<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวหน้าฝ่ายกฏหมายปชป.ไม่หนักใจ 11 ส.ส.โดนร้องถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;นายถวิล ไพรสณฑ์ หัวหน้าฝ่ายกฏหมยพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 11 สส.พรรคประชาธิปัตย์ถูกร้องเรียนว่าถือครองหุ้นสี่ออาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการเป็นสส. ว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ได้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลของบุคคลที่ถูกร้องเรียนในกรณีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีสองคนที่ขอต่อสู้คดีเองคือนายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยองและรองหัวหน้าพรรค และนายประมวล พงษ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ุ &amp;nbsp;จึงมีเพียง 9 สส.ที่ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรครับผิดชอบช่วยทำคดี ซึ่งตรวจสอบข้อมูลของทั้ง 9คนแล้วปรากฏว่าการจดแจ้งวัตถุประสงค์ในหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อการตั้งบริษัท แต่ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนแต่อย่างใด &amp;nbsp;จึงไม่หนักใจในการต่อสู้ในคดีนี้ เพราะยึดถือตามข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ทั้งนี้แนวทางการต่อสู้คดี จะอ้างถึงคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่เคยพิพากษาตัดสินมาแล้วเป็นตัวอย่างเทียบเคียง &amp;nbsp; ส่วนจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้คุ้มครองการยุติการทำหน้าที่สส.หรือไม่นั้น นายถวิล กล่าวว่า ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลนี้หรือไม่ เพราะเพิ่งมีการร้องเรียนสว.ถือครองหุ้นอีก21 คน และก่อนหน้านี้มีสส.พรรคร่วมรัฐบาลถูกร้องเรียนในกรณีเดียวกันรวมแล้ว 41 คน &amp;nbsp;นายถวิล &amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลเช่นกัน เพราะถ้าศาลมีคำวินิจฉัยให้ผู้ถูกฟ้องคดีต้องยุติการปฎิบัติหน้าที่ทั้งสส.และสว. ซึ่งรวมแล้วมีทั้งหมดถึง 62 คน ก็จะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลแน่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาเช่นไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล ไพรสณฑ์, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10a5b253674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงเก้าอี้ หน.ปชป.จบก็คือจบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ชิงเก้าอี้ หน.ปชป. จบก็คือจบ&amp;nbsp;คำยืนยันอดีตแกนนำกลุ่ม 10 มกรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่เรียกกันว่า คำสั่งคลายล็อกพรรคการเมือง ที่มีสาระสำคัญข้อหนึ่งคือ การให้พรรคการเมืองทำกิจกรรรมต่างๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งได้ เช่น การจัดประชุมใหญ่พรรคเพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคการเมือง, กรรมการบริหารพรรค โดยต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.&amp;nbsp; พ.ศ.2560 ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งได้ประกาศไปเมื่อ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา อันหมายถึงทุกพรรคการเมืองต้องเลือกหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคให้เสร็จสิ้นก่อน 12 ธ.ค.61 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการคลายล็อกดังกล่าวทำให้การเมืองกลับมาคึกคักอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่และถูกมองว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ร่วม 72 ปี ที่ตอนนี้นอกเหนือจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่จะลงสมัครชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป.แล้ว ล่าสุดก็มีชื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีผลงานเรื่องคดีรับจำนำข้าวที่ก็จะลงสมัครด้วย ความเคลื่อนไหวในเรื่องการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป.เวลานี้ พบว่ามีกองเชียร์จำนวนหนึ่งก็เริ่มหวั่นว่าเรื่องนี้จะส่งผลให้เกิดรอยร้าวในพรรค แบบที่เคยเกิดในอดีตเช่นยุค กลุ่ม 10 มกรา ในช่วงรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์หรือไม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและนักการเมืองอาวุโส พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำกลุ่ม 10 มกรา ที่เคยย้ายออกจากพรรค ปชป.ไปร่วมก่อตั้งพรรคประชาชนกับแกนนำกลุ่ม 10 มกราด้วยในอดีต กับบทบาทล่าสุดเวลานี้คือ ผู้ยกร่างข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ฉบับล่าสุดที่รอส่งให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบ กางเอกสารข้อบังคับในมือไล่ลำดับขั้นตอนกระบวนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า เมื่อ คสช.มีคำสั่งเมื่อ 14 ก.ย.ให้คลายล็อกพรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น การหาสมาชิกพรรค การจัดประชุมใหญ่พรรค พรรคก็ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันจันทร์ที่ 17 ก.ย.นี้ จากนั้นคาดว่าจะสามารถเรียกประชุมใหญ่ได้ในสัปดาห์ถัดไปคือวันจันทร์ที่ 24 ก.ย. ที่คาดว่าจะมีวาระการพิจารณาสำคัญเพียงเรื่องเดียวคือ การเห็นชอบการแก้ไขข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ปี 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ส่วนการเลือกหัวหน้าพรรค, กรรมการบริหารพรรคจะเกิดขึ้นในการประชุมใหญ่นัดถัดไป ไม่ใช่ในการประชุมใหญ่นัดแรก&amp;nbsp; เพราะต้องเว้นช่วงเวลาให้มีการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคทั่วประเทศ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคตามที่ได้เขียนไว้ในข้อบังคับพรรคฉบับใหม่เสียก่อน จากนั้นเมื่อหยั่งเสียงเสร็จก็จะมีการนัดประชุมใหญ่ต่อไป เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ที่จะมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 250 คนตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองและตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ล่าสุดที่ออกมาได้ลงมติเลือกหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวิล-นักการเมืองอาวุโสของพรรค ปชป. กล่าวภายใต้น้ำเสียงเชื่อมั่นว่า การแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป.ที่จะมีขึ้นจะไม่ทำให้พรรคเกิดปัญหาตามมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.หลายต่อหลายครั้งที่มีการแข่งขันเรื่องหัวหน้าพรรคก็มีการแข่งขันกัน สู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง แล้วก็มีการแตกแยกกันบ้างในบางครั้ง เช่นกรณีสมัยที่เกิดกลุ่ม 10 มกรา แต่ตอนนั้นมันมีรากฐานเรื่องอื่นด้วย ผมคิดว่าการที่พรรคใช้เสียงสมาชิกพรรคปชป.ทั้งประเทศ แล้วจะทำให้เกิดปัญหาแตกแยก ผมว่าไม่น่าจะเป็นไปได้&amp;quot; อดีตแกนนำกลุ่ม 10 มกรา ที่ปัจจุบันกลับมาอยู่กับ ปชป.ตั้งแต่ปี 2539 กล่าวอย่างเชื่อมั่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถวิล-ผู้ยกร่างข้อบังคับพรรค ปชป.ฉบับใหม่ กล่าวว่า ตอนนี้ร่างข้อบังคับที่เขียนขึ้นมาใหม่เพื่อให้สอดรับกับกฎหมายพรรคการเมืองได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งร่างข้อบังคับดังกล่าวมีเรื่องใหม่ที่เขียนขึ้นมาก็คือ เรื่องการให้สมาชิกพรรคหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเขียนขึ้นมาเองในร่างข้อบังคับพรรค ไม่ได้อยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่มาที่ไปของเรื่องการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ดังกล่าว ถวิล สรุปความเป็นมาว่า ในรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า การดำเนินการของพรรคการเมืองต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง พรรค ปชป.โดยหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีแนวคิดมานานแล้ว มีการคุยกันกับคนในพรรคว่า ปชป.ควรจะต้องใช้วิธีการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;จริงๆ แล้วหากกฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันไม่ได้บัญญัติว่า การเลือกหัวหน้าพรรค, กรรมการบริหารพรรค ต้องให้ที่ประชุมใหญ่พรรคพิจารณาเห็นชอบ หัวหน้าพรรค(อภิสิทธิ์) ก็จะให้มีการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป. โดยการให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศหยั่งเสียงเลือกกันไปเลย ใครได้รับเลือกก็ให้เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.ไปเลย ไม่ต้องมาให้ที่ประชุมใหญ่พรรคพิจารณาลงมติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...แต่เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองบัญญัติไว้ให้การเลือกหัวหน้าพรรคต้องทำโดยที่ประชุมใหญ่พรรค&amp;nbsp; พรรคก็เลยจะให้สมาชิกหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าแล้วให้มีผลไปเลยไม่ได้ เมื่อทางข้อกฎหมายทำไม่ได้&amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ก็คิดว่าวิธีการที่จะทำให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจริงๆ ก็คือการหยั่งเสียง&amp;nbsp; เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำ เมื่อกฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำ พรรค ปชป.ก็มาวางข้อบังคับของพรรคขึ้นมาเองว่าการหยั่งเสียงสมาชิกพรรค ปชป.เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคจะต้องทำอย่างไร หัวหน้าพรรคปชป.ก็เลยอยากให้สมาชิกพรรคที่มีอยู่ทั่วประเทศเดิมร่วม 2 ล้านกว่าคน แต่เมื่อ คสช.ให้โอกาสสมาชิกพรรคมายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพียงแค่เดือนเดียว (เมษายน 2561) ซึ่งผมก็เชื่อว่าบุคคลที่ไม่ได้มายืนยันในช่วงดังกล่าวยังมีความผูกพันกับพรรค ปชป. เมื่อเป็นเช่นนี้หัวหน้าพรรคก็เลยมีความคิดว่า ต้องให้สมาชิกพรรคหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค โดยให้คนที่มีคุณสมบัติเช่นเคยเป็นอดีต ส.ส.ของพรรคปชป.มีสิทธิ์ลงสมัครเพื่อให้มีการหยั่งเสียง หรือคนบางคนอาจเสนอชื่อ เช่นนาย ก.ให้มาลงสมัครหยั่งเสียง หากว่านาย ก.มีคุณสมบัติครบตามข้อบังคับพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับคุณสมบัติของผู้จะลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. พรรคมีเขียนไว้อยู่เดิมแล้ว เช่นต้องเป็นสมาชิกพรรค ปชป.อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 ปีติดต่อกัน ต้องเคยเป็น ส.ส.ในนามพรรค เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี คือต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้ถึงจะเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;กฎเกณฑ์ของการเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. มีหลักสำคัญกฎเดียวก็คือ คนคนนั้นจะต้องเคยเป็นอดีต ส.ส. ในนามพรรคและยังเป็นสมาชิกพรรค ปชป. เรื่องการเป็นสมาชิกพรรคสำคัญมากเพราะเป็นเรื่องพื้นฐาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...อย่างกรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรค ปชป. เคยเป็นสมาชิกพรรค แต่ตอนนี้ได้ลาออกไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นคนนอก ซึ่งคนนอกหากจะมาลงหยั่งเสียงเพื่อเลือกเป็นหัวหน้าพรรคปชป.จะต้องมีคุณสมบัติที่เข้าหลักเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถวิล กล่าวต่อไปว่า การหยั่งเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือดังกล่าวเรียกว่า การลงคะแนนหยั่งเสียงเบื้องต้นเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งกระบวนการดังกล่าวไม่ได้ขัดต่อกฎหมายพรรคการเมือง เพราะเป็นเพียงการหยั่งเสียง โดยในข้อบังคับพรรค ปชป.ฉบับใหม่เขียนไว้ว่า การเลือกหัวหน้าพรรคให้คำนึงถึงผลการหยั่งเสียงด้วย แต่ไม่ต้องคำนึงก็ได้เพราะในกฎหมายเป็นสิทธิของที่ประชุมใหญ่ เช่น ผลการหยั่งเสียงสมาชิกพรรค ปชป.ออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่เลือกผม แต่ตอนประชุมใหญ่พรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคไม่เอาชื่อผมก็ได้ ก็อาจจะไปเสนอชื่อคนอื่นตอนโหวตวันประชุมใหญ่พรรค โดยไม่ได้คำนึงถึงผลการหยั่งเสียงก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องการหยั่งเสียงสมาชิกพรรค กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้เขียนไว้ เป็นการเสริมของพรรค ปชป. ที่เราต้องการให้การหยั่งเสียงเหมือนกับการเลือกตั้งกลายๆ ว่าหัวหน้าพรรค ปชป.ต้องเป็นคนชื่อนี้ แต่ตอนประชุมใหญ่พรรค ที่กฎหมายพรรคการเมืองบัญญัติให้ต้องมีคนมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่า&amp;nbsp; 250 คน จะไม่เอาก็ได้ เพราะข้อบังคับพรรคได้เขียนไว้ว่า ให้พึงคำนึงถึงสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งจากการหยั่งเสียงเบื้องต้นเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค คือเขาไม่ต้องคำนึงถึงผลการหยั่งเสียงก็ได้ เพราะไม่ได้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แต่เมื่อสมาชิกพรรคทั่วประเทศหยั่งเสียงออกมาแล้ว การที่ทางที่ประชุมพรรคจะไม่เอาด้วยจะไม่แปลกๆ หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สมมุติว่าคุณเป็นคนที่เข้าประชุมใหญ่พรรคที่ต้องมีไม่ต่ำกว่า 250 คน คุณจะไม่เอาคนที่ประชาชนเป็นหมื่นๆ เลือกหรือ เป็นไปไม่ได้ ใช่ไหม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-คือในความเป็นจริงก็ต้องฟังอยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ใช่ ในความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปฏิทินหยั่งเสียงเลือก หน.ปชป.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับขั้นตอนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป. ถวิล กางเอกสารข้อบังคับพรรค ปชป.ในมือ ไล่ลำดับเวลาให้ฟังว่า อันดับแรกจะมีการประกาศให้ผู้จะลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.มาสมัครหรือมีคนเสนอชื่อผู้อื่นให้มาสมัคร โดยทั้งสองกรณีเจ้าตัวต้องยินยอม เช่นผมเสนอชื่อนาย ก. ตัวนาย ก.ต้องยินยอมให้เสนอชื่อได้ มีหลักฐานมา และต้องมีผู้รับรอง โดยกรณีที่หากผู้ลงสมัครเป็นสมาชิกพรรค ปชป.อยู่แล้ว อย่างกรณีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากจะลงสมัครจะต้องมีอดีต ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่า 20&amp;nbsp; คน และต้องมีสมาชิกพรรคทางภาคต่างๆ เซ็นรับรองให้นายอภิสิทธิ์ภาคละ 500 คน 4 ภาคก็ 2,000 คน อันนี้กรณีเป็นสมาชิก ซึ่งจะไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ก็ได้ หรืออย่างกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ก็เป็นสมาชิกพรรค เป็นอดีต ส.ส.อยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับกรณีคนนอก หากเขาจะเข้ามาอันดับแรกต้องมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อน เช่นนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ตอนนี้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคไปแล้ว หากจะลงก็ต้องมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อน เมื่อสมัครแล้วคนนอกที่จะลงจะต้องมีอดีต ส.ส.อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 40 คนรับรอง และมีสมาชิกแต่ละภาครับรองภาคละ 1,000 คน รวมสี่ภาคก็ 4,000 คน&amp;nbsp; เมื่อครบกำหนดเวลารับสมัครแล้ว ขั้นตอนต่อไปเช่นมีผู้สมัครรวม 5 คน ในข้อบังคับเขียนไว้ว่าให้ผู้สมัครทั้ง 5 คนมาตกลงกันว่าจะเลือกใครบ้างมาเป็น กรรมการจัดการหยั่งเสียง ซึ่งกรรมการชุดนี้จะต้องเป็นกลางอย่างแท้จริงเพราะจะต้องควบคุมการหยั่งเสียง โดยผู้สมัครทั้ง 5 คนก็จะเลือกกรรมการชุดนี้ ไม่ใช่เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรค ปชป. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยกตัวอย่างมีนาย ก.กับนาย ข.ลงสมัคร เมื่อครบกำหนดวันรับสมัคร นาย ก.กับนาย ข.ก็มาตกลงกันว่าจะให้กรรมการจัดการหยั่งเสียงมีใครบ้างในจำนวน 5 รายชื่อ ซึ่ง 5 รายชื่อดังกล่าวจะต้องเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ด้วย เมื่อได้กรรมการดังกล่าวแล้ว กรรมการก็จะต้องออกประกาศว่าจะเริ่มเปิดให้มีการหยั่งเสียงเมื่อใด กรรมการต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์การหยั่งเสียง รวมถึงต้องกำหนดออกมาว่าการหยั่งเสียงดังกล่าวของสมาชิกพรรค ปชป.จะใช้การหยั่งเสียงด้วยระบบแอปพลิเคชันอะไร ที่ต้องเป็นคนที่มีความรู้ด้านไอที ซึ่งกรรมการชุดนี้สามารถตั้งได้ว่าจะให้ใครมาพิจารณาว่าการหยั่งเสียงผ่านแอปพลิเคชันจะทำอย่างไร เช่นคุณเป็นสมาชิกพรรค ปชป. เมื่อได้ออกเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือเบอร์ที่ใช้หยั่งเสียงไปแล้ว สมาชิกคนอื่นจะมาขอยืมมือถือเบอร์ดังกล่าวมาออกเสียงบ้าง จะทำไม่ได้ เบอร์โทรศัพท์หนึ่งเบอร์ให้หยั่งเสียงได้คนเดียว ซึ่งก็จะมีวิธีการล็อกเอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขั้นตอนการหยั่งเสียงดังกล่าว รายละเอียดต่างๆ กรรมการจัดการหยั่งเสียงก็ต้องไปพิจารณา หากพบว่าใครกระทำมิชอบก็ให้กรรมการรายงานกรรมการบริหารพรรคเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยช่วงเวลาการใช้สิทธิ์หยั่งเสียงก็อยู่ที่กรรมการ ที่อาจใช้เวลาเช่น 1-3 วัน เมื่อเสร็จสิ้นผู้สมัครแต่ละคนก็จะรู้ผลอยู่แล้ว เพราะมีตัวแทนของผู้สมัครอยู่ในกรรมการ 5 คนดังกล่าว โดยเมื่อได้ผลการหยั่งเสียงออกมาก็ให้กรรมการรายงานผลให้กรรมการบริหารพรรคทราบ จากนั้นกรรมการบริหารพรรคก็จะนัดประชุมใหญ่พรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยลำดับแรกวาระดังกล่าวก็จะต้องเลือกหัวหน้าพรรคก่อน แต่ตอนนั้นทุกคนก็ทราบกันแล้วว่าผลการหยั่งเสียงออกมาเป็นอย่างไร โดยในที่ประชุมจะมีผู้เสนอชื่อคนให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาเลือกเป็นหัวหน้าพรรค โดยการเสนอชื่อต้องมีผู้ให้การรับรองด้วยจำนวนเสียงของผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 เช่นเสนอชื่อนาย ก. จากผลการหยั่งเสียง แต่คนอื่นจะเสนอชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่นาย ก.ก็ได้ คือจะเสนอชื่อคนที่ไม่ได้ไปสมัครเป็นหัวหน้าพรรคตอนหยั่งเสียงก็สามารถทำได้ เช่นตอนหยั่งเสียงมีสองคน&amp;nbsp; แต่ตอนประชุมใหญ่จะเสนอชื่อคนอื่นอีกก็ได้ แต่ตอนนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าตอนหยั่งเสียงใครชนะ แล้วจะไปเสนอชื่อคนอื่นหรือ แต่ทั้งหมดที่ประชุมใหญ่พรรคคือผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการเลือกหัวหน้าพรรค เพราะหลักสำคัญของกฎหมายพรรคการเมืองคือ ให้ที่ประชุมใหญ่พรรคเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของพรรคการเมือง&amp;nbsp; ที่ในกฎหมายพรรคการเมืองบัญญัติไว้ชัดเจนว่าต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 250 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;คือจะไม่เอาชื่อที่หยั่งเสียงมาก็ได้ เอาก็ได้ ไม่เอาก็ได้ ได้ทั้งนั้น&amp;nbsp; แต่หากสมมุติผมลงแล้วผมได้คะแนนตอนหยั่งเสียงมา 5-6 หมื่นเสียง แล้วเขาจะไม่เอาผม ก็แปลกประหลาดแล้ว พวก 250 คนที่อยู่ในที่ประชุมใหญ่พรรคถูกโจมตีแน่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ถวิล ยอมรับว่าเมื่อ คสช.ยังไม่คลายล็อก ก็ไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนได้ว่า กระบวนการหยั่งเสียงดังกล่าวและการประชุมใหญ่พรรค ปชป.เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค สุดท้ายแล้วจะเริ่มต้นและเสร็จสิ้นเมื่อใด เพราะตอนนี้พรรคการเมืองจะทำอะไรไม่ได้เลยหาก คสช.ไม่คลายล็อก หากจะให้พรรคการเมืองมาทำทุกอย่างตอนช่วงปลดล็อกคือตอนเลย 90 วัน หลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ก็จะมีปัญหาเรื่องเวลาแล้ว กระบวนการหยั่งเสียงจะเริ่มได้เมื่อ คสช.คลายล็อก พรรคก็เริ่มขั้นตอนต่างๆ ได้เลย เช่นประชุมกรรมการบริหารพรรค แล้วออกประกาศกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้มีการรับสมัคร พอปิดรับสมัครก็กำหนดวันเวลา วิธีการหยั่งเสียง การประชาสัมพันธ์อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์เพื่อให้มีการหยั่งเสียง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อลงกรณ์ทิ้งพรรค ปชป.ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามถึงกรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่มีข่าวว่าถูกทาบทามให้มาลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. บอกว่า ข้อบังคับพรรคดังกล่าว ในกรณีคนนอก ที่ให้อดีต ส.ส.ปชป.มารับรอง 40 คน เพื่อมาแข่งกับหัวหน้าพรรคตัวเอง ในทางปฏิบัติมันทำได้ยาก เพราะหากคนที่ไปรับรองให้มาแข่งกับหัวหน้าพรรค สุดท้ายเกิดแพ้ พวกที่ไปรับรองก็อาจอยู่ในพรรคลำบาก เรื่องนี้ ถวิล ตอบกลับว่า ถ้าคุณคิดแบบนั้นคุณหาสมาชิก หาอดีต ส.ส.มารับรองไม่ได้ คุณก็ลงไม่ได้ คุณก็รู้ระบบพรรคดีอยู่แล้ว ยืนยันว่าข้อบังคับพรรคเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคดังกล่าวมีความเป็นธรรม เพราะในตัวข้อบังคับบอกว่า ต้องเป็นอดีต ส.ส. แต่คุณออกจากพรรคไปแล้ว เท่ากับว่าคุณ อย่างกรณีคุณอลงกรณ์ เท่ากับว่าทิ้งพรรคไปแล้ว คุณไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ที่เราเขียนข้อบังคับแบบนี้เราไม่ได้หมายถึงตัวคุณอลงกรณ์ แต่หมายถึงคนอื่นก็ได้ คนนอกทั่วไปก็ได้ แต่คุณต้องหาคนมารับรอง ไม่ใช่ไม่มีผู้รับรอง ก็ไม่ถูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามไปว่า อลงกรณ์ที่เคยอยู่กับ ปชป. เสนอว่า หากจะต้องกลับไปทำงานที่พรรค ปชป.ต่อ พรรคจะต้องปฏิรูปในเรื่องสำคัญๆ สี่ด้าน เช่น เรื่องนโยบาย วิสัยทัศน์ มาเสนอแบบนี้คนก็มองว่าอลงกรณ์ที่เคยอยู่กับ ปชป.มาหลายปี แสดงว่า ปชป.ไม่เคยปฏิรูปอะไร ถวิล ตอบว่า เรื่องนี้ผมว่าเขาพูดไม่หมด เขาเคยเสนอปฏิรูปพรรค และแก้ไขข้อบังคับพรรค ซึ่งที่ประชุมพรรคก็เอาตามที่เขาเสนอหลายอย่าง แล้วอยู่ๆ ก็ออกไป ผมก็ไม่อยากพูดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-แต่หลักเกณฑ์คนนอกมาลงสมัครที่วางไว้ อาจทำให้คนนอกที่สนใจอยากเข้ามาทำงานกับประชาธิปัตย์ เช่น นักธุรกิจ นักวิชาการ อาจไม่อยากเข้ามาเพราะดูแล้วคงเข้ามาได้ยาก?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อันดับแรกเขาก็ต้องมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อน ที่เราก็รับอยู่แล้ว ใช้เวลาไม่นาน สิบนาทีก็เสร็จ แต่ว่าเขาก็ต้องไปหาอดีต ส.ส.ให้มารับรอง 40 คน หากคุณเป็นคนที่มีชื่อเสียง มีความรู้ความสามารถ พวกอดีต ส.ส.ของพรรค ปชป.เขาเองก็ต้องคิดเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;- เคยเป็นอดีต ส.ส.ในกลุ่ม 10 มกรา คนมองกันว่ารอบนี้อาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง คลื่นใต้น้ำภายในพรรค ปชป.ขึ้นอีกครั้ง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.หลายต่อหลายครั้งที่มีการแข่งขัน เรื่องหัวหน้าพรรคก็มีการแข่งขันกัน สู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง แล้วก็มีการแตกแยกกันบ้างในบางครั้ง เช่น กรณีสมัยที่เกิดกลุ่ม 10 มกรา แต่ตอนนั้นมันมีรากฐานเรื่องอื่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมคิดว่าการที่พรรคใช้เสียงสมาชิกพรรค ปชป.ทั้งประเทศ แล้วจะทำให้เกิดปัญหาแตกแยก ผมว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ในเมื่อคนส่วนใหญ่นับจำนวนหมื่นเอาคนนี้ พอคุณอีกคนไม่ได้มาแล้วจะมาอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างนี้สังคมรับไม่ได้ เราให้โอกาสอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม เช่น ให้คนของผู้สมัครมาเป็นกรรมการจัดการหยั่งเสียงฯ หัวหน้าพรรค (อภิสิทธิ์) ก็ไม่มีสิทธิ์ตั้งกรรมการชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนที่มีการพูดเรื่องผู้รับรอง เมื่อคุณเคยเป็นอดีต ส.ส. เคยอยู่ในพรรค ปชป. เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีของพรรค คุณก็ต้องหาคนมารับรองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ถ้าคุณบอกว่าเสียเปรียบ ก็ในเมื่อคุณออกจากพรรคไปโดยที่เราไม่ได้มีอะไรกันเลย จู่ๆ ก็มาออกจากพรรค ที่จริงทางหัวหน้าพรรค (อภิสิทธิ์) ยังเคยกับพวกเราเลย หากคุณอลงกรณ์จะสมัครก็เป็นเรื่องดี จะได้มีการแข่งขันที่หลากหลาย ซึ่งพวกเราหลายคนก็เห็นด้วยว่าควรต้องให้มีความหลากหลาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวิล-ผู้ยกร่างข้อบังคับพรรค ปชป. ยอมรับว่า เรื่องการให้สมาชิกพรรคร่วมหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ตอนแรกๆ แนวคิดดังกล่าวก็อาจจะมีคนไม่เห็นด้วย เพราะยังไม่รู้ขั้นตอน ระเบียบข้อบังคับเป็นอย่างไร พออธิบายตอนหลังส่วนใหญ่ต่างก็โอเคกันหมด โดยข้อดีของการให้สมาชิกพรรคร่วมหยั่งเสียงด้วยก็คือ ทำให้สมาชิกมีส่วนร่วม และเขาก็จะพอใจ และต่อไปเมื่อคนที่เขาเลือกตอนหยั่งเสียงแล้วได้เข้าไปถึงช่วงเช่นตอนเลือกตั้ง เขาก็จะไปช่วยหาเสียงให้ เช่น คุณเลือกผม ตอนหยั่งเสียงแล้วชื่อผมผ่านที่ประชุมใหญ่พรรค แล้วตอนเลือกตั้งคุณจะไม่ตื่นเต้นจนไม่มาช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ผมซึ่งคนหยั่งเสียงให้เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.ได้เป็นนายกฯ หรือ สมาชิกเขาก็จะมีความภูมิใจว่าเขาได้มีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรค พรรคของเขาเอง ซึ่งเดิมทีไม่มี เพราะเป็นการเลือกทางอ้อม เช่น ผ่านสาขาพรรค เมื่อเขาเลือกด้วยตัวเองเขาก็จะภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งคำถามว่าก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ว่า แรงสนับสนุนในพรรค ปชป.ต่อตัวนายอภิสิทธิ์ยังมีสูง ถวิล กล่าวว่า ผมก็ยังเชื่อว่าอย่างนั้น การที่เปิดโอกาสให้สมาชิกหยั่งเสียงได้ ท่านเป็นคนที่เลือดเนื้อเชื้อไขเป็นนักประชาธิปไตย และเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-เท่าที่ได้คุยกับคนในพรรค ปชป. ยังมีเสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เยอะหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็ยังไม่มีเสียงไหนที่บอกจะไม่เอาคุณอภิสิทธิ์ แต่อันนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะอย่างไร แต่ผมก็เชื่อว่าท่านเป็นคนที่เหมาะสมคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-เลือกหัวหน้าพรรค ปชป.เสร็จ ทุกอย่างจะจบเลยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จบเลย ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าจะไม่มีปัญหาและจะเป็นการทำให้รากฐานของพรรค ปชป.เข้มแข็งขึ้น และผมเชื่อว่าคนที่ไม่ชนะในการหยั่งเสียงจะเข้ามาร่วมมือกันเพื่อพรรคมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การหยั่งเสียง เป็นการทำให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่ยุคที่ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรค ปชป.อย่างจริงจัง เป็นการปฏิรูปพรรคอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ เพราะเราใช้ระบบวงกว้างมาเลือกผู้นำพรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ผมคงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์ แต่พรรค ปชป.กระบวนการเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคต่างกับพรรคอื่นเยอะ เราต่อสู้อย่างจริงจังมากในการเลือกแต่ละครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..เรื่องไพรมารีโหวต ที่ สนช.ไปคิดโมเดลมา จริงๆ แล้วประชาธิปัตย์มีข้อบังคับพรรคที่ใช้กันมานานแล้วว่า การเลือกผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จะต้องมีขั้นตอน เช่น ทุกเขตเลือกตั้ง เมื่อกรรมการสรรหาพรรคเลือกได้แล้วต้องส่งชื่อไปให้ที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคพิจารณา ซึ่งหากที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นชอบด้วยกับรายชื่อดังกล่าว พรรคถึงจะส่งชื่อดังกล่าวลงเลือกตั้งได้ หากที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคไม่เห็นชอบก็จะให้กรรมการสรรหาฯ พิจารณาร่วมกันกับสาขาพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องนี้พรรค ปชป.ทำไว้นานแล้ว พรรคอื่นไม่เคยทำ พรรค ปชป.จึงเห็นด้วยกับเรื่องการให้ทำไพรมารีโหวตมาตลอด แต่ว่าขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าทุกพรรคต้องพร้อม หาก คสช.ให้เวลาพรรคการเมืองจำกัด ทุกพรรคการเมืองก็ทำไม่ทัน การคลายล็อกของ คสช.มีการแก้ไขกระบวนการทำไพรมารีโหวต จากเดิมให้มีการโหวตในระดับสาขาพรรคประจำจังหวัดโดย คสช.ไปแก้ให้มีกรรมการ 11 คนมาพิจารณาแทน พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องไปเขียนเรื่องการทำไพรมารีโหวตให้สอดคล้องกับคำสั่ง คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:180.0pt&quot;&gt;โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..........................................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปชป.ตัวแปรตั้งรัฐบาล?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ และหัวหน้า คสช.ออกคำสั่งคลายล็อกพรรคการเมืองมาแล้ว ทำให้ขณะนี้ก็เริ่มเข้าสู่โหมดเลือกตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ถวิล ไพรสณฑ์ นักการเมืองอาวุโส พรรคประชาธิปัตย์ มองถึงผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า ขณะนี้ยังพูดได้ยาก เพราะยังไม่ลงตัว แต่พูดได้ว่าฝ่ายผู้มีอำนาจในปัจจุบันพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มีอำนาจต่อไป ซึ่งเราไม่ว่ากัน การที่มีการหนุนพรรคการเมืองต่างๆ โดยคนในรัฐบาลมีส่วนสำคัญ เช่น กรณี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่มีข่าวออกมา ความเห็นส่วนตัวผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่ผลจะเป็นอย่างที่เขาคิดหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัญหาที่ผมอยากย้ำก็คือ เพราะการเขียน รธน.แบบนี้จึงสร้างปัญหาให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายผู้มีอำนาจเองที่เขียน รธน.แบบคิดว่า เขียนแบบนี้แล้วผู้ได้รับประโยชน์คือฝ่ายผู้มีอำนาจ แต่ลืมคิดไปว่าในทางปฏิบัติแล้วมันยากมาก เช่น กรณีให้ใช้ระบบเลือกตั้งด้วยบัตรลงคะแนนใบเดียวเพื่อให้เลือกทั้งคนและพรรค ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน ทั้งที่ควรให้ประชาชนเลือกด้วยความสบายใจว่าชอบผู้สมัครคนไหน ชอบพรรคการเมืองใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อีกทั้งเวลานี้รัฐบาลใช้โอกาสหาเสียงโดยค่อนข้างได้เปรียบ เช่น ตระเวนไปประชุม ครม.ตามที่ต่างๆ แล้วรับปากเรื่องต่างๆ เอาไว้ ก็น่าเป็นห่วงว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาหลังเลือกตั้งจะมีงบประมาณที่ไหนไปใช้บริหารประเทศ เพราะมีการใช้จ่ายเงินล่วงหน้าไปมากแล้ว เช่น การทำโครงการใหญ่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับโอกาสของพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ผมว่าคราวนี้ ปชป.เราได้หาข้อมูลต่างๆ มามากพอสมควรในช่วงที่พรรคการเมืองทำกิจกรรมไม่ได้ ก็มีการหาข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ โดยคนของพรรค ปชป.บางคนก็ทำในนามบุคคล เช่น นายกรณ์ จาติกวนิช อดีต รมว.คลังที่เดินทางไปพบชาวนา เกษตรกรตามที่ต่างๆ ก็ทำให้เราได้รู้ข้อมูลพื้นฐานทั่วประเทศ ทุกอาชีพ เราก็จะนำเสนอเป็นนโยบายที่เชื่อว่าจะเป็นนโยบายที่ประชาชนพอใจเพราะทำออกมาจากข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชูเลือกตั้งผู้ว่าฯ-รัฐสวัสดิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวิล-นักการเมืองอาวุโสของพรรค ปชป. กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น พรรค ปชป.พร้อมชูนโยบายการกระจายอำนาจในช่วงหาเสียง เพราะปัจจุบันเป็นโลกยุคกระจายอำนาจ ไม่ใช่รวมศูนย์อำนาจ เราต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เมืองไทยตอนนี้เป็นรัฐข้าราชการ ข้าราชการเป็นใหญ่ แล้วข้าราชการทุจริตก็มีมากมาย โดยข้าราชการวางตัวเหนือประชาชน จึงต้องมีการกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนมีอำนาจจริงๆ ซึ่งถ้าไม่ใช้วิธีการกระจายอำนาจก็ไม่มีวิธีไหน เพราะการกระจายอำนาจจะสร้างบุคลากรทางการเมืองที่จะนำไปสู่การพัฒนาการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การให้มีผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่แค่ 1-2 ปีก็ย้ายไปที่อื่น ไม่รู้จักพื้นที่ ชาวบ้านก็ไม่รู้จัก แต่ถ้าผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง จริงอยู่ช่วงแรกๆ เราอาจได้คนที่คิดว่าอาจไม่ใช่คนดี แต่ถ้าเลือกบ่อยครั้งประชาชนก็จะรู้เอง แนวทางพรรคก็คือให้เลือกในจังหวัดที่มีความพร้อม ค่อยเป็นค่อยไป ส่วนอาจจะมีการต่อต้านจากกระทรวงมหาดไทยก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะทำให้ตำแหน่งผู้ว่าฯ หายไป แต่แปลกมาก ตอนชุมนุม กปปส. พวกอดีตผู้ว่าฯ ขึ้นเวที กปปส. เห็นด้วยทั้งสิ้นกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่ตอนยังไม่เกษียณไม่เห็นเขาพูดถึงเลย ยังไงก็หนีไม่พ้น ในอนาคตต้องเลือกตั้งผู้ว่าฯ แน่นอน ไม่อย่างนั้นประเทศไปไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดูอย่างปัจจุบัน การขออนุญาตอะไรต่างๆ ในจังหวัด เช่น นราธิวาส คนที่ทำต้องมาทำเรื่องขอถึงในกรุงเทพฯ ทั้งที่อำนาจควรอยู่ที่ท้องถิ่น แล้วก็ไปเขียนกำหนดไว้ว่าบางเรื่องไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่น ให้เป็นหน้าที่ของส่วนกลางไป เช่น เรื่องทหาร การก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เรื่องศาล ส่วนเรื่องการให้บริการประชาชนให้เป็นเรื่องท้องถิ่นเช่นที่ขอนแก่นที่เขาทำรถไฟฟ้า ทำไมเขาทำได้ จะมารอส่วนกลางไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปเริ่มทำที่ไหน แต่หากท้องถิ่นเขาพร้อมเขาทำเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พรรค ปชป.ก็จะชูนโยบายกระจายอำนาจให้ประชาชนเขาจัดการตนเอง โดยการให้เลือกผู้ว่าฯ โดยตรงในจังหวัดที่มีความพร้อม ของไทยเราตราบใดที่ท้องถิ่นไม่เข้มแข็ง การเมืองจะไม่เข้มแข็งเลย เพราะว่าท้องถิ่นเป็นเวทีสอนประชาธิปไตยให้กับประชาชนได้เรียนรู้การปกครองตั้งแต่รากหญ้าขึ้นมา นอกจากนี้พรรค ปชป.ก็อาจชูนโยบายเรื่องรัฐสวัสดิการ เพราะยิ่งต่อไปผู้สูงอายุจะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามในฐานะที่อยู่ทั้งประชาธิปัตย์และก็เคยอยู่กับพรรคพลังธรรมสมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ว่า ที่ผ่านมา ปชป.แพ้การเลือกตั้งให้กับทักษิณมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยจนถึงเพื่อไทยว่าเป็นเพราะเหตุใด เรื่องเงินหรือเรื่องนโยบาย ถวิล ให้ความเห็นว่า เรื่องนโยบายไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุดเพราะนโยบายของ ปชป.อย่างเรื่องการประกันพืชผลการเกษตรเป็นนโยบายที่ดีที่สุด รัฐไม่ต้องเสียเงินมากมายเหมือนรับจำนำข้าว แต่นโยบายของพรรคที่คุณทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค เขาก็กล้าออกนโยบายที่ทำโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตบางเรื่อง และไปโดนใจชาวบ้าน แต่ของ ปชป.ทำอย่างรอบคอบ จนเขาอาจมองว่าเราเชื่องช้า แต่เพราะเราก็ต้องมองถึงผลที่จะตามมาด้วย เช่น จำนำข้าว จำนำได้อย่างไรเกวียนละ 15,000 บาท ทำได้อย่างไร ทั้งที่ราคาแค่เกวียนละ 9,000 บาท ส่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จะมีโอกาสที่ ปชป.จะชนะเพื่อไทยหรือไม่ ยังตอบยาก เพราะ อย่างเช่นก็ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ดูแล้วผลการเลือกตั้งคะแนนเสียงคงแตกไปหลายพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวิล ยอมรับว่าการที่ปัจจุบันพรรค ปชป.ไม่มีแกนนำอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่กับ ปชป.แล้ว ก็ต้องยอมรับความจริงว่าก็มีผลกระทบบ้างแต่คงไม่มาก ส่วนที่มีการมองกันว่าพรรค ปชป.จะเป็นตัวแปรจัดตั้งรัฐบาล เรื่องนี้มองว่า การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ยังไงพรรคที่จะตั้งรัฐบาลต้องได้เสียงเกิน 250 คน หากเสียงไม่ถึงก็ทำงานได้ลำบากมาก การหา 250 เสียงจะหาอย่างไร พรรคที่ประกาศหนุนอยู่ก็ยังไม่ชัดเจน ไม่รู้จริงหรือไม่ หัวหน้าพรรคอะไรก็ไม่มี แต่ประชาธิปัตย์เขาก็อาจมองอยู่ เพราะ ปชป.อาจได้ ส.ส.มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หากเราไปรวมด้วย ก็ไม่ต้องไปหาพรรคให้มากมายเพื่อให้ครบ 250 เสียง เขาก็คงคิดถึงเรา แต่เราก็มีนโยบายอยู่แล้วตามที่หัวหน้าพรรคเคยบอกไว้ เช่น ต้องดูว่านโยบายสอดคล้องกันหรือไม่ และเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.............................&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงเก้าอี้ หน.ปชป., ถวิล ไพรสณฑ์, พรรคประชาธิปัตย์, แทบลอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9d06bab557d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อลงกรณ์เขย่ามาร์ค ยก5กฎชิงนำปชป./&#039;ป้อม&#039;ตบกะโหลก&#039;แจ็ค&#039;หาคสช.ส่งคนยึด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ตอกหน้า &amp;ldquo;แจ็ค วัชระ&amp;rdquo; หน้าหงาย อัดมโนเองส่ง &amp;ldquo;อลงกรณ์&amp;rdquo; ยึดประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;จ้อน&amp;rdquo; ยิ่งกว่าไฮสปีด ประกาศกฎเหล็ก 5 ข้อหากต้องให้นำพรรค &amp;ldquo;ถวิล&amp;rdquo; แจงคุณสมบัติหัวหน้าไม่ใช่ง่าย อึ้ง! รัฐบาลตั้ง &amp;ldquo;บี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์&amp;rdquo; นั่งรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง มาร์คเผยรู้มานานแล้ว ปชป.อวยพรให้ไปดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระแสการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยเฉพาะเก้าอี้หัวหน้าพรรคยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ปชป. ออกมาระบุว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะส่งนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้า ปชป. มาชิงหัวหน้าพรรค เพื่อไปเป็นพรรคในสังกัด คสช. เนื่องจากนายอลงกรณ์สนิทสนมกับคนใน คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในประเด็นนี้ว่า นายอลงกรณ์อยู่ตรงไหนใน คสช. และสนิทกับทหารคนไหน ตนเองไม่รู้ และอย่ามาถาม เป็นเรื่องของพรรคการเมือง เขาจะเอาใครก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่นายอลงกรณ์ลาออกจากประชาธิปัตย์นั้น ก็ออกมาทำงานเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เขาไม่ได้ไปสมัครเป็น คสช. นายวัชระพูดเองเออเอง&amp;rdquo;พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. กล่าวถึงกรณีนายอลงกรณ์ประกาศจะเข้ามาชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ว่าสถานภาพของนายอลงกรณ์ตอนนี้พ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคไปแล้ว ถือว่าเป็นคนนอก ซึ่งหากนายอลงกรณ์จะเข้ามาในรูปแบบของการหยั่งเสียงตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้เปิดโอกาสนั้น มีข้อกำหนดว่าคนที่จะเข้ามาหยั่งเสียงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคนั้นต้องทำตามข้อบังคับพรรค ซึ่งมีการร่างไว้คร่าวๆ แล้ว อาทิ ต้องมีอดีต ส.ส.รับรอง 40 คน และต้องมีสมาชิกพรรคในแต่ละภาครับรองภาคละ 1,000 คน รวม 4 ภาค ก็ 4,000 คน รวมทั้งต้องเคยเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีด้วย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้านายอลงกรณ์มีคุณสมบัติครบก็สามารถลงสมัครหยั่งเสียงเป็นหัวหน้าพรรคได้ ซึ่งเบื้องต้นเรากำหนดข้อบังคับไว้คร่าวๆ ประมาณนี้ รอเวลาพิจารณาลงรายละเอียดและข้อยุติทันทีเมื่อมีการคลายล็อกพรรคการเมือง&amp;rdquo; นายถวิลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอลงกรณ์กล่าวว่า จะเสนอกฎเหล็ก 5 ข้อให้กับสมาชิก ปชป.ได้พิจารณาเป็นคำมั่นสัญญาหรือสัญญาประชาคมว่าเราพร้อมทำตามข้อเสนอของตนเอง หากต้องการให้ลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมกับสมาชิกทุกคนนำพรรค ปชป.สู่การเลือกตั้งครั้งหน้าคือ 1.ต้องไม่มีการซื้อเสียงหรือทุจริตในการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด ไม่ว่าผู้สมัคร ส.ส.หรือผู้สนับสนุน 2.ต้องไม่หาเสียงโจมตีใส่ร้ายคนอื่นโดยเด็ดขาด ต้องหาเสียงอย่างสุภาพบุรุษ-สุภาพสตรีและต้องแข่งด้วยนโยบายวิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหาร 3.ต้องไม่รับทุนใต้โต๊ะในการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ต้องเป็นหนี้ต่างตอบแทนและทุจริตฉ้อฉล เราจะเป็นหนี้ประชาชนเท่านั้น 4.ต้องไม่ต่อสู้นอกระบบโดยเด็ดขาด ต้องยึดมั่นระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย และ 5.ต้องไม่คอร์รัปชันโดยเด็ดขาด ไม่ว่าตัวเอง ครอบครัว เครือญาติ หรือพวกพ้อง สมาชิกที่จะลงสมัคร ส.ส.และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องเซ็นใบลาออกล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทุกคนเคยทำผิดทำพลาดมาด้วยกันทั้งนั้น รวมทั้งผม ถึงเวลาต้องแก้ไข ต้องเริ่มต้นใหม่ ร่วมกันสร้างพรรคให้เป็นความหวังทางเลือกที่ดี ขอให้เข้าใจว่าเราตั้งต้นทำสิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อประเทศของเรา นี่คือการถอดชนวนวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างถาวรยั่งยืน เราต้องกล้านำ ทำทันที เพื่อเป็นตัวอย่างต้นแบบของพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งพรรคเก่าพรรคใหม่ เราต้องกล้าเปลี่ยนแปลง และต้องไม่กลัวแพ้ ถ้าแพ้เพราะทำความดีก็ต้องสู้ต่อไปจนกว่าจะชนะ เพราะผมเชื่อว่าความดีจะชนะทุกสิ่ง และประชาชนจะเห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ และให้โอกาสเรา ผมจะดำเนินการทันทีที่ผมเป็นหัวหน้า&amp;rdquo; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นต้นไป โดยนายพุทธิพงษ์จะทำหน้าที่เป็นเลขานุการนายกฯ ฝ่ายการเมือง มีภารกิจประสานการติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และเรื่องร้องเรียนของประชาชน และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานรัฐสภา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของวิปรัฐบาลเกี่ยวกับการออกร่างพระราชบัญญัติ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมาในอดีตจะมีรองเลขาธิการนายกฯ ที่มีหน้าที่ดูแลด้านการประสานงานกับรัฐสภา และงานด้านความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาล จึงให้เป็นผู้ที่สนับสนุนงานของนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล&amp;rdquo; พ.อ.อธิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวในเรื่องนี้ว่า นายพุทธิพงษ์ได้เข้ามาพูดคุยเรื่องไปช่วยงานรัฐบาลหลายครั้งแล้ว และวันที่ตัดสินใจไปก็แจ้งให้ทราบ โดยรัฐบาลมาทาบทามนายพุทธิพงษ์ให้ไปช่วย เนื่องจากมีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุยกับคนในรัฐบาลหลายครั้ง จึงทราบปัญหาการทำงานของรัฐบาลดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า รู้ข่าวก็อึ้งเลย เพราะปกติโทรศัพท์คุยกันประจำ แต่ไม่เห็นนายพุทธิพงษ์พูดอะไรเลย เดี๋ยวเจอหน้าต้องเลี้ยงข้าวแสดงความยินดีหน่อย เพราะได้เป็นใหญ่เป็นโตแล้ว ขอให้นายกฯ มั่นใจได้ เพราะได้คนเก่งคนดีไปทำงาน เชื่อว่านายพุทธิพงษ์จะได้เอาความเก่งไปช่วยรัฐบาล เพราะนายพุทธิพงษ์มีความสัมพันธ์กับประชาชนเยอะ เมื่อมีตัวแทนฝ่ายการเมืองเข้าไปทำงานก็น่าจะดีขึ้น แต่ติดปัญหาว่านายพุทธิพงษ์จะสั่งนายพลในวิปได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถือว่า ปชป.ถูกดูดหรือไม่ นายจุติตอบว่า ไม่ได้ดูด เพราะเขาไปมีตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาล แต่ก็เสียดายคนเก่งอย่างนายพุทธิพงษ์ แต่พรรคก็มีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน เชื่อว่าคนที่มาแทนก็เข้มแข็งไม่แพ้นายพุทธิพงษ์ แต่อาจเป็นรองเพียงเรื่องประสบการณ์เท่านั้น เพราะเป็นคนหน้าใหม่ ซึ่งถ้ามองดู ส.ส.ในสภา จะเห็นว่าทุกคนมีรากเหง้ามาจากพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;เพราะพรรคเป็นสถาบันผลิตคนเก่งๆ ออกมาให้รัฐบาลเอาไปใช้ ซึ่งรัฐบาลน่าจะขอบคุณประชาธิปัตย์ด้วยซ้ำ ที่สร้างคนให้ใช้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้า ปชป.กล่าวว่า นายพุทธิพงษ์แจ้งแล้วเมื่อไม่นานมานี้ว่าได้รับการทาบทามให้ไปทำงานเพื่อช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลที่จะทำงานทางการเมืองที่จะไปทำลักษณะไหนอย่างไร พรรคไม่มีปัญหาอะไร เพราะในภาพรวมเราก็มีบุคลากรอีกจำนวนหนึ่งที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งใน กทม. ซึ่งในเบื้องต้นก็คงพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยการพิจารณาผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตของ กทม.ยังไม่มีความชัดเจน เพราะเขตเลือกตั้งไม่ชัดเจน เขตอาจทับซ้อนเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเขตเลือกตั้งมีความชัดเจน เราก็จะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เขาบอกว่าได้รับการทาบทามให้ทำงาน และอยากไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาประชาชน ผมก็อวยพรให้เขาไปดี ทั้งนี้ก็เสียดาย เพราะนายพุทธิพงษ์เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ถ้าอยู่กับประชาธิปัตย์ต่อก็คงทำประโยชน์ให้พรรคและประชาชนได้อีกมาก แต่เราก็คงไม่สามารถไปกำหนดเส้นทางทางการเมืองของคนได้ แต่ละคนก็ตัดสินใจวิถีชีวิตทางการเมืองของตัวเอง ผมเชื่อว่าเขาคงตัดสินใจดีแล้ว&amp;rdquo; นายองอาจกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล ไพรสณฑ์, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วัชระ เพชรทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d035ddf08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ง่าย!&#039;ถวิล&#039;เผยเส้นทางชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องมี 4 พันเสียงในมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ประกาศจะเข้ามาชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น สถานภาพของนายอลงกรณ์ตอนนี้พ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคไปแล้วถือว่าเป็นคนนอก แต่นายอลงกรณ์จะเข้ามาในรูปแบบของการหยั่งเสียงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดในการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่มีข้อกำหนดว่าคนที่จะเข้ามาหยั่งเสียงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคนั้นจะต้องมีการทำตามข้อบังคับพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีการร่างไว้คร่าวๆแล้ว อาทิ ต้องมีอดีตส.ส.รับรอง จำนวน 40 คน และต้องมีสมาชิกพรรคในแต่ละภาครับรองภาคละ 1,000คน รวม 4 ภาค ก็ 4,000 คน รวมทั้ง ต้องเคยเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีด้วย ถ้านายอลงกรณ์มีคุณสมบัติครบก็สามารถลงสมัครหยั่งเสียงเป็นหัวหน้าพรรคปชป.ได้ ซึ่งเบื้องต้นเรากำหนดข้อบังคับไว้คร่าวๆ ประมาณนี้ รอเวลาพิจารณาลงรายละเอียดละข้อยุติทันทีเมื่อมีการคลายล็อกพรรคการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค, ถวิล ไพรสณฑ์, นายอลงกรณ์ พลบุตร, พรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6f3b0da4b98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนเลือกผู้ว่าฯแบบกทม. นำร่องจว.ปริมณฑลก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงเสวนาดันผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง &amp;nbsp;&amp;ldquo;จรัส&amp;rdquo; ยกงานวิจัยยุบรวมราชการส่วนภูมิภาคเป็น อปท.รูปแบบพิเศษคล้าย กทม. ระบุช่วยลดซ้ำซ้อน-งบประมาณ-พัฒนาตรงจุด &amp;quot;ถวิล&amp;quot; ชี้ผู้ว่าฯ แต่งตั้งไม่ใช่คนท้องถิ่นขาดความต่อเนื่องทำแผนพัฒนาสะดุด อาจารย์มธ.แนะถอนรากถอนโคน เริ่มนำร่องจังหวัดปริมณฑลก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ วันที่ 23 สิงหาคม มีการจัดโครงการสัมมนาระดมปัญญา ครั้งที่ 11 โดยศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;และมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง &amp;ldquo;เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แนวคิด ทิศทาง และความเป็นไปได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการศึกษาของงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าที่ผ่านมาการเมืองระดับชาติหรือนโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรคไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวทางการพัฒนาในอนาคตคือการยกระดับให้จังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) รูปแบบพิเศษ ตามกฎหมาย แต่ละจังหวัดมีลักษณะคล้ายกับกรุงเทพมหานคร แบ่งการปกครองเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ส่วนกลางและระดับเทศบาล ซึ่งเป็นอปท.ท้องถิ่นระดับล่าง พร้อมแบ่งงบประมาณเป็น 2 ส่วน โดยจังหวัดสามารถทำข้อตกลงและเสนองบประมาณอุดหนุนแก่เทศบาลได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ต้องมีการยุบรวมระบบราชการส่วนภูมิภาคและ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาในโครงสร้างจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โครงสร้างการบริหารประกอบด้วย ผู้ว่าฯ สภาจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการบริหารจังหวัดปกครองตัวเอง (ส่วนกลาง) คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาจังหวัด สภาพลเมือง และคณะกรรมการตรวจสอบจังหวัด การจัดการดังกล่าวสามารถลดความซ้ำซ้อนของแต่ละหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งเชิงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ จากการวิจัยพบว่าสามารถช่วยลดงบประมาณในการบริหารจัดการได้ ทำให้มีเอกภาพและขีดความสามารถมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องรอหน่วยงานจากรัฐบาลกลาง และเป็นการดึงศักยภาพของจังหวัดที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่ และเป็นการปลดล็อกการพัฒนาประเทศที่ติดหล่ม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรัสกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจังหวัดปกครองตัวเอง พ.ศ.&amp;hellip; ระบุภารกิจที่จังหวัดไม่ต้องทำ เรื่องการศาล ป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติซึ่งอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ทันทีได้คือการปรับตัวของข้าราชการ อย่างไรก็ดี ผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ข้าราชการที่ควบคุมอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ และงบประมาณจากส่วนกลาง ซึ่งเขาเหล่านี้จะต่อต้านเนื่องจากเสียประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อปท.ยังรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบ หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ยึดโยงกับส่วนกลาง เนื่องจากยึดโยงกับงบประมาณ เพราะกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บริหารจัดการงบประมาณก่อนลงมาสู่ท้องถิ่น ขณะที่โครงสร้างเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของเรามีถึง 3,000,000 ล้านคน เจ้าหน้าที่ อปท.มีเพียง 500,000 คน ขณะที่ประเทศที่มีการกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นกลับมีจำนวนเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเพียง 500,000 คน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ อปท.ประมาณ 2,000,000 คน ซึ่งสวนทางกับประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตราบใดที่การบริหารเป็นแบบเดิม การสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นเป็นไปได้ยาก ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเองคงทราบ เนื่องจากการดำรงตำแหน่งขาดความต่อเนื่อง อยู่อย่างมากก็ 3 ปี บางรายหากไม่ใช่คนท้องถิ่น เพียงทำความรู้จักกับประชาชนและความคุ้นเคย ก็ใช้เวลาถึง 2 ปีแล้ว จึงทำให้แผนพัฒนาจังหวัดไม่สามารถใช้ได้ แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้ง นอกจากความร่วมมือที่จะได้รับจากภาคประชาชนอย่างดีแล้ว อายุการทำงานอย่างน้อย 4 ปี ทำให้สามารถวางแผนพัฒนาได้ และเชื่อว่าโอกาสการแก้ปัญหาของประชาชนในท้องที่อย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดไม่ได้ หากมีการบริหารส่วนภูมิภาคซ้อนการทำงานของ อบต.อยู่&amp;rdquo; นายถวิลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงสร้างราชการของไทยนั้นหยั่งรากลึกมาเป็นร้อยปี ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ นั้น เป็นการขุดรากถอนโคนสิ่งที่มีอยู่มาตั้งแต่สมัย ร.5 เป็นการจัดการกับโครงสร้างราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้ต้องได้รับการผ่องถ่ายไปเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือส่วนกลาง ซึ่งต้องพบการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่เจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาคด้วยกัน รวมถึงกรณีอื่นๆ อาทิ ด้านการศึกษา ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสาธารณสุข ในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในบรรยากาศการเมืองขณะนี้ ผมไม่แน่ใจว่าการดันเรื่องดังกล่าวให้กลายเป็นที่สนใจของสังคมจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน หากเราต้องการผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง ควรมีการเริ่มโครงการนำร่อง โครงการจังหวัดจัดการตัวเอง ซึ่งควรเริ่มจากจังหวัดในเขตปริมณฑล เนื่องจากพื้นที่รอยต่อของจังหวัดเหล่านี้มีความกลมกลืนกับ กทม.อยู่แล้ว หากประสบผลสำเร็จ ค่อยขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศุภสวัสดิ์กล่าวว่า บนพื้นฐานการกระจายอำนาจที่มีอยู่ ทำไมเราไม่คิดถึงการถ่ายโอนภารกิจให้ลงสู่ อบจ. หรือเทศบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจเป็นช่องทางหนึ่งในการขับเคลื่อนความเป็นประชาธิปไตยในท้องถิ่น อีกส่วนคือการป้องกันไม่ให้มีส่วนราชการใหม่เกิดขึ้นในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อย่างล่าสุดกับสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่มีมาตรการควบคุมหรือถ่วงดุลส่วนราชการเหล่านี้ให้ขยายตัวในระดับพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16044</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัส สุวรรณมาลา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ถวิล ไพรสณฑ์, ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7ec131ecb1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
