<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย-สหรัฐ เดินหน้าฝึก &#039;คอบร้าโกลด์ 2019&#039; ถอดบทเรียนถ้ำหลวงในแผนบรรเทาสาธารณภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 -&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทยเผยแพร่กำหนดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2019 โดยระบุว่า กองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2019 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 38 มีประเทศเข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 29 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกหลักจำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2ประเทศ ประกอบด้วย จีน และอินเดีย ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติหรือ MPAT จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย บังกลาเทศ แคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์และฟิจิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ฝึก หรือ COLT &amp;nbsp;จำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม บรูไน เมียนมา ปากีสถาน ศรีลังกา อิสราเอล เยอรมนี และสวีเดน สำรอง สวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัตถุประสงค์ เพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก&amp;nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธร่วม/ผสม ประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤติต่างๆรวมทั้งเป็นการฝึกใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติในการฝึกคอบร้าโกลด์ 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวความคิดในการฝึกคอบร้าโกลด์ในปีนี้ เป็นการฝึก Light Year มีขอบเขตการฝึก ประกอบด้วย การฝึกฝ่ายเสนาธิการ โครงการช่วยเหลือประชาชน การฝึกภาคสนาม และกิจกรรมเสริม ได้แก่ การฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAEFF Exercise : STAFFEX) ในลักษณะการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา (C2EX) ระหว่าง 11-21 ก.พ.62 กองทัพบก จัดตั้งกองบัญชาการกองกำลังร่วมผสมนานาชาติ (Multi National Forces : MNF HQs.) ร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ และมิตรประเทศ ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีพลโท สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็น ผู้บัญชาการกองกำลังร่วมผสมนานาชาติร่วมผสมนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) &amp;nbsp;ระหว่าง 5-22 ก.พ.62 ประกอบด้วย การฝึกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Exercise : AMPHIBEX) ณ สนามฝึก กองทัพเรือหมายเลข 15หาดยาว จ.ชลบุรี ประกอบด้วยฝ่ายไทย สหรัฐฯ และสาธารณรัฐเกาหลี ใน 16 ก.พ.62,การฝึกอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง (Non-Combatant Evacuation/Rescue of Japanese Nationals Overseas : NEO/RJNO) ณ กองบิน 46จ.พิษณุโลก ประกอบด้วยฝ่ายไทย สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ใน 17ก.พ.62 ,การฝึกดำเนินกลยุทธด้วยกระสุนจริง (Combined Arms Live Fire Exercise : CALFEX) ณ สนามฝึกกองทัพภาคที่ 3บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ประกอบด้วยฝ่ายไทย สหรัฐฯ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี ใน 22 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังการฝึกภาคสนามเพิ่มเติม ได้แก่ การฝึกควบคุมและสั่งการบนเรือ (Supporting Arms Coordination Center Exercise: SACCEX) จากเรือรบสหรัฐฯ และการฝึกกวาดล้างทุ่นระเบิดและการทำลาย ระหว่างชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดฝ่ายสหรัฐและเจ้าหน้าที่จากศูนย์ทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;และ &amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี ห้วง 12&amp;ndash; 21 ก.พ. 62 , โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance : HCA) ระหว่าง 21 ม.ค. &amp;ndash; 21ก.พ.62 และโครงการก่อสร้าง (Engineer Civic Assistance Program : ENCAP) ในพื้นที่ ทภ.1และ ทภ.3จำนวน 6โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการฝึกการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR Exercise) ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;11-14ก.พ.62 ประกอบด้วยการฝึกให้ความรู้ด้านวิชาการและการฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (กรณีศึกษาการให้ความช่วยเหลือที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย) ณ โรงแรมอมรินทร์ลากูน จ.พิษณุโลก และ การฝึกภาคสนาม ระหว่างวันที่18-20 ก.พ.62ณ ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีขอบเขตการฝึกเป็นสถานี ประกอบด้วย สถานีอุทกภัย (น้ำท่วม) โดยเน้นในกรณีพื้นที่ชุมชนถูกตัดขาด (Isolated Area) โดย ไทย,สหรัฐฯ,สาธารณรัฐเกาหลี,ญี่ปุ่น,มาเลเซีย และจีน สถานีโรงพยาบาลสนาม (ระดับ 1) โดย ไทย,สหรัฐฯ,สาธารณรัฐเกาหลี,ญี่ปุ่น,มาเลเซีย จีน และการฝึกเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย/ผู้ป่วย ทั้งทางบกและทางอากาศ โดย ไทย,จีน และองค์กรภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสัมมนาทางการแพทย์ (MED SYM) &amp;nbsp;โดยมีหัวข้อการสัมมนาคือ การบรรเทาทุกข์ภาวะวิกฤติในสถานการณ์พิเศษ (Multinational Forces and Medical Rescue in Special Situation),โครงการแพทย์ (MEDCAP) ประกอบด้วย การจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ให้การรักษาพยาบาลทั่วไป และการบริการทันตกรรมแก่ประชาชนในวันส่งมอบอาคารของแต่ละโครงการฯ &amp;nbsp;,กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ (COMREL) โดยการจัดชุดอนุศาสนาจารย์ของฝ่ายไทยและฝ่ายสหรัฐฯ รวมทั้งชุดปฏิบัติการจิตวิทยาเข้าปฏิบัติการในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไทย-กองกำลังสหรัฐอเมริกา, กองบัญชาการกองทัพไทย, คอบร้าโกลด์, คอบร้าโกลด์ 2019, ถอดบทเรียนถ้ำหลวง, ถ้ำหลวงเชียงราย, ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก, แผนบรรเทาสาธารณภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c494e2a02e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์สื่อปี61ยังถูกซึมแทรก-ธุรกิจระส่ำทำซึมทรุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ธ.ค.61-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยรายงานสถานการณ์ด้านสื่อมวลชนไทยในรอบปี พ.ศ. 2561 เป็นปีแห่งการ &amp;ldquo;ซึมแทรก &amp;nbsp;ซึมทรุด&amp;rdquo; เพราะยังคงเผชิญความเสี่ยงและท้าทายหลายประเด็น โดยเฉพาะ การไม่มีสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่ ภายใต้กฎหมายพิเศษของคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในห้วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ อุตสาหกรรมสื่อทั้งระบบยังอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผล กระทบด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมการเสพข้อมูลข่าวสารที่มุ่งไปสู่ทิศทาง ทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงสรุปสถานการณ์สื่อฯใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ถูกควบคุมด้วยกฎหมายพิเศษ : แม้ว่าปี 2560 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ ในมาตรา 34 และ มาตรา35บัญญัติ ให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการ เสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ทว่ายังคง มีการบังคับใช้ ประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช.4ฉบับ เกี่ยวข้องกับสื่อ มวลชนที่ยังไม่มียกเลิก สวนทางกับบรรยากาศของการปลดล็อคทางการเมือง เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ที่ประชาชนต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบ ถ้วนรอบด้าน แม้ว่าองค์กรสื่อจะร่วมกันรณรงค์ เรียกร้องและออกแถลงการณ์ มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่การยกเลิกประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. ทั้ง &amp;nbsp;4 ฉบับก็ไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. ประกอบด้วย 1.ประกาศ คสช.ฉบับที่ &amp;nbsp;97/2557 เรื่อง การขอความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคสช.และการเผย แพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ 2.ประกาศคสช.ที่103 /2557 แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศคสช.ฉบับที่ 97 /2557 โดยห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช.โดยเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคสช.ด้วยข้อมูลอัน เป็นเท็จ 3.คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่3/2558 (ข้อ5)ให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษา ความสงบเรียบร้อยมีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำ ให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่41/2559 เรื่อง การกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารต่อสาธารณะ โดยมีเจตนาในการขยายอำนาจ ตามมาตรา 37 แห่ง พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 &amp;nbsp;ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ครอบคลุมไปถึงประกาศของคสช. ฉบับที่ &amp;nbsp;97/2557 และฉบับที่103/2557 รวมทั้งคุ้มครองการใช้อำนาจของ กสทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จับตากฎหมายกระทบเสรีภาพ : ประเทศไทยอยู่ในช่วงขับเคลื่อนตามแผน การปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยี สารสนเทศ หนึ่งในนั้นคือการจัดทำ พระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและ มาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน. พ.ศ. . ซึ่งก่อนหน้านี้องค์กรสื่อได้รวมพลังคัด ค้านในหลายประเด็น แต่ในที่สุดร่างกฎหมายดังกล่าวก็ได้รับความเห็นชอบใน หลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 โดยมีข้อสังเกตบาง ประการ และคณะรัฐมนตรีได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฏีกาพิจารณาก่อน เสนอกลับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ในชั้นนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจึงไม่น่าจะทัน การพิจารณาของสภานิติบัญญัติชุดนี้ ถึงกระนั้น องค์กรสื่อก็ยังยืนยันหลักการ ในการกำกับดูแลกันเอง อันเป็นหลักการสากลที่นานาประเทศใช้กำกับดูแล เรื่องจริยธรรม อีกทั้งจะต้องไม่มีตัวแทนฝ่ายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ได้แก่ พระราช บัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่ผ่านความ เห็นชอบจากครม.แล้วเช่นกัน แต่หลายประเด็นอาจจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ &amp;nbsp;รวมทั้งติดตาม ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.... ร่างพระ ราชบัญญัติการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล พ.ศ... การแก้ไข พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ว่าจะมีส่วนใดริดรอนเสรีภาพของประชาชนและ สื่อมวลชนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ธุรกิจสื่อยังระส่ำ : การใช้อำนาจพิเศษของคสช. ในการออกมาตรการ บรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ด้วยการพักชำระหนี้ค่า สัมปทานเป็นเวลา 3 ปี ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ เป็นสัญญาณที่การแสดง ให้เห็นถึงสถานการณ์ของธุรกิจสื่อได้อย่างชัดเจนตลอดทั้งปีที่ผ่านมาต่อ เนื่องมาตั้งแต่ปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งของสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เปิดโครงการลาออกด้วยความสมัครใจ ในช่วงสิ้นปี ด้านนสพ.ยักษ์ภาคเหนือ &amp;ldquo;เชียงใหม่นิวส์&amp;rdquo; หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ ตีพิมพ์ข่าวสารในพื้นที่ภาคเหนือมานานกว่า 27 ปี อำลาแผงเมื่อ 5 มี.ค.2561 &amp;nbsp;ผันตัวสู่ออนไลน์ และวันที่ 4 มกราคม 2562 นิตยสารวิเคราะห์ข่าวการเมือง รายสัปดาห์&amp;rsquo;สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์&amp;rsquo;ที่จะอำลาแผงเช่นกันหลังยืนหยัดมาได้ถึง &amp;nbsp;66 ปี ตามหลัง &amp;lsquo;เนชั่นสุดสัปดาห์&amp;rsquo; ที่อำลาแผงไปก่อนหน้านี้ นิตยสารส ตาร์พิคส์รายเดือน ที่อยู่คู่แผงหนังสือไทยมากว่า 52 ปี ประกาศปิดตัว ตีพิมพ์ &amp;nbsp;ฉบับที่ 888 เดือนเม.ย. 2018 เป็นฉบับ &amp;#39;รายเดือน&amp;#39; เล่มสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิตยสาร Secret เครืออมรินทร์ ประกาศเลิกผลิต เดือนมิ.ย. วางแผงฉบับสุด ท้าย ปรับรูปแบบการนำเสนอผ่านช่องทางออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมี เดียต่างๆ รวมทั้ง Student Weekly ในเครือ Bangkok Post ได้ประกาศวาง แผงเป็นฉบับสุดท้าย ฉบับวันที่ 30 ก.ย. ถือเป็นการปิดตำนานนิตยสารภาษา อังกฤษที่อยู่คู่นักเรียนไทยมากว่า 50 ปu นิตยสารแพรวก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 &amp;nbsp;ประกาศปรับจากรายปักษ์ เป็นรายเดือนฉบับแรก เริ่มเดือนต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟากฝั่งของสื่อทีวี เริ่มตั้งแต่ &amp;ldquo;นิวทีวีช่อง18&amp;rdquo; เป็นช่องแรกของปี ที่ปรับโครง สร้างโดยมีคำสั่งลดพนักงาน 30 % ตามติดด้วยสปริงนิวส์ช่อง19 เลิกจ้าง พนักงาน 80 พร้อมกับการต่อลมหายใจด้วยการขายหุ้นให้กับทีวีไดเร็ค และ ให้บางรายการไปออกอากาศทางช่อง NOW26 ในเครือเนชั่น ซึ่งเป็นจังหวะ เดียวกับที่เนชั่นเปิดตัวทีมผู้บริหารชุดใหม่ได้ไม่นาน ปลายปีสถานีโทรทัศน์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;Money Channel &amp;rsquo; แจ้งยุติออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 และจะรุก ตลาดผลิตคอนเทน สร้างความเข้มแข็งในโลกออนไลน์ แม้กระทั่งสื่อยักษ์ ใหญ่ อย่างสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 ก็ยอมเปิดโครงการเกษียณอายุให้ แก่พนักงานอายุ 60 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภาวะธุรกิจเช่นนี้ สื่อระดับโลกอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์เอง มีแผนลด พนักงาน 3,200 ตำแหน่ง ปิดสำนักงาน 133 แห่งทั่วโลก ภายใน 2 ปีข้างหน้า &amp;nbsp;ตามแผนปรับโครงสร้างบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. บทเรียนถ้ำหลวง : เป็นเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้กับเหตุการณ์ที่สื่อมวลชน ทั่วโลกมากกว่าพันชีวิต ปักหลักทำข่าวต่อเนื่องยาวนาน 17 วัน ในภารกิจช่วย &amp;nbsp;13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย &amp;nbsp;เป็นสถานการณ์ที่ยากทั้งการช่วยเหลือ และยากต่อการรายงานข่าวบนเนื้อที่ ปากถ้ำที่มีหลากหลายอุปสรรค เงื่อนไข ข้อจำกัดที่ต้องแข่งกับเวลา และการ ช่วงชิงยอดผู้ชมและเรตติ้งของข่าวให้ได้มากที่สุด นำมาซึ่งคำชื่นชม ตำหนิ &amp;nbsp;และบทเรียนให้กับสื่อมวลชนนำกลับไปเป็นการบ้านเพื่อยกระดับมาตรฐาน วิชาชีพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายพิเศษ, คำสั่งหัวหน้าคสช., ถอดบทเรียนถ้ำหลวง, ธุรกิจสื่อ, สถานการณ์สื่อ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c288b4fa6027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศน.ถอดบทเรียนถ้ำหลวง &#039;พระเอกพล&#039;ชวนฝึกสมาธิรอดวิกฤต จม.เหตุ 13 หมูป่าเสร็จตุลานี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่โรงละครแห่งชาติ &amp;nbsp;กรมการศาสนา(ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) จัดเสวนาเปิดโลกสมาธิ : บทเรียนทรงคุณค่าจาก 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง &amp;nbsp;โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน &amp;nbsp;และมีผู้แทนสำนักปฏิบัติธรรม องค์กรทางพระพุทธศาสนา วัด สถานศึกษา และประชาชนเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp; โดยนายวีระ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถอดบทเรียนเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาและการใช้ชีวิตในภาวะวิกฤติ &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีมฟุตบอลเยาวชน แพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปให้การช่วยเหลือต่างใช้หลักสติและสมาธิ ทำให้ปฎิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น กรมการศาสนา(ศน.)จัดงานเสวนาขึ้นนำเรื่องราวของการให้ความช่วยเหลือถ่ายทอดสู่สาธารณชนเป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ วธ.จัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อบันทึกเหตุการณ์และปฎิบัติการณ์การให้ความช่วยเหลือทุกด้าน โดยจะจัดทำเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และจีน คาดว่า จะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน อีกทั้งยังจัดแสดงนิทรรศการทั้งที่ส่วนกลางและภูมิภาคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเอกพล วิสารโท &amp;nbsp;หรือ โค๊ชเอก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเอกพล วิสารโท &amp;nbsp;หรือ โค๊ชเอก &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนบวชตั้งแต่อายุ 8 ปี จนถึงอายุ 21 ปี &amp;nbsp;รวม 16 ปี ได้รับความรู้ด้านสมาธิจากครูอาจารย์ โดยระหว่างบวชกิจวัตรประจำวันเน้นการสวดมนต์ ทำสมาธิ อุทิศส่วนกุศล ซึ่งการฝึกสมาธิของตน เน้นฝึกสมาธิอยู่ที่เงียบๆ คนเดียว ได้วิเคราะห์วางแผนชีวิตว่าจะทำอะไร และควรดำเนินชีวิตเช่นไร เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงขึ้นได้ใช้หลักสมาธิและใช้ภาวะผู้นำวางแผนว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในระหว่างติดถ้ำ คืนแรกอยู่บนเนินทราย &amp;nbsp;ทำสมาธิ ลองวางแผนจุดไหนอยู่แล้วรอด ตรงไหนมีแหล่งน้ำ เพื่อเวลาหิวจะได้ประทังชีวิต &amp;nbsp;โดยที่นอนกับที่น้ำหยดอยู่ห่างกัน 10 เมตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เมื่อรู้ตัวว่าติดถ้ำแล้ว พยายามบอกในเชิงบวก บอกกับตัวเองพรุ่งนี้เราจะได้ออกไป ซึ่งระหว่างที่ดูแลเด็กๆ เน้นให้ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วก็นอน เพื่อให้มีสติและสบายใจขึ้น &amp;nbsp;การฝึกสมาธิเป็นเรื่องสำคัญและมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต อาตมารู้แค่ว่า สมาธิทำให้รอดมาได้ โดยการฝึกสมาธิสามารถไปได้ทุกวัดทั่วประเทศ จะมีพระอาจารย์ให้คำแนะนำ ซึ่งเมื่อบวชอาตมาก็ฝึกสมาธิที่วัดพระธาตุดอยเวา หากประชาชนสนใจสามารถเข้ามาปฏิบัติธรรมได้ &amp;rdquo; พระเอกพล กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ท.นพ.ภาคย์ &amp;nbsp;โลหารชุน แพทย์ที่เข้าร่วมภารกิจถ้ำหลวง กล่าวว่า หลักของสติและการมีสมาธิเป็นเรื่องที่จำเป็นมากในสถานการณ์วิกฤติ น่าชื่นชมที่พระเอกพล หรือโค้ชเอก สอนให้เยาวชนทุกคนได้นั่งสมาธิระหว่างการติดถ้ำตลอด 9 วัน เด็กๆ ได้ใช้สติและสมาธิช่วยป้องกันการเจ็บป่วย การกิน และความเป็นอยู่ เพื่อให้เกิดกำลังใจและการคลายความกังวล ตลอดจนการฝึกฝนและจดจำขั้นตอนในการออกจากถ้ำจนเด็กๆ และโค้ชออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้ปฏิบัติงานอย่างตนต้องใช้สติระหว่างทางออกจากถ้ำที่ต้องพบกับอุปสรรคมากมาย การมีสติและสมาธิทำให้ผ่านอุปสรรคและปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ท.นพ.ภาคย์ &amp;nbsp;โลหารชุน แพทย์ที่เข้าร่วมภารกิจถ้ำหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พระภาวนาวิริยคุณ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นานาชาติ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ก การฝึกสมาธิที่ง่ายที่สุด คือ หลักสติปัฏฐาน 4 ใช้อิริยาบถในชีวิตประจำวัน คือ ยืน เดิน นั่ง นอน ฝึกสติ &amp;nbsp;หากฝึกควบคู่กับวิปัสสนากรรมฐานจะทำให้ผู้ปฏิบัติมีสติ รู้เท่าทันทุกอารมณ์ที่มากระทบ หากไม่รู้ว่า โกรธ เราจะควบคุมตนเองไม่ได้ ทำให้ชีวิตพังได้ การทำสมาธิเหมาะกับวิถีชีวิตคนเมืองมาก หากนั่งสมาธิได้วันละ 10 นาที จะเห็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตนเอง โดยเฉพาะเด็ก จากจิตใจหยาบกระด้างกลับมาอ่อนโยน สมาธิเป็นของดี แก้วิกฤต อยากให้นำไปปฏิบัติ กรณีพระเอกพลกับ12 หมูป่า ขณะติดถ้ำ ทำสมาธิ เพราะนั่งนิ่งๆ ลมหายใจใช้น้อย พลังงานใช้น้อย อดข้าว อดน้ำ ก็อยู่รอดได้ เป็นผลของการฝึกสมาธิให้มีสติ อย่างไรก็ตาม หากประชาชนสนใจฝึกสมาธิก็ไปที่วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศที่ขึ้นทะเบียนกว่า 4,000 สำนัก ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่เพียงพอ ที่สำคัญพระวิปัสสนาจารย์ที่สอนสมาธิได้ยังขาดแคลนอีกมา โดยเฉพาะพระวิปัสนาจารย์สอนสมาธิในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16882</URL_LINK>
                <HASHTAG>13หมูป่า, กรมการศาสนา, กระทรวงวัฒนธรรม, ถอดบทเรียนถ้ำหลวง, พระเอกพล วิสารโท, หมอภาคย์, โค้ชเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f84fa739ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
