<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดสลักด้วยการเมือง ป่วนไม่ถึงเส้น“จลาจล”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกครั้งของม็อบ &amp;ldquo;ล้มประยุทธ์&amp;rdquo; ประกาศยุติชุมนุม เป็นอันรู้กันว่านั่นคือสัญญาณที่จะเกิดเหตุเผชิญหน้ากันขึ้นระหว่างผู้ชุมนุมสายฮาร์ดคอร์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังเกตได้จากสามครั้งที่ผ่านมาในสมรภูมิสามเหลี่ยมดินแดง มักเกิดจากเหตุต่อเนื่อง ทั้งกรณีของม็อบ 7 สิงหาฯ จัดโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่เปลี่ยนเส้นทางการเดินไปพระบรมมหาราชวังไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามมาด้วยม็อบ 10 สิงหาฯ จัดขบวน &amp;ldquo;คาร์ม็อบ&amp;rdquo; ไปอาคาร &amp;ldquo;ซิโน-ไทย ทาวเวอร์&amp;rdquo; บ้านพัก &amp;ldquo;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คิงส์ พาวเวอร์&amp;rdquo; และม็อบ 11 สิงหาฯ โดยกลุ่มทะลุฟ้าแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องให้ตุลาการยืนข้างประชาชนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเป้าหมายสุดท้ายในการเคลื่อนม็อบทั้ง 3 ครั้งคือ บ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้มีการจับกุม &amp;ldquo;ฮาร์ดคอร์&amp;rdquo; ทั้งในพื้นที่การชุมนุม และการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับติดตามไปควบคุมตัวได้ในภายหลัง ในกรณีที่ทำลายทรัพย์สินราชการ การใช้สิ่งเทียมอาวุธเข้าขว้างปาเข้าสู่เจ้าหน้าที่ ผ่านการทำสำนวนของพนักงานสอบสวนที่เร่งในการหาพยานหลักฐาน ทั้งจากภาพถ่ายและกล้องวงจรปิด โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้จัดชุดเฉพาะกิจในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้ให้รวดเร็ว ครอบคลุมและมัดตัวผู้ก่อเหตุให้ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถควบคุมบุคคลเหล่านั้นไว้ได้นาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งช่วง &amp;ldquo;ลูกติดพัน&amp;rdquo; ประมาณสองทุ่มเป็นต้นไป เกิดความชุลมุนวุ่นวายกระจัดกระจายหลายกลุ่ม จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จนต้องใช้เวลาแกะรอยติดตามจากพยานหลักฐาน ขณะที่กลุ่มจัดตั้งเครือข่ายอาชีวะที่ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มราษฎร เยาวชนปลดแอก และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ถอนตัวออกไปเกือบหมด เหลือเพียงอาชีวะ &amp;ldquo;ขาแรง&amp;rdquo; และเยาวชน &amp;ldquo;ขาเฮ้ว&amp;rdquo; ที่แยกตัวมา และยังไม่อยากเลิก เนื่องจากอารมณ์ค้างจากการวิ่งหนีแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึงเด็กที่อยู่ในชุมชนแฟลตย่านนั้น และกลุ่มที่มาสมทบจากเส้นห้วยขวาง ลาดพร้าว ใช้ยานพาหนะเป็นจักรยานยนต์ในการเคลื่อนที่ออกไปทำลายทรัพย์สิน ป้อมจลาจล แล้วมุดเข้าตรอกซอกซอย พบข้อมูลว่าส่วนใหญ่เป็นทั้งเยาวชนที่มีคดี บางคนไร้หลักแหล่ง เกี่ยวพันกับยาเสพติด ต้องการผสมโรงเพื่อความสะใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มการ์ดอาชีวะ &amp;ldquo;บิ๊กเนม&amp;rdquo; เครือข่ายกลุ่มราษฎร เช่น &amp;ldquo;ฟันเฟืองประชาธิปไตย &amp;ldquo;และ &amp;ldquo;ฟันเฟืองธนบุรี&amp;rdquo; มีการสลายตัว แยกกันไปเคลื่อนไหวอิสระอยู่ด่านหน้าที่แนวปะทะในชุดแรก ส่วน &amp;ldquo;ม่อน อาชีวะ&amp;rdquo; ที่แยกตัวออกมาจาก &amp;ldquo;ฟันเฟือง&amp;rdquo; เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องทะลุเพดาน ล่าสุดจะออกมาเคลื่อนไหวกับ &amp;ldquo;ไทยไม่ทน&amp;rdquo; และกลุ่มที่ &amp;ldquo;ไล่ประยุทธ์&amp;rdquo; ทุกกลุ่มอย่างเป็นอิสระ ต่างจบภารกิจ และถอนตัวหลังเผชิญหน้ากับ คฝ.จน &amp;ldquo;หมดของ&amp;rdquo; แล้ว ไม่ได้จรยุทธ์ปฏิบัติการป่วนเมืองต่อเหมือนกลุ่ม &amp;ldquo;ไร้หลักแหล่ง&amp;rdquo; ที่ปิดจ๊อบเป็นชุดสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนใช้พยานหลักฐาน ภาพถ่าย ภาพจากกล้องวงจรปิด ในการยื่นศาลขออนุมัติหมายจับ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ผู้ชุมนุมใช้โอกาสของการใส่แมสก์ป้องกันการแพร่เชื้อเป็นเกราะกำบัง และปฏิเสธข้อกล่าวหา หากพนักงานสอบสวนไม่มีหลักฐานและพยานแวดล้อมอื่นยืนยันจนมัดตัวแน่น ศาลก็ไม่อาจอนุมัติการประกันตัวได้ จึงเป็นช่องโหว่อีกประการที่ทำให้ &amp;ldquo;กลุ่มฮาร์ดคอร์&amp;rdquo; ได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า หากปล่อยให้สถานการณ์ล่วงเลยต่อไป เสี่ยงที่จะมีการนำอาวุธจริงเข้ามาผสมโรง กระตุ้นให้ตำรวจต้องปฏิบัติการด้วยกระสุนจริงตอบโต้ &amp;ldquo;เข้าล็อก&amp;rdquo; กับการปราบปรามการจลาจล มีการใช้กำลังทหาร เลยไปถึงการโหมกระแส &amp;ldquo;ปฏิวัติรัฐประหาร&amp;rdquo; ประกอบฉาก เพื่อให้กลุ่มการเมืองสามารถนำไปเคลมกับนานาชาติได้ ในการเดินเกม &amp;ldquo;โลกล้อมไทย&amp;rdquo; จากร่องรอยการเปิดหัว &amp;ldquo;183 แบล็กลิสต์&amp;rdquo; หน่วยความมั่นคงไทย ที่ &amp;quot;ตั้ง อาชีวะ&amp;quot; ผู้ต้องหาคดี 112 หนีคดี เป็นผู้นำ โดยระบุว่าจะยื่นให้ยูเอ็นและวุฒิสมาชิกสหรัฐ แทมมี ดักเวิร์ธ นำร่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นก็เป็นแค่การประเมินตามภาพจำเก่าๆ ของนักเคลื่อนไหวที่ยังวนเวียนในทฤษฎีอนาธิปไตย ที่เชื่อว่าจะจบด้วยการเปลี่ยนแปลงในที่สุด!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สถานการณ์ในขณะนี้ต่างจากเหตุการณ์เมื่อปี 53 และปัจจัยทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน โดยเฉพาะบทเรียนจากการสูญเสีย การถูกดำเนินคดี แกนนำพาเหรดเข้าคุกกันไม่จบสิ้น จึงเชื่อว่าเหตการณ์จะไม่ซ้ำรอยเดิม เพราะโครงสร้างการเมืองในระบบขณะนี้ได้ถูกล้วงลึกมากขึ้นกว่าเดิมจากที่ไม่เคยแตะมาก่อน
ขณะที่ปฏิกิริยาของกองทัพที่หลายฝ่ายอยากให้ &amp;ldquo;ขยับ&amp;rdquo; เพื่อให้เข้าองค์ประกอบการโค่นล้มทั้งโครงสร้างได้ง่าย แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะ &amp;ldquo;ผู้นำเหล่าทัพ&amp;rdquo; ไม่ได้เป็นเครือข่ายเดียวกับม็อบ อำมาตย์ และการเมือง เหมือนช่วงหลังปฏิวัติรัฐประหาร 2549 และ 2557 จึงเห็นแต่ทหาร &amp;ldquo;สงบนิ่ง&amp;rdquo; อยู่ในกรมกอง ไม่ข้ามเส้นแอคชันทางการเมือง ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถ้าสถานการณ์ถึงทางตัน หรือยกระดับความรุนแรงไปจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต ก็ยังมีวิถีทางยุติปัญหาได้ จากการกดดันทางการเมืองเพื่อ &amp;ldquo;ถอดสลัก&amp;rdquo; ระเบิดให้หยุดทำงาน ตัดตอนไม่ให้ไปทะลุเพดานไกลกว่ารัฐบาล ยุติศึกกับกลุ่มการเมืองเบื้องหลัง &amp;quot;เด็ก&amp;quot; ไว้ชั่วคราว ในช่วงที่ประเทศกำลังเจอศึกหนักทั้งเรื่องโควิด-19 และ เศรษฐกิจที่ตกต่ำ&amp;nbsp;
ปรากฏการณ์ &amp;ldquo;การเมืองบนท้องถนน&amp;rdquo; ในขณะนี้จึงเป็นเครื่องมือเดินเกมการเมืองในสภาฯ เพื่อบีบเข้าสู่การคายอำนาจของคนที่ถืออำนาจในปัจจุบัน จะด้วยการตัดสินใจของตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอง การแสดงออกในการร่วมรัฐบาลของพรรคร่วม รวมไปถึงปฏิกิริยาของพรรคฝ่ายค้านเองที่ต่างเฝ้าชิงจังหวะความได้เปรียบในการเมืองในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า จะไปจับขั้วการเมืองใหม่กันอย่างไร โดยมีการกำหนดกติกาการเลือกตั้งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งผลต่อการได้เปรียบเสียเปรียบของ &amp;ldquo;เพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;rdquo; เป็นตัวแปร&amp;nbsp;
จากร่องรอยความแตกร้าวหลัง &amp;ldquo;โทนี่รีเทิร์น&amp;rdquo; ปลุกกระแสลูกพรรคอย่าเพิ่งย้ายบ้าน เลยไปถึงการอวย &amp;ldquo;ลายจุด&amp;rdquo; จัด &amp;ldquo;คาร์ม็อบ&amp;rdquo; และการขยับของ &amp;ldquo;เต้น&amp;rdquo; ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ลดระดับเพดานลงมาแบบกั๊กๆ สวนทางกับภาพในอดีต &amp;ldquo;สู้ไปกราบไป&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;ม็อบเด็ก&amp;rdquo; ไปขุดมาเหน็บแบบเจ็บๆ ส่งผลให้เห็นทางแยกระหว่าง &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ที่ชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่ลงรอยระหว่าง &amp;ldquo;พรรคร่วมฝ่ายค้าน-พรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; จึงมีแนวโน้มจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่องทางปกติได้ &amp;nbsp;ไม่ถึงขั้นต้องต้องใช้กำลัง &amp;ldquo;เอกซ์เซอร์ไซส์&amp;rdquo; ให้เข้าล็อกคนที่อยากทะลุเพดาน!!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ถอดสลักด้วยการเมือง ป่วนไม่ถึงเส้น“จลาจล”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_611674cfef5d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
