<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;รอดมติถอดถอนในสภาสูง รีพับลิกันค่อนพรรคโหวตอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอดอีกตามเคย ส.ว.รีพับลิกันส่วนใหญ่ยังโอบอุ้ม &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ทำให้รอดพ้นมติเสียงข้างมากของวุฒิสภาเพื่อตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาถอดถอน ด้วยคะแนน 57 ต่อ 43 เสียง โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนแหกคอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอแสดงผลการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by congress.gov via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า การลงมติของวุฒิสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาอิมพีชเมนต์ที่ใช้เวลายาวนาน 5 วัน ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่ายุยงปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนเขาก่อการกบฏภายในอาคารรัฐสภาแห่งเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลทำลายข้าวของปล้นสะดมครั้งนั้นเกิดภายหลังทรัมป์กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้มวลชนเคลื่อนขบวนมาที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน ชนะทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการลงมติ มี ส.ว.เห็นด้วยกับคำกล่าวหานี้ 57 คน ไม่เห็นด้วย 43 คน โดยมี ส.ว.รีพับลิกันลงมติเห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์ 7 คน แต่เสียงยังคงไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 67 เสียง เพื่อตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พ้นจากตำแหน่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม การอิมพีชเมนต์เขาจึงไม่สามารถนำมาใช้เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ แต่พรรคเดโมแครตหวังจะให้ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพื่อให้เขารับผิดชอบต่อเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้น ซึ่งทำให้มีคนตาย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย และต้องการใช้มติถอดถอนทรัมป์นำไปสู่การห้ามเขาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกในอนาคต โดยบอกว่าหากทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาคงไม่ลังเลที่จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของทรัมป์โต้แย้งคำกล่าวหาว่า ถ้อยคำปราศรัยของทรัมป์ต่อผู้สนับสนุนด้านนอกทำเนียบขาวในวันนั้นได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐที่ปกป้องสิทธิในการพูดอย่างเสรี ทนายความของทรัมป์ยังอ้างด้วยว่าทรัมป์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ส.ว.รีพับลิกันก็เคยลงมติโอบอุ้มทรัมป์มาแล้ว คราวนั้นมี ส.ว.รีพับลิกันเพียงคนเดียว คือ มิต รอมนีย์ ที่ลงมติว่าทรัมป์มีความผิด และควรพ้นจากตำแหน่งในข้อกล่าวหาว่า เขากดดันให้ประธานาธิบดียูเครนสอบสวนไบเดนและลูกชายฐานต้องสงสัยว่าคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติของ ส.ว.เมื่อวันเสาร์ มี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนเห็นว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา นอกจากรอมนีย์คนเดิม ที่เหลือได้แก่ ริชาร์ด เบอร์ ,บิล แคสซิตี, ซูซาน คอลลินส์, เบน แซส, แพต ทูมมี และลิซา เมอร์คาวสกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากจากรีพับลิกัน แม้จะลงมติว่าทรัมป์ &amp;quot;ไม่ผิด&amp;quot; แต่เขามีถ้อยแถลงวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีร่วมพรรคอย่างเจ็บแสบว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทรัมป์รับผิดชอบทั้งทางปฏิบัติและทางศีลธรรมต่อการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น พวกที่บุกอาคารรัฐสภาเชื่อว่าพวกเขากำลังกระทำการตามความประสงค์และคำสั่งของประธานาธิบดีของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมติของวุฒิสภา ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ถึงแม้ทรัมป์จะพ้นจากการอิมพีชตามมติของวุฒิสภา แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อทรัมป์นั้นไม่ต้องโต้แย้งเลย ไบเดนยังเรียกร้องให้คนอเมริกันปกป้องระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ที่เก็บตัวอยู่ที่รีสอร์ตของเขาในรัฐฟลอริดานับแต่พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ยินดีกับผลมติ และประณามกระบวนการไต่สวนว่าเป็น &amp;quot;อีกช่วงหนึ่งของการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โดนสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติถอดถอนเมื่อวันที่ 13 มกราคม ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่โดนสภาล่างถอดถอนถึง 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เป็นเป้าหมายของพวกก่อจลาจลในวันนั้นอย่างเปิดเผยและต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากอาคาร กล่าวโจมตี ส.ว.รีพับลิกันที่ลงมติว่าทรัมป์พ้นผิดว่า &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, รอดมติถอดถอน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.รีพับลิกัน, ส.ว.เดโมแครต, อิมพีชเมนต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6028adc881b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์โดน impeachment แล้ว  ...ไม่ตายแต่คางเหลือง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเอาหน้าหนึ่งของนิวยอร์กไทมส์วันที่ 19 ธันวาคม 2019 เทียบให้ดูกับหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 1998&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เห็นว่าสองคนนี้เผชิญชะตากรรมเดียวกัน ห่างกัน 21 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนชะตากรรมของโดนัลด์ ทรัมป์จะจบเหมือนบิล คลินตัน (คือรอดตายเพราะเสียงในวุฒิสภาไม่พอจะปลดเขาออกจากตำแหน่ง) หรือไม่ อีกไม่นานก็รู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกคนหนึ่งที่โดนกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนหรือ&amp;nbsp; impeachment เหมือนกัน คือ แอนดรูว์ ยอห์นสัน ซึ่งก็จบลงด้วยการสามารถเอาตัวรอดจากการถูกปลดเหมือนกับคลินตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีของยอห์นสันเกิดในปี 1868 หรือ 151 ปีก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์การเมืองกว่า 230 ปี ที่โดนสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงส่วนใหญ่ให้ตั้งข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การไต่สวนเพื่อถอดถอนในวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ริชาร์ด นิกสันลาออกปี 1974 หรือ 45 ปีก่อน...ก่อนที่กระบวนการ impeachment จะเริ่ม เพราะเขาเชื่อว่าอาจจะไม่รอดหากตัดสินใจอยู่ต่อสู้ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันพฤหัสฯ เวลาบ้านเรา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติ 230-197 สำหรับมาตราที่ 1 ที่กล่าวหาทรัมป์ว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อย่างผิดกฎหมาย และ 229-198 สำหรับมาตราที่ 2 ที่กล่าวหาว่าทรัมป์พยายามจะขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงเกินครึ่งของสภาล่างอยู่ที่ 216 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในกระบวน impeachment นั้น สภาล่างทำหน้าที่เป็นอัยการ และสภาสูงทำหน้าที่เป็นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วุฒิสมาชิก 100 คนทำหน้าที่เป็นคณะลูกขุน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้ไปประธานสภาผู้แทนราษฎรคือ แนนซี เพโรซี จะแต่งตั้งคณะอัยการจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีกี่คนกฎหมายไม่ได้บอกไว้ สมัยที่ Clinton เป็นผู้ถูกกล่าวหานั้นฝ่ายอัยการมี 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ก็คงจะตั้งทีมทนายสู้คดี ทั้งฝ่ายอัยการและฝ่ายทนายของผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ซักค้านพยานของทั้ง 2 ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ ประธานศาลสูงซึ่งขณะนี้คือ ยอห์น โรเบิร์ตส์นั่งบัลลังก์เป็นประธานการไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงจะเห็นได้ว่า กระบวนการนี้ถูกออกแบบมาโดยให้ฝ่ายบริหารต้องถูกตรวจสอบทั้งโดยจากรัฐสภา และศาล และยังให้ทั้ง 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาคานอำนาจกันเองอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าสุดท้ายแล้ว ทรัมป์จะโดนถอดถอนไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตอบคือยาก แต่แค่ &amp;quot;อัยการสั่งฟ้อง&amp;quot; เท่านั้นก็บาดเจ็บสาหัสแล้ว เพราะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองว่าเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ที่โดนตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าปลดทรัมป์ยากเป็นเพราะในวุฒิสภาวันนี้มี Republican 53 คน Democrats 45 คน และ วุฒิสมาชิกอิสระ 2 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันและวุฒิสภามีมติถอดถอน จะเป็นไปตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; (Amendment) ที่ 25th รองประธานาธิบดี Mike Pence ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน โดยจะแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาเป็นรองประธานาธิบดี หลังจากได้รับการรับรองจากทั้ง 2 สภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากถอดถอนแล้ว วุฒิสภายังอาจมีมติต่อจากนั้นไม่ให้สิทธิ์ Trump ลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์จะถูกปลดได้ก็ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 (67 เสียง) ของวุฒิสมาชิก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นแปลว่าจะต้องมีสมาชิกวุฒิสภาพรรค Republican ถึง 20 คน แปลงร่างเป็น &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; มายกมือข้างเดียวกับ Democrats ซึ่งเกือบจะเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูจากการโหวตในสภาล่าง ส.ส.รีพับลิกันเหนียวแน่น ไม่มีใครแตกแถวเลย ยกมือให้ทรัมป์หมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีแต่ ส.ส.เดโมแครต 2 คนที่แหกโผไม่ยกมือสนับสนุนการ impeach ทรัมป์ด้วยซ้ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แม้ท้ายที่สุดทรัมป์จะไม่ถูกถอดถอน แต่การที่สภาล่างผ่านญัตตินี้อย่างสบายๆ ก็ทำให้เห็นว่าเขาอยู่ในฐานะที่ง่อนแง่น และอาจมีผลต่อการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับเลือกตั้งสมัยที่สอง เพราะหากแพ้อาจจะโดนข้อหามากมายตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์โวยลั่นว่าพรรคเดโมแครตเล่นเกมสกปรก ทำอย่างนี้เหมือนเป็น &amp;quot;รัฐประหาร&amp;quot; ฉีกรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ส.ส.และ ส.ว.เดโมแครตนั้น แม้จะรู้ว่าไม่สามารถปลดทรัมป์ในวุฒิภาได้ แต่ก็ต้องเดินเรื่องนี้ หาไม่แล้วผู้สนับสนุนเดโมแครตจะไม่ให้อภัยนักการเมืองในค่ายนี้ ความเสี่ยงที่นักการเมืองพรรคนี้จะแพ้เลือกตั้งจึงมีสูงหากไม่แสดงท่าทีเล่นงานทรัมป์อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ละครการเมืองเรื่อง impeachment ยังจะมีดรามาอีกหลายฉาก อย่าได้กะพริบตาเป็นอันขาด!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ถอดถอนทรัมป์, ทรัมป์โดน impeachment แล้ว ไม่ตายแต่คางเหลือง!, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสหรัฐถอดถอนทรัมป์ ชงวุฒิฯลงมติเดือนธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีตามคาดเมื่อวันพุธ ด้วยข้อกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา เตรียมส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาลงมติเดือนหน้า แต่โอกาสแทบเป็นศูนย์เพราะ ส.ว.รีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ 243 ปี ที่โดนสภาผู้แทนราษฎรลงมติถอดถอนพ้นจากตำแหน่ง แต่ 2 คนก่อนหน้านี้คือประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2532 และประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปี 2541 ล้วนรอดการลงมติของวุฒิสภามาได้และดำรงตำแหน่งต่อจนครบวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาล่างของสหรัฐอภิปรายโต้เถียงกันนาน 10 ชั่วโมง ก่อนจะลงมติเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยเสียงส่วนใหญ่ในสภา ซึ่งเดโมแครตครองที่นั่งข้างมาก ให้ความเห็นชอบข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทั้ง 2 ข้อหา โดยข้อหาแรก การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนั้นได้คะแนนเห็นชอบ 230 ต่อเสียงคัดค้าน 197 คะแนน ส่วนข้อที่ 2 ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภาคองเกรส ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 229 ต่อ 198 คะแนน ส.ส.รีพับลิกันลงมติคัดค้านทั้ง 2 ข้อหา ในขณะที่เดโมแครต มี ส.ส. 2 คนคือ คอลลิน ปีเตอร์สัน และเจฟฟ์ ฟาน ดริว ลงมติคัดค้านทั้ง 2 ข้อหา ส่วนจาเร็ด โกลเดน ส.ส.เดโมแครตอีกคนคัดค้านข้อหาที่ 2 และ ส.ส.ทุลซี กับบาร์ด งดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครต กล่าวว่า พวกเขา &amp;quot;ไม่มีทางเลือก&amp;quot; นอกจากตั้งข้อกล่าวหาทรัมป์อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขั้นตอนต่อไป สภาล่างจะส่งให้สภาสูงไต่สวนข้อกล่าวหาเหล่านี้ การลงมติจะต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา 100 ที่นั่ง ซึ่งหมายความว่าต้องมี ส.ว.รีพับลิกันอย่างน้อย 20 คนแปรพักตร์มาร่วมโหวตให้เดโมแครตเพื่อถอดถอนทรัมป์ แต่ถึงบัดนี้ไม่มี ส.ว.รีพับลิกันคนได้แสดงเจตจำนงเช่นนั้น และ ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนลล์ แกนนำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมาก ทำนายว่า &amp;quot;ไม่มีโอกาส&amp;quot; ที่วุฒิสภาจะถอดถอนทรัมป์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์วัย 73 ปี ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบ ด้วยการกดดันให้รัฐบาลยูเครนเปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา ที่เป็นตัวเก็งแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปลายปี 2563 รวมถึงให้ลดความน่าเชื่อถือของทฤษฎีที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 โดยโยนให้เป็นเดโมแครตสมคบกับยูเครนแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งนั้นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อกล่าวหามาจากการเปิดโปงคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม หรือ 3 เดือนภายหลังเซเลนสกีชนะเลือกตั้ง โดยทรัมป์ขอให้ผู้นำยูเครนช่วยสอบสวนไบเดน และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่นั่งเก้าอี้ในบอร์ดบริหารของบูริสมา บริษัทพลังงานยูเครน ช่วงที่ไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐ โดยทรัมป์กล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐานว่าทั้งคู่คอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดโมแครตกล่าวว่า ทรัมป์ระงับการอนุมัติความช่วยเหลือทางทหาร 391 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน และใช้การประชุมสุดยอดที่ทำเนียบขาวเป็นข้อต่อรองเพื่อให้เซเลนสกีเข้ามาก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐด้วยการสาดโคลนไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาภายหลังสภาผู้แทนราษฎรเปิดการไต่สวน ทรัมป์ยังมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือปฏิบัติตามหมายเรียกเข้าให้การและส่งเอกสารแก่สภา ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาที่สองว่าทรัมป์ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรัมป์ยืนกรานโดยตลอดว่าเขาไม่ได้ทำผิด และประณามกระบวนการอิมพีชเมนต์โดยเพโลซีเมื่อเดือนกันยายนว่าเป็น &amp;quot;การล่าแม่มด&amp;quot; และ &amp;quot;การก่อรัฐประหาร&amp;quot; ระหว่างที่สภาล่างเตรียมลงมติเมื่อวันพุธ ทรัมป์ไปหาเสียงเลือกตั้งเพื่อรักษาเก้าอี้ประธานาธิบดีปลายปีหน้าที่เมืองแบตเทิลครีก รัฐมิชิแกน กล่าวโจมตีเดโมแครตว่าเป็นพวกซ้ายจัดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดโมแครตกำลังพยายามทำให้บัตรลงคะแนนของชาวอเมริกันผู้รักชาติหลายสิบล้านคนกลายเป็นโมฆะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา, ถอดถอนทรัมป์, ประธานาธิบดี, ลงมติถอดถอน, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb9404301cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกฎหมายให้การคองเกรส หนุนคำกล่าวหาอิมพีช &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้าให้การต่อคองเกรสเมื่อวันพุธ นักกฎหมายรัฐธรรมนูญ 3 รายระบุพฤติกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามดึงยูเครนเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐนั้นมีเหตุผลเพียงพอต่อการถอดถอน แต่รายที่ 4 ชี้หลักฐานไม่เพียงพอชี้ชัดว่าทรัมป์กระทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องพ้นตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจอร์โรลด์ แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการ นำพยานกล่าวคำสาบานก่อนให้การเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคมว่า ส.ส.พรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่กำลังกลั่นกรองข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวกันว่า พวกเขาอาจจะเพิ่มเติมประเด็นอื่นนอกเหนือจากความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับยูเครน โดยจะนำกรณีความพยายามขัดขวางการสอบสวนของโรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษสหรัฐที่สอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าทีมงานหาเสียงของทรัมป์มีความสัมพันธ์กับรัสเซีย มาร่วมเข้ากับการร่างข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอร์โรลด์ แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการ กล่าวว่า การกระทำความผิดของประธานาธิบดีตามที่ถูกกล่าวหานี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อระบอบรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนกันยายน เน้นกรณีที่ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าร้องขอให้รัฐบาลยูเครนทำการสอบสวนเพื่อทำลายชื่อเสียงของโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขาซึ่งเป็นตัวเก็งที่จะเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซักถามเมื่อวันพุธถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบว่า พฤติกรรมของทรัมป์นั้นเข้าคุณสมบัติของการก่ออาชญากรรมร้ายแรงหรือความผิดทางอาญาอื่นๆ ที่สามารถนำไปสู่การอิมพีชเมนต์ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการด้านกฎหมาย 3 คนที่เดโมแครตเรียกเข้าให้การกล่าวอย่างชัดเจนว่า พวกเขาเชื่อว่าการกระทำของทรัมป์นั้นเข้าข่ายความผิดที่สมควรถูกถอดถอนที่ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าสิ่งที่พวกเรากำลังพูดอยู่ไม่ใช่เรื่องที่สมควรถอดถอน ก็ไม่มีเรื่องใดที่ควรถูกถอดถอนอีกแล้ว&amp;quot; ไมเคิล เกอร์ฮาร์ดต์ อาจารย์นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา กล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อีกด้านหนึ่ง โจนาธาน เทอร์ลีย์ อาจารย์นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน ที่รีพับลิกันเชิญเข้าให้การ กล่าวว่า เขายังไม่เห็นหลักฐานการทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน และว่าการไต่สวนนั้นกระทำอย่างรวดเร็วเกินไปและขาดการซักถามผู้คนที่รับรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทอร์ลีย์ซึ่งบอกว่าเขาไม่ได้ลงคะแนนเลือกทรัมป์ กล่าวว่า แม้แต่ผู้ที่คัดค้านนโยบายหรือพฤติกรรมของทรัมป์ ก็ยังสรุปได้ว่า การดำเนินการทางกฎหมายสำหรับการถอดถอนนั้นมิเพียงไม่มีหลักฐานมากพอเท่านั้น แต่ในบางแง่มุม ก็ยังเป็นเรื่องอันตรายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ ซึ่งอยู่ที่อังกฤษเพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำนาโตเมื่อวันพุธ กล่าวว่า รายงานที่ ส.ส.เดโมแครตเผยแพร่เมื่อวันอังคาร ที่ตระเตรียมคำกล่าวหาสำหรับถอดถอนเขานั้นเป็นเรื่องตลก เขายังตั้งคำถามถึงความรักชาติของเหล่าสมาชิกพรรคเดโมแครตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีจุดศูนย์รวมที่การพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าต้องการให้เซเลนสกีเปิดสอบสวนคดีคอร์รัปชันของไบเดนและลูกชายของเขาที่ทำงานให้บริษัทพลังงานในยูเครน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางทหารที่ทรัมป์สั่งระงับ และทรัมป์ยังต้องการลดความน่าเชื่อถือของทฤษฎีแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 โดยระบุว่าเป็นยูเครน ไม่ใช่รัสเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51878</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการตุลาการ, ถอดถอนทรัมป์, นักกฎหมายรัฐธรรมนูญ, สภาคองเกรส, อิมพีชเมนต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de90c25eff50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาล่างสหรัฐเดินหน้ากระบวนการไต่สวนถอด&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตครองเสียงข้างมาก เดินหน้ากระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเห็นชอบกฎพื้นฐานสำหรับการไต่สวนที่เปิดให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ใช้ค้อนเคาะสัญญาณปิดการลงคะแนนในสภาเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาล่างสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นการลงมติครั้งแรกเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอนและเป็นบททดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสภาแห่งนี้ว่าสนับสนุนการไต่สวนเพื่อถอดถอนหรือไม่ โดยผลปรากฏว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ลงมติด้วยคะแนน 232 เสียงเห็นชอบในเดินหน้ากระบวนการนี้ โดยมี 196 เสียงคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เดโมแครต 2 คนจากรัฐที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ลงมติคัดค้านแบบเดียวกับรีพับลิกันทั้งพรรค ขณะเดียวกันก็มีอดีต ส.ส.รีพับลิกันที่ปัจจุบันเป็น ส.ส.อิสระ ลงมติเห็นด้วย
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอีกขั้นด้วยการกำหนดขั้นตอนสำหรับการให้การแบบเปิดเผยเพื่อให้สาธารณชนได้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนของเดโมแครตต้องการทราบว่าทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีโดยมิชอบหรือไม่ ด้วยการใช้นโยบายต่างประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาของคำกล่าวหานี้มาจากคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันผู้นำยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับทรัมป์ในปีหน้า และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของไบเดนที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งปัจจุบันและอดีตราว 12 คนเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการหลายชุดของสภาแบบปิดลับ ตอกย้ำตรงกันว่าทรัมป์สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนราว 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อบีบให้เซเลนสกีประกาศสอบสวนพ่อ-ลูกไบเดนเป็นการแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ปฏิเสธว่าสิ่งที่เขาทำไม่ผิดกฎหมาย และกล่าวโจมตีการไต่สวนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยเขามักเรียกว่าเป็นการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนแบบเปิดเผยนี้จะเริ่มต้นด้วยการนำเสนอพยานและหลักฐานเอกสารโดยคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาล่าง ที่เป็นแกนนำการไต่สวนที่ผ่านมา และจะเปิดให้รีพับลิกันท้าทายได้ หากผลการไต่สวนมีน้ำหนักมากพอ คณะกรรมาธิการการตุลาการจะร่างข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนให้สภาลงมติ หากผ่านก็จะส่งต่อให้วุฒิสภาลงมติถอดถอน ซึ่งต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จึงแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรีพับลิกันครองที่นั่งข้างมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, ลงมติ, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, สภาล่างสหรัฐ, เดินหน้ากระบวนการไต่สวน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbc3670a5e4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตเริ่มกระบวนการถอดถอน &#039;ทรัมป์&#039; อย่างเป็นทางการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต ประกาศเปิดกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอังคาร ชี้ทรัมป์ตระบัดสัตย์คำสาบานตนรับตำแหน่ง จากการขอความช่วยเหลือจากผู้นำต่างชาติเพื่อทำร้ายโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครต แถลงเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กระบวนการถอดถอนนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐเพียง 14 เดือน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประณามความพยายามของเดโมแครตว่าเป็นการล่าแม่มดและการรังแกประธานาธิบดี กลับอ้างว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาชนะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายน 2562 ถึงการตัดสินใจเริ่มต้นกระบวนการถอดถอนที่มีความซับซ้อนและมีโอกาสเป็นจริงน้อยว่า การกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าอัปยศของการทรยศต่อคำสาบานตนของประธานาธิบดี การทรยศต่อความมั่นคงแห่งชาติ และการทรยศต่อบูรณภาพของการเลือกตั้งของสหรัฐ วันนี้ตนจึงประกาศว่าสภาผู้แทนราษฎรกำลังเดินหน้าเปิดการไต่สวนเพื่อถอดถอนอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎรรายนี้และแกนนำหลายคนของเดโมแครตเคยบ่ายเบี่ยงการถอดถอนทรัมป์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยต้องการให้ความสำคัญกับการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่คำกล่าวหาล่าสุดที่ว่าทรัมป์เสนอให้ความช่วยเหลือต่อยูเครนเพื่อแลกกับการขอให้ยูเครนช่วยในการสอบสวนเพื่อทำลายชื่อเสียงของอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งเป็นตัวเต็งผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ไปจนถึงการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคตั้งแต่ระดับบนยันระดับล่าง ส่งผลให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot; เพโลซีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ถูกสื่อเปิดโปงว่าเขากดดันประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้เปิดการสอบสวนคดีคอร์รัปชันกับไบเดน และฮันเตอร์ ลูกชายของเขาที่ทำงานให้บริษัทพลังงานของยูเครน เรื่องอื้อฉาวนี้มีชนวนเหตุมาจากการการร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เปิดโปงลับๆ รายหนึ่ง เกี่ยวกับคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม แต่หน่วยงานด้านข่าวกรองปฏิเสธจะส่งมอบเอกสารร้องทุกข์ดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการของคองเกรส ทำให้เกิดการงัดข้อกันระหว่างคองเกรสกับทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยยืนกรานจะไม่เปิดเผยบทสนทนาครั้งนั้น แต่เมื่อวันอังคารเมื่อเดโมแครตเดินหน้าถอดถอนจริง เขากลับประกาศทางทวิตเตอร์ว่า เขาจะเปิดเผยการถอดบทสนทนาทางโทรศัพท์กับเซเลนสกี ซึ่งจะเผยให้เห็นว่าเป็นการสนทนาฉันมิตร ไม่มีการกดดันหรือการยื่นหมูยื่นแมวเหมือนกับที่โจ ไบเดน และลูกชายของเขาทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นทรัมป์ยอมรับว่าเขาหารือกับเซเลนสกีเรื่องไบเดนจริง แต่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ตั้งเงื่อนไขผูกพันความช่วยเหลือทางทหารหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่สหรัฐจะมอบให้ยูเครน เพื่อแลกกับการให้ยูเครนสอบสวนไบเดน เมื่อวันอังคารทรัมป์อ้างว่า เขาระงับความช่วยเหลือก้อนนั้นก็เพื่อบีบให้ชาติพันธมิตรในยุโรปเพิ่มการสนับสนุนแก่รัฐบาลของเซเลนสกีบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจเปิดเผยบทสนทนาของทรัมป์ยังไม่เป็นที่พอใจแก่สมาชิกเดโมแครต ที่ต้องการให้ทำเนียบขาวเปิดเผยเอกสารร้องทุกข์ของผู้เปิดโปงจากหน่วยข่าวกรองต่อสภาคองเกรส ที่เชื่อกันว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, เดโมแครต, เริ่มกระบวนการถอดถอน, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์, โวโลดีมีร์ เซเลนสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b6fbf32420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาลุ้นระทึก สภาซัก &#039;มุลเลอร์&#039; หาเหตุถอดถอน &#039;ทรัมป์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษสหรัฐ เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ เดโมแครตลุ้นได้ข้อมูลเด็ดที่นำไปสู่การถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี แต่มุลเลอร์ยืนกรานจะไม่ระบุชัดว่าทรัมป์ทำผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำรายงานผลการสอบสวนรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งไม่ได้สรุปว่าทรัมป์ &amp;quot;พ้นจากข้อกล่าวหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษสหรัฐ เปล่งคำสาบานก่อนให้การต่อสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) วัย 74 ปี ผู้ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรมให้เป็นอัยการพิเศษสอบสวนคำกล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559&amp;nbsp; เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการตุลาการและคณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อเช้าวันพุธที่ 24 กรกฎาคม ตามเวลากรุงวอชิงตัน ซึ่งตรงกับช่วงค่ำของไทย โดยการให้การครั้งนี้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และคาดว่าจะใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเดโมแครต ซึ่งกุมเสียงข้างมากในสภาล่างแห่งนี้ คาดหวังว่าคำให้การของมุลเลอร์จะเพิ่มเสียงสนับสนุนการสอบสวนของพรรค ถึงแม้ว่าภายในพรรคเองยังเสียงแตกว่าจะเปิดกระบวนการถอดถอนทรัมป์หรือไม่ อย่างไรก็ดี สมาชิกในพรรคเองคาดการณ์ไว้ว่า มุลเลอร์คงจะไม่ให้ข้อมูลเด็ดนอกเหนือจากที่เคยเขียนไว้ในรายงาน 448 หน้ากระดาษที่สรุปผลการสอบสวนยาวนาน 22 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนของมุลเลอร์เผยแพร่รายงานฉบับนี้เมื่อ 3 เดือนก่อน แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจชัดเจนถึงผลการสอบสวน ทั้งกรณีที่ว่า ทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ และทีมงานของเขาสมคบคิดกับรัสเซียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมุมมองของทรัมป์ เขาเชื่อมั่นว่ารายงานนี้สรุปว่าเขา &amp;quot;ไม่มีความผิด&amp;quot; แต่เดโมแครตกลับเห็นหลักฐานที่จะนำไปสู่การถอดถอนทรัมป์ และต้องการคำตอบจากมุลเลอร์ถึงเหตุผลที่เขาไม่ตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญากับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่มุลเลอร์จะให้การราวครึ่งชั่วโมง ทรัมป์ซึ่งยืนกรานไว้ว่าเขาจะไม่ดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้ กลับทวีตระบายความโกรธและโวยวายสารพันเรื่อง รวมถึงการอนุญาตให้ผู้ช่วยระดับสูงคนหนึ่งของมุลเลอร์เข้าร่วมการให้การครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ กระทรวงยุติธรรมของทรัมป์ยังออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มุลเลอร์ยึดมั่นในรายงานของเขา และทำให้เจอร์รี แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง วิจารณ์ว่ากระทรวงถือดีอย่างเหลือเชื่อที่พยายามสั่งสอนมุลเลอร์ว่าอะไรควรพูด &amp;quot;นี่เป็นส่วนหนึ่งของการปกปิดโดยรัฐบาลชุดนี้เพื่อไม่ให้คนอเมริกันรับรู้ข้อมูล&amp;quot; เขากล่าวกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเริ่มต้นของการให้การ มุลเลอร์แถลงว่า ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมและหลักการแห่งความยุติธรรม คณะทำงานของเขายังคงยืนกรานการตัดสินใจว่า พวกเขาจะไม่ลงความเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำผิดกฎหมายหรือไม่ และเมื่อกรรมาธิการยุติธรรมเริ่มตั้งคำถามว่า รายงานของเขาสรุปว่าประธานาธิบดีพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดหรือไม่ มุลเลอร์ตอบว่า &amp;quot;ไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง, อดีตอัยการพิเศษ, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ให้การต่อสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d386c8bbb60c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
