอบกับเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 17.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดินและต่อมาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรี ได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย โดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ห้องรับรอง ชั้น 5 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;@&amp;ldquo;การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าว จึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น &amp;quot;สภาผู้แทนราษฎร ย่อมไม่มีอำนาจตรวจสอบการถวายสัตย์โดยการเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45571</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ถวายสัตยปฏิญาณ, สมชาย แสวงการ, อภิปรายไม่ลงมติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90ecde8a4a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ยันวันเดียวพอ แนะฝ่ายค้านซักฟอก&#039;บิ๊กตู่&#039;ให้มาแต่เช้า มีแค่ 2 ประเด็นให้อภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้วันที่ 18 ก.ย.นี้ เป็นวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152ในญัตติประเด็นการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ว่านายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้โทรมาแจ้งกับตนแล้วว่าในวันที่ 11 &amp;ndash; 12 ก.ย. ที่วิปรัฐบาลเสนอให้มีการอภิปรายทั่วไปนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดภารกิจ แต่หากเป็นวันที่ 16 ก.ย. สามารถมาตอบญัตติของฝ่ายค้านได้ ตนจึงได้เจรจากับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แต่เนื่องจากวุฒิสภาจะใช้วันที่ 16 &amp;ndash; 17 ก.ย.นี้ เป็นการประชุมนัดสุดท้ายก่อนที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ตนจึงให้ความสะดวกแก่ทุกฝ่าย คือวันที่ 18 ก.ย.นี้ ส่วนที่มองว่าการกำหนดเป็นวันที่ 18 ก.ย. เท่ากับบีบฝ่ายค้าน เพราะให้เวลาน้อยเกินไปนั้น ตนเห็นว่า หากเริ่มประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าเชื่อว่าจะเพียงพอ เพราะมีเพียง 2 ประเด็นที่จะซักถาม และเสนอแนะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นด้วยกับวิปรัฐบาลที่เสนอวันที่ 11 &amp;ndash; 12 ก.ย. แต่พอเสนอไปรัฐบาลก็ไม่ว่าง ผมก็ไม่อยากฝืน อยากให้ทุกฝ่ายพร้อม ผมเข้าใจว่ารัฐบาลมีภารกิจรับแขกต่างประเทศ และแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ในส่วนภารกิจของสภาทุกฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา แม้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้ควรจบในสมัยประชุมนี้&amp;rdquo; ประธานสภาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การอภิปรายต้องเป็นการประชุมลับหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลเพราะมีข้อบังคับการประชุม และรัฐธรรมนูญให้สิทธิ์ไว้ หากมีการขอให้เป็นการประชุมลับก็ต้องใช้เสียงส.ส.รับรอง 1 ใน 4 แต่โดยหลักต้องเป็นการประชุมโดยเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ จะเป็นการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติต่างๆที่ค้างอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ถวายสัตยปฏิญาณ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, อภิปรายนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d3155ca2f4f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลไม่มีปัญหา&#039;วิษณุ&#039;บอกรู้ล่วงหน้าวันอภิปรายทั่วไปก็ดีเผื่อครม.ติดภารกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ส.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติประธานวิปรัฐบาลได้มาปรึกษาเรื่องวันที่จะมีการอภิปรายบ้างหรือยัง ว่า กับตนไม่มี แต่กับคนอื่นไม่ทราบ หากมีการหารือก็น่าจะเป็นการหารือกับฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายกฎหมาย กับรัฐบาลในที่นี้หมายถึงมันมีวิปอยู่แล้วที่จะต้องไปเจรจากัน ว่าจะเอากี่วันและเมื่อไหร่ ซึ่งในส่วนรัฐบาลไม่มีปัญหา เท่าที่ดูจริงๆถ้าจัดในเดือนสิงหาคมก็ไม่ได้ติดอะไร แต่ถ้าเผอิญทางสภาติดอะไร ก็เลื่อนไปเป็นเดือนกันยายนได้ แต่รัฐบาลก็อยากรู้ล่วงหน้าเร็วพอสมควรเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะมีภารกิจและจะมีปัญหาไม่สะดวก โดยในวันที่ 18 กันยายน สภาจะปิดสมัยประชุมอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ ประธานสภาบอกว่าไม่เอาวันธรรมดา ก็ดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะประชุมวันเสาร์-อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการอภิปรายทั่วไป ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ตอบได้หรือไม่ เพราะเป็นการถามคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายวิษณุกล่าวว่า ตนตอบอย่างนั้นไม่ได้ เพราะตนไม่รู้ว่าจะถามใคร ถ้าเขาถามนายกฯ นายกฯก็ต้องตอบ แต่ถ้าถามครม. ใครรู้ก็ต้องตอบ ซึ่งก็มีคนที่รู้เรื่องอยู่หลายคน อีกไม่กี่วันคงชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม.เพื่อเตรียมความพร้อมหรือไม่&amp;nbsp; นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าญัตติมาก็ต้องเอาเข้าที่ประชุม เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นญัตติถามครม. ไม่ใช่ญัตติถามคนใดคนหนึ่ง ก็ส่งให้ครม.ชี้แจง ถ้าคำถามพุ่งตรงไปที่ใคร คนนั้นก็ต้องตอบ แต่ถ้ามาตรา 151 นั้นก็ถามแค่คนใดคนหนึ่ง ซึ่งที่ตนอธิบายให้ฟังนี้ ก็เพื่อจะบอกว่าต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป, ถวายสัตยปฏิญาณ, นายวิษณุ  เครืองาม, วิปรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f67f8d0ae0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประพันธุ์&#039;จวก7พรรคฝ่ายแค้นจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ลาออก พูดเองเออเองไร้กฎหมายรองรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62 - นายประพันธุ์ คูณมี เผยแพร่ความเห็นเรื่อง &amp;quot;การถวายสัตย์ปฏิญาณ กับ การล้มรัฐบาล&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองวันนี้ แม้พรรคประชารัฐจะสามารถเป็นแกนนำ รวบรวมเสียงสนับสนุน ส.ส.และ ส.ว.โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาล มีคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารประเทศแล้ว แต่พรรคการเมือง 7 พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล &amp;nbsp;แทนที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน เคารพเสียงข้างมาก ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารของรัฐบาล ตามหน้าที่ฝ่ายค้านที่ดี แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ ฝ่ายค้านกับทำหน้าที่เป็น &amp;quot;ฝ่ายแค้น&amp;quot; โดยมุ่งคิดแต่จะหาทางล้มรัฐบาลชุดนี้ให้ได้ทุกวิถีทาง ทนไม่ได้แม้แต่วันเดียวที่ต้องเป็นฝ่ายค้าน ทั้งที่รัฐบาลเพิ่งเริ่มต้นทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีต่อพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำกล่าวข้อความโดยไม่ครบถ้วนขาดข้อความบางส่วนนั้น ฝ่ายแค้นก็กระโดดงับเอาประเด็นนี้ไปเล่นเป็นการเมือง นอกจากอภิปรายในสภาฯแล้ว ถึงวันนี้ยังโหมกระพือขยายประเด็นไม่เลิก มั่นใจว่าเรื่องนี้จะน็อคนายกรัฐมนตรี ล้มรัฐบาลประยุทธ์ให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลพรรคฝ่ายแค้นต่างดาหน้าออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ไล่เรียงตั้งแต่นายชัยเกษม นิติสิริ &amp;nbsp;อดีตอัยการสูงสุด ขยายความเรื่องนี้ไปว่า &amp;quot;การกล่าวคำปฏิญาณที่ขาดสาระสำคัญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้รัฐบาลเป็นโมฆะ&amp;quot; ไปโน้นเลย ไม่รู้เอามาจากรัฐธรรมนูญมาตราใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ไปอ้างเอาข้อเขียนของ อ.วิษณุ เครืองาม มาอ้างสนับสนุนว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีขัดรัฐธรรมนูญ และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก็ออกมาผสมโรงกดดันเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ ซึ่งก็คงอยากให้ลาออกพ้นตำแหน่งไป ขบวนแถวฝ่ายแค้นคนอื่นๆ ล้วนมุ่งหมายไล่บี้อยากให้นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง ต้องการล้ม ครม.ทั้งคณะทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเรื่องนี้ ตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มีผลทำให้นายกรัฐมนตรีกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ถึงขนาดต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่? ครม.ต้องพ้นไปทั้งคณะและความเป็นรัฐบาลนี้ ไม่สมบูรณ์เป็นโมฆะหรือไม่ นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดอย่างไร กลไกทางกฎหมายและกระบวนการตรวจสอบใด จะเป็นผู้ทำให้เรื่องนี้ยุติด้วยความเป็นธรรม เป็นประเด็นที่สังคมควรใช้สติพิจารณา เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองไปตามกระแสของฝ่ายแค้นๆ ที่กำลังพยายามปั่นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ได้บัญญัติไว้เพียงว่า&amp;quot;ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้า(ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กล่าวปฎิญาณโดยไม่ครบถ้วนทุกถ้อยคำคือขาดข้อความ &amp;quot;ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;quot; นั้น จะมีผลทำให้เป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีผลให้รัฐบาลเป็นโมฆะหรือไม่ เรื่องนี้ต้องถือว่ารัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติไว้ในมาตราใดเลย ทั้งไม่เคยมีประเพณีการปกครองว่าต้องจัดการอย่างไรและมีความผิดประการใดหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวินิจของนายชัยเกษม อดีตอัยการสูงสุดก็ดี หรือความเห็นของนายปิยบุตรก็ดี จึงไม่มีข้อกฎหมายใดรองรับ ไม่อาจเชื่อถือและรับฟังได้ และหากพิจารณาความในวรรคสองของมาตรา 161 &amp;nbsp;แม้คณะรัฐมนตรียังมิได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ คณะรัฐมนตรียังสามารถปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนได้ โดยบัญญัติให้ ครม.ที่มีอยู่ก่อนพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ครม.ชุดใหม่ การถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีข้อความตกหล่นบางประการนั้น รัฐธรรมนูญมิได้ถือเป็นความผิดร้ายแรง แตกต่างจากกรณีการกระทำผิดหรือขัดรัฐธรรมนูญด้วยเหตุอื่นๆ เช่น การขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญกำหนด,หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ซึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของข้อความที่ขาดหายไปนั้น แม้รัฐมนตรีมิได้กล่าวในการถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็มิอาจทำให้ ครม. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิยึดถือและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามอำเภอใจแต่อย่างใด รัฐธรรมนูญ มาตรา 164 ยังได้บัญญัติไว้ว่า &amp;quot;ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมายและนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ดังที่บัญญัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 แล้วจะเห็นว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นเพียงการกำหนดแบบพิธีกรรม เพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคณะรัฐมนตรี กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น บนหลักการที่ยึดถือว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นหลักพึ่งพิงที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย เป็นที่สร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากประชาชนแก่รัฐบาลทุกคณะ อันเนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยทั้งมวลนั่นเอง การกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี เป็นการกล่าวต่อเบื้องพระพักตร์พระมหากษัตริย์ ดังนั้น เมื่อคณะรัฐมนตรีได้กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณเสร็จสิ้น และพระมหกษัตริย์ทรงมีพระราชดำรัส &amp;nbsp;ดังปรากฎตามภาพข่าวแล้วนั้น ก็ย่อมถือว่าเป็นการดำเนินการถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีผลเสร็จสมบูรณ์แล้วตามรัฐธรรมนูญ แม้จะมิได้กล่าวข้อความโดยครบถ้วนทุกถ้อยคำก็ตาม ย่อมต้องถือว่า ครม.ได้ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในการให้ ครม.กล่าวถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์แล้ว การตกหล่นไปบางข้อความนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือทำให้ความเป็นรัฐบาลกลายเป็นโมฆะหรือมิชอบด้วยกฎหมายแต่ประการใดไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเป็นการกระทำต่อเบื้องพระพักตร์พระมหากษัตริย์ จึงย่อมต้องถือว่าเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ที่จะทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นถูกต้องสมบูรณ์แล้วหรือไม่ มิควรที่บุคคลใดจะก้าวล่วงไปวินิจฉัยเสียเอง อันมิไช่อำนาจหน้าที่ของตนตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นเป็นความผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นสิทธิและหน้าที่ของ สส.,สว.หรือผู้มีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินหรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวข้อความโดยไม่ครบถ้วนทุกถ้อยคำ คงเป็นเพียงความบกพร่องของผู้กล่าวเท่านั้น ซึ่งอาจเกิดโดยประหม่า พลั้งเผลอ หรือโดยเหตุใดๆที่มิได้มีเจตนา เมื่อมีการยอมรับคำถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น จากพระมหากษัตริย์แล้ว ประกอบกับไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้เป็นความผิด การกระทำนั้นจึงไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว อาจเทียบเคียงได้กับการกล่าวคำสาบานตนของบุคคลที่จะมาเบิกความเป็นพยานต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 ก่อนเบิกความพยานทุกคนต้องสาบานตนตามลัทธิศาสนาหรือจารีตประเพณีแห่งชาติของตนหรือกล่าวคำปฏิญาณว่า จะให้การต่อศาลตามสัตย์จริงเสียก่อน ซึ่งแม้ศาลจะเขียนข้อความให้พยานกล่าวตาม &amp;nbsp;แต่พยานอาจมิได้กล่าวข้อความโดยครบถ้วนทุกถ้อยคำ เพียงได้ความว่าจะให้การต่อศาลโดยสัตย์จริง ก็ถือว่าคำให้การของพยานรับฟังได้ตามกฎหมาย เว้นแต่พยานนั้นมิได้กล่าวคำสาบานเท่านั้น จึงมิอาจรับฟังคำให้การพยานปากนั้นได้ เทียบเคียงได้กับฎีกาที่ 7988/2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การถวายสัตย์ปฎิญาณของคณะรัฐมนตรี กรณีนี้ จึงถือว่าสมบูรณ์จบสิ้นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงไม่จำต้องกระทำการใดต่อไปอีกตามที่ฝ่ายแค้นเรียกร้อง เดินหน้าบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุขแก่ประชาชนต่อไป ปล่อยฝ่ายแค้นเขาดิ้นรนไปตามกรรมเถอะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตยปฏิญาณ, ประพันธุ์ คูณมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c627c8667610.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
