<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบื้องหลังม็อบ-มุ่งล้ม  สถาบันพระมหากษัตริย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไล่ประยุทธ์ แค่เป้าหลอก เบื้องหลังม็อบ หวังล้มสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของม็อบที่นัดชุมนุมกันเพื่อกดดัน-เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 7 ส.ค.-10 ส.ค.-11 ส.ค.-13 ส.ค. เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดภาพเหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจอย่างตึงเครียด ขณะที่วันอาทิตย์นี้ 15 ส.ค. จะมีการนัดชุมนุมทางการเมืองที่นำโดยอดีตแกนนำเสื้อแดง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดคือสัญญาณความเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นว่า การเมืองนอกรัฐสภากำลังกลับมาเข้มข้นดุเดือดอีกครั้งแม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงวิกฤติโควิดก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีมุมวิเคราะห์สถานการณ์ม็อบ-การเคลื่อนไหวการเมืองต่อจากนี้ จากคนที่มีประสบการณ์เป็นแกนนำเคลื่อนไหวม็อบการเมืองมาแล้ว อีกทั้งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลในชุดปัจจุบัน ที่มาวิเคราะห์ผ่าสถานการณ์ร้อนในเวลานี้ นั่นก็คือความเห็นของ ถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส.-อดีตรมช.คมนาคม รัฐบาลชุดปัจจุบัน-ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ระหว่างการรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ที่ระบุชัดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของคนที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของม็อบเวลานี้ เป้าหมายหลักคือต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะเดียวกัน แม้จะเป็นอดีต รมต.ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แต่ก็เห็นว่าที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์อ่อนแอเกินไปในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อีกทั้งวิพากษ์ว่าการแก้ปัญหาโควิดและการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของรัฐบาลพบว่า ล้มเหลวและตัดสินใจผิดพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดฉากบทสนทนา ถาวร-อดีตแกนนำ กปปส. มองการเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้วเวลานี้ ในฐานะเคยมีประสบการณ์เป็นแกนนำม็อบ กปปส.มาก่อน โดยกล่าวว่าม็อบที่ออกมาเคลื่อนไหวเวลานี้ ที่เปิดหน้าชก มีอยู่สามวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์แรกคือ ขับไล่นายกรัฐมนตรี เรื่องที่สองคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสาม บอกว่าต้องการให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...เราต้องไปดูว่าคนที่อยู่เบื้องหลังที่ใช้เยาวชน ใช้คนรุ่นหลัง ใช้คนที่มีความคิดด้านซ้ายจัดออกมาเคลื่อนไหว กล้าพูดได้เลยว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ผู้อยู่เบื้องหลังที่ระบุชื่อได้อย่างน้อยสองคนที่ชัดเจนก็คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่บอกได้แบบนี้เพราะหลายครั้งที่สองคนนี้ได้ประกาศในม็อบหรือในเวทีต่างๆ เช่น ธนาธรพูดไว้ตอนไปร่วมเวทีที่ธรรมศาสตร์ เดือนธันวาคม ปี 2562 ที่บอกว่า รัฐธรรมนูญต้องมีการแก้ไข สองวิธีคือ 1.แก้โดยยินยอม 2.แก้ด้วยเลือด หรือการชุมนุมในปี 2563 ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต ที่เสนอให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ออกมาสิบข้อเรียกร้อง โดยเวทีดังกล่าวมีแกนนำระดับกลางเป็นคนจัด และมีระดับบิ๊กที่ได้เอ่ยชื่อถึงหรือบางคนที่อยู่เบื้องหลัง ที่จะไปปรากฏตัวตามจุดต่างๆ เช่น สนามหลวง เป็นระยะๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นเมื่อมีผู้อยู่เบื้องหลังและมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...การเคลื่อนไหวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาของม็อบ การใช้ความรุนแรงของม็อบโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องมาเสี่ยงในการทำหน้าที่ระงับยับยั้งการกระทำที่ผิดกฎหมายของม็อบ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร อัยการ และผู้พิพากษา โดยคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นหลัก ส่วนเรื่องการล้มสถาบันนั้นผมยืนยันว่าผู้อยู่เบื้องหลังของแนวความคิดในการสนับสนุนม็อบ ต้องการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์แน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้ แกนนำจะถูกจับ แกนนำถูกถอนประกัน แต่การดำรงไว้ซึ่งความมุ่งหมายในเชิงลึกของแกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง ก็คือ การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมขอขีดเส้นใต้ได้เลย ไม่ใช่การปฏิรูป ต้องการล้มล้าง แต่ใช้คำปฏิรูปเพื่อต้องการเลี่ยงคำให้ดูดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.... นอกจากนั้น ปิยบุตรเคยพูดตั้งแต่ช่วงปี 2559 ย้อนไปในสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท่านได้ทรงมีพระราชดำรัสกับประธานศาล อย่างประธานศาลปกครองสูงสุด ที่นำผู้พิพากษาศาลปกครองที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยท่านก็ได้ทรงพูดถึงการแก้ไขปัญหา หลังจากในช่วงนั้นมีการจัดการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะยังมีปัญหาเรื่องจำนวน ส.ส. ที่ กกต.รับรอง ยังไม่ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ที่ในหลวงท่านก็ตรัสว่าอย่าให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปเกี่ยวข้องกับการตั้งนายกฯ ที่เป็นนายกฯ พระราชทานเลย ก็ให้ไปหาทางออกโดยใช้กฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ปิยบุตรไปเบี่ยงเบน ไปบิดผันเจตนารมณ์ของพระองค์ท่านในพระราชดำรัสดังกล่าว ว่าเกิดยุคตุลาการภิวัฒน์ เกิดนิติรัฐประหาร อยู่ภายใต้รัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ แต่ต้องการบิดเบือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาวร-อดีต รมช.คมนาคม กล่าวต่อไปว่า สองคนที่เอ่ยชื่อถึงยังคงเคลื่อนไหว ยังคงดำรงความมุ่งหมายที่จะล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ และที่ปรากฏชัดจากม็อบเมื่อ 7 ส.ค. ที่ประกาศตอนแรกจะเคลื่อนไหวไปที่พระราชวัง โดยทำทีเหมือนว่าจะไปยึด ไปทวง อย่างนี้มันไม่ใช่การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือแม้แต่คำพูดหยาบคาย การใช้ถ้อยคำหยาบคายที่พ่นสีไปตามจุดต่างๆ ที่บ่งบอกว่าผู้อยู่เบื้องหลังและผู้รับงานไปเคลื่อนไหวในม็อบ ก็กลมเกลียวในทางความคิด มีการรับความคิดที่ถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่อง ยังคงเดินหน้าไม่หยุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...มีการเคลื่อนไหวเมื่อ 3 ส.ค. ปิยบุตรออกบทความ มีข้อเรียกร้องที่นำไปสู่การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ถึงห้าข้อ ซึ่งหนึ่งในห้าข้อนั้น ก็คือปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วยการปฏิวัติ แล้วก็บอกว่าอยู่ในช่วงที่อำนาจนำอ่อนแอ การสถาปนาอำนาจยังไม่แข็งแกร่ง จึงให้รีบดึงมวลชนมาอยู่กับแนวความคิดของเขา และที่สำคัญที่สุดคือ การเสนอให้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และพูดถึงขนาดว่าให้กระบวนการเหล่านี้แทรกเข้าไปอำนาจรัฐ เข้าไปในพื้นที่ของระบบราชการให้มากที่สุด แล้วก็เสนอให้อาศัยกฎหมายบางฉบับหรือรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ม็อบจะยังคงเคลื่อนไหวโดยไม่หยุด และยังคงดำรงความมุ่งหมาย แต่ความมุ่งหมายอีกสองข้อ เป็นเพียงข้ออ้างและเป็นความมุ่งหมายปกติ แต่ความมุ่งหมายในข้อสุดท้าย ในเรื่องของการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็จะมีผู้ที่คิดออกมาเคลื่อนไหว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เห็นได้จากเมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็มีคนจัดตั้ง มีคนเคลื่อนไหว ปัญหาตามมาก็คือ คนพวกนี้อยากให้เกิดการปะทะ เกิดการนองเลือด ยั่วยุ แล้วเมื่อไหร่เกิดสงครามกลางเมือง ก็จะเข้าทางอีกแนวทางหนึ่งของนักคิด นักเคลื่อนไหวการเมืองกลุ่มนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้เคลื่อนไหวการเมืองอีกกลุ่มหนึ่งคือคนในฝ่ายระบอบทักษิณก็อาจจะจับมือกับกลุ่มคนที่เอ่ยถึงข้างต้น เพราะมีการส่งลูกรับลูกกัน เช่น ณัฐวุฒิตอนแรกบอกจะไปร่วมม็อบ 7 ส.ค. แต่พอเห็นประชาชนที่จงรักภักดีออกมาแสดงออกอย่างชัดเจนมากขึ้นก็ถอย แล้วบอกจะเคลื่อนไหว 15 ส.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหลายทั้งปวงนี้มันเป็นแนวร่วม ที่มองได้ทั้งสองอย่าง ทั้้งแนวร่วมถาวรในเชิงลึก และแนวร่วมหลวมๆ ในบางกิจกรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ประเมินว่าเป้าหมายและข้อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ลาออก จะสำเร็จหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าดูจากภาพที่ปรากฏในที่ประชุม ครม. ที่นายกฯ หารือกับสามหัวหน้าพรรคหลัก คือประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และข้อมูลในเชิงลึกในการประชุมพรรคแต่ละพรรค เขาจะอยู่ให้นานที่สุด อาจจะถึงครบเทอม โดยบอกว่าสถานการณ์โควิด ที่เป็นภาวะวิกฤติของทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย หากทิ้งประเทศชาติในยามวิกฤติก็ใช้ไม่ได้ ดังนั้น ก็คงอยู่กันต่อ และผมเชื่อว่าเขาอยู่ได้ เพราะม็อบไม่เคยชนะรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญม็อบคณะนี้ วัตถุประสงค์นำคือวัตถุประสงค์หลอก นั่นคือการขับไล่รัฐบาลกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บอกเป็นวัตถุประสงค์หลักจริงๆ คือวัตถุประสงค์รอง เพราะวัตถุประสงค์หลักจริงๆ เขาเก็บไว้และเดินในเชิงลึกทุกครั้ง และมีการแสดงออกที่รุนแรงทุกครั้ง นั่นก็คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์หรือการล้มสถาบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิวัฒนาการในการทำม็อบปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อก่อน ในเชิงปริมาณจะใช้โซเชียลมีเดียและการประชาสัมพันธ์ จะไม่ใช่ม็อบที่คนจะมาเต็มพื้นที่กรุงเทพมหานครเหมือนยุค กปปส.หรือพันธมิตรฯ ที่คนออกมานับล้านคน ดังนั้น ในเชิงปริมาณ ที่เราคิดว่าม็อบจะต้องมาเต็มพื้นที่ จึงเป็นไปไม่ได้ แต่ในเชิงปริมาณจะเพิ่มขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อเปลี่ยนความคิดของคน สร้างกระแสถ้าไม่ตายด้วยโควิด ก็เสียชีวิตเพราะอดตาย การสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นการทำให้คนเข้ามาคิดแบบเดียวกับม็อบ ผู้นำม็อบ แกนนำม็อบ แต่การชุมนุมแต่ละครั้งที่จับต้องได้ เป็นเพียงการเอาการ์ดของวีโว่หรือพวกหมั่นไส้ตำรวจ เอาพวกฮาร์ดคอร์ออกมา อาจให้ได้สักประมาณเกือบพันคน พอถึงเวลาม็อบก็แยกย้ายกลับ ดูแล้วก็จะชุมนุมแล้วก็กวนอยู่แบบนี้ จากนั้นเอาภาพการเกิดม็อบไปเผยแพร่ในสากลและในมวลชนที่ตัวเองต้องการ รวมถึงประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากการแก้ปัญหาของประเทศแล้วยังไม่ประสบผลสำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาวร-อดีต รมช.คมนาคมในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ บอกว่าสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ม็อบในเวลานี้ พลเอกประยุทธ์ต้องจริงใจในการแก้ปัญหาโควิด อย่างคนตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดหาวัคซีนและฟาวิพิราเวียร์ คนเขาสงสัยว่ามีผลประโยชน์เกิดกับรัฐมนตรีบางคน เพราะฉะนั้นการจัดหาวัคซีนไม่ว่าจะเป็นการจอง-การรับบริจาค หรือได้มาแล้วไม่กระจายตามความจำเป็นและเร่งด่วน เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ทำงานด่านหน้า รัฐบาลยังทำในส่วนนี้ได้ยังไม่ประทับใจหรือเรียกว่าล้มเหลว จึงต้องแก้ไขตรงนี้ เพราะอย่างมีการจับได้ไล่ทันว่ามีบางพื้นที่ในบางจังหวัด จะได้รับการดูแลส่งวัคซีนไปมากผิดปกติ จนกระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ หมอ-พยาบาล ที่มีความต้องการประมาณล้านกว่าโดส แต่กลับถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ในลำดับหลังๆ ในกรณีแบบนี้ควรต้องยกเลิกให้ได้ รวมถึงการต้องหาความพอดีในการใช้มาตราการล็อกดาวน์กับการช่วยเหลือประชาชนในการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิต เพราะลำพังแค่การให้เงินเยียวยาช่วยเหลือยังไม่ใช่การช่วยเหลือประชาชนอย่างยั่งยืนภาครัฐต้องรับฟังความเห็น-ข้อเสนอแนะจากฝ่ายต่างๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ สภาหอการค้าไทย สภาธุรกิจท่องเที่ยว ไม่เช่นนั้น ประชาชน ยังไม่ทันตายด้วยโควิด ก็จะมาอดตายเสียก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-คิดอย่างไรที่คนมองกันว่า ระยะหลังเยาวชน นักศึกษา คนรุ่นใหม่มีทัศนคติบางอย่างต่อสถาบัน และบางฝ่ายพยายามดึงไปเป็นแนวร่วมฝ่ายตัวเอง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่ทราบ ยุคหลังๆ ย้อนไปสักสิบกว่าปี รมว.ศึกษาธิการ คนหนึ่ง มีแนวนโยบายว่า ไม่ต้องให้เด็กเรียนประวัติศาสตร์-หน้าที่ศีลธรรมของพลเมือง ก็ส่งผลให้คนพวกนี้ลืมประวัติศาสตร์ และขาดความกตัญญู เพราะเขาไม่รู้ คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เรื่องนี้เริ่มใหม่และแก้ไขได้ โดยกระทรวงต่างๆ ต้องมาทำทั้งกระทรวงวัฒนธรรม -ศึกษาธิการ-การพัฒนาสังคมฯ-มหาดไทย ผมยังเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังจงรักภักดีพร้อมปกป้องสถาบัน เพราะต้องถามว่าสถาบันไปทำอะไรให้คนพวกนั้น ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ ก็ไม่มี แต่ด้วยการที่ถูกปั่นหัวทางความคิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำบางคนยกเอาการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1789 แล้วนำมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยซึ่งมันไม่ใช่เพราะพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ท่านทรงมีคุโณปการต่อประเทศไทย ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรทุกรัชกาล เพียงแต่รัฐมีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ อย่างต้องดูว่า เหตุอันใด ผู้นำที่อยู่เบื้องหลังม็อบมีข้อเรียกร้อง ไม่ให้มีการประชาสัมพันธ์งานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ก็เพราะเขารู้ว่าถ้าประชาสัมพันธ์ ประชาชนจะรู้ เด็กรุ่นใหม่จะเคารพนับถือ ยกย่องเทิดทูลสถาบัน หรืออย่างในหนังสือ portrait ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่พูดถึงการต้องสร้างการต่อรองกับสถาบัน เพราะเขามีแนวคิด ต้องเปลี่ยนให้ได้ ต้องล้มให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่ยืนยันว่าไม่มีทางทำได้สำเร็จ แม้จะมีความคิดที่ว่าทุกอย่างในโลกนี้ ต้อง dynamic แต่ก็ต้องมีเหตุและผล และถึงเวลาต้องมีการเปลี่ยนแปลง การเกิดแก่เจ็บตายเกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีเหตุมีผลที่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ อ่อนแอ ในการบังคับใช้กฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-คิดว่าการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมาที่มีภาพเหตุการณ์ความรุนแรง ความวุ่นวาย คนมองว่านายกฯควรเด็ดขาดในการควบคุมสถานการณ์มากกว่านี้ บางคนบอกนายกฯ อ่อนแอเกินไป มองว่าพลเอกประยุทธ์ เป็นอย่างไรในเรื่องการดูแลความเรียบร้อยในบ้านเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ ประยุทธ์อ่อนแอก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำไป คนที่กระทำความผิดมาตรา 112 ซึ่งผมต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า การหมิ่นประมาทประมุขแห่งรัฐ การแสดงความอาฆาตมาดร้ายประมุขแห่งรัฐ ไม่ว่ารัฐนั้น จะเป็นสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีและอีกหลายประเทศ จะมีบทลงโทษตามกฎหมายที่สูงกว่าการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดรายกว่าบุคคลธรรมดา เรื่องนี้รัฐต้องทำความเข้าใจ ทำประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเป็นระยะ และเมื่อพบการกระทำความผิดเกิดขึ้น ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ผิดเป็นถูก ถูกเป็นถูก นอกจากนี้กระบวนการยุติธรรม ทั้งตำรวจ ดีเอสไอ อัยการ ศาล ที่ผ่านมาโลว์โปรไฟล์ จนกระทั่งวันหนึ่ง พลเอกประยุทธ์ลุกขึ้นมาบอกว่าต่อไปนี้จะใช้มาตรา 112 อย่างเคร่งครัด นั่นแสดงว่าที่ผ่านมา คุณหย่อนยาน-อ่อนแอ แต่ต่อมามีอะไรไปสะกิดหรือคิดได้ว่าไม่ได้ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการปกป้องพระเกียรติยศหรือองค์สถาบันของสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศที่คนไทยเคารพเทิดทูล นายกฯ เลยประกาศออกมา นั่นแสดงว่านายกฯอ่อนแอ วิธีการก็คือ ต้องเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด แล้วก็นำเสนอต่อศาลทุกครั้งที่นำตัวไปฝากขัง หรือทุกครั้งที่มีการคัดค้านการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่นายกฯ อ่อนแอในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เข้มข้นด้วยวาจาและสีหน้าท่าทางเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;... สิ่งที่ควรต้องปฏิบัติ นายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในฐานะเบอร์หนึ่งของฝ่ายบริหาร นายกฯ ต้องส่งสัญญาณไปยังหน่วยปฏิบัติทุกหน่วยให้เข้มงวดกวดขัน เอาจริงเอาจัง แม้แต่การไปทำความเข้าใจกับประชาชนและคนที่ออกมาเคลื่อนไหว รวมถึงแกนนำม็อบ ว่าคุณได้รับการประกันตัวมาแล้ว อย่าทำผิดซ้ำอีก ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการถอนประกัน คัดค้านการประกันตัว เมื่อเรามองว่า นายกฯ อ่อนแอในการบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ประเมินว่าการชุมนุมม็อบหลังจากนี้แนวโน้มเป็นอย่างไร จะรุนแรงแบบในอดีตเช่นตอนเสื้อแดงชุมนุมปี 2553 หรือจะเกิดสงครามกลางเมืองได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ารัฐอ่อนแอก็เกิดได้ เพราะประชาชนฝ่ายที่จงรักภักดี ฝ่ายที่ดูแลบ้านเมือง ฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นพวกสร้างความปั่นป่วน สร้างความวุ่นวาย ลอยนวลไปเหมือนกัน ก็อาจเกิดได้ แต่ที่สำคัญ จะเกิดหรือไม่เกิด อยู่ที่อำนาจรัฐ ถ้ารัฐปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง มันก็ไม่เกิด ที่หมายถึงรัฐทั้งกระบวนการ ทั้งตำรวจ อัยการ ศาล ทหาร ก็จะไม่เกิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เจ็ดปีในการเป็นนายกฯ ของพลเอกประยุทธ์หรือลุงตู่ มีข้อผิดพลาดในการบริหารประเทศ ถึงขนาดประชาชน ม็อบออกมาขับไล่ เรียกร้องให้ลาออกได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ แล้วก็พอรับได้ในระดับหนึ่ง แต่ยุทธศาสตร์ชาติหลายข้อที่ออกมา ลุงตู่-พลเอกประยุทธ์ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแรก การแก้ปัญหาการทุจริต ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ มีการทุจริตมากขึ้นกว่ายุคเดิม ดูได้จากตัวเลขขององค์กรระหว่างประเทศที่มาประเมินเรื่องนี้ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระ และที่บอกกว่า รับฟัง รับทราบ เห็นด้วยตา อันนี้ถือว่าสอบตกอย่างยิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สอง เรื่อง การลดความเหลื่อมล้ำ ปรากฏว่า ลุงตู่สอบตกเหมือนกัน อย่างการจัดงบประมาณเพื่อนำไปสู่ระดับรากหญ้าเมื่อเปรียบเทียบกับที่ทำโครงการอย่างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ หรือโครงการอีอีซี คือแน่นอนว่าจะต้องมีการจัดทำระบบโครงสร้างพื้นฐาน หรือทำแหล่งผลิตเพื่อทำผลิตภัณฑ์ส่งออก แต่ก็ต้องให้บาลานซ์กับงบประมาณที่จัดสรรไปให้ตาสีตาสา ยายมียายมา ในต่างจังหวัดไกลๆ เช่นที่นราธิวาส หรือที่อำเภอระโนด ประชาชนก็ควรต้องได้ เช่นโครงสร้างพื้นฐานเรื่องระบบน้ำ การมีถนนลูกรัง จึงถือว่าการลดความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาความยากจนสอบตก เรื่องที่สาม องค์กรตำรวจ ที่เคยบอกว่าจะปฏิรูป แก้แล้วแก้อีก ทำแล้วทำอีก สุดท้ายก็ลูบหน้าปะจมูก ยังคงกระจุกอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไว้ที่ส่วนกลาง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สี่ การกระจายอำนาจ แม้แต่วัคซีนยังไม่กระจายเลย อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ประชาชนก็เลือกมาเหมือนกับเขาเลือก ส.ส.ให้มีสภา แล้วมาเลือกนายกฯ&amp;nbsp; แต่ท้องถิ่นเขาเลือกโดยตรงด้วยซ้ำไป เขาอยู่ใกล้ชิดประชาชน ควรต้องกระจายลงไป นอกเหนือจากกระจายหน้าที่ กระจายงานแล้ว ต้องกระจายงบประมาณด้วย แต่พบว่าจนถึงขณะนี้การจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นยังไม่ถึงเกณฑ์ที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการแก้ปัญหาโควิด ตัดสินใจผิดพลาดมากๆ ในเรื่องการกระจายวัคซีน แม้แต่เรื่องการให้ฉีดวัคซีน ถามว่าทำไม ต้องไปให้ฉีดแบบกระจุกตัวที่สถานีกลางบางซื่อ พอกรุงเทพมหานครจะนำวัคซีนไปฉีดบ้าง ก็ห้ามอีก เหตุก็เพราะการเมืองที่นายกฯไม่เด็ดขาดในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล จนเปิดโอกาสให้มีการหาเสียงโดยใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือ เพื่อทวงบุญคุณกับประชาชนหรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้ก็สอบตกอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปรับปรุงแก้ไขเรื่องต่างๆ ที่ผมสะท้อนออกมาในฐานะคนรักเคารพท่าน ผมก็เชียร์ท่านมาตลอด ตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ มีนาคม 2562 ผมเชียร์ ผมต่อสู้ ให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลมาตลอด ก็ขอให้กลับไปคิดว่าผมคือปิยมิตร ที่ส่งสัญญาณดังๆ จากเสียงเล็กๆ ที่เป็น ส.ส.อยู่นอกสภา โดยถึงตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ยังมีเวลาอยู่ในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องโควิด ต้องรีบจัดหาและกระจายวัคซีนโดยเฉพาะการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้ต้องการล้มประยุทธ์ แต่ต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-มองว่าสุดท้ายแล้ว จากสถานการณ์ถึงตอนนี้ พลเอกประยุทธ์จะอยู่ครบเทอมหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดว่าอยู่ครบเทอม แม้โควิดแก้ไม่ได้ก็อยู่ครบเทอม เศรษฐกิจดิ่งลงเหวก็อยู่ครบเทอม เพราะฝ่ายค้านไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มรัฐบาล เพราะหากดูการเมืองในอดีตเรื่องสถานะรัฐบาลเช่น ตอนปี 2534 รัฐบาลยุคดังกล่าว (พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ) ถูก รสช.ปฏิวัติ เพราะตอนนั้นมีเรื่อง BUFFET CABINET จากเรื่องทุจริต หรืออย่างตอนช่วงปี 2538-2539 ช่วงรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ก็เกือบจะล้มเพราะเรื่องทุจริต พอช่วงปี 2539 รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลดค่าเงินบาท ทุจริตโดยการเอาข้อมูลแบบอินไซเดอร์ในเรื่องการจะลดค่าเงินบาทไปบอกนายทุนใหญ่ ทุจริตเชิงนโยบายรัฐบาลเลยอยู่ไม่ได้ หรือรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปี 2548 ทุจริตมาก ก็อยู่ไม่ได้ พันธมิตรฯ ออกเต็มเมือง ทหารก็อ้างเหตุแล้วก็ออกมาทำรัฐประหาร แล้วพอปี 2554 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ทุจริตอีก โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว จนเกิด กปปส. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ถ้าจะให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ล้ม ต้องตรวจสอบทุจริตรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน ที่สามารถหาข้อมูลได้เยอะแยะไปหมด ฝ่ายค้านทำไปเถอะ รวมถึงฝ่ายม็อบที่อยู่กลางถนน หรือฝ่ายก้าวหน้า ก็ทำไปเถอะ แต่เขาไม่ทำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุก็เพราะไม่ได้ต้องการจะล้มรัฐบาลจริงๆ แต่ต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ต่างหาก และรับรองได้ว่าถ้าจับได้ไล่ทันว่ารัฐบาลมีทุจริต หลักฐานเต็มมือ ไม่มีใครให้อยู่ได้หรอก และผมมั่นใจว่า หลักฐานทิ้งไว้เยอะแยะเพราะประยุทธ์ไม่ปราบทุจริต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ทั้งที่ประกาศว่าเป็นยุทธศาสตร์ชาติ เอาแค่ว่า ตำรวจที่นายกฯ กำกับดูแลอยู่ แต่กลับปล่อยปละละเลยให้เปิดบ่อนที่ระยอง แล้วนายกฯ ทำอะไร ตั้งกรรมการสอบ แล้วตอนนี้ผลออกมาเป็นอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่บางฝ่ายออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้พรรคถอนตัวจากรัฐบาล มองว่า ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากฝ่ายค้านอภิปรายแล้วข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างแน่น ประชาธิปัตย์จะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องถอนตัว ผมมองแล้ว ณ วันนี้ยาก สิ่งแรก เพราะการแก้ปัญหาโควิดที่มีการถูกหยิบยกมาเพื่อหวังให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว แต่คนที่ไม่ต้องการให้ถอนตัวก็จะบอกว่า ถ้าทำแบบนั้น คือการทิ้งม้ากลางศึก ทิ้งงานในยามวิกฤติ ทำแบบนี้ใช้ไม่ได้ ต้องอยู่ร่วมรับผิดชอบกันต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมอ่านใจผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะมีบางคนในพรรคพยายามเรียกร้อง แต่สุดท้าย ไม่น่าจะมีการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เวลานี้ผมก็ไม่ได้อยู่ทำหน้าที่เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่นั่งมองแบบ outside-in เข้าไป การบรรยายหรืออธิบายสถานการณ์ จะให้ออกซ้ายหรือขวาก็ได้ อย่างถ้าจะให้ถอนตัว ก็จะอธิบายไปในเชิงถอนตัว หรือถ้าจะอยู่ต่อ ก็อธิบายไปในเชิงอยู่ต่อ แต่ดูแล้วคงไม่มีการถอนตัว เพราะเมื่อดูจากปัจจัยเช่น ปัจจัยในพรรค หากดูจาก ส.ส.ประชาธิปัตย์ 48 คนตอนนี้ ไม่น่าจะมีเสียงข้างมากให้พรรคถอนตัวจากรัฐบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบื้องหลังม็อบ-มุ่งล้ม  สถาบันพระมหากษัตริย์, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61179e418e7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตแกนนำกปปส.เปิดใจ วันนี้นั่งเปิดTVดูเพื่อนๆทำหน้าที่ในสภา ขอภัย!ผมไม่มีสิทธิ์ทำหน้าที่ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - นายถาวร เสนเนียม แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ อดีตแกนนำกปปส. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าผมถาวร เสนเนียม คิดถึงเมื่อปี 2538 ผมลาออกจากอัยการ ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการเขต 9 ( รองอธิบดีในปัจจุบัน ) สมัคร ส.ส. เขตของจังหวัดสงขลาได้รับเลือกเป็น ส.ส. เขต ติดต่อกัน 7 สมัย และเมื่อ 31 ตุลาคม 2556 ผมตัดสินใจร่วมกับมวลมหาประชาชน ต่อสู้กับระบอบทักษิณ ที่ออก พรบ. นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ใช้เวลาในการต่อสู้ 204 วัน ผมถูกขว้างระเบิดที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อ 19 มกราคม 2557 ผมรอดชีวิตได้ แต่คนอื่นรับกรรมเสียชีวิต บาดเจ็บ แทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงวันที่ &amp;nbsp;22 พฤษภาคม 2557 มีการรัฐประหาร พวกผมติดคุกไปแล้ว รวมทุกคดีทั่วประเทศเกือบ 100 คน วันนี้ที่ 31 พฤษภาคม 2564 เปิดสมัยประชุมสภาเพื่อพิจารณา พรบ งบประมาณ 2565 วาระแรก​ ผมถูกสั่งพักการทำหน้าที่ ส.ส. อันเกิดจากศาลอาญาพิพากษาจำคุกผม 5 ปี จากการเป็นแกนนำ กปปส. และขอประกันตัวจากศาลไม่ได้ ถูกขังในเรือนจำ 2 วัน สภา และ กกต. มีความเห็นว่าผมขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. แล้ว เพราะถูกขัง 2 วัน จึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลรับเรื่องไว้ ต้องถูกสั่งพักการทำหน้าที่ ส.ส. และงดการรับสิทธิประโยชน์ทุกอย่าง แต่นั่นเป็นเรื่องเล็กน้อย ที่สำคัญคือการคิดถึงบรรยากาศการทำหน้าที่ ส.ส. ที่ผมรักมาก ใช้เวลาการบ่มเพาะมานาน แล้วตัดสินใจลาออกจากชีวิตราชการอัยการที่ผมรักในหน้าที่นี้เช่นกัน ประชาชนให้โอกาสผมอยู่กับการเมืองเกือบ 30 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ถูกพักการทำหน้าที่ และอาจขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เกิดอะไรขึ้นกับผม วันนี้ผมนั่งเปิด TV ดูเพื่อนๆทำหน้าที่ในสภา ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะทำหน้าที่ในวันนี้ ผมกราบขออภัยพี่น้องประชาชนที่เลือกผมให้ไปทำหน้าที่ แต่วันนี้ผมทำหน้าที่รับใช้พี่น้องประชาชนไม่ได้ ครับ แต่จะสู้ต่อไปครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, อดีตแกนนำกปปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b45ce06fbaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.กางบัญชีทรัพย์สิน 3 รมต.กปปส. หลังพ้นตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีกรณีพ้นจากตำแหน่ง โดยมีบัญชีทรัพย์สินที่น่าสนใจ ประกอบด้วย 1.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 24 ก.พ..64 มีทรัพย์สิน 359,966,455 บาท นางทยา ทีปสุวรรณ คู่สมรส มีทรัพย์สิน1,442,280,260บาท บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สิน 178,382,353 บาท รวมมีทรัพย์สิน 1,980,629,068บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐพลแจ้งว่ามีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 454,155 บาท ขณะที่นางทยามีหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรวม 121,924,379 บาท รวมมีหนี้สิน 122,396,841 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารรวม 98 ล้านบาท เงินลงทุน มูลค่า 1,343 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 352 ล้านบาท &amp;nbsp;ที่ดิน 9 แปลง ที่กทม. เชียงราย สมุทรปราการ มูลค่า 106 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆอาทิ สร้อยคอและพระ 59 รายการ มูลค่า19.7 ล้านบาท แหวน 14 วง มูลค่า31.1ล้านบาท กำไล สร้อยคอมือ เครื่องประดับ 26 รายการ มูลค่า 13.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเมื่อเข้ารับตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 22ส.ค.2562 ที่นายณัฏฐพลแจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 2,115,587,449 บาท รวมแล้วนายณัฏฐพลมีทรัพย์สินลดลงประมาณ 134.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลดลงจากเงินลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่งรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 มีทรัพย์สิน 146,511,316 บาท นางนุสบา ปุณณกันต์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 56,338,883 บาท รวมมีทรัพย์สิน 203,150,200 บาท และมีหนี้สินจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น &amp;nbsp;410,850 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารรวม 109 ล้านบาท ที่ดิน 3 แปลง ที่กทม. สมุทรปราการ มูลค่า &amp;nbsp;38 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง ที่กทม. สมุทรปราการ มูลค่า 19.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินเข้ารับตำแหน่งรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2562 ที่นายพุทธิพงษ์แจ้งมีทรัพย์สินรวม 194,296,604 บาท รวมแล้วนายพุทธิพงษ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประมาณ 8.8 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายถาวร เสนเนียม ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งรมช.คมนาคม เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 มีทรัพย์สิน 95,856,503 บาท พล.ต.หญิง จันทิมา เสนเนียม มีทรัพย์สิน 31,212,280 บาท รวมมีทรัพย์สิน 127,068,783 บาท และมีหนี้สินรวม 30,129,842 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 68แปลง ที่จ.สงขลา นครศรีธรรมราช มูลค่า 81ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9หลัง มูลค่า 53ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินเข้ารับตำแหน่งรมช.คมนาคม เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2562 ที่นายถาวรแจ้งมีทรัพย์สินรวม 124,853,180บาท รวมแล้วมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ถาวร เสนเนียม, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60361b2540906.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถาวร&#039; ปูดผู้มีอิทธิพลปลูกกัญชาเปิดบ่อนกัมพูชา เข้า-ออกไทยแบบอภิสิทธิ์ชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในขณะนี้ ว่า มีการเสนอทางรอดหนึ่งในการแก้ปัญหาโรคโควิด-19&amp;nbsp;คือต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ทุกฉบับไปจับกุมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดการแพร่เชื้อคลัสเตอร์ย่านทองหล่อ ตั้งแต่ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศกัมพูชาแล้วมายังย่านทองหล่อ แม้วิธีนี้จะช่วยเรียกศรัทธาจากประชาชนได้ แต่กลับถูกให้ระงับการดำเนินการดังกล่าวเอาไว้&amp;nbsp;ซึ่งตนเห็นว่าถ้ารัฐบาลต้องการจะเรียกศรัทธาคืน จะต้องจัดการแนวทางนี้อย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเสนอด้วยความหวังดี ผมไม่พูดการเมืองมานาน แต่ตอนนี้เห็นคนไทยเดือดร้อนจึงทนไม่ได้ และมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีนักการเมือง พ่อค้า ผู้มีอิทธิพลไปปลูกกัญชาฝั่งกัมพูชาจำนวนมาก และไปทำบ่อนการพนันด้วย การเข้า-ออกของคนเหล่านี้มีอภิสิทธิ์จนส่งผลให้นำเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;เข้ามาด้วยอีกทางหนึ่ง และนำมาแพร่ในบ้านเรา&amp;quot;นายถาวร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาโรคโควิด -19&amp;nbsp;ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กลไกหลายอย่างและใช้กฎหมายอีกหลายฉบับซึ่งมีการระบุไว้อยู่แล้วว่าใครบ้างที่เป็นผู้รักษาการ ตามกฎหมายแต่ละฉบับ&amp;nbsp; คนเหล่านั้นจึงถือเป็นผู้รับผิดชอบต้องจัดการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น ขอให้รัฐบาลฉีดยาแรงและทำทันที เพื่อให้เรียกศรัทธากลับคืนมาได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่ละรอบ ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากจน ไม่ได้ทำมาหากิน ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูและเยียวยา รวมถึงพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การระบาดแต่ละรอบทำให้ประชาชนถูกจำกัดสิทธิ คนจนไม่ได้ทำมาหากิน เศรษฐกิจหยุดชะงักทุกด้าน รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เข้มข้น ไม่ลูบหน้าปะจมูก ถึงจะเอาอยู่ครับ&amp;quot; นายถาวร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, พรรคประชาธิปัตย์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f6ac6e36a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถาวร&#039;เปิดใจพ้นตำแหน่ง รมช.คมนาคม ฝากคนใหม่สานต่องาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 2564 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา และได้กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทางด้านอากาศ อาทิ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) จึงได้ผลักดันนโยบายการขนส่งทางอากาศ &amp;ldquo;เชื่อมโลก เชื่อมไทย สู่เมืองรอง&amp;rdquo; โดยได้วางแนวทางการพัฒนาสนามบินภูมิภาค 29 แห่ง วงเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท แต่ในขณะนี้ ได้ใช้งบประมาณไปเพียงแค่ 1.46 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ตนจึงต้องการให้รัฐมนตรีท่านใหม่เข้ามาสานต่อนโยบายและโครงการพัฒนาสนามบินดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นห่วงนโยบายเชื่อมโลก เชื่อมไทย สู่เมืองรอง ที่อยากให้เดินหน้าต่อ บางคนมองว่างบประมาณที่จะลงทุนสูงถึง 7 หมื่นล้านบาท ในการพัฒนาสนามบิน 29 แห่ง ไม่คุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ และประชาชนได้ประโยชน์อะไร ผมมองว่า วงเงิน 7 หมื่นล้าน น้อยนิด ยังไม่เท่ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเส้นเดียวเลย ซึ่งคนต่างจังหวัดอีกกว่า 60 ล้านคนต้องได้รับการดูแล ผมพูดแบบนี้ ไม่ได้อิจฉาคนกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรืออิจฉาบริษัทก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี แต่อยากฝาก และรณรงค์ให้คนชนบท จะต้องได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายถาวร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวต่ออีกว่า ขณะเดียวกัน ในปี 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ถึงแม้ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนผู้โดยสาร และเที่ยวบินจะลดลง แต่เรื่องการพัฒนาสนามบินยังต้องเดินหน้าต่อ ยังเป็นส่วนช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงต้องการให้วางแนวทางในการเชื่อมโครงข่าย ระหว่างสนามบิน ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โรงแรม รวมถึงการเชื่อมโยง (Connectivity) ระบบคมนาคมขนส่ง รถ-เรือ-รถไฟ-อากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมสอดรับกับการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่ระบุว่า จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศของไทยจะเข้าสู่สภาวะปกติ ในปี 2565-2566 และระหว่างประเทศในปี 2566-2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังมีโครงการใด หรือนโยบายไหนที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นายถาวร กล่าวว่า การพัฒนาให้สนามบินมีความทันสมัย (Smart Airport) ถือเป็นเรื่องที่ยังดำเนินการไม่จบ อยู่ในช่วงการเริ่มต้นเท่านั้น และต้องการให้รัฐมนตรีท่านใหม่เข้ามาสานต่อ ทั้งในส่วนของการนำระบบ IT มาใช้ เพื่อให้ทราบล่วงหน้าถึงจำนวนผู้ใช้บริการ รวมถึงการจับจ่ายใช้สอย การซื้อตั๋วเครื่องบิน ผ่านระบบเทคโนโลยี และด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ส่วนโครงการที่ภาคภูมิใจนั้น คือ ทุกเรื่องที่ได้ดำเนินการ ทุกสนามบินของ ทย. ที่ตนกำกับดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินเบตงว่า ได้มอบหมายนายเจือ ราชสีห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานเร่งรัดการเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทย., บวท., สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), กรมอุตุนิยมวิทยา, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) รวมถึงภาคเอกชน เพื่อทดสอบระบบนำร่อน และให้สามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้ภายใน เม.ย. 2564 ทั้งนี้ ได้ฝากไปยังนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดี ทย. ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ศาลอาญาชั้นต้นมีพิพากษา จำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา ในคดีคดีกลุ่มกบฏคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เป็นเหตุให้ต้องพ้นสภาพรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 มาตรา 160 (7) ที่บัญญัติไว้ว่า รัฐมนตรีต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยไม่คำนึงว่าคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ หรือคำพิพากษาที่ให้ลงโทษจำคุกนั้น จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ความผิดที่ศาลพิพากษาให้รอการลงโทษนั้น จะเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ถาวร เสนเนียม, สานต่องานเดิม, อำลาตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f6ac6e36a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมเมินสูตรแลกเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับ ครม.ไม่ง่าย เลขาฯ พรรค ปชป.ลั่นต้องได้โควตา รมต.เท่าเดิม หลังลือหนักจ่อโดนริบหนึ่งเก้าอี้ ชาติไทยพัฒนาขวางสูตรแลกกระทรวง ก.ทรัพย์กับศึกษาธิการ หลังสะพัด
&amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ขอแลกเพื่อดันตัวเองขึ้นว่าการฯ เสียบแทนวราวุธ ส่วนเก้าอี้เดิม ถาวร-รมช.คมนาคม &amp;quot;สาทิตย์-กปปส.&amp;quot; มีลุ้น กลุ่มสามมิตรดันอนุชาเสียบ ก.ดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรียังคงเป็นประเด็นการเมืองที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ระหว่างเดินทางไปร่วมงานฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถาบันบําราศนราดูร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีและการเชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีข่าวจะมีการแลกโควตารัฐมนตรีข้ามกระทรวงว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ยินการปรับ ครม.ในสูตรนี้ และต้องไปสอบถามจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เผื่อมีการประสานมา แต่สำหรับตนยังไม่ได้รับรายงานมาแต่อย่างใด และการเจรจาเรื่องใดๆ ก็ตามกับพรรคร่วมรัฐบาลได้มอบหมายให้นายเฉลิมชัยและนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคเป็นตัวแทนพรรคในการเจรจา เรื่องใดต้องใช้มติกรรมการบริหารพรรคก็ต้องใช้ ถ้าเรื่องใดไม่ต้องก็ไม่ต้อง เช่นถ้าเป็นเรื่องเสนอรายชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ หรือตำแหน่งทางการเมือง ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ก่อนนำเข้าที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค ตามที่ข้อบังคับกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการปรับครม. ในตำแหน่ง รมช.คมนาคม จำเป็นต้องเป็นโควตาจังหวัดสงขลาหรือไม่ ว่าไม่ต้อง แต่เป็นโควตาภาคใต้ ส่วนจะเป็นใคร ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายประกอบ รัตนพันธ์, นายเจือ ราชสีห์ หรือนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรอย่างเป็นทางการ ส่วนกรณีที่ตนไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับครม. แต่เป็นการไปพูดคุยส่วนตัว พูดคุยกันมาตั้งแต่ก่อนร่วมรัฐบาล และปกติก็คุยกันมาตลอด และบังเอิญวันนั้นมาตรวจโควิดที่กระทรวงสาธารณสุข ก็เลยแวะมาทักทายกันตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าโควตาพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า คงต้องรอดู แต่ก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะแลกเก้าอี้ รมช.คมนาคมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น &amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปคาดเดา รอให้นายกฯ ส่งสัญญาณให้ชัดเจนก่อน จากนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงจะมีการประชุมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า การปรับ ครม.ที่จะมีขึ้นอาจมีการเกลี่ยโควตารัฐมนตรีกันใหม่ จากตอนจัดตั้งรัฐบาลที่ตอนนั้นใช้สูตร 7 ต่อ 1 ทำให้ประชาธิปัตย์ได้โควตารัฐมนตรีเท่ากับพรรคภูมิใจไทย แต่ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.จากอนาคตใหม่เดิมเข้ามาอยู่กับพรรคมากขึ้น หลังมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ร่วม 10-11 คน ทำให้มีข่าวก่อนหน้านี้อาจจะมีการปรับลดโควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ลง 1 เก้าอี้ เพื่อเอาไปเพิ่มให้กับพรรคภูมิใจไทยแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง รมช.คมนาคมที่่ว่างลง ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของนายถาวร เสนเนียม ว่าขณะนี้มีการคุยกันในพรรคแล้ว แต่คงต้องรอกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ซึ่งข้อบังคับของพรรคได้ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องคำนึงถึงภูมิภาคและการทำงานที่ต้องเป็นคนทำงานให้พรรคมาตลอด และเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสว่ามีชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง จะมาเป็นรัฐมนตรีแทนนายถาวร นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งมีการเสนอชื่อและถกเถียงกันว่าใครจะมีความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า นายถาวร เสนเนียม ถือเป็นโควตาในสัดส่วนภาคใต้หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า นายถาวรไม่แน่ใจ แต่นายนิพนธ์ รมช. มหาดไทยนั้น มาจากโควตาของภาคใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งภูมิภาคและคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตยังกล่าวตอบหลังถูกถามว่า ยังมีคำว่า กปปส.นำมาพิจารณาอยู่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ แต่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่พิจารณา ส่วนการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องรอนายกฯ ส่งสัญญาณ ส่วนวันอังคารนี้จะเป็นการประชุมพรรคปกติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า นายสาธิตจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีเรื่องนี้ ขออยู่ที่เดิม&amp;quot;
สามมิตรดันอนุชาเสียบดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวว่าฝุ่นตลบเช่นกัน โดยนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าถูกกลุ่มสามมิตรเสนอชื่อชิงเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างลง ว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนคาดเดากันไปเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่วงที่จะมีการปรับ ครม. แต่มีความสุขกับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เป็นตัวแทนของชาวบ้านและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ไม่เคยไปเรียกร้องหรือต่อรองเรื่องตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันเองภายในพรรค ซึ่งการพิจารณาตำแหน่งต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้ใหญ่ภายในพรรคจะพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ก่อนที่จะนำชื่อส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จากกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงมีกระแสข่าวถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งนี้ว่า ไม่ทราบเรื่อง​ แต่แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณาความเหมาะสม เพราะในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ดังนั้น​สุดแท้แต่ผู้ใหญ่จะพิจารณา​ เพราะไม่ว่าใครได้เป็นรัฐมนตรีก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำงานให้ประเทศชาติเป็นหลัก เป็นรัฐมนตรีของคนไทย​ ทำงานสนองนโยบายของ​ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม​ เรื่องที่ถูกเสนอชื่อไม่ได้มีการแจ้งจากผู้ใหญ่​ ทราบจากสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร​ อาจเพราะเป็นรองเลขาธิการพรรคผู้ใหญ่อยู่แล้ว​ หรือคงมองการทำงานที่ผ่านมาเป็นหลัก​ แต่ย้ำว่าในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ตนจะอยู่ทำงานตรงไหนก็ได้​ เพราะส่วนตัวทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าผู้ใหญ่ไม่ให้ความเมตตาและให้โอกาสผมก็พร้อมทำหน้าที่ให้บ้านเมือง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้เรียกร้องอะไร ทั้งนี้​ ในวันที่ 2 มี.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ แต่ไม่แน่ใจจะมีการคุยเรื่องการปรับ ครม.ด้วยหรือไม่&amp;quot; นายสรวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าว​พรรคพลัง​ประชารัฐ ​(พปชร.) ​เปิดเผยว่า ภายหลังเมื่อวันที่ ​25​ กุมภาพันธ์​ 2564​ มีคำสั่งภายในพรรคให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจในการนำเสนอหรือคัดสรรบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี​ที่ว่างลง หลังจากรัฐมนตรี 2 คนที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส.ถูกศาลพิพากษาจำคุก​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ จึงมีการหารือกันภายในผู้บริหาร เห็นชอบนำ เสนอนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไปเป็นรัฐมนตรี​กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ​(ดีอีเอส) ​แทน​นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์​ ที่หมดสถานะความเป็​นรัฐ​มนตรี​ เนื่องจาก ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐเห็นว่า​นายอนุชามีความเหมาะสมในฐานะเป็นหัวหอกคนสำคัญ​ในการ​ขับเคลื่อน​ทีม​เศรษฐกิจ​ของพรรค​และรัฐบาล​ จึงให้เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจ​ดิจิทัล ​โดยเฉพาะโครงการเราชนะ​ โครงการ​คนละครึ่ง หรืออื่นๆ ​เนื่องจาก​สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด
&amp;quot;วราวุธ&amp;quot;ขออยู่ก.ทรัพย์ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีกระแสข่าวออกมาเช่นกัน เช่นเรื่องการแลกกระทรวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีข่าวว่าพลังประชารัฐอาจขอแลกกระทรวงกับพรรคชาติไทยพัฒนา โดยพลังประชารัฐต้องการสลับกระทรวงกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นโควตาพรรคพลังประชารัฐกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โดยบอกว่า ช่วงที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ก็จะมีหลายฝ่ายที่อยากขยับขยายกระทรวง แต่ส่วนตัวนั้นก็ยังคงเต็มที่กับการทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอด 1 ปี 8 เดือน และยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และทุกอย่างการจะดำเนินการอะไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ต้องมาหารือกันก่อน แต่ข่าวลือที่เกิดขึ้นก็คงต้องปล่อยให้มีการลือกันไป เพราะตามข้อเท็จจริงหากจะมีการสลับกระทรวง ก็จะต้องมีการหารือกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของนายประภัตร โพธสุธนนั้น นายวราวุธ ในฐานะประธานนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า นายประภัตรก็ยังคงมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ลงพื้นที่พบกับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;2 รัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนาทุ่มเทในการทำงานกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินอีกมา ดังนั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันก่อน&amp;quot; นายวราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเก้าอี้รัฐมนตรีระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีการเปลี่ยนกระทรวงในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา อย่างไรก็ดี แกนนำรัฐบาลยังพอใจในผลงานของนายวราวุธ เพราะได้ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการโยนหินเพื่อสร้างทางทางการเมืองในสถานการณ์ที่เตรียมปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เชื่อมั่น นายกฯ ปรับ ครม.ใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยสำรวจจาก 1,597 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.9 ระบุควรให้อิสระ ไม่กดดัน พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรี ในขณะที่ ร้อยละ 2.1 เท่านั้นที่ระบุไม่ควร &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.7 ยังคงเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ หลังปรับคณะรัฐมนตรี พาประเทศพ้นวิกฤติ ในขณะที่ร้อยละ 20.9 ระบุกลางๆ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 15.4 ระบุไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94565</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ถาวร เสนเนียม, ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นพดล กรรณิกา, นิกร จำนง, นิพนธ์ บุญญามณี, ประภัตร โพธสุธน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วราวุธ ศิลปอาช, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8f31f334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยันไม่มีโควต้ารมว.กปปส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 8.00 น วันที่ 28 กพ. ที่สถาบันบําราศนราดูร นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสรรหารัฐมนตรี ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ที่ว่างลงแทนนายถาวร เสนเนียม ว่า ขณะนี้มีการคุยกันในพรรคแล้วแต่คงต้องรอกันนิดหน่อย แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ซึ่งข้อบังคับของพรรคได้ระบุไว้ชัดเจน ว่าต้องคำนึงถึงภูมิภาคและการทำงานที่ต้องเป็นคนทำงานให้พรรคมาตลอด และเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีกระแสว่ามีชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง จะมาเป็นรัฐมนตรีแทนนายถาวร นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งมีการเสนอชื่อและถกเถียงกันว่าใครจะมีความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า นายถาวร เสนเนียม ถือเป็นโควตาในสัดส่วนภาคใต้หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า นายถาวร ตนไม่แน่ใจ แต่นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช. มหาดไทยนั้น มาจากโควตาของภาคใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งภูมิภาคและคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ยังมีคำว่า กปปส.นำมาพิจารณาอยู่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ เป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่พิจารณา ส่วนการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องรอนายกฯส่งสัญญาณ ส่วนวันอังคารนี้จะเป็นการประชุมพรรคปกติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า นายสาธิตจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ นายสาทิต กล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีเรื่องนี้ ขออยู่ที่เดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, สาธิต ปิตุเตชะ, โควตาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.), โควต้า กปปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b0b77f2272.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
