<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวถอดรางวัล &#039;อองซาน ซูจี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนถอดอีกหนึ่ง พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวแห่งสหรัฐประกาศเพิกถอนรางวัลเชิดชูเกียรติด้านสิทธิมนุษยชนที่เคยมอบให้แก่นางอองซาน ซูจี เมื่อปี 6 ปีก่อน ตำหนิสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยพม่ารายนี้่ว่าแทบไม่ทำอะไรเลยเพื่อยุติการล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญาในพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นางอองซาน ซูจี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเนื่องในวันสตรีสากล ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2561 ว่าพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวแห่งสหรัฐมอบรางวัลเอลี วีเซล แก่นางอองซาน ซูจี เมื่อปี 2555 เนื่องจากความเป็นผู้นำที่กล้าหาญและการเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ของเธอในการขัดขืนทรราชย์ และการขับเคลื่อนเสรีภาพและศักดิ์ศรีของชาวพม่า แต่ล่าสุด พิพิธภัณฑ์ได้แจ้งต่อนางซูจีว่าต้องการเพิกถอนรางวัลที่เคยมอบให้นาง เพราะนางวางเฉยต่อหลักฐานที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากองทัพพม่ากำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พลเรือนจากชุมชนชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่พิพิธภัณฑ์ส่งถึงนางซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพม่าโดยพฤตินัย กล่าวไว้ว่า ในช่วงยามที่การณ์เริ่มปรากฏให้เห็นว่ากองทัพพม่าโจมตีโรฮิงญาช่วงปี 2559-2560 พิพิธภัณฑ์หวังในตอนนั้นว่า นางซูจี ในฐานะที่เป็นบุคคลที่พวกตนและผู้คนอีกจำนวนมากยกย่องในความทุ่มเทเพื่อศักดิ์ศรีความมนุษย์และสิทธิมนุษยชนสากล จะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อประณามและหยุดยั้งการรณรงค์อันโหดร้ายป่าเถื่อนของกองทัพ และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชากรชาวโรฮิงญาที่ตกเป็นเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี กลับปฏิเสธจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ และยังส่งเสริมคารมโวหารต่อต้านโรฮิงญา เอ็นแอลดียังขัดขวางผู้สื่อข่าวที่พยายามรายงานข่าวการสังหารหมู่และการขับไล่ชาวโรฮิงญาไปยังบังกลาเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์กล่าวต่อว่า การก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮิงญาโดยกองทัพพม่า และการกระทำรุนแรงอันโหดร้ายป่าเถื่อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เรียกร้องให้นางซูจีใช้อำนาจทางศีลธรรมแก้ไขสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2534 จากการอุทิศตัวต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าอย่างยาวนาน ส่วนรางวัลที่นางซูจีได้รับจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งชื่อตามเอลี วีเซล ชาวยิวผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีเยอรมัน ซึ่งตัวเขาก็ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ เมื่อปี 2529 จากการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ร่วมกับฟอร์ติฟายไรต์ องค์กรจับตาสิทธิมนุษยชนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งที่ได้จากปากคำชาวโรฮิงญา กล่าวว่ามีการโจมตีพลเรือนชาวโรฮิงญาอย่างเป็นระบบและกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ปฏิเสธจะต่อสู้เพื่อชาวโรฮิงญา องค์กรหลายแห่งที่เคยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้นาง ต่างเพิกถอนรางวัลกลับคืน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บิล ริชาร์ดสัน นักการทูตชาวอเมริกัน ก็ประกาศลาออกจากคณะกรรมการที่นางตั้งขึ้นเพื่อหาทางออกให้แก่วิกฤติในรัฐยะไข่ เขาอ้างเหตุผลว่า นางซูจี &amp;quot;ขาดซึ่งความเป็นผู้นำทางศีลธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ที่รัฐบาลพม่าเผยแพร่เมื่อวันพุธ กล่าวว่า สถานทูตพม่าในกรุงวอชิงตันได้แสดงความเสียใจ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้โดนผู้ที่มองไม่เห็นสถานการณ์ที่แท้จริง ใช้ประโยชน์และชักนำให้หลงผิด การตัดสินใจดังกล่าวไม่มีผลต่อการสนับสนุนที่ชาวพม่ามีต่อนางซูจี แต่จะยิ่งเพิ่มความพยายามของพม่าในการหาทางออกที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครเจนีวาวันเดียวกันนั้น เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็น เรียกร้องให้ตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาเพื่อเตรียมการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อพม่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4577</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดรางวัล, พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, ล้างเผ่าพันธุ์, สิทธิมนุษยชน, อองซาน ซุจี, เอลี วีเซล, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa13981e0c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
