<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้อง3เกรียนคีย์บอร์ดหมิ่น&#039;แมท ภีรนีย์&#039; ถอนฟ้อง2ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - ที่ศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำอ. 2550-2557/2563 ที่ น.ส.ภีรนีย์ คงไทย หรือ แมท นักแสดงสาวชื่อดัง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ที่โพสต์ถ้อยคำลงในอินสตาแกรม&amp;nbsp; ทำนองว่าโจทก์ชอบแย่งสามีชาวบ้าน&amp;nbsp; ประกอบด้วย น.ส.ปิยวรรณ ราชพลแสน ,น.ส.จิดาภา เมธาเชาว์เลิศ , น.ส.ศศิธร อยู่คง , น.ส.อารยา การเร็ว เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นัดไต่สวนมูลฟ้องวันนี้&amp;nbsp; น.ส. ภีรนีย์ หรือแมท โจทก์และทนายความโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา มีเพียง น.ส.ปิยวรรณ ที่เดินทางมาศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานัด น.ส. ภีรนีย์ หรือแมท โจทก์ได้แถลงว่า น.ส.ปิยวรรณ จำเลยตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2564 ทนายโจทก์จึงขอเลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องออกไป เพื่อรอฟังผลการชำระค่าเสียหายให้แก่จำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น น.ส. ภีรนีย์ หรือแมท ได้เบิกความเป็นพยานด้วยตนเอง เกี่ยวกับจำเลยคนอื่นๆ และส่งเอกสารประกอบจนเสร็จแล้วจึง แถลงต่อศาลว่าประสงค์จะไต่ส่วนพยานโจทก์เพียงเท่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีในส่วนของน.ส.ปิยวรรณ นั้น มีทางตกลงกันได้ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคู่ความทั้งสองฝ่าย กรณีมีเหตุสมควร จึงอนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องไปวันที่ 29 พ.ย.2564 เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยอื่นนั้น โจทก์เบิกความเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า เป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้แอปพลิเคชัน อินสตาแกรมชื่อ gig_jp_mechi&amp;nbsp; กับ บัญชีใช่ชื่อ mattperanee&amp;nbsp; ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ปรากฏว่า จำเลยดังกล่าวได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้รูปภาพในแอปลิเคชันอินสตาแกรมของโจทก์ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถพบเห็นและอ่านข้อความดังกล่าวได้ได้ ด้วยข้อความดูหมิ่นโจทก์ด้วยการโฆษณา และเป็นการกระทำให้ได้รับความอับอาย ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง&amp;nbsp; คดีของโจทก์มีมูลตามป.อาญา มาตรา 393,397 ให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา เรียกจำเลยมาสอบคำให้การ และตรวจพยานหลักฐานวันที่ 13 ก.ย.2564 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.30 น. นางพัชนีย์ คงไทย มารดาของแมท พร้อมนางศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ &amp;ldquo;ทนายนิด้า&amp;rdquo; ทนายความแมท&amp;nbsp; และน.ส.ปิยวรรณ ราชพลแสน หนึ่งในจำเลย มาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นางศรันยา หรือ ทนายนิด้า กล่าวว่า&amp;nbsp; คดีนี้แมทได้ฟ้องผู้ที่โพสต์หมิ่นประมาท เพื่อปกป้องแม่เพราะสำหรับแมทเองแล้วทนกับเรื่องนี้ได้ แต่เมื่อแม่ของแมท เริ่มมีอาการเศร้าเสียใจ จึงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างโดยออกมาเคลียร์ว่าเรื่องต่างๆไม่ใช่เรื่องจริง&amp;nbsp; แมทต้องการให้คนที่โพสต์ข้อความต่อตัวเองได้มาขอโทษคุณแม่ ขณะนี้ยังไม่ได้ฟ้องใครเพิ่มอีก เพราะแมทเองก็เหนื่อยที่จะต้องเดินทางมาขึ้นศาล และเสียใจที่จะต้องดำเนินคดี แต่ส่วนหนึ่งรู้สึกว่าตัดสินใจถูกที่ได้ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง&amp;nbsp;
สำหรับความผิดที่ฟ้อง มีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท แต่สำหรับเคสของน้องปิยวรรณ แมท ได้ตัดสินใจที่จะถอนฟ้องคดี เพราะตัวน้องปิยวรรณ เองรู้สึกผิด และ ยอมรับว่าขณะที่ทำลงไปไม่มีสติ และยินดีที่จะขอโทษต่อแม่ แต่ยังคงต้องมีการเรียกชดใช้ค่าเสียหายและต้องให้จำเลยโพสต์ข้อความขอโทษผ่านโซเชียลมีเดียอีกเป็นเวลา 30 วัน เพราะต้องการสร้างบรรทัดฐานในสังคมและ หากจำเลยคนอื่นๆ มีการสำนึกผิดและพร้อมที่จะขอโทษก็อาจจะมีการไม่ส่งฟ้องเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางพัชนีย์&amp;nbsp; มารดาแมท กล่าวว่า น้องปิยวรรณ ได้พูดคุยตกลงกับแมท เรียบร้อยแล้วและรู้สึกสำนึกผิดจริง สำหรับทุกคนที่ด่าลูกของแม่พวกเขาไม่รู้เรื่องที่จริง แต่สำหรับแม่ให้อภัยตั้งแต่ครั้งแรกไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ น.ส.ปิยวรรณ ได้มีการยกมือขอโทษและสวมกอดแม่ของแมท เพื่อแสดงความขอโทษ โดยหลังจากนั้นทนายความได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ได้ถอนฟ้องเพิ่มอีกคนคือ นางสาวณิชนันท์ เขมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนฟ้อง, ศาลอาญา, เกรียนคีย์บอร์ด, แมท-ภีรนีย์ คงไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6f59475076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กปลอม!&#039;ไก่-เอ๋&#039;แจงยิบปมถอนฟ้องพาดพิงคดีบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค. 63 - นายวัฒนา เมืองสุข &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในชั้นการไต่สวน น.ส.ปารีณา ได้ให้การต่อศาลยืนยันว่า เฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวเป็นเฟซบุ๊กปลอม และได้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีเจตนาที่จะต้องการทำให้ตนได้รับความเสียหาย ดังนั้นเมื่อ น.ส.ปารีณา ยืนยัน ตนก็เชื่อว่า น.ส.ปารีณา มีเกียรติพอที่จะพูดความจริง จึงขอถอนคำร้องดังกล่าวโดยไม่ติดใจเอาความอีกต่อไป ซึ่งศาลได้จดรายงานและยุติเรื่องนี้แล้ว คดีนี้แม้เอาผิดต่อไปก็มีโทษแค่เพียงปรับเท่านั้น ส่วนตัวไม่อยากให้เป็นคดีไปรกศาล เพราะเห็นว่าศาลมีภารกิจและมีคดีสำคัญที่จะต้องพิจารณา ไม่อยากให้เป็นปัญหา จึงไม่เอาความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า คดีนี้หากเอาผิดต่อไปก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับศาล ซึ่งตนมีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของปลอม ที่ผ่านมามีเฟซบุ๊กปลอมในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าสื่อมวลชนไปให้ความสำคัญ เนื่องจากเห็นว่ามีผู้ติดตามมากถึง 40,000 คน ทำให้ตนได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มาของคดีนี้มีการกล่าวหา น.ส.ปารีณา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อเดือน ส.ค. 2562 พาดพิงนายวัฒนา และการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร โดย น.ส.ปารีณา ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา ทำให้ศาลนัดไต่สวนพยานแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562 &amp;nbsp;และห้าม น.ส.ปารีณา โพสต์ข้อความอีก และเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562 น.ส.ปารีณาขอศาลเลื่อนนัดไต่สวนมาเป็นวันนี้ (13 ม.ค. 2563) เนื่องจากเพิ่งแต่งตั้งทนายความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทรนั้น ก่อนหน้านี้ระหว่างการไต่สวนพยานโจทก์ ศาลได้ออกข้อกำหนด เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2562 ว่า หลังจากที่มีการรายงานเกี่ยวกับคดีจนอาจกระทบการพิจารณาได้ องค์คณะฯ จึงได้ออกข้อกำหนดระหว่างการพิจารณา ห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการ 1. ให้ข่าว, รายงาน หรือย่อเรื่องกระบวนพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ถูกต้อง 2. ทำการวิภาค (ภาษาตามกฎหมาย) โดยไม่เป็นธรรมในการดำเนินคดีของคู่ความ หรือคำพยานหลักฐาน รวมทั้งการแถลงข้อความที่เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงของคู่ความ, พยาน 3. ชักจูงให้เกิดมีคำพยานเท็จ โดยการกระทำนั้นประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาล, คู่ความ, พยานหลักฐาน ที่จะมีผลทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป โดยการออกข้อกำหนดดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.แพ่ง) มาตรา 30, 32, 33&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนฟ้อง, ปารีณา ไกรคุปต์, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db682c7b19a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันนอร์ต่อรองถอนฟ้องกลับ แลกบิ๊กแดงไม่เอาผิดม.116</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปากกล้าขาสั่นของจริง 7 พรรคฝ่ายค้านชง &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ให้ถอนฟ้อง 12 แกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการกรณีแก้มาตรา 1 บอกเฉยเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไกล่เกลี่ยได้! วันนอร์ระบุหาก พล.อ.อภิรัชต์ทำจริง พรรคร่วมก็จะถอนด้วย &amp;ldquo;พงศกร&amp;rdquo; แจง 12 ประเด็นถกใน กมธ. กลับไม่มีเรื่องเกี๊ยะเซียะ มีแต่ป้องพ่อฟ้าเรื่องโจชัว หว่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว 7 พรรคฝ่ายค้านเสนอให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประสานงานกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูนประสิทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ถอนการแจ้งความเอาผิดมาตรา 116 กับ 12 แกนนำฝ่ายค้าน และนักวิชาการ กรณีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านเปิดเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่จังหวัดปัตตานี ว่าในที่ประชุมได้หารือเรื่องดังกล่าวจริง โดยเป็นผู้เสนอให้ พล.อ.อภิรัชต์พิจารณา เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ คนพูดเป็นนักวิชาการ อาจพูดไปด้วยความไม่ตั้งใจ แต่ทุกคนบนเวทีถูกแจ้งจับด้วยทั้งหมด ทำให้มีการแจ้งความกลับ กอ.รมน.ภาค 4 ฐานใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขต และแจ้งความเท็จทำให้เกิดความเสียหายจากพรรคฝ่ายค้านอีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อันนี้จริงเรื่องมันนิดเดียวเอง มันน่าจะไกล่เกลี่ยพูดคุยกันได้ ก็เรียนท่าน ผบ.ทบ.ไปว่าคุยกันได้ไหม เพราะฝ่ายค้านก็ฟ้องกลับกันบานปลาย ทั้งๆ ที่เรื่องไม่มีอะไรเลย ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ก็รับปากแล้วไว้โอกาสคุยกันนอกรอบ ถือเป็นท่าทีที่ดี จะได้จบๆ กันไป เพราะพรรคฝ่ายค้านจะมาตอบโต้กับกองทัพรายวันก็ดูไม่งาม สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า มาติดกับอยู่ตรงนี้มันไปไหนไม่ได้เลย เราน่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้ เพราะเชื่อว่าทุกคนบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนายุยงปลุกปั่นให้ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 1 อยู่แล้ว จึงเสนอให้ท่านส่งตัวแทนจากกองทัพมาร่วมเป็นที่ปรึกษา กมธ. จะได้เป็นตัวประสานหารือกันเพื่อทำงานร่วมกันในอนาคต ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็ตกลง และเมื่อมีตัวแทนแล้วก็คุยนอกรอบ เชื่อว่าจากนี้ก็คงประสานงานกันเรื่อยๆ&amp;rdquo; นายพิเชษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นสิทธิของกองทัพบกที่เป็นผู้กล่าวหาและถอนฟ้อง หากไปถอนฟ้องจริง 7 พรรคฝ่ายค้านคงต้องไปถอนฟ้อง ผบ.ทบ.เช่นกันในข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะไม่รู้จะฟ้องต่อทำไมในเมื่อกองทัพถอนฟ้อง จึงไม่มีเรื่องแจ้งความเท็จ ซึ่ง 7 พรรคฝ่ายค้านคงต้องหารือในเรื่องนี้
&amp;ldquo;หากกองทัพบกหรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนถอนฟ้องจริง ก็ถือเป็นเรื่องดีทางการเมือง ที่คุยกันรู้เรื่องระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายความมั่นคง การเปิดเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ จ.ปัตตานีหรือภูมิภาคอื่น 7 พรรคฝ่ายค้านไม่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมือง โดยการรณรงค์แก้หรือให้ความรู้ประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญนั้น เพราะเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง วาระแรก คงเป็นเรื่องกำหนดวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเปิดเวทีของฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องที่ไม่เหมาะสม&amp;rdquo; นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว
ร่าย 12 หัวข้อถกบิ๊กแดง
ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กในกรณี กมธ.ได้เชิญ พล.อ.อภิรัชต์มาแลกเปลี่ยนความเห็นเมื่อวันจันทร์ ว่ามีประเด็นที่พอจะเปิดเผยได้ดังนี้ 1.เรื่องการเมืองและผู้แทนราษฎรกับทหารต่างมีหน้าที่ เป็นไปตามกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีสงครามลูกผสมหรือสงครามพันธุ์ทาง (hybrid warfare) เป็นหลักทางทหารมานานแล้ว เช่น พรรคคอมมิวนิสต์จีนและ ISIS ประเด็นจึงควรยกตัวอย่างจากต่างประเทศเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดว่ามีกำลังทหารใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อแยกดินแดน จะเข้าเงื่อนไขการขัดกันด้วยอาวุธที่มิใช่ระหว่างประเทศ
3.กรณีการกำหนดใจตนเองที่เหมือนกระทบกับมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญนั้น หลักเกณฑ์นี้ สหประชาชาติโดยคณะกรรมาธิการปลดปล่อยอาณานิคม ไม่มีรายชื่อ 3 จังหวัดชายแดนใต้ในความรับผิดชอบ เพราะไม่ใช่การเป็นอาณานิคมของจักรวรรดินิยมตะวันตกในยุคก่อน ดังนั้น 3 จังหวัดใต้ไม่มีทางแบ่งแยกดินแดนโดยเงื่อนไขนี้ได้ การให้กำหนดใจตนเองด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่นจะดีกว่า เพราะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 1 4.ในขณะที่การพูดคุยสันติสุข มีภาครัฐและผู้เห็นต่าง ซึ่งเป็นคนนอก ไม่มีคนในพื้นที่มีส่วนได้เสียเลย ดังนั้นจึงควรนำแนวทางเหมือน ส.ว.ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่มีอำนาจเท่าเทียมกันระหว่างกลุ่มความเชื่อที่ต่างกัน และจะพัฒนาไปเป็นการปกครองท้องถิ่นที่ดีได้ต่อไป
5.ใน 3 จังหวัดควรมองภาพการทำงานกันใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างความปลอดภัย เช่น การจดจำใบหน้า การจดจำยานพาหนะ โดรน ระบบกล้องวงจรปิดแบบ real time และเพื่อไม่ให้เข้าเงื่อนไขการขัดกันด้วยอาวุธฯ ทหารก็ควรถอยออกมาเป็นกองหนุน เรื่องด่าน เรื่องกฎอัยการศึก เรื่องซิม ที่รบกวนประชาชนให้ใช้ระบบที่ทันสมัยกว่าเป็น smart city ใครทำผิดจับได้ถูกตัว ไม่เกิดแนวร่วมมุมกลับ ไม่มีความคับแค้นจะดีกว่าหรือไม่ 6.ยาเสพติดตามชายแดน กองทัพจับได้มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด กมธ.ขอให้เพิ่มการใช้เครื่องสแกนรถยนต์ เพื่อไม่ให้ต้องใช้กำลังเข้าตรวจค้น และหายาเสพติดได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม
7.อาชญากรรมไซเบอร์ กระทรวงกลาโหมสหรัฐเป็นผู้ดำเนินการ กรณีไทยความไว้วางใจของประชาชนยังไม่มี แต่ขอให้พิจารณาไว้ 8.ความมั่นคงไม่ได้หมายถึงความมั่นคงของรัฐบาล แต่เป็นความมั่นคงของรัฐ ข้าราชการมักเข้าใจผิด และถูกนำไปใช้งานด้านการเมืองมากกว่าความมั่นคงที่แท้จริง กมธ.ฝากเป็นข้อสังเกต 9.เรื่องต่างประเทศ เช่น กรณีฮ่องกง ข้าราชการผู้ใหญ่ควรไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง และกรณีนี้มีมหาอำนาจเกี่ยวข้องด้วย ส่วนประเด็นโจชัว หว่อง คงทราบข้อมูลไปแล้วว่าไม่ได้เข้าประเทศมาบ่อยอย่างที่คิด และกรณีนายธนาธร เป็นความบังเอิญในที่เสวนาเท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น
&amp;ldquo;เจี๊ยบ&amp;rdquo;ชมบิ๊กแดงหล่อ
10.การควบคุมโซเชียลแบบบางประเทศ หรือ single gateway เทียบกับการใช้ big data ที่ไม่รบกวนชีวิต และเสรีภาพของประชาชน แต่ตรวจสอบได้จริงนั้น อย่างหลังจะดีกว่า ควรนำมาใช้จะทำให้ประชาชนคิดสร้างสรรค์ต่อไปได้ 11.การปฏิบัติการข่าวสาร (I/O : information operations) กองทัพบกได้ทำหรือไม่? คำตอบคือไม่ได้ทำ มีแต่การเฝ้าติดตามทั่วๆ ไปเท่านั้น และคงไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งได้ให้ข้อสังเกตว่า I/O พัฒนามาจากคำว่าปฏิบัติการจิตวิทยาที่มีการพูดเท็จได้ จึงไม่ควรใช้กับประชาชนไทย เพราะผิดหลักการ ทหารต้องพูดแต่ความจริงเท่านั้น ประชาชนจะมีความเชื่อใจ และ 12.กรณีการยึดอำนาจมีความเห็นอย่างไร? คำตอบคือ ตนเองจะไม่แทรกแซงทางการเมือง
ขณะที่ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ระบุว่าการเมืองยุคนี้มีการเล่นการเมืองแบบกินรวบ แต่ไม่แน่ใจว่าประชาชนจะเห็นตรงกับ ผบ.ทบ.หรือไม่ ว่านักการเมืองฝ่ายใดกันแน่ที่กำลังนั่งกินรวบประเทศไทย ผบ.ทบ.ไม่ได้ระบุว่าท่านพูดถึงใคร นักการเมืองที่กินรวบประเทศคือนักการเมืองที่ตรวจสอบไม่ได้ แทรกแซงองค์กรอิสระได้หมด นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองที่ชอบกินงู คอยซื้องูเห่าให้ยกมือในสภาอีกด้วย ซึ่งเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดช่องให้นักการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์เข้าไปมีที่นั่งในสภาได้ง่ายๆ คิดจะเอาเก้าอี้ ส.ส.ไปแลกรับผลประโยชน์ต่างๆ โดยไม่ได้ตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน หากไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขกติกาเลือกตั้งที่บิดเบี้ยวและกติกาอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ ก็จะทำให้สถาบันการเมืองอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนประชาชนอาจเสื่อมศรัทธากับระบอบประชาธิปไตย
&amp;ldquo;ถ้าหาก พล.อ.อภิรัชต์เป็นห่วงประเทศชาติ ควรเลิกขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และฟังเสียงประชาชนที่เรียกร้องให้กองทัพถอยจากการเมือง อย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายใดมาใช้กองทัพเป็นเครื่องมือเล่นการเมือง ถ้า พล.อ.อภิรัชต์ทำเช่นนี้ได้ ก็จะได้รับความชื่นชมจากประชาชน เพราะท่านมีรูปเป็นทรัพย์อยู่แล้ว หากท่านฟังเสียงประชาชน ท่านจะนั่งในหัวใจชาวบ้านได้ไม่ยาก ท่านยังอายุน้อย มีอนาคตอีกยาวไกล อย่าทำเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่มีวุฒิภาวะและไม่ฟังเสียงประชาชน ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพเสียหาย&amp;rdquo; ร.ท.หญิงสุณิสาระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48740</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนฟ้อง, ป้องพ่อฟ้าเรื่องโจชัว หว่อง, พล.ท.พรศักดิ์ พูนประสิทธิ์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ม.116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แม่ทัพภาคที่ 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db06551af671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉขอ‘บิ๊กแดง’ถอนฟ้อง7พรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แค่พูดเล่นๆ! &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สยบข่าวเชียร์ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; นั่งนายกฯ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; บอกไม่ต้องกังวลทุกอย่างเดินไปตามปกติ &amp;nbsp; กมธ.มั่นคงฯ แฉฝ่ายค้านล็อบบี้ ผบ.ทบ.ขอแม่ทัพภาค 4 ถอนฟ้อง 7 แกนนำพรรคการเมืองฝ่ายค้านขึ้นเวทีแก้ รธน.ที่ปัตตานี ผิด ม.116 ด้าน &amp;ldquo;อภิรัชต์&amp;rdquo; รับปากเคลียร์ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เคยระบุว่าถ้า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นนายกรัฐมนตรีได้ก็ดี &amp;nbsp;ได้พูดคุยเรื่องนี้กับ ผบ.ทบ.แล้วหรือยัง ว่า &amp;quot;ไม่ได้คุย โอ๊ยก็พูดเล่นๆเอง แหม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.อภิรัชต์ จะเป็นนายกฯ คนต่อไปว่า คงไม่มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลในขณะนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีคนไปถาม พล.อ.ประวิตร ซึ่ง พล.อ.ประวิตรก็ตอบ เพราะ พล.อ.อภิรัชต์เป็นคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติที่ดี ท่านตอบไปแค่นั้นเอง อย่าหยิบไปเป็นประเด็น และ พล.อ.อภิรัชต์ ได้พูดแล้วว่าจะไม่ทำงานการเมือง เพราะเป็นทหารอาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ดูเหมือนกระแสสังคมให้ความสนใจจนมีกระแสข่าวจะมีการรัฐประหารอีกครั้ง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คงไม่หรอก ทุกอย่างมันเดินหน้าไปตามปกติ คิดว่ารัฐบาลเดินหน้าเต็มที่ ไม่ต้องกังวลใจในเรื่องอื่นมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธาน ได้เชิญพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ แต่ปรากฏว่าได้ส่ง พล.อ.วินัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เข้าร่วมประชุมแทน โดยแหล่งข่าว กมธ.รายหนึ่ง เปิดเผยว่า กมธ.หลายคนในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจที่ พล.อ.อภิรัชต์ไม่มาด้วยตัวเอง เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติสภา จนมีบางคนเสนอให้ใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 แต่ก็ได้มี กมธ.อีกฝ่ายหนึ่งปราบไว้ และขอให้ในที่ประชุมอย่าเล่นการเมืองมากจนเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 10.50 น. พล.อ.อภิรัชต์เดินทางมาร่วมประชุมกมธ.ด้วยตัวเอง ทำให้บรรยากาศการประชุมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะท่าทีของ กมธ.สัดส่วนฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ประเด็นหนึ่งที่ได้มีการสอบถามเป็นการเฉพาะคือ การทำหน้าที่ของ ส.ส. โดย พล.อ.อภิรัชต์ อธิบายในเชิงหลักการว่า ปัจจุบันแม้ตนเองจะเป็นผู้บัญชาทหารบก แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังดำรงตำแหน่งเป็น ส.ว.ด้วย ดังนั้นในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภา ย่อมให้เกียรติและเคารพการทำหน้าที่ของ ส.ส.ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญ พล.อ.อภิรัชต์ยังยืนยันต่อคณะกรรมาธิการด้วยว่าไม่เคยมีอคติกับนักการเมืองคนไหนทั้งสิ้น แต่กลับคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายคนด้วยซ้ำ เพราะในอดีตก็มีนักการเมืองมาพบกับบิดาของท่านเอง (พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์) อยู่หลายครั้ง จึงคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายคนพอสมควร&amp;quot; แหล่งข่าวจากที่ประชุมกล่าวถึงการชี้แจงของ ผบ.ทบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการนำเสนอเรื่องสงครามไฮบริดระหว่างการบรรยายในหัวข้อ &amp;quot;แผ่นดินของเราในมุมความมั่นคง&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงใครเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลในฐานะฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้หารือประเด็น พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 แจ้งความเอาผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 กับ 7 แกนนำพรรคการเมืองฝ่ายค้าน กรณีจัดเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีนักวิชาการรายหนึ่งเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ว่าด้วยประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว ไม่สามารถแยกได้ โดย กมธ.ฝั่งฝ่ายค้านได้ขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ช่วยประสานแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ถอนฟ้อง ซึ่งทาง พล.อ.อภิรัชต์ได้รับปากจะไปช่วยประสาน เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ต้องประนีประนอม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ยืนยันว่าเคารพการทำงานการเมืองของฝ่ายการเมืองและฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้ กมธ.หลายคนเสนอให้ ผบ.ทบ.ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมกันทำงานกับ กมธ. เพื่อที่ในอนาคต กมธ.จะได้สามารถมีช่องทางสำหรับการประสานกับ ผบ.ทบ.ได้โดยตรง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.อภิรัชต์ได้ไปชี้แจงต่อกรรมาธิการความมั่นคงฯ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ผบ.ทบ.ได้ส่งข้อความให้สื่อมวลชนเป็นวาทะสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;การเมืองยุคนี้ หากเปรียบเทียบกับสลากฯ&amp;rdquo; การเมืองยุคใหม่เหมือนสลากกินรวบ แต่การเมืองแบบเก่าเหมือนสลากกินแบ่ง ซึ่งอาจจะมีมิตรแท้น้อย แต่ไม่มีศัตรูถาวร&amp;rdquo; พูดแบบนี้นักการเมืองเข้าใจได้ดี จะได้เลือกได้ว่าชอบแบบไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48658</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนฟ้อง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ม.116, ล็อบบี้ถอนฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daf085468566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอละพ่อ!ฝ่ายแค้นขึงขังเรียก&#039;บิ๊กแดง&#039;แจงในกมธ.ที่แท้ล็อบบี้ให้ถอนฟ้องก๊วนร่วมเวทีแก้มาตรา1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฏร ที่มีพล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธาน ได้เชิญพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ แต่ปรากฏว่าได้ส่ง พล.อ.วินัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วยผบ.ทบ. เข้าร่วมประชุมแทน โดยแหล่งข่าวกมธ.รายหนึ่ง เปิดเผยว่า กมธ.หลายคนในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจที่พล.อ.อภิรัชต์ไม่มาด้วยตัวเอง เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฏร จนมีบางคนเสนอให้ใช้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 แต่ก็ได้มีกมธ.อีกฝ่ายหนึ่งปราบไว้และขอให้ในที่ประชุมอย่าเล่นการเมืองมากจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 10.50 น. พล.อ.อภิรัชต์ เดินทางมาร่วมประชุมกมธ.ด้วยตัวเอง ทำให้บรรยากาศการประชุมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะท่าทีของกมธ.สัดส่วนฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ประเด็นหนึ่งที่ได้มีการสอบถามเป็นการเฉพาะ คือ การทำหน้าที่ของส.ส. โดยพล.อ.อภิรัชต์ อธิบายในเชิงหลักการว่า ปัจจุบันแม้ตนเองจะเป็นผู้บัญชาทหารบก แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังดำรงตำแหน่งเป็นส.ว.ด้วย ดังนั้น ในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภาย่อมให้เกียรติและเคารพการทำหน้าที่ของส.ส.ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญพล.อ.อภิรัชต์ ยังยืนยันต่อคณะกรรมาธิการด้วยว่าไม่เคยมีอคติกับนักการเมืองคนไหนทั้งสิ้น แต่กลับคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายคนด้วยซ้ำ เพราะในอดีตก็มีนักการเมืองมาพบกับบิดาของท่านเอง(พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์)อยู่หลายครั้ง จึงคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายคนพอสมควร&amp;quot; แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวถึงการชี้แจงของผบ.ทบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการนำเสนอเรื่องสงครามไฮบริดระหว่างการบรรยายในหัวข้อ &amp;quot;แผ่นดินของเราในมุม ความมั่นคง&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงใครเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลในฐานะฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุมยังได้หารือประเด็นพล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่4 แจ้งความเอาผิดตามกฏหมายอาญา มาตรา 116 กับ 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน กรณีเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีนักวิชาการรายหนึ่งเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;1 ว่าด้วยประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว ไม่สามารถแยกได้ โดยกมธ.ฝั่งฝ่ายค้านได้ขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ ช่วยประสานแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ถอนฟ้อง ซึ่งทางพล.อ.อภิรัชต์ ได้รับปากจะไปช่วยประสาน เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ต้องประนีประนอม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อพล.อ.อภิรัชต์ ยืนยันว่าเคารพการทำงานการเมืองของฝ่ายการเมืองและฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้กมธ.หลายคนเสนอให้ผบ.ทบ.ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมกันทำงานกับกมธ. เพื่อที่ในอนาคตกมธ.จะได้สามารถมีช่องทางสำหรับการประสานกับผบ.ทบ.ได้โดยตรง ซึ่งผบ.ทบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48594</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ความมั่นคง, ชี้แจงสภาฯ, ถอนฟ้อง, บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ผบ.ทบ., แกนนำ7พรรคฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad5390a0c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทั่นรังสิมันต์&#039;เฮลั่น!อัยการถอนฟ้อง 41คนอยากเลือกตั้งเพราะคำสั่งคสช.ถูกยกเลิก ขอแถมรัฐต้องเยียวยาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.62- นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ (23 ก.ค. 62) พนักงานอัยการมีคำสั่งถอนฟ้องจำเลยคดีคนอยากเลือกตั้ง RDN50 (ชุมนุมต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้งที่ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 61) จำนวน 41 คน เนื่องจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมือง 5 คนขึ้นไป ถูกยกเลิกแล้วโดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นเรื่องน่ายินดีอยู่บ้างสำหรับจำเลยที่จะได้ปลดเปลื้องภาระในทางคดี แต่ถึงที่สุดแล้วไม่ควรมีใครต้องถูกดำเนินคดีข้อหานี้ตั้งแต่แรก เวลาและสุขภาพจิตที่เสียไปเพราะการต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ต้องถูกสังคมมองว่ามีคดีติดตัว มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้ ยังไม่นับว่ายังมีประกาศและคำสั่งของ คสช. อีกหลายฉบับที่ยังไม่ถูกยกเลิก หรือที่ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ทั้งการถูกฟ้องคดี หรือการได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคอนาคตใหม่ได้เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ต่อสภาผู้แทนฯ แล้ว เพื่อหาแนวทางยกเลิกประกาศ/คำสั่ง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะได้อภิปรายในที่ประชุมในอนาคตอันใกล้นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41731</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอยากเลือกตั้ง, ถอนฟ้อง, นายรังสิมันต์ โรม, ม.44, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36e1d76123d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายนักวิชาการบี้กกต.ถอนฟ้องปชช.7ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุสรณ์ อุณโณ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองถึง กกต. โดยระบุว่า การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. นอกจากไม่ช่วยให้ประเทศไทยพ้นสภาวะวิกฤติตามที่ควรจะเป็น กลับยิ่งซ้ำเติมให้วิกฤติรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่มีข้อพิรุธและก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกับบัตรลงคะแนน จำนวนคะแนนร้อยละ 5 สุดท้าย ที่ไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนหน่วยเลือกตั้ง หรือว่าวิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ผิดหลักการรวมทั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประชาชนที่เข้าชื่อถอดถอน กกต. เพราะเห็นว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมกลับถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ยิ่งสร้างความไม่พอใจในสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าว กำลังพาสังคมไทยไปสู่จุดตีบตันหรือว่าวิกฤติระลอกใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนส.จึงมีข้อเรียกร้องต่อ กกต. ดังนี้ &amp;nbsp;1. กกต. ต้องเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการรวบรวมผลการนับคะแนน เนื่องจากผลคะแนนรวมที่ กกต. รายงานไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หากผลคะแนนไม่ตรงกัน กกต. ก็ต้องนับใหม่ให้สิ้นข้อสงสัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับผลคะแนนรวมในที่สุด 2. กกต. ต้องเปิดเผยวิธีการและขั้นตอนการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากการแถลงข่าวของ กกต. ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ระบุวิธีการลงคะแนนที่ชัดเจนยิ่งก่อให้เกิดข้อกังขาว่าอาจมีการนำวิธีการคำนวณที่ไม่ถูกต้องมาใช้ในทางที่เอื้อประโยชน์บางฝ่าย หาก กกต. ไม่เร่งสร้างความกระจ่าง รวมทั้งไม่นำวิธีการคำนวณที่ถูกต้องที่ฝ่ายต่างๆ เสนอมาประกอบการพิจารณา การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
3. กกต. ต้องถอนฟ้องประชาชนที่แชร์การลงชื่อถอดถอน กกต. รวมถึงประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กกต. ในลักษณะอื่น เพราะการลงชื่อและการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐและเป็นการใช้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองตามกติกา ไม่ได้มีเจตนาจะหมิ่นประมาท กกต. ไม่ควรใช้กฎหมายมาปิดปาก หรือสุ่มเลือกดำเนินคดีกับบางคนภายใต้เป้าหมายบางประการ หาก กกต. ไม่ถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ก็ขอให้ดำเนินคดีกับนักวิชาการที่ลงชื่อและแชร์การถอดถอน กกต. ใน Change.org จำนวน 121 คนเพื่อความเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต. ทำงานด้วยความกล้าหาญมากกว่านี้ อย่าเห็นแก่ตนเองที่ได้รับการปลุกปั่นหรือหวาดกลัวสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อทำให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระที่เที่ยงธรรม อย่างไรก็ตามจากการติดตามการทำงานของ กกต. ในช่วงแรกๆ เครือข่ายเราได้เดินทางมาให้กำลังใจ กกต. ถึง &amp;nbsp;2 ครั้ง แต่หลังจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จพบว่า กกต. ชุดนี้มีความไม่เป็นกลางมากที่สุด ส่วนตัวประเมินว่าสอบตก เพราะจนถึงขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าเหตุใดจำนวนผู้ใช้สิทธิ์กับจำนวนบัตรลงคะแนนจึงไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังทราบมาว่าหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานความมั่นคงจำนวนมากนับคะแนนการเลือกตั้งเป็นรายหน่วยเช่นกัน แต่ภาพรวมตัวเลขไม่ตรงกัน จึงเป็นข้อสงสัยว่านับกันแบบไหนถึงไม่ตรงกัน ดังนั้น กกต. ควรจะรีบเปิดเผยผลคะแนนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เครือข่ายนักวิชาการต้องการคือเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย ถ้าพบว่ามีความผิดพาดในหน่วยใดก็ให้นับคะแนนใหม่ และถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ไม่ได้มองไปไกลถึงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การลงชื่อถอดถอนเป็นเพียงยุทธวิธี เพราะเอาเอาจริงการลงชื่อถอดถอนนั้นไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่ทำไปเพื่อให้เกิดแรงกดดันทางสังคม&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คนส., ถอนฟ้อง, สูตรปาร์ตี้ลิสต์, อนุสรณ์ อุณโณ, เครือข่ายนักวิชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad9f06aa820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
