<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯวางพานพุ่มถวายพระพรชัยมงคลในหลวง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานในพิธีวางพานพุ่ม ถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ ก.พ. และผู้แทนข้าราชการพลเรือน เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายกฯ และผู้ร่วมพิธี ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสร็จแล้วนายกฯ วางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน เปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล พร้อมกล่าวนำผู้ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ว่า &amp;ldquo;ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วประเทศ ต่างมีความปลาบปลื้มปิติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมกันแสดง
ความจงรักภักดี และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท &amp;nbsp;วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม หาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงทุ่มเทพระวรกาย กำลังพระปัญญา บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงประชาและความวัฒนาสถาพรของประเทศชาติ ยามบ้านเมืองประสบวิกฤติภัยใด ทรงห่วงใยอาทรผองพสกนิกร และได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ประชาชนผู้ยากไร้ เพื่อผ่อนบรรเทา ความทุกข์ยากเดือดร้อน ซึ่งข้าราชการทุกหน่วยงานได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตามด้วยใจตระหนักและจงรักภักดี พระบุญญาบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแผ่ไพศาลปกแผ่นดินและอาณาประชาราษฎร์ให้ผาสุกร่มเย็นโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอตั้งจิตอธิษฐานด้วยความจงรักภักดี ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานชัยมงคลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบรมเดชานุภาพและพระบารมีแผ่ไพศาล &amp;nbsp;สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรตราบกาลนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำบรรดาข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าพระพุทธเจ้า ........(ออกนามของผู้กล่าว แต่ละบุคคล)............ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา ตามแนวทางพระบรมราโชวาทตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายพระพรชัยมงคล, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิธีวางพานพุ่ม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100cd56235be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้มีกำลังใจ-ปัญญา พระราชดำรัส‘ในหลวง’อำนวยพร4รมต.เข้าถวายสัตย์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ นำ 4 รัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; พระราชทานพระราชดำรัส ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ การปฏิบัติหน้าที่คงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ขณะที่เพื่อไทยเชื่ออีกไม่นานจะมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ เพื่อชิงความได้เปรียบก่อนยุบสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะนำรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 4 คน ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กทม. ในเวลา 18.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 15.45 น. บรรดารัฐมนตรีใหม่ต่างทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อถ่ายรูปทำบัตร ครม. และเตรียมตัวเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยนายสินิตย์เดินทางมาถึงเป็นคนแรก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ นายสินิตย์ยอมรับว่าตื่นเต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวีรศักดิ์เดินทางมาถึง ต่อด้วยนายชัยวุฒิและ น.ส.ตรีนุช โดยนายวีรศักดิ์กล่าวว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงคมนาคม เวลา 09.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ส่วนจะมีการประชุมร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมหรือไม่นั้น ยังไม่มีการนัดหมาย และยังไม่ได้มีการพูดคุย รวมถึงยังไม่ได้มีการมอบหมายงานให้ตนรับผิดชอบในส่วนใด เนื่องจากตนได้รับทราบว่ามีการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มี.ค. อย่างไรก็ตาม คิดว่าในการทำงานที่กระทรวงคมนาคมไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ตนก็ทำงานเหมือนกับที่อยู่กระทรวงพาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิกล่าวว่า จะเข้ากระทรวงดีอีเอสในวันที่ 29 มี.ค. ช่วงบ่าย เพราะช่วงเช้าต้องมาประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าในวันที่ 31 มี.ค. หรือ 1 เม.ย. จะเข้ามอบนโยบายให้ข้าราชการประจำกระทรวงดีอีเอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากงานที่จะต้องสานต่อจากรัฐมนตรีคนเก่าแล้ว มีโครงการใหม่จะต้องเร่งดำเนินการในช่วงแรกของการเข้าปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี ต้องขอเข้าไปดูงานที่กระทรวงก่อน ใจเย็นๆ ยังมีเวลาเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การมาเป็นรัฐมนตรีดีอีเอสในช่วงการชุมนุมเข้มข้นและถือว่าหนักเอาการ รู้สึกกดดันหรือไม่ เขาตอบว่า หนักอย่างไร ไม่เห็นมีอะไร กระทรวงอื่นหนักกว่านี้อีก กระทรวงดีอีเอสเป็นกระทรวงที่แก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจยุคใหม่ และเรื่องปัญหาสังคม ความมั่นคง ซึ่งหลายเรื่องก็ทำมาได้ดีแล้ว ผมก็สานต่อให้ดียิ่งขึ้น อาจจะมีบางเรื่องที่ยังไม่เด็ดขาด ยังไม่จบ ทั้งการติดในข้อกฎหมายและเงื่อนไขบางอย่าง เราก็มาดูกันว่าจะทำอะไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีทั้งเรื่องการแก้ปัญหาเว็บต่างๆ ซึ่งก็ทราบว่าบางเรื่องอำนาจรัฐหรือการดำเนินคดีต่างๆ ยังไม่รวดเร็วหรือเป็นรูปธรรมเท่าไร ก็ต้องหาวิธีต่อไป เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะทำให้เฉียบขาดมากขึ้นใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ต้องมาคุยกันว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากเฉียบขาดมากก็อาจจะไปกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ต้องหาความพอดีที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนก็มีความสุขด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการ ในเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มี.ค. และจะมอบหมายงานในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.05 น. สี่รัฐมนตรีใหม่ได้ขึ้นรถตู้พร้อมกัน เดินทางไปพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 18.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้ นางสาวตรีนุช&amp;nbsp; เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสนี้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์&amp;nbsp; วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังปัญญา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดี เชื่อว่า การปฏิบัติหน้าที่คงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ขออำนวยพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองกำลังเดินย่ำสู่จุดพลิกโฉม เนื่องจากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ คือกระบวนการยุติธรรมที่เข้าไประงับยับยั้งการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลสืบทอดอำนาจ จนถูกสังคมวิพากษ์อย่างหนักว่าอยุติธรรม ต้องเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เหตุที่สอง คือกระบวนท่ายึกยักว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไขไม่สำเร็จในช่วงรัฐบาลนี้ สวนทางกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเอง เหตุที่สาม คือการเร่งสปีดตั้งพรรคการเมืองใหม่ๆ ของปีกขบวนการสืบทอดอำนาจ เพื่อหวังให้ได้ ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า โดยชิงใช้กติกาเดิมที่ฝ่ายตนได้เปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเหตุที่สี่ คือการปรับ ครม.ครั้งล่าสุด เป็นภาพของการตั้งคนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายเดียวกัน ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าจะเป็นระเบิดเวลาเร่งความแตกแยกจนรัฐบาลพังลงได้ แต่ที่จริงมันคือการทำเพียงชั่วคราวเพื่อการต่างตอบแทนไปก่อน ต่อจากนั้นไม่นานจะมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ ตั้งคนของตนเพื่อคุมอำนาจรัฐชิงความได้เปรียบล่วงหน้า ปัจจัยที่กล่าวมานั้นคือชนวนสู่การเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่ แต่จุดจบที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่คือนายกฯสืบทอดอำนาจถูกประชาชนขับไล่จนตกเก้าอี้ นายกฯ ยุบสภา หรือลาออกแล้วได้นายกฯ คนใหม่ ซึ่งจะอยู่ระยะสั้นแค่จัดระเบียบการเลือกตั้ง แล้วก็ไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในท้ายที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าจะใช้กติกาแบบใดก็ตาม ขณะนี้ประชาชนเจ้าของอธิปไตยตัวจริงทุกหมู่เหล่าได้ตกผลึกร่วมกันแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่นั้น พวกเขาได้ลิขิตเป้าประสงค์ตรงกันไว้แล้วว่า บ้านเมืองนี้จะต้องปกครองโดยประชาธิปไตย ที่เป็นธรรม&amp;quot; พล.ท.ภราดรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นับแต่ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย จากนี้จะเดินหน้าจัดตั้งพรรคการเมืองอย่างแน่นอน พรรคนี้จะเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ต่อสู้กับเผด็จการทุกรูปแบบ ล้มทรราชให้ได้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพ นักวิชาการ นักการเมือง ที่มีหัวใจการต่อสู้อย่างแข็งกล้า หากอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ประชาธิปไตยแท้จริง ล้างมรดกบาปเผด็จการ ขอเชิญชวนมาร่วมงานกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุที่ทำพรรคการเมืองใหม่ เพราะเห็นว่าการต่อสู้ภายใต้กติกาเผด็จการปัจจุบัน ไม่อาจเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีได้ ประชาชนมีแต่ถูกกดขี่ ยังถูกครอบงำ องคาพยพของเขาก็เป็นเพียงลิ่วล้อ บริวาร จากนี้จะแสวงหาจอมยุทธ์ทั่วหล้า นักสู้ทั่วแผ่นดิน มาร่วมพลังกันมาสร้างบ้านแปงเมืองอีกครั้ง เราจะเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบ เรื่องนโยบายได้คิดเอาไว้เบื้องต้นแล้ว พรรคนี้ผมจะเป็นหัวหน้าพรรคเอง ช่วงต้นเดือนเม.ย.น่าจะเปิดตัวได้ และจะส่งผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้ง พรรคนี้ไม่ใช่พรรคคนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นพรรคเพื่อสีเสื้อใดสีเสื้อหนึ่ง แต่เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย อย่างแท้จริง ที่จะต่อสู้ทั้งในสนามเลือกตั้งและสนามอื่นทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายนครกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97487</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรีใหม่, ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่, พระราชทานพระราชดำรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f37ce366cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง มีพระราชดำรัสแก่ 4 รมต.ใหม่ เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ก่อนปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.50 น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จออก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิต&amp;nbsp;พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นำคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่&amp;nbsp;เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท&amp;nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช&amp;nbsp;เทียนทอง&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์&amp;nbsp;หวังศุภกิจโกศล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ในโอกาสนี้&amp;nbsp;นายดิสทัต&amp;nbsp;โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และนายธีระพงษ์&amp;nbsp;วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังปัญญา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดี เชื่อว่า การปฏิบัติหน้าที่คงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ขออำนวยพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97482</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรีใหม่, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f37fd4d11e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิตรเดือด!ด่า‘ไอ้ห่า’ ถามปรับกก.บห.‘พปชร.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ว่าที่ รมต.ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ ยันไม่ต้องให้นโยบายพิเศษ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ สั่งเปลี่ยนวิปฯ ชุดใหม่ เขี่ย &amp;quot;วทันยา-ศิริพงษ์&amp;quot; ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์พ้นตำแหน่ง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; รับเป็นมาตรการลงโทษทางการเมือง ย้ำ ภท.พอใจแล้ว หงุดหงิดสื่อถามข่าวเปลี่ยนเลขาฯ พปชร. ด่าลั่น &amp;quot;ไอ้ห่า จะถามทำไม&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ยันลาออกวิปรัฐบาลมาเป็นปีแล้ว ไม่เกี่ยวปมโหวตสวนซักฟอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.20 น. วันที่ 26 มีนาคม ว่าที่รัฐมนตรีใหม่จำนวน 4 คน ได้เดินเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 27มี.ค.นี้ โดยนายสินิตย์ เลิศไกร ว่าที่ รมช.พาณิชย์ เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ,&amp;nbsp; นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าที่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ รมช.คมนาคม เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงและภายหลังรับการตรวจ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คนพักหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการมอบนโยบายให้กับ 4 รัฐมนตรีใหม่ ว่า ตนจะมอบนโยบายให้เขาได้อย่างไร ต้องรอให้ครบทุกขั้นตอนก่อน เมื่อช่วงเช้าเชิญมาเพื่อให้เห็นหน้าตากัน โดยพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม คงไม่ต้องให้นโยบายเป็นพิเศษ เพราะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่เรากำหนดไว้แล้ว หลายรัฐมนตรีก็ทำมา ก็ทำต่อให้สำเร็จ หลายอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกกระทรวง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิเปิดเผยว่า ได้พูดคุยแนะนำตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ คุยกันแบบสบายๆ ธรรมดา ไม่ได้คุยกันเรื่องงาน แต่แค่หารือถึงกรอบงานที่อยากให้ทำ จากนั้นได้เข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อรับฟังนโยบายทำงานของกระทรวง ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเป็นรัฐบาลเดิม อะไรที่ทำไว้ดีแล้วก็ทำต่อไป ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาเราก็แก้ไขและทำให้ดียิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 76/2564 เรื่องปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ปสส. เพื่อดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาให้เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผนตามระบบของรัฐสภา ตลอดจนเพื่อให้การประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองในปัญหาต่างๆ ด้านนิติบัญญัติดำเนินการให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการ 12 คน ประกอบด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวภริม พูลเจริญ, นายจักรพันธ์ พรนิมิตร, นายมณฑล โพธิ์คาย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ, นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, นายสัมพันธ์ มะยูโซะ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล และนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และมีการแต่งตั้ง ปสส.เพิ่มเติม 3 คน ประกอบด้วย นายอภิชา เลิศพชรกมล, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบุคคลที่ปรับออกจากวิปรัฐบาล ได้แก่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, นายศิริพงษ์ รัศมี กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่โหวตงดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวตรวจสอบและเสนอให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พิจารณาดำเนินการกับ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ 1 ส.ส.ระยอง ประกอบไปด้วยการเสนอให้ไม่ขอรับตำแหน่งต่างๆ เช่น กรรมาธิการและวิปรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์งดลงคะแนนให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าเขาได้ลงโทษไปหมดแล้ว และได้ขอโทษไปกับพรรคภูมิใจไทยไปบ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล โดยถอด ส.ส.บางคนในกลุ่มดาวฤกษ์ออกไป เป็นการลงโทษอย่างหนึ่งของ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ และให้ออกทุกตำแหน่งที่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 3 เดือน อีกทั้งดำเนินการลงโทษทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนพรรคภูมิใจไทย โอเค พร้อมหันไปตอบสื่อด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายว่า &amp;ldquo;สื่อจะถามทำไม ผมไม่เข้าใจเลย จะถามให้ตีกันให้ได้ จะให้ตีกับใครล่ะ ให้ผมตีกับ ภท.หรือ&amp;quot; จากนั้นกล่าวยืนยันว่า &amp;quot;จะไม่เกิดรอยร้าวกับ ภท.แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แนวทางการลงโทษนี้จะทำให้พรรค ภท.และพรรค พปชร.เกิดความสมานฉันท์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันเป็นแนวทางของพรรคการเมือง และ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ก็เป็น ส.ส.สมัยแรก เขาอาจจะไม่เข้าใจ และการลงโทษก็ถือว่าเป็นกฎของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ว่า ไม่มีอะไร บอกไม่มีก็ไม่มี ถ้ามีจะอยู่ได้อย่างไร ถ้ามีพรรคก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ถ้ามีความแตกแยกกันก็อยู่ไม่ได้หรอก เมื่อถามถึงการปรับโครงสร้างภายใน พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กำลังคิดอยู่ เดี๋ยวถามสมาชิกพรรคก่อนว่าคิดอย่างไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคและ กก.บห. ไม่ใช่ใครจะไปคิดเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซักว่าการปรับโครงสร้างจะปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรหันไปตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า &amp;ldquo;ยังไม่ได้ปรับเลย ไอ้ห่า! จะถามทำไม&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่า กระแสข่าวนี้มาแรงมาก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะปรับเลขาฯ พรรคหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคว่าจะทำอย่างไร คุณจะมาถามล่วงหน้าใครจะไปรู้ มีข่าวที่ไหน มีแต่คุณพูดกันแค่คนสองคน ประเทศไทยเป็นอย่างนี้เพราะว่าผู้สื่อข่าวถามไม่เป็นเรื่องเลย จริงหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า มีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ต้องทำหน้าที่ใน กมธ. ทำให้ไม่มีเวลามาร่วมประชุมกับวิปรัฐบาล นอกจากนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะขอลาออกจากวิปรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจงานอื่นๆ ใน กมธ.ค่อนข้างมาก ก็เลยจะสลับให้นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. กลับเข้ามาเป็นวิปรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการขอเปลี่ยนตัววิปฯ ด้วยเช่นเดียวกัน ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp; รมว.ดีอีเอส ก็ได้ลาออกจากวิปรัฐบาลเช่นเดียวกัน ในสัดส่วนของ ครม. ก็มีผู้ลาออก ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส ดังนั้นจะมีประกาศปรับปรุงองค์ประกอบใน ปสส.ออกมาใหม่อีก 1 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้มองตรงนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะการทำงานที่ผ่านมาวิปรัฐบาลมีการประสานงานร่วมกันด้วยดีทุกพรรค ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล ส่วนหนึ่งมาจากตลอดเวลากว่า 1 ปี ทุกคนมีภารกิจ มีงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลามาทำงานตรงนี้ได้ จึงได้สลับปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี แกนนำกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจากวิปรัฐบาลกับนายวิรัชมาเป็นปีแล้ว อีกทั้งในรายชื่อเวลาเซ็นชื่อก็ไม่มีชื่อตนมาเป็นปีแล้วด้วย แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าวิปรัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนชื่อและส่งรายชื่อให้นายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะรอให้เป็นวงรอบปี ซึ่งเรื่องมาลงในช่วงเวลานี้พอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลสอบกรณี ส.ส.ดาวฤกษ์โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ กก.สอบข้อเท็จจริงของ พปชร.แจ้งผลสอบมาแล้วหรือไม่ น.ส.วทันยาระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในการพูดคุยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจหาเชื้อโควิด, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปรับ ครม., รัฐมนตรีใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de64ebd905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายสัตย์27มี.ค. ‘บิ๊กตู่’นำ4รมต.ใหม่เข้าเฝ้าฯ/ประเมินผลงานทุก3เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; เตรียมนำ 4 รัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันเสาร์ที่ 27 มีนาคมนี้ ชี้ รมต.มีหน้าที่นำนโยบายรัฐบาลและนายกฯ ไปสู่การปฏิบัติ ขอประเมินผลงานทุก 3 เดือน ไม่ดีพร้อมปรับ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยก &amp;ldquo;จาตุรนต์-หมอเสริฐ&amp;rdquo; ไม่ต่างจากกรณี &amp;ldquo;ตรีนุช&amp;rdquo; เพื่อไทยเงียบฉี่ แต่ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; สับเละประยุทธ์ 2/4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 24 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รัฐมนตรีใหม่ ว่าจะนำรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp; ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนที่สังคมมอง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ไม่มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาก่อนนั้น การทำงานมีหลายระดับ โดยระดับนโยบายคือนายกฯ&amp;nbsp; และรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งนโยบายที่ออกไป จะให้แนวทางวางแผนดำเนินการ มีกรอบยุทธศาสตร์ กรอบการปฏิรูปการศึกษา มีเรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และมีแผนงานหลายอย่างที่รัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมาดำเนินการไว้แล้ว ฉะนั้นใครจะมาเป็นอะไรก็ตาม ต้องปฏิบัติตามนี้ นายกฯ ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่ามาบอกว่านายกฯ ไม่รู้ ผมรู้ แต่นายกฯ ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ นายกฯ เป็นผู้กำหนดนโยบาย และติดตามสั่งการในการปฏิบัติ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ว่าใครจะพัฒนาอย่างไร การศึกษาวันนี้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในระบบ นอกระบบ เราก็เดินหน้าตรงนี้อยู่ โรงเรียนที่เก่งอยู่แล้วจะทำอย่างไรให้เขาเก่งที่สุด ส่วนการศึกษาในระบบที่มีประสิทธิภาพน้อย ก็ต้องทำให้เก่งมากขึ้น รวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครู ก็ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่ทำงานการเมือง เป็นการทำงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหาร ซึ่งทุกคนที่เข้ามาเป็น ส.ส. เป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเคารพเขาในการที่มาเป็นรัฐมนตรี หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งทั้งหมดต้องถูกบริหารโดยนายกฯ ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งบริหารผ่านช่องทางคณะรัฐมนตรี เมื่อเช้าเห็นนักวิชาการพูดในโทรทัศน์ ก็เคารพในความรู้ของท่าน แต่ในเชิงบริหารท่านก็ต้องเข้าใจว่าบริหารกันอย่างไร ถ้าตามหลักวิชาการคิดว่าไม่ต่างกันมากไปกว่านี้ เพราะทุกคนก็สร้างการรับรู้เยอะแยะกันไปหมด แต่จะทำกันอย่างไร นั่นก็คือความร่วมมือ ความเข้าใจในนโยบายของรัฐ
ประเมินผลงานทุก 3 เดือน
นายกฯ กล่าวอีกว่า จะเรียกรัฐมนตรีมาคุยก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังจากมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ขอร้องว่าให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนก็ตาม ทุกคนก็ต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ และไม่เคยปล่อยปละละเลย ซึ่งย้ำอยู่เสมอว่าต้องระมัดระวังเรื่องของการทุจริต ต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการใช้จ่ายงบประมาณและบริหารราชการอย่างมีเป้าหมาย ต้องดูว่าจะทำงานอะไรบ้างให้กับแต่ละกลุ่มแต่ละภาคส่วน ถือว่าขอร้องแล้วกัน ขอให้ช่วยกันสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งแผนปฏิรูปการศึกษา ถ้าเราขัดแย้งกันมากๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากให้มีคำว่าเด็กดี เด็กเลว ทุกคนต้องร่วมมือกัน ทำให้เด็กของเราเป็นคนดี เพราะทุกคนคือพลังสำคัญของชาติ ต้องเรียนรู้ว่าอะไรคือความถูกต้องความชอบธรรม อะไรคือประชาธิปไตยที่เป็นสากล ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันว่านายกฯ เผด็จการๆ ผมขอถามว่าเผด็จการตรงไหน วันนี้ยังไม่เห็นมีเผด็จการอะไรเลย ผมสั่งเฉพาะในอำนาจของผม ในฐานะฝ่ายบริหาร&amp;rdquo;นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนในกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และกระทรวงคมนาคม (คค.) ว่าต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวงมีการขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ทุกคนเข้าถึงให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีรายได้ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและการขนส่งสินค้า ส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นั้น มีความสำคัญ หลายอย่างอาจมีปัญหาอุปสรรคและการติดขัด เนื่องจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน และการสื่อสารออกไปบางครั้งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อีกทั้งความคิดของแต่ละคนห้ามไม่ได้ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตนไปบังคับไม่ได้ ซึ่งจะต้องหาความร่วมมือระหว่างกันต่อไป
&amp;ldquo;ขอร้องว่าต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก็ดูก่อน ครม.ใหม่เข้ามา เพราะ ครม.ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ก็มีการปรับอยู่เรื่อย ถ้าทำไม่ดีก็ต้องปรับออก ปรับใหม่ และผมจะประเมินผลงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวงเองอยู่แล้ว วันนี้ก็ได้มอบหมายให้มีการรายงานผลความคืบหน้าในการทำงานของทุกกระทรวงในทุกช่วง 3 เดือน รวมทั้งข้าราชการและหน่วยงานท้องถิ่นด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไปด้วยกันไม่ได้ และคิดว่าน่าจะดีขึ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ น.ส.ตรีนุชว่าจบเศรษฐศาสตร์ มาบริหารกระทรวงศึกษาธิการเหมาะสมหรือไม่ ว่าอย่าไปพูดอย่างนั้นเลย รัฐมนตรีไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และต้องขอยกพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเป็น รมว.ยุติธรรม โดยโยกมาจากกระทรวงพลังงาน โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชกระแสในวันดังกล่าวว่า รัฐมนตรีนั้นไม่ใช่ผู้ปฏิบัติการ แต่เป็นผู้กำหนดนโยบาย เป็นผู้บริหาร เพราะฉะนั้นจะจบอะไรมาถือเป็นนักบริหาร ถ้าเป็นนักบริหารต้องบริหารได้ คือ บริหารคน บริหารเงิน และบริหารงาน เขาไม่ได้ตั้งใจว่าหมอเท่านั้นที่ต้องเป็น รมว.สาธารณสุข ครูเท่านั้นต้องเป็น รมว.ศึกษาธิการ ทหารเท่านั้นต้องเป็น รมว.กลาโหม
&amp;ldquo;ถ้าไปดูในอดีต รมว.หลายกระทรวงที่เราอาจจะยี้เมื่อตอนเข้ามา แต่ต่อมากลายเป็น รมว.ที่ดีมาก หรือดีที่สุด เช่น พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น และมาเป็น รมว.สาธารณสุข ใครๆ ก็แหย่เรียกหมอเสริฐทำนองว่ายี้ แต่ต่อมา พล.ต.อ.ประเสริฐเป็น รมว.สาธารณสุขที่ทำความเจริญให้กับกระทรวงมากที่สุด จนเป็นที่ร่ำลือถึงปัจจุบัน ดังนั้นอย่าไปสนใจเรื่องเช่นนี้&amp;rdquo; นายวิษณุระบุ
ซัดแค่สับเปลี่ยนขั้วอำนาจ
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/4 ว่าสะท้อนชัดเป็นการปรับตำแหน่งเพื่อการขยับสับเปลี่ยนขั้วอำนาจเท่านั้น ไม่ได้มุ่งหาคนที่เหมาะสมมาขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนเลย อย่างนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส และ น.ส.ตรีนุช ต่างก็ทราบว่าเป็นผู้ที่มีความสนิทและใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ การได้มาซึ่งตำแหน่งรัฐมนตรีของทั้ง 2 ท่านนี้ จึงเป็นการปรับตำแหน่งเพื่อยึดโควตารัฐมนตรีคืนจากกลุ่ม กปปส. ตามสำนวนไทยที่ว่า เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนทัพเท่านั้น
&amp;ldquo;น.ส.ตรีนุชไม่เคยมีบทบาทที่เด่นชัดในงานด้านการศึกษาเลย ไม่เคยแสดงให้สาธารณชนรับรู้ถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของของเด็กและเยาวชนเลย ไม่เคยแสดงให้ประชาชนได้เห็นถึงความทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาการศึกษาของชาติ จึงเป็นที่สงสัยของประชาชน นักเรียนนักศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ว่าจะเข้ามาแก้ปัญหา พัฒนาการศึกษาของชาติให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และอยู่ในแนวทางที่อารยประเทศเขาขับเคลื่อนกันได้หรือไม่&amp;rdquo; นายวิโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ยังตั้งข้อสังเกตถึงนายชัยวุฒิว่า เป็นผู้ภักดีต่อทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร และมีท่าทีปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อผู้ชุมนุมและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีดีอีเอสครั้งนี้ อาจเข้ามาเพื่อเซ็นเซอร์ จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในโลกไซเบอร์มากกว่า ส่วนนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชยนั้น ก็มาจากการคัดเลือกแบบโหวตภายในพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ยังไม่ทราบว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงใด จึงสะท้อนชัดเจนว่าเป็นการคัดเลือกผ่านระบบมุ้งและเครือข่ายอำนาจภายในพรรคเท่านั้น
วันเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือวีแฟร์ นำโดยนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เดินทางมายื่นหนังสือกับตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าถึงรัฐสวัสดิการที่พรรคได้เคยหาเสียงไว้ ก่อนอ่านแถลงการณ์ และในช่วงบ่ายกลุ่มดังกล่าวก็ได้มายื่นหนังสือที่พรรค ปชป.เช่นกัน โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค เป็นตัวแทนรับเรื่อง ซึ่งนายชินวรณ์ยืนยันว่า ให้ความสำคัญเรื่องสังคมและรัฐสวัสดิการ ที่ผ่านมาพรรคได้ผลักดันมีความคืบหน้าไปมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97192</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรีใหม่, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปรับ ครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b507618a0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27 มี.ค.นายกฯนำรมต.ป้ายแดงเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯรัฐมนตรีใหม่ว่า เรื่องนี้ก็เดินหน้าไปแล้วเพราะเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว สำหรับการเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณรับทราบขั้นต้นว่า จะเป็นวันที่ 27 มี.ค. โดยจะมีคณะกรรมการตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนในขั้นองค์มนตรี ไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า กรณีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว. ศึกษาธิการ ถูกสังคมมองว่าไม่มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาก่อน นายกฯกล่าวว่า การทำงานมีหลายระดับ โดยระดับนโยบายคือนายกฯ ซึ่งตนก็มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาก่อน เพราะเป็นทหาร แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย และวันนี้นโยบายที่ออกไปจะให้แนวทางในการวางแผนไปดำเนินการ มีกรอบยุทธศาสตร์ กรอบการปฏิรูปการศึกษา มีเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีแผนงานหลายอย่างที่รัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมาดำเนินการไว้แล้ว ฉะนั้น ใครจะมาเป็นอะไรก็ตามต้องปฏิบัติตามนี้ นายกฯให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า อย่ามาบอกว่านายกฯไม่รู้ ตนรู้ แต่นายกฯไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ นายกฯเป็นผู้กำหนดนโยบาย และติดตามสั่งการในการปฏิบัติ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ว่าใครจะพัฒนาอย่างไร ทั้งนี้ การศึกษาวันนี้ค่อนข้างหลากหลายทั้งในระบบ นอกระบบ เราก็เดินหน้าตรงนี้อยู่ โรงเรียนที่เก่งอยู่แล้วจะทำอย่างไรให้เขาเก่งที่สุด ส่วนการศึกษาในระบบที่มีประสิทธิภาพน้อยก็ต้องทำให้เก่งมากขึ้น รวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครู ก็ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพราะการใช้จ่ายงบประมาณไปถึงทุกวัน และทำอย่างไรที่จะส่งเสริมโรงเรียนให้มีคุณภาพ ให้ขึ้นมาให้ได้ตามงบประมาณที่มีอยู่เดิม และไม่ต้องเพิ่มมากนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ การปฏิรูปการศึกษา ยุทธศาสตร์ชาติ มีอยู่แล้วทุกข้อทุกเรื่อง เขาทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ซึ่งตนได้เน้นย้ำตรงนี้ไปแล้ว ว่าการทำงานของรัฐบาลไม่ใช่ทำงานการเมือง เป็นการทำงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหาร ซึ่งทุกคนที่เข้ามาเป็น ส.ส.เป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเคารพเขาในการที่มาเป็นรัฐมนตรี หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องถูกบริหารโดยนายกฯที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งบริหารผ่านช่องทาง ครม. เมื่อเช้าตนเห็นนักวิชาการพูดในโทรทัศน์ ตนก็เคารพในความรู้ของท่าน แต่ในเชิงบริหารท่านก็ต้องเข้าใจว่าบริหารกันอย่างไร ถ้าตามหลักวิชาการ ตนคิดว่าไม่ต่างกันมากไปกว่านี้ เพราะทุกคนก็สร้างการรับรู้เยอะแยะกันไปหมด แต่จะทำกันอย่างไร นั่นก็คือความร่วมมือ ความเข้าใจในนโยบายของรัฐ วันนี้เราให้ความสำคัญในคุณภาพของครู บางโรงเรียนไม่ครบสาขาวิชา มีนักเรียนน้อยจะทำอย่างไร เราต้องกระจายแหล่งเรียนรู้ออกไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตอบสนองความต้องการของรัฐว่าต้องการคนรุ่นใหม่อย่างไร ในการขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมๆกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า เราต้องสังคายนาหลายหน่วยงาน ซึ่งก็ต้องทำต่อไป ซึ่งรัฐมนตรีใหม่ก็ต้องทำตามนี้ หลักการสำคัญของตนมีหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งจะเรียกเขามาคุยก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังจากมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ขอร้องว่าให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนก็ตาม ทุกคนก็ต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ และตนก็ไม่เคยปล่อยปละละเลย และย้ำอยู่เสมอว่าต้องระมัดระวังเรื่องของการทุจริต จะต้องโปร่งใสมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการใช้จ่ายงบประมาณ และบริหารราชการอย่างมีเป้าหมาย ต้องดูว่าจะทำงานอะไรบ้างให้กับแต่ละกลุ่มแต่ละภาคส่วน ถือว่าขอร้องแล้วกัน ขอให้ช่วยกันสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งแผนปฏิรูปการศึกษา ถ้าเราขัดแย้งกันมากๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันก็จะมีความเคลื่อนไหวรอบนอกขึ้นมาอีก ตนไม่อยากให้มีคำว่าเด็กดีเด็กเลว ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ทำให้เด็กของเราเป็นคนดี เพราะทุกคนคือพลังสำคัญของชาติ ต้องเรียนรู้ว่าอะไรคือความถูกต้องความชอบธรรม อะไรคือประชาธิปไตยที่เป็นสากล ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันว่านายกฯเผด็จการ ๆ ผมขอถามว่าเผด็จการตรงไหน วันนี้ยังไม่เห็นมีเผด็จการอะไรเลย ผมสั่งเฉพาะในอำนาจของผม ในฐานะฝ่ายบริหาร&amp;rdquo; นายกฯกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมที่มีการปรับเปลี่ยน เพราะตน ต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวงมีการขับเคลื่อน เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ทุกคนเข้าถึงให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีรายได้ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้า 2 กระทรวงนี้มีความสำคัญ วันนี้เราต้องเร่งหารายได้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการเสนอแผนการต่างๆผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและสื่อมวลชน มีการเปิดตลาด การเจรจา และเดินหน้าเปิดข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับหลายๆประเทศ รวมทั้งกลุ่มประเทศอียู ซึ่งทุกปัญหาตนรับไว้ทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้นมีความสำคัญ หลายอย่างอาจมีปัญหาอุปสรรค และการติดขัดเนื่องจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน และการสื่อสารออกไปบางครั้งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อีกทั้งความคิดของแต่ละคนห้ามไม่ได้ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตนไปบังคับไม่ได้ ซึ่งจะต้องหาความร่วมมือระหว่างกันต่อไป ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้าอยากเห็นประเทศดีก็ต้องช่วยกันบริหาร ช่วยกันทำประเทศให้ดีขึ้น ต้องทำให้ทั่วถึงและเกิดความเป็นธรรม และต้องสร้างความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยว่าควรจะเป็นอย่างไรที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ก่อหรือทำอะไรให้เกิดความวุ่นวายสับสนต่างๆ และผิดกฎหมาย นั่นถือเป็นประเด็นสำคัญของเราในขณะนี้ ขอร้องว่าต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก็ดูก่อนครม.ใหม่เข้ามา เพราะครม.ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ก็มีการปรับอยู่เรื่อย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำถึงเหตุผลในการสลับกระทรวงกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องการให้มีการขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งตนก็คาดหวังเพราะมีหลายอย่างที่ต้องเร่งรัดดำเนินการในช่วงนี้ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ไม่ได้ผิดหลักการอะไร และถึงจะปรับหรือสลับอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าทำไม่ดีก็ต้องปรับออก ปรับใหม่ และตนจะประเมินผลงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวงเองอยู่แล้ว วันนี้ก็ได้มอบหมายให้มีการรายงานผลความคืบหน้าในการทำงานของทุกกระทรวงในทุกช่วง 3 เดือน รวมทั้งข้าราชการและหน่วยงานท้องถิ่นด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไปด้วยกันไม่ได้ และคิดว่าน่าจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97128</URL_LINK>
                <HASHTAG>27 มี.ค., ถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีใหม่, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ae02700aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ถวายสัตย์ปกป้องราชวงศ์จักรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กบี้&amp;quot; นำ 232 นายพลถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 จะปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ท่องคาถา &amp;ldquo;ในดวงตรามหาจักรี&amp;rdquo; มีจิตซื่อตรงในพระราชา ดำรงเกียรติทหาร ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กต่อ&amp;quot; ลั่นเทิดทูนพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต สมกับ ทภ.1 เป็นหน่วยทหารที่กษัตริย์ทรงจัดตั้งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารชั้นนายพลสังกัดกองทัพบก จำนววน 232 นาย ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น และ ที่ลาออกจากเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์และนายทหารที่สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) ใส่เครื่องแบบเต็มยศชุดพระราชฐานและหมวกทรงโมฬีเข้าร่วมพิธี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า &amp;quot;ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ตามที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ปวงข้าพระพุทธเจ้าที่มารวมตัวกัน ณ ที่นี้ ดำรงตำแหน่งที่สำคัญและพระราชทานยศชั้นนายพลของกองทัพบกนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติยศอันสูงยิ่งของการรับราชการ ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยฯ แห่งนี้ขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งยังทรงมีพระเมตตาให้ทรงรับ และเปิดโอกาสให้ลูกหลานของประชาชนชาวไทยทั่วไปได้เข้าไปศึกษาเล่าเรียนโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ เพื่อให้ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ ช่วยกันปกปักรักษาเอกราช อธิปไตยของประเทศชาติและราชอาณาจักรไทย ให้อยู่จนมาทุกวันนี้ นอกจากนั้น ปวงข้าพระพุทธเจ้ายังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ได้พระราชทานกระบี่และพระราชทานยศนายทหารสัญญาบัตรมาตลอดห้วงเวลารับราชการที่ผ่านมา พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่องค์พระมหากษัตริย์ องค์จอมทัพไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์มีต่อปวงข้าพระพุทธเจ้านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปวงข้าพระพุทธเจ้าจักสำนึกจะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม พร้อมทั้งขอถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะจงรักภักดี จะยอมอุทศตนพร้อมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศชาติ ราชอาณาจักรแห่งนี้ และจักเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า&amp;nbsp; แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่&amp;rdquo; พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งทำความเคารพ และขอให้ทุกคนนั่งคุกเข่าพนมมือ&amp;nbsp; โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้ให้นายพลกล่าวถวายคำสัตย์ปฏิญาณตาม เริ่มที่คาถาในดวงตรามหาจักรี&amp;nbsp; &amp;quot;ติระตะเน สะกะรัฏเฐ จะ&amp;hellip;สัมพังเส จะ มะมายะนัง&amp;nbsp; สะกะราโชชุจิตตัญฺจะ..สะกะรัฏฐาภิวัฑฒะนังฯ ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า และจักธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทั้งหมดได้เปล่งเสียงกล่าวปฏิญาณฯ พร้อมกัน 3 ครั้ง ความว่า &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของท่านไว้ด้วยชีวิต&amp;rdquo; จากนั้นได้ถวายบังคม 3 ครั้ง&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 มีการจัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 กับ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เจริญชัยกล่าวรับหน้าที่ว่า กองทัพภาคที่ 1 เป็นหน่วยทหารที่พระมหากษัตริย์ทรงจัดตั้งขึ้น และทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการเป็นหน่วยทหาร ซึ่งมีหน้าที่ปกปักรักษาความมั่นคงของประเทศ รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า เป็นที่เชื่อถือศรัทธาต่อประชาชนโดยตลอด ถือเป็นแนวทาง นโยบายการปฏิบัติงานของอดีตผู้บังคับบัญชาทุกคนในการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ด้วยชีวิต และพร้อมเป็นหลักรักษาความมั่นคง ปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติตลอดไป ซึ่ง พล.ท.ธรรมนูญ ทุ่มเท ตั้งใจปฏิบัติงาน จนเป็นที่ประจักษ์ต่อกำลังพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญ แสดงออกด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบัน และจากความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้กองทัพภาคที่ 1 ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ที่กองทัพบกรับมอบหมาย สิ่งเหล่านี้ ผมต้องสืบงานตามแนวทางนี้ต่อไปให้ดีที่สุด&amp;quot; พล.ท.เจริญชัยกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์, ปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทิดทูนพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75da2e8a72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
