<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พยานหลักฐานเพียงพอไม่ต้องทำการไต่สวน!ศาลรธน.นัดแล้ววันพิพากษาคดี 4 รมต.ถือหุ้นสัมปทานเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารข่าวกรณี กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรับธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล นายสุววิทย์ เมษินทรีย์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร และนายธีระเกียรติ &amp;nbsp;เจริญเศรษฐศิลป์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(5) หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ ได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจาณาได้ &amp;nbsp;จึงไม่ทำการไต่สวน ตามพระราชบัญญิติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจาณราของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562&amp;nbsp;เวลา 14.00 น. และหากคู่กรณีประสงค์ยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นหนังสือ ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสัมปทาน, นายธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, นายสุววิทย์ เมษินทรีย์, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร, ศาลรัฐธรรมนูญ, หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d319f4d059bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;แซะจริยธรรม&#039;หมอธี&#039;ถือหุ้นSCCสัมปทานรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ก.พ.61-นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขอชื่นชม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม แต่เรื่องนี้ทำให้ตนต้องไปตรวจบัญชีทรัพย์สินของ นพ.ธีระเกียรติว่า มีกรณีใดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ พบว่า นพ.ธีรเกียรติได้รายงานต่อ ป.ป.ช. ว่า ยังคงถือหุ้น SCC อยู่จำนวน 5,000 หุ้น หลังจากที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหุ้น SCC น่าจะเป็นตัวย่อของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ว่า เป็นหุ้นสัมปทาน เมื่อเป็นหุ้นสัมปทาน ก็จะมีปัญหาตามมาว่ารัฐมนตรีที่ถือหุ้นอยู่น่าจะต้องขาดคุณสมบัติ หากมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อนพ.ธีระเกียรติ พูดถึงเรื่องจริยธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ต่อกรณีนาฬิกาหรู 25 เรือนนั้น ถ้าเทียบเคียงกับการถือหุ้นสัมปทาน คงไม่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงได้ส่งจดหมาย EMS ไปยังรมว.ศึกษาฯ ว่า เรื่องหุ้น SCC ที่ถืออยู่นั้น เป็นหุ้นสัมปทาน หรือไม่ ถ้าใช่ ท่านจะพิจารณาลาออกเองเพื่อเป็นตัวอย่างได้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3004</URL_LINK>
                <HASHTAG>SCC, ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี, ถือหุ้นสัมปทาน, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, หมอธี, เรืองไกร ลีกิจวัฒน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8281ae3dbdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
