<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสกสกล&#039;ขานรับ&#039;ส.ว.ถวิล&#039;แจงที่มานายกฯด้วยเสียงส.ส.ไม่ใช่เสียงส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ 2 วันที่ผ่านมาบรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี พร้อมกับย้ำว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาฯ ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ&amp;nbsp; แต่นายกฯมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมานายกฯก็บอกเสมอว่าสนับสนุนในการแก้ไขอยู่แล้วไม่ว่าจะมีการแก้ไขฉบับใด&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการแก้ไข มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.ร่วมลงมติเลือกนายกฯในรัฐสภานั้น นายกฯเคยบอกแล้วว่าไม่ได้ขัดข้องอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล ยังเห็นด้วยกับนายถวิล เปลี่ยนศรี​ ส.ว. ที่ได้อภิปรายฯถึงการเลือก พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯนั้น ก็เป็นไปด้วยเสียง ส.ส. ไม่ใช่เสียง ของส.ว. และการที่เขียนกฎหมายให้มี ส.ว.เพื่อเลือกนายกฯได้นั้น เพราะว่าที่ผ่านมาบ้านเมืองมืดมน มีกลุ่มที่อาศัยประชาธิปไตยบังหน้า โกงกิน คอร์รัปชั่น ทำบ้านเมืองเสียหาย และเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อทำลายระบบนิติรัฐ นิติธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล ยังมองว่าการที่ ส.ว.เลือกนายกฯนั้นพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากร่วมกันเสนอเข้ามา ส.ว.ก็ต้องเลือกคนนั้นเป็นนายกฯ เพราะพรรคการเมืองเสียงข้างมากก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน จะไปหักหน้าประชาชนโดยเลือกนายกฯที่มาจากพรรคเสียงข้างน้อยได้อย่างไร นั่นคือระบบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในการทำหน้าที่ของ ส.ว.ต้องมีจุดยืนในสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม จะกล่าวหาว่า ส.ว.เป็นเครื่องมือของนายกฯหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไม่ได้ เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนมีอิสระและมีศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่มีการครอบงำหรือสั่งการจากนายกฯ และนายกฯเองก็ไม่เคยก้าวล่วงใดๆทั้งสิ้น&amp;nbsp; ส.ว.ทุกคนต้องมีอิสระในความคิดและการตัดสินใจ แต่ทุกอย่างต้องฟังเสียงความต้องการของประชาชนเป็นหลักเสมอ&amp;rdquo; นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล เปลี่ยนศรี, ที่มานายกรัฐมนตรี, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ส.ว.เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d59f111220f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.ถวิล&#039; รับไม่ได้แก้ ม.144,185 สุดเจ็บปวดโดนย้ายไม่เป็นธรรม เพื่อประโยชน์พวกพ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 10.05 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ต่อเป็นวันที่สอง&amp;nbsp;นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายว่า ตนได้พิจารณาแล้วว่าร่างทั้ง 13 ฉบับถือว่าเป็นจำนวนมาก ต้องพิจารณาหัวใจของรัฐธรรมนูญและสาระสำคัญที่ไม่ควรแก้ไขผิดเพี้ยนไปจากหลักการ หรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ ก็จะจับแต่ละร่างมาขึงดูว่า ฉบับใดไปตัดแก้หลักการสำคัญหรือเจตนารมณ์เหล่านั้นในรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่เป็นหลักการง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถวิล กล่าวว่า ตนมองว่าประเด็นมาตรา 144 ที่เสนอตัดบทลงโทษที่รุนแรงออกนั้น ตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง สิ้นสุดสมาชิกภาพทางการเมืองหรือถึงขั้นติดคุก ทั้งนักการเมือง ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมรายการงบประมาณรายจ่ายของรัฐ ถือเป็นการทำลายหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญที่มุ่งปราบโกงและปราบการทุจริตคอรัปชั่น จนทำให้ประเทศเราจมปลักอยู่กับการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นไม่ได้สักที เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศตลอดมา ปล่อยออกไปก็เหมือนแก้มัดตราสังข์ ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีคอรัปชั่นการอาละวาดหลอกลอนประชาชนอีกรอบ ส.ว.รับไม่ได้และรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 185 ที่แก้ไขยอมให้ส.ส. ส.ว.หรือรัฐมนตรีใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปแทรกแซงข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น เห็นแล้วแสลงใจตนมาก เพราะตนเจอจริงและเจ็บจริงมาด้วยตัวเอง คงยอมให้ร่างที่มีเนื้าหาแบบนี้ผ่านไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่พนักงาน คนงาน ไม่ใช่ยาม รปภ. หรือคนรับใช้ส่วนตัวในบ้านหรือบริษัทที่นึกจะโอนย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ ปลดออกได้ตามอำเภอใจนั้นทำไม่ได้ ท่านอาจคุ้นเคยในระบบของท่าน แต่ระบบราชการมีระบบคุณธรรมคุ้มครองอยู่ ดังนั้นอย่าไปยุ่งกับเขา ปล่อยให้เขาอยู่กับระบบแบบนั้นดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมประสบมาด้วยตนเองที่มีการโอนย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เพื่อความสะใจ เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์พรรค ประโยชน์พวกและญาติพี่น้อง เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดไม่น่ารื่นรม แม้ผมจะต่อสู้ฟ้องร้องเรียกหาความเป็นธรรมและได้รับคืนมาในที่สุด แต่ก็เป็นไปอย่างโดดเดี่ยว ยากลำบาก เต็มไปด้วยอุปสรรค จึงไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ผมจึงรับไม่ได้ในชั้นนี้จริงๆ&amp;nbsp;ส่วนเรื่องการปิดสวิตช์ ส.ว.ต้องพูดให้ชัด อย่ามาพูดเอามัน&amp;nbsp;แม้ส.ว.จะอายุมาก ไฟน้อย แต่จะให้ใครมาปิดสวิตช์ง่ายๆโดยไม่มีเหตุผลจนถึงขั้นข่มขู่คุกคามหรือเหยียดยามนั้นยอมไม่ได้ แต่ถ้ามีเหตุผลมาพูดกัน ผมกระซิบเบาๆว่าเราปิดสวิตช์เราเองได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายถวิล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถวิล กล่าวต่อว่า ส่วนการโหวตเลือกนายกฯนั้นในหลักการเสียงของส.ว.ไม่ใช่เสียงชี้ขาดเลือกนายกฯ ถ้าไม่มีเสียงสนับสนุนจากส.ส.ที่เพียงพอก็เป็นนายกฯไม่ได้&amp;nbsp; เมื่อตอนพล.อ.ประยุทธ์ก็เข้ามา เพราะเสียงสนับสนุน ส.ส. ไม่มีเสียงสนับสนุนจากส.ว. ท่านก็เป็นนายกฯได้ ทำให้ส.ว.โดนด่าฟรี เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่รองนั่ง มีคนเอากระดูกมาแขวนคอ และการให้ส.ว.ออกเสียงเลือกนายกฯก็เป็นผลมาจากการออกเสียงประชามติของประชาชนที่เป็นฉันทามติจะมาเปลี่ยนดื้อๆไม่ได้ ถ้าจะทำก็ต้องไปย้อนต้นทางให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้จะสิ้นสุดไปตามบทเฉพาะกาลที่เหลืออีก 2-3 ปี สวิตช์เราก็จะปิดลง ไม่ต้องให้ใครมาปิดก็ได้ การที่บ้านเมืองยุ่งวุ่นวายถามว่าที่ผ่านมาใครกันอาศัยประชาธิปไตยบังหน้า สมคบโกงกิน ดำเนินนโยบายผิดพลาดจนบ้านเมืองแทบล่มจนเสียหาย ไม่ต้องบอกว่านโยบายอะไรก็คงทราบดี และลุแก่อำนาจใช้เสียงข้างมากผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมโดยไม่ฟังเสียงใคร จนประชาชนต้องออกมาเดินขบวนขับไล่เป็นล้านๆคน นักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีก็มี ตนชื่นชม แต่เรายังมีไม่มากพอที่จะไปต้านทานนักการเมืองที่ไม่ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107495</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล เปลี่ยนศรี, ปิดสวิตช์ ส.ว., รัฐสภา, ส.ว., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d42bd5e13bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ออกเพื่อหนีปัญหา &#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นส่งท้าย2สภาถกแก้วิกฤติ-อย่าดึงต่างชาติจุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยันรัฐบาลขานรับแนวคิดจุรินทร์ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่เพื่อไทยบอกไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้ำธง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออกอย่ายุบสภา ยกพันท้ายนรสิงห์เทียบเคียง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตือนสติทั่นผู้ทรงเกียรติลืมเหตุการณ์ปี 2557 แล้วหรือ &amp;ldquo;ถวิล&amp;rdquo; ชี้สถาบันไม่ใช่ปัญหาแต่คือไอ้โม่งที่เกาะหลังเด็ก ทนายวันชัยชงล้างโทษการเคลื่อนไหวในรอบ 10 ปีเหมือนนโยบาย 66/2523 &amp;nbsp;ผงะ! วิสารควักมีดปอกผลไม้กรีดแขน 3 แผลหลังอภิปรายอัดนายกฯ ต้องเย็บ 9 เข็ม &amp;ldquo;สิระ-ปารีณา&amp;rdquo; ซัดสมน้ำหน้า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ส่งท้ายลั่นจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีอะไรให้ทำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ถือเป็นวันสุดท้ายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาเพื่อร่วมประชุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธตอบคำถามถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อความปรองดองเพื่อแก้ปัญหาประเทศ เพียงกล่าวทักทายสื่อ &amp;quot;สวัสดีทุกคนนะจ๊ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบรับถึงการหารือผู้เกี่ยวข้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายว่าใช่ ส่วนเรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็แล้วแต่จะเอาเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี &amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลไฟเขียวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใช่แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอตั้งคณะกรรมกรรมสมานฉันท์ฯ ว่า กำลังให้คณะทำงานศึกษาอยู่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งหากคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำงาน ก็จะทำเฉพาะกรณีนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ในฐานะผู้เสนอเรื่องดังกล่าวกล่าวว่า เท่าที่ได้มีการพูดคุยกันกับฝ่ายต่างๆ ถือว่ามีสัญญาณที่ดี มีเสียงตอบรับพอสมควร ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลได้พูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคร่วมรัฐบาลอื่น มีสัญญาณตอบรับที่ดี และในวันเดียวกันนี้วิป 3 ฝ่ายจะหารือกัน ซึ่งถ้ารัฐสภามีความเห็นร่วมกันเชื่อว่าประธานรัฐสภาคงไปดำเนินการออกคำสั่ง หรือกำหนดรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐสภาเป็นที่พึ่ง เป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนเห็นว่าสามารถหาทางออกร่วมกันให้ประเทศได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมมีข้อเสนอดีๆ เยอะ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมาคิดก่อนว่าจะแก้ปัญหาหรือเป็นทางออกได้จริงหรือไม่ เพราะบางข้อเสนอเคยใช้ได้ในอดีตกับสถานการณ์และบริบทนั้น แต่ในบริบทของวันนี้จะได้หรือไม่ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดนอกจากประธานสภาจะเชิญวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านมาคุยกัน ควรเชิญตัวแทนประชาชนมาร่วมด้วย ต้องถามประชาชนว่าสมานฉันท์นี้เอาด้วยหรือไม่ ต้องมีวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ครม. ส.ว. และภาคประชาชนมาร่วมด้วย
สมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยทำมาแล้ว แต่วันนี้จะทันการณ์หรือไม่ ที่สำคัญเราต้องสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ ต้องไม่ทำให้คิดว่าเป็นการยื้อเวลา หรือเป็นการตั้งกันชนให้รัฐบาล เพราะถ้าประชาชนเข้าใจแบบนี้จะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าตั้งแล้วประชาชนไม่ร่วมก็จะหมดความหมาย&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
เมื่อถามว่า การยุบสภาจะทำให้ปัญหาคลี่คลายได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ถ้ายุบสภารัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาจะไม่คลี่คลาย ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาเดิม ปัญหาเดิมก็กลับมาอีก และรัฐบาลใหม่จะไม่ได้รับการยอมรับ วันนี้รากเหง้าปัญหาคือการสืบทอดอำนาจผ่านกติกาที่เขาเขียนขึ้นมาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.45 น. ได้เริ่มประชุม โดยช่วงเช้าเป็นการอภิปรายสลับกันของ ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. พรรคฝ่ายค้านยังคงโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็นต้นตอปัญหา ทั้งในเรื่องการใช้อำนาจ และเรียกร้องให้ลาออก ซึ่ง น.ส.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรค พท. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรเลิกอ้างได้แล้วว่าการปกป้องสถาบันต้องมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯเท่านั้น อย่าผูกขาดสถาบันไว้ฝ่ายเดียว โดยนึกถึงประวัติศาสตร์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งวันนั้นที่มีขบวนเสด็จฯ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านโดยที่นายกฯ ไม่คิดถึงอันตรายที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เทียบเคียงได้กับพันท้ายนรสิงห์ พล.อ.ประยุทธ์ควรพิจารณาตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงกล่าวหากรณีแบ่งชนชั้นว่า ไม่เคยทำ มีแต่บอกว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ต้องทำงานร่วมกัน การทำลายสถาบันครอบครัววันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ลูกไม่เคารพพ่อแม่ ลูกศิษย์ไม่เคารพครูอาจารย์ เคยบอกแล้วว่าที่เข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่ออะไร ถามว่าหน้าที่ของตนเองจบหรือยัง ถ้ายังไม่จบก็ต้องทำให้มันจบ และยืนยันไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจให้นานที่สุด
เตือนอย่าลืมปี 2557
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่เคยพูดเรื่องยึดอำนาจรัฐประหาร แต่ไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ผมคิดว่าผมไม่ได้ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ หลายท่านมองว่าผมไม่เป็นธรรมหรือปล่อยปละละเลย ผมคิดว่าผมต้องพูดวันนี้ ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต ประชาชนคนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกชาติ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ อยู่ในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย ผมบังคับท่านไม่ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ท่านต้องตอบแทนแผ่นดิน หลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามา ถามว่าลืมแล้วหรือยัง ท่านลืมแล้วทั้งหมด สมัยนั้นท่านทำอะไรกัน สิ่งที่เกิดขึ้นวุ่นวายที่ผ่านมา ท่านทำอะไรกันอยู่ การทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนเชิงประจักษ์ท่านลืมหมดแล้วหรือ ถ้าลืมก็กรุณาไปทบทวนใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2557 และก่อนหน้านั้นหลายปีมาแล้วด้วย วันนี้ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันเพราะอะไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายถึงการชุมนุมว่า มีการล่วงละเมิดสถาบัน ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้นทวีคูณ อยากเตือนไปถึงลูกหลาน น้องๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ขอให้ได้ทบทวน ขอให้ถือว่าเป็นคำเตือนของคนแก่คนหนึ่ง เข้าใจดีว่าคนหนุ่มสาวมีความสำคัญที่จะรับภาระจากคนรุ่นหลังอย่างพวกเราต่อไป แต่เสียงของพวกเขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับฟัง การแสดงออกควรเป็นไปตามกาลเทศะ และให้เกียรติกับคนรุ่นก่อนด้วย ท่านจะนับถือเลื่อมใสในสถาบันนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่อยากเตือน คือท่านรื้อหรือทำลายเสาหลักของบ้านเมืองนี้ลงไม่ได้ อันตรายต่อชาติบ้านเมืองถึงขั้นสูงสุดทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเรียนว่าศัตรูของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านต่อต้านอยู่ บ้านเมืองที่มีปัญหามากมาย ทั้งการโกงกิน ความล้าหลัง ไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี ข้าราชการที่ทุจริต นายทุนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ขาดจิตสำนึก นั่นคือศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้ และเป็นศัตรูของพวกท่านด้วย สิ่งที่น่าเสียใจในครั้งนี้คือ นอกจากไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ยังไม่เอาใจใส่ว่าศัตรูของท่านเป็นอย่างไรแล้ว ยังไม่ทราบว่าคนไม่ดีเหล่านี้เกาะหลังท่านปลุกปั่นบงการอย่างขี้ขลาด พวกเขาหักหลังพวกท่านเข้าสู่คุกตะรางแล้วคอยตักตวงผลประโยชน์จากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านแบบจับปลาน้ำขุ่น ไม่มีความรับผิดชอบหรือสำนึกชั่วดีใดๆ เรื่องนี้อาจแสลงใจลูกๆ หลานๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องพูด&amp;rdquo; นายถวิลกล่าว และว่า การปฏิรูปสถาบันที่เคลื่อนไหวอยู่ ถ้าทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแค้นชิงชัง ทำไม่ได้ การทำการปฏิรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องทำด้วยความรัก สุดท้ายขอประณามผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นไอ้โม่ง หรืออีแอบที่เอาความคิดความเกลียดชังสถาบันปลูกฝังใส่ลงไปในความคิดของเด็กๆ ซึ่งเห็นมามากแล้วว่าการกระทำการแบบนี้ต้องพบกับอนาคตที่เลวร้ายอย่างไร นี่ไม่ใช่เป็นคำแช่ง แต่เป็นเพียงเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบ
ก.ก.อัดบิ๊กตู่ตามคาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.18 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เราไม่สามารถไล่คนที่เห็นต่างจากเราไปได้ รัฐบาลต้องรับฟังเสียงของคนคิดต่าง และเปิดโอกาสให้พูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ ถ้าแต่ละฝ่ายได้มีการรับฟังอย่างเคารพ ก็จะทำให้มีพื้นที่และยอมรับกันมากขึ้น แต่รัฐบาลไม่รับฟังเสียงของประชาชน และยังปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยทำผิดอะไรเลย ปัญหาก็เลยลุกลาม แถมยังใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ และที่ให้อภัยไม่ได้คือมีการสันนิษฐานว่าจะสร้างเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่นำมาสู่การสังหารหมู่ และเหตุการณ์เหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้น เช่น ทุ่งสังหารราชประสงค์ ปี 2553 และยังหาคนกระทำผิดมารับผิดชอบไม่ได้ แต่ยังมีการผลิตซ้ำคำว่าชังชาติ ล้มเจ้า และสุดท้ายก็จะเป็นวงจรเดิมคือรัฐประหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวด้วยว่า การคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นอิสระจากกลไกของ คสช. มาขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นจึงยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายวิโรจน์กล่าวเปรียบเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กับเหตุการณ์ทุ่งสังหาร ปี 2553 นายถวิลได้ลุกขึ้นประท้วง ซึ่งนายชวนระบุว่า ได้ทักท้วงไปแล้วว่าไม่ให้กล่าวถึงหน่วยงานในอดีตที่เข้ามาชี้แจงไม่ได้ และถ้าเรื่องที่เขากล่าวถึงไม่ได้เกี่ยวกับโดยตรงก็ไม่จำเป็นต้องชี้แจง แต่นายถวิลยืนยันขอชี้แจง ซึ่งก็ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วง รวมถึง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย จนนายชวนวินิจฉัยว่า ถ้าเป็นการรื้อฟื้นเรื่องเดิม จะมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น เตือนนายวิโรจน์ไปแล้ว เมื่อกล่าวแล้วก็มีความเห็นไม่ตรงกัน อีกด้านมีสิทธิ์ที่จะชี้แจง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.50 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. อภิปรายว่า การชุมนุมที่มีข้อเสนอ 3 ข้อนั้น การเสนออะไรต้องดูที่เจตนา ดังนั้นอย่ามาดัดจริต การเคลื่อนไหวเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงอะไร เราทราบกันดี ดังนั้นเราต้องวิเคราะห์เกิดจากอะไร มีโลกโซเชียลจาบจ้วงสถาบัน ถึงเวลาแล้ว เอาอำนาจอธิปไตยทางโซเชียลกลับมา รวมทั้งนักการเมืองใช้เรื่องนี้เข้าสู่อำนาจ &amp;nbsp;สร้างมวลชนเป้าหมายไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯ แต่มีเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งไม่รังเกียจคนรุ่นใหม่ วันนี้มีนักการเมืองหยิบยื่นแนวคิดจะมีอนาคตใหม่ แต่อนาคตใหม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอภิปรายของนายชัยวุฒิ ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลประท้วงทั้งเรื่องการใส่ร้ายและให้ถอนคำพูด แต่นายชวนก็วินิจฉัยว่าสามารถอภิปรายได้ ซึ่งนายชัยวุฒิก็อภิปรายจนจบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เสนอว่า ทางออกที่จะลดความขัดแย้งและความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะต่อประเทศ คือทำประชามติถามคนไทยทั่วประเทศก่อนว่าคนไทยจะให้แก้รัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ และถ้าให้แก้ จะให้แก้รายมาตราก็พอ หรือจะให้แก้มาตรา 256 และให้ตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้แก้หมวด 1, 2 หรือไม่ ถ้าให้แก้จะให้แก้อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีผลประชามติออกมา รัฐสภาก็ดำเนินการตามนั้น&amp;nbsp;
ชงล้างโทษ 10 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. อภิปรายว่า ในทุกการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนจบสวย ส่วนใหญ่จบลงด้วยการรัฐประหาร ไม่มีใครอยากเห็นจุดจบสู่รัฐประหารอีก ซึ่งข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องจริงจังในการหาวิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล เพียงแต่บรรยากาศที่สร้างความหวาดระแวงอาจยังไม่ใช่เวลาที่พูดคุยเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว. อภิปรายว่า ต้องยอมรับว่าความขัดแย้ง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด แม้จะหายไป 5 ปีหลังรัฐประหาร แต่วันนี้กลับมาอีกแล้ว เป็นความขัดแย้งระหว่างรุ่นกับรุ่น ระหว่างใหม่กับเก่า ซึ่งการใช้กฎหมายและอำนาจไปต่อสู้กับความคิดทางการเมืองใช้ยากที่จะจบได้ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ประเทศชาติย่อยยับแน่นอน จึงควรใช้หลักเมตตาธรรม ซึ่งคนที่จะทำให้ประเทศปรองดองได้คือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสมัยสงครามคอมมิวนิสต์ จบได้เพราะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งที่ 66/23 ผมอยากให้นายกฯ ที่เป็นนักการเมืองที่มาจากนักการทหาร เร่งสร้างความปรองดอง ด้วยการล้างโทษของนักโทษทางการเมืองกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะเป็นจุดหนึ่งที่จะสร้างเมตตาธรรม ช่วยทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบขึ้นและความปรองดองได้ และบ้านเมืองก็จะเริ่มเดินหน้าได้ ด้วยนายกฯท่านนี้&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท.อภิปรายว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังสงสัยว่าทำผิดอะไรถึงต้องลาออกนั้น เพราะ 1.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักบริหาร แต่คือนักรัฐประหาร 2.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปรองดอง แต่เป็นนักไล่ล่า แล้วยังกล้าบอกให้ประชาชนถอยคนละก้าว และ 3.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปฏิรูป แต่เป็นนักปฏิเสธการปฏิรูป เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศใดๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นในการประชุม ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงเน้นย้ำอภิปราย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทั้งหลายมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ และเรียกร้องให้ลาออก และเมื่อเวลา 16.03 น. บรรดารัฐมนตรีก็เริ่มใช้สิทธิ์พาดพิงและอภิปราย ซึ่งมีทั้งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังจากรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ได้อภิปรายประเด็นการชุมนุมของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรง รวมทั้งอยากให้นายกฯ ลงมารับฟังปัญหาของเด็กๆ ด้วยตัวเอง มีหลายเรื่องอยากพูดและคิดแล้วว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2529 รักสภา มิบังอาจที่จะทำอะไรให้สภามีอันเสื่อมเสีย แต่วันนี้คิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเลือดตกยางออก สิ่งที่เรียกร้องในวันนี้ อาจผิดข้อบังคับการประชุมสภา แต่ต้องทำ ขออนุญาตกรีดเลือดให้ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ตั้งใจจริงๆ และขออนุญาตประธานสภาฯ ให้เป็นตัวอย่างสุดท้ายอย่าให้มีอีก 3 แผลเอาไปเลย พล.อ.ประยุทธ์ ท่านจะเป็นทรราชหรือจะเป็นวีรบุรุษ&amp;nbsp;
อึ้ง!ควักมีดกรีดแขน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายวิสารพูดจบได้ถอดสูทออกแล้วถกแขนเสื้อ ใช้มีดปอกผลไม้ที่เตรียมมากรีดไปที่ท้องแขนข้างซ้ายของตัวเอง 3 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของสมาชิกที่กำลังรับฟังการอภิปราย ขณะที่นายชวนได้กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้กรีดเลือด จากนั้นนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ขึ้นอภิปรายต่อได้ไม่นาน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ใช้สิทธิ์ลุกขึ้นหารือทันทีว่า ขอให้ประธานใช้ข้อบังคับข้อ 5 ให้ประธานพิจารณาว่าจะประชุมต่อหรือจะยุติการชุมนุม &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนชี้แจงว่า การประชุมจะดำเนินต่อ ไม่มีเหตุให้ต้องยุติ ก็พยายามห้ามแล้ว ขอดำเนินการประชุมต่อ จากนั้นนายชวนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และส่งตัวนายวิสารไปที่ รพ.วชิรพยาบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์​ระบุว่า คาดว่านายวิสารไม่มีเจตนาทำเรื่องที่ขัดระเบียบสภา การกระทำแบบนี้สะท้อนถึงวิกฤติของชาติจริงๆ ถึงต้องตัดสินใจทำแบบนี้ ขอให้มองเป็นความห่วงใยและความตั้งใจจริงของท่าน ส่วนการกระทำอื่นใด ก็ให้เป็นไปตามกฎระเบียบไป
น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรค พท. ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างนายวิสารพอดี กล่าวว่า เห็นแล้วจะเป็นลม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ห้ามไม่ทันจริงๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเลย ทั้งนี้ นายวิสารได้พูดคุยตั้งแต่เช้า เล่าว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ รู้สึกเครียดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม นายวิสารยังกังวลอยู่เลยว่าเลือดกำเดาจะไหลช่วงอภิปรายหรือเปล่าด้วย นอกจากนี้นายวิสารยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า ประกอบกับคิวการอภิปรายก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงเย็น โดยในช่วงที่นายวิสารอภิปรายถึงเรื่องที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับเยาวชน นายวิสารก็เริ่มมีอารมณ์จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะที่นายสิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​ พรรค พปชร. กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่​ ส.ส.คนนี้ได้กระทำในที่ประชุมอันทรงเกียรติ และพูดจาให้ร้าย​ พล.อ.ประยุทธ์​ เห็นท่านมาตั้งแต่ปี 2529 วันนี้รู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นถึงอดีต รมช.พาณิชย์ วันนี้ท่านได้ทำความเสียหายกับสภาอย่างมาก ไม่คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนี้จะพาอาวุธมีดเข้ามาทำเรื่องในห้องประชุมที่มาจากภาษีประชาชน วันนี้เรามาหาทางออกประเทศ​ ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายและทำผิดกฎหมาย ทำให้เหตุการณ์บานปลาย​ การประชุม 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย​ แต่​ ส.ส.คนนี้กลับทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านต้องการอะไร ต้องการให้ประเทศไปไม่ได้ใช่หรือไม่ ผมไม่สงสาร สมน้ำหน้าด้วยครับ มาเล่นละครอย่างนี้ในห้องประชุมรัฐสภาได้อย่างไร ขอให้ประชาชนเชียงรายที่เลือก​ ส.ส.คนนี้เข้ามา​ ดูไว้ว่าเลือกมาเป็นตัวแทนของท่านได้อย่างไร จากนี้ก็ต้องมาดำเนินคดีกับ​ ส.ส.คนนี้ในข้อหาพกพาอาวุธเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภา&amp;quot; นายสิระ​กล่าว
ปารีณาบี้ลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. กล่าวว่า ขอให้นายวิสารลาออกจาก ส.ส. เพราะเป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ มีการเตรียมการและมีเจตนาตั้งใจกรีดแขนตัวเอง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนที่ทำร้ายร่างกายตัวเองถึงขั้นรุนแรง ทางออกประเทศไม่ได้ใช้ความรุนแรง วันนี้เป็นการอภิปรายพูดคุยกันเพื่อหาทางออกของประเทศ ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันขอประณามการกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำที่รุนแรง รังเกียจมากๆ กับพฤติกรรมวันนี้ ต้องลาออกเท่านั้น อย่าได้กลับเข้ามาในสภาอีก เป็นการกระทำที่ทำให้ประเทศไทยกับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลก และไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว เว้นแต่ถ้าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชายก็ไม่ต้องลาออก&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรค พท. บุตรสาวนายวิสารกล่าวว่า รู้สึกงงๆ และตกใจ ตอนแรกไม่เชื่อว่าคุณพ่อจะทำอย่างนั้น ปกติคุณพ่อเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็ทราบข่าวคุณพ่อได้รับการรักษาแล้ว โดยเย็บแผลรวม 9 เข็ม ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว เห็นจากบาดแผล คุณพ่อน่าจะอึดอัดใจมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดว่าขอให้เป็นเลือดหยดสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุมสภา นายชวนได้แจ้งความคืบหน้าอาการนายวิสารให้สมาชิกฟังเป็นระยะๆ และระบุว่าจะเดินทางไปเยี่ยมที่ รพ. นำความห่วงใยของ ส.ส.ไปบอกต่อนายวิสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.10 น. นายวิสารเดินทางกลับเข้ามาในสภาพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขออภัย ตลอดระยะเวลาที่เล่นการเมืองมา ไม่มีครั้งไหนที่กดดัน จึงตั้งใจสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากเตือนว่าอย่าไปฟังเสียงอวยอย่างเดียว มันเหมือนกับเป็นกะลาครอบจริงๆ จึงมานึกถึงตัวเองว่าเราควรต้องเรียกร้องอะไรสักอย่าง เพื่อให้ท่านสนใจ และลดตัวเองลง ซึ่งตัดสินใจด้วยตัวเอง แม้แต่ลูกเมียก็ไม่ทราบ &amp;nbsp;และมีดก็ไม่ได้พกเข้าไป แต่ไปยืมมีดปอกผลไม้จากแม่บ้าน เพียงแต่ย้ำว่าขอคมๆ หน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือว่า 9 เข็มนี้เป็นบทเรียนที่ไม่อยากให้เด็กๆ ลูกหลานเอาไปเป็นตัวอย่าง เพราะครั้งนี้ถือเป็นการประท้วง และยอมเจ็บตัวคนเดียว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่สภาได้สะท้อนความเห็นออกไปเพื่อให้นายกฯ ได้มีสติตัดสินใจแก้ปัญหา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิสารได้โชว์แผลให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าแผลแรกไม่ลึก แผลที่สองเริ่มลึก แผลที่สามพอเห็นก็ตกใจ เพราะแผลเริ่มกว้าง ทั้งหมดเย็บ 9 เข็ม หลังจากนี้ต้องฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เดือน หลังจากนี้ก็จะขึ้นไปที่ห้องประชุมสภาเพื่อให้เพื่อนๆ สบายใจ ขอโทษขอโพย เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นคนไม่เคารพสถานที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ระหว่างนายวิสารยืนให้สัมภาษณ์กับสื่อมาลชน นายชวนซึ่งกำลังจะเดินทางไปเยี่ยมดูอาการได้เดินลงมาเจอนายวิสารพอดี ทำให้นายชวนยืนฟังนายวิสารให้สัมภาษณ์จนจบ &amp;nbsp;โดยนายวิสารได้เข้ามากราบขออภัยนายชวน ซึ่งนายชวนกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ห้ามแล้วว่าไม่ให้ทำ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีความเป็นห่วง ประชาธิปไตยเราต้องอดทน ปัญหาทั้งหลายต้องอดทนในการแก้ไข กว่าจะไปสู่ความสำเร็จไม่มีอะไรง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 21.23 น. หลังนายสุทิน คลังแสง และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวสรุป พล.อ.ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอพูดในฐานะนายกฯ และ รมว.กลาโหม หลายอย่างที่ฟังในสภา โดยเฉพาะผู้ไม่เห็นชอบ มักโจมตีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการทำงานแบบของท่าน ก็รับได้ ยิ้มไปเรื่อย &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่กล่าวหาลาออกล้มเหลว หากย้อนไปปี 2549 และปี 2557 มีใครออกหรือเปล่า แล้วคนเหล่านั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน การชุมนุมนั้น ตนเองรักเด็ก เพราะเป็นพลังแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่ควรชี้นำให้ถูกต้อง ยอมรับฟัง เพราะมีทั้งทำได้และทำไม่ได้ ไม่อยากให้ฟังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกอย่างมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะ รมว.กลาโหม มีการติดตามข่าวในโซเชียล พบว่ามีการแพร่ข้อความในโทรศัพท์ มีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน และเพิ่มเป็น 5 หมื่นคนในแอคเคาต์เดิม ซึ่งมีเครือข่ายหรือเปล่าก็ขอให้ช่วยกันดูด้วย เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้&amp;quot; นายกฯ กล่าวก่อนขอบคุณสมาชิก และว่า จะนำแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริง ส่วนที่เป็นคำเตือนจะรับไว้พิจารณา เพราะเราต้องดูแลคน 60 ล้านคน ไม่ใช่ดูแลเฉพาะกลุ่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมผมไม่โทษเขา แต่ผมโทษว่ามีอะไรหรือเปล่าผมไม่ทราบ ใครรู้ก็บอกผม แต่สิ่งเหล่านี้จะกระทบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งยังส่งไปยังความแตกแยกในสถาบันครอบครัว คนรุ่นเก่าคนรุ่นใหม่ เราเคยมีครอบครัวเดียวกัน ไม่อยากให้ลืม โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่มีการนำความคิดไปปรุงแต่ง ไม่คุ้มครับในการนำข้อมูลในประเทศไปแพร่ในต่างประเทศ ซึ่งก็รู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีเบื้องหลัง เหตุการณ์ไม่เคยปรากฏในสภามาก่อน ให้ไปติดตาม&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การแสดงความคิดเห็นต้องไม่ไปลิดรอนความคิดของคนอื่น ทั้งเรื่องจารีตค่านิยม ความเชื่อ และต้องคำนึงคนส่วนใหญ่ เป็นหลักตามหลักประชาธิปไตย ส่วนการเจรจากับผู้ชุมนุมนั้น ก็ต้องไปหาว่าใครเป็นแกนนำ และหากไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็ขอสงวนสิทธิ์ แล้วก็จะขอดูว่าจะจบง่ายหรือไม่ง่าย เพราะไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง แต่ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ไม่ละทิ้งหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะแก้ไขปัญหาที่ยังมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การได้ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง คุ้มค่าไหม ไม่คุ้มค่า เพราะจะไม่เหลือแม้แต่น้อย สงสารเยาวชนมาประท้วงบางหรือเปล่า ผมยืนยันจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีโอกาสได้ทำ ตอบชัดไหมครับ อย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมือง อย่าเอาต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องในประเทศ เพราะเรามีอธิปไตยเป็นของตัวเอง ขอเตือนเอาไว้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81996</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ถวิล เปลี่ยนศรี, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ปารีณา ไกรคุปต์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, วันชัย สอนศิริ, วิษณุ เครืองาม, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9839bf24ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถวิล เปลี่ยนศรี&#039; ดึงสติม็อบ3นิ้วศัตรูคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นนักการเมืองโกงไร้จิตสำนึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายว่า&amp;nbsp;ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ให้เกียรติเวทีรัฐสภา ได้หารือเรื่องที่สำคัญของชาติบ้านเมือง แม้สถานที่แห่งนี้ในบางครั้ง บางยุค อาจถูกใช้เป็นเวทีของเสียงข้างมากกระทำการตามอำเภอใจเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของนายทุนที่อยู่ด้านหลัง ปิดปากฝ่ายค้าน ปิดปากผู้ที่ไม่เห็นด้วยผ่านเรื่องราวที่สวนทางกับความรู้สึกนึกคิดของประชาชนมาบ้างก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงประวัติด่างพร้อยส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่สภาแห่งนี้ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อยู่ ด้วยสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่กระทำลุแก่อำนาจ กระทำการด้วยความหยาบช้าและไม่ละอายแก่ใจเช่นนั้น ต่างก็ได้รับบทเรียนอันเจ็บแสบจากประชาชนที่พวกเราได้เห็นกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายถวิล ยังได้กล่าวถึงการชุมนุมด้วยว่า มีการล่วงละเมิดสถาบัน ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้นทวีคูณ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ คือสถาบันที่สำคัญของประเทศ เป็นที่เคารพสักการะของคนไทยทั้งประเทศ การจุดประเด็นความขัดแย้งในเรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ล่อแหลมและอ่อนไหว และนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง ไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของประเทศแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถวิล ได้เสนอแนะด้วยว่า ลำพังการกู้วิกฤตเศรษฐกิจภายหลังการแพร่ระบาดโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ก็เหมือนการไต่เส้นลวดที่ปากเหว แล้วยังมีการชุมนุมแทบทุกวัน รัฐบาลก็เหมือนนักกายกรรมที่เดินอยู่บนเส้นลวดบนปากเหวและข้างล่างก็มีคนตะโกนแช่ง ด่าแช่งให้ตกลงมาแทบทุกวันดี แล้วก็ยังเขย่าและนำหินมาปาด้วย ซึ่งคงจะแก้ไขปัญหาได้ยาก ดังนั้น จึงขอเสนอให้ทุกคนควรจะถอยเพื่อให้รัฐบาลได้มีสมาธิในการพาพวกเราข้ามปัญหาสำคัญนี้ไป โดยให้ถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาของพวกเราทุกคน ถ้ารอดก็รอดด้วยกัน ถ้าตายก็ตายด้วยกัน เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศเรื่องนี้เราได้เปรียบกว่า เพราะเราควบคุมโรคได้ดี แต่ถ้าจะทิ้งเรื่องนี้เพื่อเอาชนะเท่านั้นก็เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องการชุมนุมที่บานปลายไปจนถึงการขัดขวางขบวนเสด็จนั้น อยากเตือนไปถึงลูกหลานน้องๆที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ขอให้ได้ทบทวน ขอให้ถือว่าเป็นคำเตือนของคนแก่คนหนึ่ง ตนเข้าใจดีว่าคนหนุ่มสาวมีความสำคัญที่จะรับภาระจากคนรุ่นหลังอย่างพวกเราต่อไป แต่เสียงของพวกเขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับฟัง การแสดงออกควรเป็นไปตามกาลเทศะและให้เกียรติกับคนรุ่นก่อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ตนทำงานด้านความมั่นคงมาตลอดชีวิต ขอเรียนว่าสำหรับประเทศไทยสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นเสาหลัก ที่ค้ำยันและประกันความมั่นคงเป็นปึกแผ่นของประเทศนี้มาโดยตลอด ท่านจะนับถือเลื่อมใสในสถาบันนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่อยากเตือนคือ ท่านรื้อหรือทำลายเสาหลักของบ้านเมืองนี้ลงไม่ได้ ย้ำว่าท่านรื้อหรือทำลายเสาหลักนี้ไม่ได้ อันตรายต่อชาติบ้านเมืองถึงขั้นสูงสุดทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าศัตรูของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านต่อต้านอยู่ บ้านเมืองที่มีปัญหามากมายทั้งการโกงกิน ความล้าหลังไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี ข้าราชการที่ทุจริต นายทุนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวขาดจิตสำนึก นั่นคือศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้ และเป็นศัตรูของพวกท่านด้วย สิ่งที่น่าเสียใจในครั้งนี้คือ นอกจากไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใครยังไม่เอาใจใส่ว่าศัตรูของท่านเป็นอย่างไรแล้ว ยังไม่ทราบว่าคนไม่ดีเหล่านี้เกาะหลังท่านปลุกปั่นบงการท่านอยู่อย่างขี้ขลาด พวกเขาหักหลังพวกท่านเข้าสู่คุกตารางแล้วคอยตักตวงผลประโยชน์จากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านแบบจับปลาน้ำขุ่นไม่มีความรับผิดชอบหรือสำนึกชั่วดีใดๆ เรื่องนี้อาจแสลงใจลูกๆหลานๆที่เคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่คิดว่าจำเป็นต้องพูด&amp;rdquo; นายถวิล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถวิล กล่าวด้วยว่า การปฏิรูปสถาบันที่ท่านเคลื่อนไหวอยู่ ถ้าทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแค้นชิงชัง ท่านทำไม่ได้ การทำการปฏิรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องทำด้วยความรัก เพื่ออยากจะเห็นให้ดีขึ้นจึงจะทำได้ แต่ถ้าเริ่มด้วยความเกลียดชังเหมือนที่เราได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ คิดว่าท่านทำไม่ได้ สุดท้ายขอประณามผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นไอ้โม่งหรืออีแอบที่เอาความคิดความเกลียดชังสถาบันปลูกฝังใส่ลงไปในความคิดของเด็กๆอนาคตของประเทศนี้ เพียงเพื่อสนองความต้องการมักใหญ่ใฝ่สูงหรืออุดมการณ์ความคิดความเกลียดส่วนตัวของท่านโดยที่ไม่รับผิดชอบใดๆ ตนเห็นมามากแล้วว่าการกระทำการแบบนี้ ต้องพบกับอนาคตที่เลวร้ายอย่างไร นี่ไม่ใช่เป็นคำแช่งแต่เป็นเพียงเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล เปลี่ยนศรี, ประชุมรัฐสภา, ส.ว., สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c3a65da137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถวิล&#039; ไม่เห็นชอบ 6 ร่างแก้ไขรธน. ลั่นแก้ปัญหาอดอยาก เหลื่อมล้ำ แก้เจ็บป่วย แม้แต่ยับยั้งโควิดก็ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ โดยวันนี้จะเป็นการพิจารณาวันสุดท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายช่วงหนึ่งว่า ยืนยันว่าตนตัดสินใจลงมติโดยยึดผลประโยชน์ของชาติ ไม่ได้ถูกครอบงำ และไม่หวั่นไหวทั้งเสียงเชียร์และแช่ง ตนยังไม่สามารถเห็นด้วยกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 6 ฉบับ โดยเฉพาะ มาตรา 256 ส่วนร่างแก้ไขเป็นรายมตราหลักการพอรับได้ แต่รายละเอียดยังทำใจรับไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญแม้เป็นกฏหมายสูงสุด แต่ไม่ใช่ชีวิตของประชาชน รัฐธรรมนูญแก้ไขปัญหาอดอยาก เหลื่อมล้ำ แก้เจ็บป่วย หรือแม้แต่ยับยั้งโควิดก็ไม่ได้ ฉะนั้น อย่าคาดหวังว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ได้เรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญปี 40 ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุด แต่แล้วก็ไปไม่ได้ อะไรที่ไม่ได้ห้ามไว้ก็ถูกผู้ใช้รัฐธรรมนูญบิดเบือน ดังนั้น รัฐธรรมนูญดีต้องมาพร้อมกับผู้ใช้ดี บางทีอาจไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องแก้นิสัยผู้ใช้รัฐธรรมนูญต่างหาก ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ผมขอยืนยันว่าหากมีเหตุผลเพียงพอในการแก้ไขจะเอาเสียงส.ว.ทั้งหมด 250 เสียงก็ได้ แต่ต้องเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ของประเทศ หรือที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าได้ทั้งหมดถ้าสดชื่น ผมอ่านรัฐธรรมนูญปี 60 หลายรอบ มีแต่เขียนว่าให้แก้ไขเพิ่มเติม ไม่มีคำว่ารื้อหรือร่างใหม่ ดังนั้นการจะแก้ไขเพิ่มเติมให้มีสสร. เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เกรงว่าจะไม่ใช่เจตนารมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และอาจขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ปี 55 ดังนั้น ถ้าจะรื้อต้องกลับไปถามประชาชนอีกครั้ง&amp;rdquo; นายถวิล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถวิล กล่าวอีกว่า ถ้าทำประชามติ เราจะต้องทำถึง 3 ครั้ง ครั้งแรก ถามประชาชนว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ครั้งที่สอง เมื่อแก้แล้วก็ต้องทำอีกครั้ง สุดท้ายเมื่อได้ประชามติแล้วจัดทำร่างเสร็จต้องนำกลับไปทำประชามติว่าจะรับหรือไม่ ใช้เงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ส่วนจะเกิดประโยชน์กับใคร ไม่ทราบ ประชาชนไม่ได้เดือดร้อนลำคาญ ดังนั้น ย้ำอีกครั้งตนไม่เห็นชอบกับการขอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 &amp;nbsp;เช่นเดียวการขอแก้ไขมาตรา 272 ว่าด้วยส.ว.โหวตเลือกนายกฯ เพราะเป็นมาตราที่ผ่านการทำประชานิยมเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78477</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ถวิล เปลี่ยนศรี, ประชุมสภา, แก้รัฐธรรมนูญ, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c3a65da137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.ถวิล-อดีตเลขาฯสมช.&#039; เผย &#039;ศัตรูที่แท้จริงของประเทศ&#039; ไม่ใช่สิ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังต่อต้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าบทบาทของคนรุ่นไหนๆ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องมี เพราะบ้านนี้เมืองนี้เป็นของพวกเราทุกคน. &amp;nbsp; ยิ่งคนรุ่นใหม่ด้วยแล้วยิ่งต้องมี &amp;nbsp;ถ้าไม่มีก็ต้องกระตุ้นให้มีขึ้นให้ได้เพราะพวกเขาต้องรับผิดชอบบ้านเมืองต่อไป &amp;nbsp; การที่คนรุ่นใหม่ตื่นตัวออกมาแสดงความคิดเห็นและเรียกร้องในเรื่องต่างๆจึงเป็นเรื่องที่ดีและความเชื่อมั่นตัวเองของคนรุ่นใหม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน แต่ขอให้ใช้เหตุผล ไตร่ตรองให้ดี อย่าใช้อารมณ์ และอย่าให้ถึงกับดื้อรั้น ดึงดัน ไม่ฟังเสียงคนอื่นๆเลย มันจะตกหลุมพรางกับดัก เป็นเหยื่อให้กับคนอื่นๆได้ง่าย &amp;nbsp;บทเรียนอย่างนี้มีตลอดมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทยคนรุ่นเก่าแบบผมไม่ออกมาพูดมาเตือนก็ไม่รู้จะเกิดมาบนแผ่นดินนี้ ทำไมครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลานี้ ผมมองดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเด็กๆ ลูกหลานเราแล้วบอกได้คำเดียวว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นห่วง และไม่สบายใจอย่างยิ่ง&amp;quot; เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดซ้ำย้อนไปมาในอดีต ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆในสมองของผม&amp;nbsp;ทั้งที่เคยพบมาเอง ตอนเป็นเด็กเหมือนพวกเขาและในตอนมาทำงานดูแลด้านความมั่นคงแล้ว.... &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกตรงๆไม่ได้รู้สึกเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เลย &amp;nbsp; แต่นึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519!ขึ้นมามากกว่า&amp;nbsp;มองด้วยใจหวั่นเกรงว่า โศกนาฏกรรมเช่นนั้นจะย้อนมาอีกครั้ง &amp;nbsp;โดยมีลูกหลานเราวันนี้เป็นเหยื่ออยากจะบอกลูกหลานไทยให้พึงตระหนักเถิดว่าศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้ บ้านเมืองนี้และของท่าน คือนายทุนชั่ว นักการเมืองเลวและพวกคลั่งปฏิวัติ ที่กำลังหมดทางไปนั้นต่างหาก ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณกำลังต่อต้านหรอกครับช่วยกันกำจัดคนเหล่านี้ออกไปจากหน้าการเมืองไทย เรื่องอื่นๆ พวกเราคนไทย ทุกคน ทุกรุ่น ช่วยกันแก้ไขให้ดีได้ แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนั้น ก็เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างลูกหลาน ดูแลพวกเขาอย่างเข้าใจและมีเมตตา อย่างถึงที่สุดครับ!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77219</URL_LINK>
                <HASHTAG>6ตุลาคม2519, การเมือง, คนรุ่นใหม่, ถวิล เปลี่ยนศรี, ธรรมศาสตร์, ม็อบปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda15dd2b4da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยความสำคัญของ“กาลเทศะ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนจะเป็น...อดีตเลขาฯ สมช. ผู้มีนามกรว่าท่าน ถวิล เปลี่ยนศรี รวมทั้งยังเป็นอดีตอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย ส่วนปัจจุบันจะเป็นไง-มาไง ก็จำไม่ได้ซะแล้ว ที่เป็นผู้ออกมาพูด มาเน้น มาย้ำ ถึงสิ่งที่ท่านเห็นว่าน่าจะมีความสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าในแง่ส่วนรวม หรือส่วนตัว นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า... กาลเทศะ นั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจำไม่ผิด...ดูเหมือนว่าท่านเคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ต้นปีมานี้ ช่วงประมาณกลางๆ เดือนมกรา. หรือช่วงขณะที่บรรดาพวกเด็กๆ หรือพวกประเภท คนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย กำลังมาแรง แซงโค้ง กำลังเกาะกลุ่ม รวมตัว ออกอาการฮึดๆ ฮัดๆ อะไรประมาณนั้น จะในฐานะคนแก่ คนชรา หรือในฐานะใดๆ ก็มิอาจทราบได้ แต่น่าจะด้วยความเป็นห่วง เป็นใย ความรัก ความเวทนาและสงสารด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ นั่นแหละ ท่านเลยได้ออกมาเน้น ออกมาย้ำ ถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า กาลเทศะ เอาไว้แบบจริงๆ จังๆ แบบไม่ได้ผิวๆ เผินๆ หรือแบบออกจะลุ่มลึก ลึกซึ้ง เอามากๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือไม่ว่าประดาเด็กๆ หรือคนรุ่นใหม่ๆ...จะเป็นผู้รอบรู้ รู้โน่น รู้นี่ เก่งแสนเก่ง ฉลาดแสนฉลาด สามารถใช้นิ้วหัวแม่โป้ง หรือนิ้วชี้ กดนั่น กดนี่ แล้วเอาไอ้ที่กดๆ หรือที่ไหลๆ ออกมาจากกูก้ง กูเกิล มาผสมโน่น ผสมนี่ ป้ายนั่น ป้ายนี่ ต่อ เติม เสริม แต่ง จนกลายมาเป็นความฉลาด ความรอบรู้ ของ ตัวกูเอง ได้มากหรือน้อยเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าสิ่งที่รู้ หรือบรรดาความรู้นั้นๆ มันปราศจากเสียซึ่ง กาลเทศะ ซะอย่าง!!! โอกาสที่มันจะกลายเป็นความรู้แบบ ความรู้ท่วมหัว-เอาตัวไม่รอด หรือ รู้ทุกอย่าง...แต่ดันไม่รู้จักตัวเอง อะไรประมาณนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะโดยความหมายของสิ่งที่เรียกว่า กาลเทศะ นั้น...ย่อมไม่ใช่แค่รู้แล้วๆ หรือรู้เฉยๆ แต่ท่าน ถวิล ท่านยังหมายรวมไปถึง รู้ว่าอะไรควร-ไม่ควร เหมาะ-ไม่เหมาะ สำหรับสังคมที่ตัวเองดำรงตน หรือดำรงชีพอยู่ รู้ว่าถึงเวลา-หรือยังไม่ถึงเวลา ที่จะนำเอาความรู้นั้นๆ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้อง กับข้อเท็จจริง กับความเป็นจริงของสถานการณ์ ที่ย่อมต้องมีอันเปลี่ยนแปลงขึ้นๆ-ลงๆ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา ไปตามสภาพ ฯลฯ นี่...ต้องเรียกว่า ไม่ได้เพียงไม่ผิวๆ เผินๆ แต่ระดับคว้านลึกไปถึงตับ-ไต-ใส่-พุง ไปถึงริดสีดวงทวารเอาเลยก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และบรรดา ความรู้ เหล่านี้นี่เอง...ที่พ่อเจ้าประคุณกูก้ง กูเกิล ที่ซักเคอร์เบิร์ก หรือซักอะไรต่อมิอะไรก็ตามที ฯลฯ ย่อมไม่อาจส่งมอบ ไม่อาจประทานพร ได้ด้วยการกดปุ่มโน่น ปุ่มนี่ ไม่ว่าจะกี่ปุ่ม กี่ตุ่ม ก็แล้วแต่ ด้วยเหตุที่มันเป็น ความรู้ ที่ต้องอาศัยบทเรียนและประสบการณ์ ความทุกข์-ความสุข ความเจ็บปวดรวดร้าว-ความชื่นชม ยินดี ฯลฯ ค่อยๆ สั่งสม สะสม กันไปตามลำดับขั้น หรือจนกว่าจะเกิดอาการ ตกผลึก ในสิ่งที่ตัวรู้ๆ นั่นแหละ มันถึงจะพอ เข้าถึง-เข้าใจ ว่าอะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร อะไรสามารถยังประโยชน์ให้กับตัวเองและผู้อื่น ได้อย่างสอดคล้อง กลมกลืน ไปกับข้อเท็จจริงหรือความเป็นจริงของสถานการณ์นั้นๆ รู้ว่าจังหวะไหนถึงเวลา-ไม่ถึงเวลา อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...คำติง คำเตือน ในเรื่อง กาลเทศะ ของท่าน ถวิล เปลี่ยนศรี นั้น ต้องถือว่าทั้งมีความสำคัญและมีประโยชน์เอามากๆ สำหรับใครก็ตามที่พอรู้สึกฉุกใจ สะกิดใจ ขึ้นมาได้มั่งว่า ระหว่างสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ กับสิ่งที่เรียกว่า สติ-ปัญญา นั้น ยังมีอะไรที่ผิดแผก แตกต่าง กันออกไปอีกเยอะแยะมากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง...สำหรับเด็กๆ หรือสำหรับ คนรุ่นใหม่ ที่มักเป็นอะไรที่ ของขึ้น อยู่อย่างสม่ำเสมอ จนเกิดอาการคล้ายๆ ประเภท โดนของ หรือเกิดอาการ ร้อนวิชา เลยต้องออกมาทำโน่น ทำนี่ เปลี่ยนโน่น เปลี่ยนนี่ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามความปรารถนาและความต้องการของตัวเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความที่ไม่ เข้าถึง-เข้าใจ ว่าระหว่าง ความรู้ กับ สติ-ปัญญา มันผิดแผก แตกต่าง กันไปอย่างไรและในลักษณะไหน หรือไม่รู้จัก กาลเทศะ นี่เอง เลยทำให้ความพยายามออกเรี่ยว ออกแรง ฮึดๆ ฮัดๆ ของบรรดาเด็กๆ หรือประดาคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย จึงอาจออกไปทาง &amp;ldquo;รู้น้อยว่ามากรู้-เริงใจ/กลกบเกิดอยู่ใน-สระจ้อย/ไป่เห็นชเลไกล-กลางสมุทร/ชมว่าน้ำบ่น้อย-มากล้น-ลึกเหลือ&amp;rdquo; หรือไม่ก็หนักไปทาง &amp;ldquo;นาคีมีพิษเพี้ยง-สุริโย/เลื้อยบ่ทำเดช-แช่มช้า/พิษน้อยหยิ่งโยโส-แมลงป่อง/ชูแต่หางเองอ้า-อวดอ้าง-ฤทธี&amp;rdquo; อะไรประมาณนั้น และนั่นเอง...ที่อาจกลายเป็นตัวนำมาซึ่ง อันตราย ให้กับตัวของตัวเอง หรือแม้กระทั่งผู้อื่นได้เสมอๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ใช่เพียงเพราะใครคนใด-คนหนึ่ง เกิดอาการคิดร้าย เจตนาร้าย เตรียมง้างเท้า ง้างตีน กะจะไล่ถีบ ไล่กระทืบตัวเองซะร่ำไป แต่ด้วยเหตุเพราะความไม่เข้าถึง-ไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เรียกว่า กาลเทศะ นี่แหละ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้น เป็นสาเหตุ เป็นเหตุปัจจัย อันนำไปสู่ อันตราย นานาประการ ต่อตัวเองและผู้อื่น หรือแม้แต่สังคมโดยรวมเอาง่ายๆ ด้วยเหตุนี้...ระหว่างที่ใครก็ตามชักเริ่มเกิดอาการ ของขึ้น โดนของ หรือ ร้อนวิชา จนต้องออกมาด่าโน่น ด่านี่ ต้องตามไปรุมกระทืบ รุมสกรัม ศิลปิน ดารา นักร้อง ในแต่ละค่าย ต้องหันไป สาดสี แม้ไม่ได้ ตีไข่ ต่อบรรดาผู้ที่ต้องทำหน้าที่ ตามคำสั่ง ตามความรับผิดชอบ ฯลฯ ยังไงๆ...ก็น่าจะต้องหันมาใคร่ครวญหวนคิด หันมาพิจารณาถึงสิ่งที่เรียกว่า กาลเทศะ เอาไว้ให้ดีๆ ก่อนที่จะกลายเป็น กบ หรือ แมงป่อง กันไปเป็นฝูงๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก &amp;ldquo;Sandra Carey&amp;rdquo;... &amp;ldquo;Never mistake knowledge for wisdom; one helps you make a living; the other helps you make a life. &amp;ndash; อย่าได้เข้าใจผิดว่าความรู้คือสติ-ปัญญาเป็นอันขาด เพราะความรู้เพียงแค่ช่วยให้ท่านมีอาชีพ ส่วนสติ-ปัญญานั้น...ช่วยให้ท่านมีชีวิตที่สมบูรณ์...&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล เปลี่ยนศรี, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
