<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยอคติต่อยิวไม่เลิก สหรัฐถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นแล้วเมื่อวันอังคาร หลังจากร่ำๆ มานาน อ้างเหตุผลชาติสมาชิกหน้าไหว้หลังหลอกและอคติต่อต้านอิสราเอลไม่หยุดหย่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น แถลงโดยมีไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศอยู่ด้านข้าง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำแถลงของนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก ที่เดินทางมาแถลงข่าวด้วยตนเองที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2561 เคียงข้างกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ โดยทั้งคู่ยังคงยืนกรานว่า แม้สหรัฐจะถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศซึ่งเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 12 ปีแห่งนี้ แต่สหรัฐจะยังคงเป็นผู้นำในการปกป้องสิทธิมนุษยชนอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การตัดสินใจของสหรัฐในครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นปรปักษ์ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อองค์การระหว่างประเทศและการทูตแบบพหุภาคีโดยทั่วไป และยังเกิดภายหลังเซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นชาวจอร์แดน กล่าววิจารณ์นโยบายปราบปรามผู้อพยพเข้าเมืองของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ กรณีควบคุมตัวครอบครัวผู้อพยพที่ถูกจับกุมตามแนวชายแดนด้วยการแยกพ่อแม่กับลูกๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เฮลีย์และปอมเปโอปฏิเสธความเกี่ยวข้องนี้ โดยย้ำว่าเป็นการตัดสินใจที่เกิดภายหลังสหรัฐพยายามมาตลอดทั้งปีเพื่อกดดันให้องค์กรแห่งนี้มีความละอายใจจนยอมปฏิรูป และถอดชาติสมาชิกบางชาติที่ก่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปฏิรูปเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทำให้คณะมนตรีแห่งนี้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง&amp;quot; เฮลีย์กล่าว และว่า คณะมนตรีแห่งนี้ปกป้องพวกที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมายาวนานแล้ว และยังเป็นแหล่งรวมปฏิกูลของอคติทางการเมือง น่าเสียใจที่เสียงเรียกร้องของสหรัฐเพื่อให้องค์กรนี้ปฏิรูปไม่ได้รับความใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรจากนครเจนีวาแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2549 เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก แต่หลายครั้งที่คำประกาศและรายงานของคณะมนตรีฯ ขัดต่อสิ่งที่สหรัฐให้ความสำคัญมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่คณะมนตรีฯ จับจ้องพฤติกรรมของอิสราเอลที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง
และในเขตกาซา ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮลีย์ชี้ด้วยว่า สหรัฐเชื่อว่าคณะมนตรีฯ ไม่ได้วิจารณ์ชาติที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้งมากนัก เช่น เวเนซุเอลาและคิวบา ซึ่งเป็นชาติอริของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านปอมเปโอกล่าวโทษชาติสมาชิกหลายชาติว่าสุมหัวกันเพื่อบ่อนทำลายวิธีการคัดเลือกชาติสมาชิกที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และองค์กรนี้ยังอคติต่อต้านอิสราเอลอย่างไม่มีเหตุมีผล นับตั้งแต่ก่อตั้งมา คณะมนตรีฯ แห่งนี้รับรองข้อมติประณามอิสราเอลมากกว่าข้อมติอื่นๆ ที่เหลือรวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของสหรัฐ โดยระบุว่าคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนเป็น &amp;quot;องค์กรอคติ เป็นปรปักษ์ต่อต้านอิสราเอล ที่ทรยศต่อภารกิจปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยุเอ็น แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของสหรัฐ โดยกล่าวว่าองค์กรนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, ถอนตัน, นิกกี เฮลีย์, สหรัฐ, อคติต้านยิว, อิสราเอล, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29e129ec539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
