<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ถอดรหัสจีโนม&quot;คนไทยรายแรกสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 หน่วยงานพันธมิตร&amp;quot; TCELS -สกว.- รพ.รามา&amp;quot; โชว์สุดยอดนวัตกรรม ถอดรหัสจีโนม คนไทยคนแรกสำเร็จ จากจุดเริ่มต้น เมื่อ8ปีก่อน เพื่อตรวจหายีนก่อนรักษาลดเสี่ยงแพ้ยา เตรียม ขยายผลถอดรหัสจีโนมประชากรทั้งอาเซียน ตั้งเป้า 5 ปี ตรวจ 10,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทีมนักวิจัยจากศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยการสนับสนุนของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จจากการถอดรหัสพันธุกรรมคนไทยคนแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 หรือ 8 ปีที่ผ่านมา โดยได้มีการขยายเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์และจีโนมทางการแพทย์ไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ปี 2555 โดยมีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนและอัพเดทความก้าวหน้าในการใช้นวัตกรรมบริการของแต่ละประเทศ กระทั่งล่าสุดปี 2560 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสถานบันจีโนมริเก้น ประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมกันสนับสนุนทุนวิจัยแก่ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ เพื่อถอดรหัสพันธุกรรมยีนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา 100 ยีนในประชากรภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 1,000 คน
เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ 3หน่วยงานวิจัย &amp;nbsp;TCELS สกว. และ ศูนย์วิจัยจีโนมทางการแพทย์ฯ ร่วมกันแถลงข่าว ถึงความสำเร็จของนักวิจัยที่ถอดรหัสจีโนมคนไทยเพื่อตรวจหาพันธุกรรมการแพ้ยาก่อนวางแผนการรักษาโรคเฉพาะบุคคล &amp;nbsp;จนขยายผลไปสู่การตรวจประชากรในกลุ่มอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและนวัตกรรม TCELS กล่าวว่า TCELS ได้ร่วมกับ รพ.รามาธิบดี จัดตั้งเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ South East Asian Pharmacogenomics Research Network (SEAPHARM) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา และได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อระดมความคิดเห็นในการพัฒนางานวิจัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเภสัชพันธุศาสตร์และจีโนมทางการแพทย์ในระดับภูมิภาค &amp;nbsp;โดยได้สลับสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละปี และในปีนี้ก็มีการประชุมขึ้นระหว่างวันที่ &amp;nbsp;22 - 23 ก.พ. &amp;nbsp;เพื่อร่วมระดมสมองในการสร้างเครือข่ายฯ โดยปีนี้พิเศษกว่าทุกปี คือ มีการประชุมนักวิจัยประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อร่วมมือกันในโครงการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของประชากรไทย และอีก 8 &amp;nbsp;ประเทศอาเซียนควบคู่ไปกับการถอดรหัส 100 ยีนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาที่เริ่มไปก่อนล่วงหน้า โดยการดำเนินการภายใต้โครงการดังกล่าวนี้คาดว่าจะสามารถส่งผลให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดสนับสนุนอุตสาหกรรม S-Curve ของประเทศไทยในด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ได้ทำการ&amp;quot;ถอดรหัสจีโนม&amp;quot;ของคนไทยรายแรก ที่มีบรรพบุรุษอาศัยอยู่ในประเทศไทย &amp;nbsp;4 ชั่วอายุคน &amp;nbsp;ด้วยการตรวจหาพันธุกรรมการแพ้ยา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 กระทั่งประสบความสำเร็จจนขยายผลไปสู่การถอดรหัสพันธุกรรมยีนที่เกี่ยวข้องกับการให้ยาจำนวน 100 ยีนในประชากรในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย บรูไน พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยจีโนมริเก้น ประเทศญี่ปุ่น (RIKEN Center for Integrative Medical Sciences (IMS)) พร้อมไปกับการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมจากตัวอย่างดีเอ็นเอของชาติอาเซียนอีกจำนวนหนึ่ง จากโครงการความร่วมมือกับสถาบันจีโนมปักกิ่ง (Beijing Genomics Institute) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสำคัญในด้านการรักษาด้วยยา 3 ประการคือ หนึ่งยาที่บางคนใช้แล้วจะเกิดแพ้อย่างรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต สองยาที่ใช้ไม่ได้ผลในบางบุคคล &amp;nbsp;และสามการปรับปริมาณยาที่ใช้ในแต่ละบุคคลเพื่อให้ได้ผลการรักษาสูงสุด ร่วมไปกับการดำเนินโครงการย่อยด้านเภสัชพันธุศาสตร์อีก 6 โครงการ โดยตั้งเป้าตรวจขยายผล 10,000 รายภายใน 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งหากการวิจัยแล้วเสร็จ ก็จะกลายเป็นทางเลือกใหม่ ให้แพทย์ทั่วทั้งอาเซียนนำไปทดลองใช้ เพราะการรักษาแบบเดิมที่ต้องเลือกใช้ยากับผู้ป่วยแบบลองผิดลองถูก บางรายจำเป็นต้องยาราคาแพงต่อเนื่องแต่กลับเป็นยาที่ไม่ได้ผลทำให้ไม่หาย บางรายหายช้าเพราะขนาดยาที่ใช้น้อยหรือมากเกินไป และบางรายเกิดอาการแพ้ยา โดยบางกรณีไม่ใช่แค่ผื่นขึ้น แต่รุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต หากปรับมาสู่การรักษาที่มุ่งเน้นการใช้ยาเฉพาะบุคคล ที่สอดคล้องกับพันธุกรรมของผู้ป่วย ก็จะปลอดภัยและเป็นมาตรฐานในการรักษาต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; ศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.ดร.นพ. พงศกร &amp;nbsp;ตันติลีปิกร &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สกว. ด้านเครือข่ายวิจัยนานาชาติและวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่าเป้าหมายของการสนับสนุนโครงการเครือข่ายวิจัยนานาชาติ หรือ IRN (The International Research Network) &amp;nbsp;คือการสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัย และแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการวิจัยของประเทศตามนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ มีการจัดสรรทุนวิจัย ทุนพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานาชาติ ทุนผู้ช่วยวิจัยระดับปริญญาเอก และนักวิจัยหลังปริญญาเอกให้กับแต่ละเครือข่ายฯ และการประชุม SEAPharm ในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมแรกของเครือข่ายฯ การดำเนินการภายใต้โครงการดังกล่าวนี้คาดว่าจะสามารถส่งผลให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดสนับสนุนอุตสาหกรรม S-Curve ของประเทศไทยในด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบริการและผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชพันธุศาสตร์ และจีโนมทางการแพทย์ นอกจากนั้นยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการเป็นประตูสู่อาเซียนด้านเภสัชพันธุศาสตร์และจีโนมทางการแพทย์ (Asian corridor of pharmacogenomics and genomic medicine) และเป็นการยกระดับการพัฒนางานวิจัย ด้านเภสัชพันธุศาสตร์ให้พัฒนาทัดเทียมนานาอารยะประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดรหัสจีโนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fe6a284fa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
