<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อิศรา&#039;เปิดหนึ่งเดียวที่รอด คดีผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - สำนักข่าวอิศรา รายงานว่าคดีถือหุ้นสื่อมวลชนของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาล้วจำนวน 10 คดี (เท่าที่ตรวจสอบพบ) มีอยู่เพียงหนึ่งคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครร้องคัดค้าน เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลมีคำพิพากษาให้ กกต.ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง คือราย นายภัทรพล มานะสร้าง ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสระแก้ว เขต 1 พรรคพลังท้องถิ่นไท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัทรพล ถูก กกต.ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชารัฐ นายภัทรพลยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลฎีกา เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2562 ศาลฎีกา มีคำสั่งให้ กกต. รับสมัครนายภัทรพล เนื่องจากนายภัทรพลได้จดแจ้งเปลี่ยนแปลงการลาออกจากการเป็นเจ้าของและบรรณาธิการตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2561 อันเป็นเวลาก่อนจะยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง การที่ยังปรากฎข้อมูลว่านายภัทรพลยังคงเป็นเจ้าของและบรรณาธิการอยู่ เกิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้แก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเท่านั้น รายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำพิพากษาฎีกาที่ 1407/2562 วันที่ 8 มี.ค.2562 ระหว่าง นายภัทรพล มานะสร้าง ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยอ้างว่าผู้ร้องขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 เนื่องจากเป็น เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน แต่ผู้ร้องลาออกจากการเป็นบรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ประชารัฐแล้วจึงมิได้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ สมัครรับเลือกตั้ง ขอให้มีคําสั่งให้ผู้คัดค้านเพิ่มชื่อผู้ร้องในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านว่า ก่อนประกาศรายชื่อผู้สมัคร ผู้คัดค้านได้ตรวจสอบ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครแล้ว ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์พลังประชารัฐ ผู้ร้องจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ขอให้ยกคําร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนใดๆ ...&amp;rdquo; และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...&amp;rdquo; ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็น เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ มิได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามคําร้องคําคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดีว่า ผู้ร้องเคยเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชารัฐซึ่งได้จดแจ้งการพิมพ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้เมื่อปี 2558 และได้จดแจ้งเปลี่ยนแปลงการลาออกจากการเป็นเจ้าของและบรรณาธิการแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2561 อันเป็นเวลาก่อนที่ผู้ร้องจะยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง การที่ยังปรากฎข้อมูลว่าผู้ร้องยังคงเป็นเจ้าของและบรรณาธิการอยู่ในขณะที่ผู้คัดค้านตรวจสอบข้อมูลเกิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้แก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูล เท่านั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีคุณสมบัติในการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้อง เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีคําสั่งให้ผู้คัดค้านรับสมัครนายภัทรพล มานะสร้าง ผู้ร้อง และประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสระแก้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเทียบกับคดีถือหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส. &amp;nbsp;9 &amp;nbsp;รายก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;อาทิ นายอนุสรณ์ เกษมวรรณ นายสุวัฒน์ชัย สวัสดี นายทวีป ขวัญบุรี ฯลฯ &amp;nbsp;เห็นได้ว่ามีข้อเท็จจริงที่ต่างกัน&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39139</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ, สำนักข่าวอิศรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cd45b71617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ฟันธงผู้สมัครส.ส.ไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อจริงไม่ขาดคุณสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3พ.ค.62-นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ว่า บ้านเมืองสงบอยู่ดีๆ&amp;nbsp;
ไปทำให้วุ่นวาย โดยปั่นกระแสเล่นงานอย่างออกนอกหน้า&amp;nbsp;
ในเรื่องการถือหุ้นสื่อ&amp;nbsp;
มาถึงวันนี้ปรากฎว่าผู้สมัครนับพันคนจากทุกพรรคถือหุ้นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในหนังสือบริคณห์สนธิว่าประกอบการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน&amp;nbsp;
จึงสับสนวุ่นวายกันทั้งเมือง ร้องเรียนกันอุตลุด&amp;nbsp;
และทำให้ผู้สมัครจำนวนมากกว่าผวา จนวุ่นวายกันไปหมด&amp;nbsp;
ผมฟันธงครับ&amp;nbsp;
ว่าในที่สุด เมื่อมีการอ้างข้อเท็จจริงและตั้งเป็นประเด็นชัดเจนว่า หนังสือบริคณห์สนธิ เป็นเพียงวัตถุประสงค์ ที่จะทำกิจการ ตามแบบพิมพ์มาตรฐานของทางราชการเท่านั้นไม่ใช่หลักฐานการจดทะเบียน ว่าประกอบธุรกิจ อะไร&amp;nbsp;
เพราะเมื่อมีการจดทะเบียนบริคณห์สนธิแล้ว บริษัทนั้นจะต้องจดทะเบียนอีกชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;
คือจดทะเบียนการประกอบธุรกิจ ตามแบบพิมพ์สสช. 1
ถ้าไม่ได้ยื่นจดทะเบียนประกอบธุรกิจสื่อมวลชนหรือหนังสือพิมพ์ และ ในความจริงก็ไม่ได้ประกอบธุรกิจเช่นนั้น เชื่อมั่นได้ว่า ไม่ขาดคุณสมบัติในเรื่องนี้แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, ประกอบธุรกิจสื่อ, หนังสือบริคณห์สนธิ, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6a78f7680ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนละเรื่อง!&#039;สมชาย&#039;ชี้บ.วิลัคมีเดียผลิตนิตยสารเป็นสื่อมวลชนแน่นอนอย่าบิดประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3พ.ค.62-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงเรื่องการโอนหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด &amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;
คนละเรื่องกัน
บริษัท วีลัคมีเดีย ผลิตนิตยสาร who เป็นสื่อมวลชนแน่นอนคนละเรื่องกับบริษัทที่จดวัตถุประสงค์​ไว้เฉยๆ​ อย่าบิดประเด็นครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อซึ่งขัดกับคุณสมบัติการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) โดยพรรคอนาคตใหม่อ้างว่าบริษัทจดวัตถุประสงค์ไว้เฉยๆไม่ได้ทำธุรกิจสื่อ แต่กลับถูกเพิกถอนสิทธิ์กลายเป็นประเด็นโต้แย้งกันในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34983</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย, สมชาย แสวงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c385e137260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส้มหวานไม่ต้องโอด!โดนกันทั่วหน้า&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องกกต.ฟัน&#039;พปชร.-เพื่อไทย&#039;ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.62 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (1 พ.ค.62) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อตรวจสอบการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนของผู้สมัครรับเลือกตั้งและว่าที่ สส. ของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย ซึ่งเมื่อตรวจสอบยืนยันกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยตรวจสอบหนังสือบริคณห์สนธิ ทะเบียนนิติบุคคล รวมถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้วพบว่า มีผู้สมัครรับเลือกตั้งและว่าที่ สส. ของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง มีรายชื่อเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาม ม.98(3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.42(3) แห่ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อขอให้ยื่นคำร้องตรวจสอบและวินิจฉัยเอาผิดกรณี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐและหาเสียงให้กับพรรคพลังประชารัฐที่อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดย สัญญาว่าจะเพิ่มเงินบัตรคนจน เข้าข่าย &amp;ldquo;เสนอให้ สัญญาว่าจะให้&amp;rdquo; อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 73(1) และหรือ (2) ประกอบมาตรา 158 แห่งพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561หรือไม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ในวันพุธที่ 1 พ.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือครองหุ้นสื่อ, พรรคพลังประชารัฐ, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca56bf035a34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าที่ส.ส.ส้มหวานขู่ฟ้องดะ&#039;ศรีสุวรรณ-สื่อ&#039;ปูดถือหุ้นสื่อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62 - นายคารม พลพรกลาง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวหาถือหุ้นสื่อขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ว่า ข้อเท็จจริง คือ ตนถือหุ้น บริษัท สำนักพิมพ์สามพอ จำกัด แต่เลิกไปแล้ว 6 ปี โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ 4 ก.ย.56 มีหนังสือรับรองรายการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ลงวันที่ 27 ก.ย.56&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เอกสารทั้งหมดตนได้ขอคัดสำเนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้ตนและพรรคอนาคตใหม่เสียหายด้วยการเชื่อมโยงผู้บริหารพรรครับรองคนที่ขัดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญลงสมัครส.ส.ทั้งที่ไม่ได้วางอยู่บนข้อเท็จจริง ดังนั้นถ้ามีการก้าวล่วงร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็ถือว่ามีเจตนาไม่มีบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะไม่อยู่เฉยๆให้ใครรังแก จะใช้สิทธิส่วนตน ซึ่งไม่เกี่ยวกับพรรค ดำเนินคดีต่อนักร้องและสื่อที่รายงานโดยไม่ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริง ในทางแพ่งที่เหมาะสมกับฐานะของผม ในทางอาญาทั้งหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ จนทำให้ชื่อเสียงของผมกับพรรคอนาคตใหม่ได้รับความเสื่อมเสีย อย่างไม่ประนีประนอม เพราะประเด็นดังกล่าวถูกใช้มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เหมือนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งผมจะไปให้กำลังใจนายธนาธรที่จะเข้าชี้แจงต่อ กกต.ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ด้วย&amp;rdquo; นายคารม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34695</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ถือครองหุ้นสื่อ, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ, พรรคอนาคตใหม่, ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfbbc0822ef0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่ร้องกกต.สอบผู้สมัครพปชร.ถือหุ้นสื่อ-ขู่เอาผิด&#039;อุตตม&#039;เหตุเซ็นรับรองเหมือนธนาธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.62 - &amp;nbsp;นายอภิชิต ถาบุตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตน ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.สกลนคร ให้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของนายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.สกลนคร พรรคพลังประชารัฐ ว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ม มาตรา 42 จากกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนหรือไม่ พร้อมยื่นเอกสารเป็นหลักฐาน คือสำเนาหนังสือรับรองและรายละเอียดวัตถุประสงค์ และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัท ณัฐฐินีย์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซี่งเป็นหลักฐานว่านายสมศักดิ์ เป็นผู้มีหุ้นส่วนใน บริษัท ณัฐฐินีย์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในข้อ 23 &amp;ldquo;ประกอบกิจการค้า ทำสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการก่อสร้าง และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo;, ข้อ 24 &amp;ldquo;ประกอบกิจการเพื่อบริการรับทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท การตลาดและงานบันเทิงทุกประเภท&amp;rdquo;, และข้อ 25 &amp;ldquo;ประกอบกิจการ รับเป็นที่ปรึกษาการจัดเก็บรวบรวม จัดทำ จัดพิมพ์และเผยแพร่สถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชิต กล่าวว่า การยื่นคำร้องในครั้งนี้ ด้วยตนต้องการเห็นมาตรฐานเดียวกันจากคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ ในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและเอาผิดพรรคการเมือง อย่างที่นายภูวเบศร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สกลนครถูกตัดสินให้ขาดคุณสมบัติ โดยอาศัยหลักฐานจากเพียงสิ่งที่ระบุอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัทเพียงอย่างเดียว และมีกระแสข่าวว่าอาจนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 และมาตรา 86 เพราะไปเซ็นรับรองให้นายภูวเบศร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐท่านนี้ เราตรวจพบว่าถือหุ้นอยู่ 3 หจก. แล้วหนึ่งในนั้นก็ระบุวัตถุประสงค์ว่าทำสื่ออยู่ แบบเดียวกับผู้สมัครเขต 2 จ.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ของเรา แล้วตอนนี้มีกระแสข่าวออกมาว่าจะมีการเล่นงานนายธนาธร จากกรณีไปรับรองให้ผู้สมัครซึ่งเราเห็นว่าเป็นกรณีแบบเดียวกันกับผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น ถ้านายธนาธรต้องถูกดำเนินการจากเรื่องนี้ ทั้ง กกต.และหน่วยงานต่างๆก็ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน&amp;rdquo; นายอภิชิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชิต กล่าวทิ้งท้ายว่า หากนายสมศักดิ์จะถูกตัดสินว่าขาดคุณสมบัติแบบเดียวกันกับกรณีของนายภูวเบศร์ ก็จะต้องมีการดำเนินการกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในแบบเดียวกับที่กำลังจะเกิดขึ้นกับนายธนาธรด้วย เพราะนายอุตตมก็ได้เซ็นรับรองผู้สมัครพลังประชารัฐรายนี้ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190427/image_big_5cc410abb0418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผิดคิว!&#039;ช่อส้มหวาน&#039;รับแล้ว&#039;ธนาธร&#039;ยินดีทำหน้าที่อยู่นอกสภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 62 - นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเดินทางเข้าชี้แจงข้อกล่าวหากรณี ถือครองหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่าย เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามรับสมัคร ส.ส. หรือไม่ ต่อ กกต. ด้วยตัวเอง ซึ่งหลังจากนายธนาธร เดินทางกลับถึงไทยในวันนี้ ก็จะมีการหารือและกำหนดวันเข้าชี้แจงต่อ กกต.อีกครั้ง &amp;nbsp;โดยคาดว่าจะเดินทางไปในวันจันทร์ที่ 29 เมษายนนี้ช่วงบ่าย &amp;nbsp;เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่กังวลกับข้อกล่าวหาต่างๆของ นายธนาธร เพราะเชื่อว่าไม่มีมูลความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ก็มีการพูดคุยกันไปถึงว่าจะได้ใบส้ม หากได้ใบส้มจริงๆ ก็ไม่มีเป็นไร นายธนาธร ยินดีทำหน้าที่อยู่นอกสภา ซึ่งเชื่อว่ามีงานอื่นให้ทำอีกมาก แต่ตอนนี้ต้องต่อสู้เพื่อยืนยันเสียงของประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ให้ดีที่สุด&amp;rdquo;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าว และว่าพรรคอนาคตใหม่จะจัดประชุมใหญ่สามัญ ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายนนี้ และจะมีการอบรมว่าที่ ส.ส. ครั้งที่2 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัทวีลัค มีเดีย, พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช, ส้มหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c8b58108cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
