<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อิศรา&#039;เปิดอีก 10 คดีผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ สะดุ้งกันทั้งบาง!มีรอดคดีแค่ 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62&amp;nbsp; -&amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรา&amp;nbsp;นำเสนอรายงานพิเศษ ระบุว่าคดีผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร เนื่องจากขาดคุณสมบัติ กรณีเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นสื่อมวลชน มีจำนวนทั้งสิ้น 10 คดี (เท่าที่ตรวจสอบพบ) แบ่งเป็นคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเห็นชอบกับคำวินิจฉัยของ กกต. 9 คดี (ราย) และ เป็นคดีที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าผู้สมัคร ไม่ขาดคุณสมบัติ ให้กกต.ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส. 1 คดี (ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด ขอรวบรวมทั้ง 10 คดีมารายงาน ดังนี้ (ดูตารางประกอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ศาลฎีกาเห็นชอบกับคำวินิจของ กกต. 9 คดี (ราย) ผู้สมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คดีนายติณณ์ ศรีงาม ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคอนาคตใหม่ เจ้าของหนังสือพิมพ์สื่อ ศิลป์เมืองกําแพง
2.คดีนายอรชุน ประสิทธิ์สมบัติ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.อ่างทอง พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ของบริษัท คลื่นเสียงอ่างทอง&amp;nbsp;
3.คดีนายอนุสรณ์ เกษมวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 กรุงเทพฯ พรรคชาติพัฒนา เจ้าของหนังสือพิมพ์ สื่อกลางสภาไทย
4.คดีนายทวีป ขวัญบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน&amp;nbsp;
5.คดีนายคมสัน ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาชาติ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ที.เอ็ม.อินเตอร์เนชั่นแนล อิมพอร์ท เอ็กซ์พอร์ท จํากัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือจําหน่าย และออกหนังสือพิมพ์
6.คดีนายรวิพล หินผาย ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดอุดรธานี เขต 3 พรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด รวิพลเรดิโอ และ ห้างหุ้นส่วนจํากัด ทุ่งแกเรดิโอ ทำวิทยุชุมชนในจ.อุดรธานี และหนองคาย
7.คดีนายวิวิธชิตวัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาธรรมไทย เจ้าของหนังสือพิมพ์อ่าวไทย วอยซ์
8.คดีนายสุวัฒน์ชัย สวัสดี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 1 พรรคความหวังใหม่ เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โคราชการเมือง&amp;nbsp;
9.คดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ และออกหนังสือพิมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าผู้สมัคร ไม่ขาดคุณสมบัติ 1 คดี (ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คดีนายภัทรพล มานะสร้าง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดสระแก้ว เขต 1 พรรคพลังท้องถิ่นไท เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 10 ราย เป็นผู้สมัคร 8 พรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจำแนกคดีที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ 9 คดี (ราย) พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแรก คดีที่ผู้สมัคร เป็นเจ้าของสื่อ หนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียง 7 คดี ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คดีนายติณณ์ ศรีงาม เจ้าของหนังสือพิมพ์สื่อ ศิลป์เมืองกําแพง
2.คดีนายอรชุน ประสิทธิ์สมบัติ เจ้าของหนังสือพิมพ์ของบริษัท คลื่นเสียงอ่างทอง&amp;nbsp;
3.คดีนายอนุสรณ์ เกษมวรรณ เจ้าของหนังสือพิมพ์ ชื่อสื่อกลางสภาไทย
4.คดีนายทวีป ขวัญบุรี เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน&amp;nbsp;
5.คดีนายรวิพล หินผาย เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด รวิพลเรดิโอ และ ห้างหุ้นส่วนจํากัด ทุ่งแกเรดิโอ ทำวิทยุชุมชนในจ.อุดรธานี และหนองคาย
6.คดีนายวิวิธชิตวัน สุวรรณรัตน์ เจ้าของหนังสือพิมพ์อ่าวไทย วอยซ์
7.คดีนายสุวัฒน์ชัย สวัสดี เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โคราชการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่สอง คดี ที่ผู้สมัครถือหุ้นใน บริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือจําหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ 2 คดี คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คดีนายคมสัน ศรีวนิชย์ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ที.เอ็ม.อินเตอร์เนชั่นแนล อิมพอร์ท เอ็กซ์พอร์ท จํากัด และ 2. คดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส โดยคดีนายภูเบศวร์ ยังเพิ่มวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับสื่ออีกหนึ่งข้อ คือ แจ้งบริคณห์สนธิ (ข้อ 43) ประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอร์ตโฆษณา เผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารทุกประเภท ให้กับบุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ และองค์การอื่นๆ ของรัฐ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของกลุ่มแรกคดีที่ผู้สมัคร เป็นเจ้าของสื่อ หนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียง จำนวน 7 คดี มีข้ออ้างและข้อเท็จจริงคล้ายกัน 3 คดี คือ คดีนายอนุสรณ์ เกษมวรรณ เจ้าของหนังสือพิมพ์ ชื่อสื่อกลางสภาไทย คดี นายสุวัฒน์ชัย สวัสดี เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โคราชการเมือง และ คดี นายทวีป ขวัญบุรี เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน ทั้งสามคนรับว่า เป็นเจ้าของจริงแต่หยุดตีพิมพ์มาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว แต่ไม่ได้จดทะเบียนยกเลิกต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วันตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ศาลฎีกาวินิจฉัยถือว่ายังเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีก 4 คดีมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน คือ คดีนายติณณ์ ศรีงาม เจ้าของหนังสือพิมพ์สื่อ ศิลป์เมืองกําแพง ผู้สมัครเป็นเจ้าของสื่อ แต่แจ้งยกเลิกภายหลังการสมัครส.ส. , คดีนายอรชุน ประสิทธิ์สมบัติ เจ้าของหนังสือพิมพ์ของบริษัท คลื่นเสียงอ่างทอง อ้างว่าถือหุ้นจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการของหนังสือพิมพ์ของบริษัทฯ ,คดีนายรวิพล หินผาย หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก. รวิพลเรดิโอ และ หจก. ทุ่งแกเรดิโอ ทำวิทยุชุมชนในจ.อุดรธานี และหนองคาย อ้างว่า ยังไม่ได้รับแจ้งการอนุญาตจึงไม่สามารถเปิดกิจการได้ และ คดีนายวิวิธชิตวัน สุวรรณรัตน์ เจ้าของหนังสือพิมพ์อ่าวไทย วอยซ์ อ้างว่า ได้ลาออกจากการเป็นบรรณาธิการ และ เจ้าของหนังสือพิมพ์ ก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แต่ไม่มีหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลของเจ้าหน้าที่ จึงยังคงอยู่ในฐานะเจ้าของกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายของ นายภัทรพล มานะสร้าง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ประชารัฐ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเห็นว่าผู้สมัครส.ส.ไม่มีความผิด เนื่องจากมีหลักฐานแน่ชัดว่า ได้จดแจ้งเปลี่ยนแปลงการลาออกจากการเป็นเจ้าของและบรรณาธิการแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2561 ก่อนจะยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง การที่ยังปรากฎข้อมูลว่ายังคงเป็นเจ้าของและบรรณาธิการอยู่ในขณะที่ กกต.ตรวจสอบข้อมูล เกิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้แก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ในภาพรวมทั้งหมด เห็นได้ว่า มีข้อเท็จจริง คล้ายกัน และ แตกต่างกัน ในแต่ละคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเทียบกับ ส.ส. ที่ถูกร้องและอยู่ระหว่างการตรวจสอบในชั้น กกต. และ ผู้ที่ถูกร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 42 ราย รวม 2 กลุ่มเกือบร้อยราย ในขณะนี้ เนื้อหา ข้อเท็จจริงในการถือหุ้นจะสอดคล้อง หรือ ต่างกัน กับ คดีที่มีคำพิพากษาไปแล้ว 10 คดีข้างต้นหรือไม่ อย่างไร?&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39322</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ถือห้นสื่อ, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ, สำนักข่าวอิศรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d107daf928d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
