<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;บี้กกต.ส่งศาลรธน.ตีความคำนิยามถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 62 - ที่ศาลปกครอง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวภายหลังการฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำร้อง ในคดีที่ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ​ขอให้เพิกถอนมติของ กกต. ที่วินิจฉัยข้อร้องเรียนของผู้ฟ้องคดีว่า การที่ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดช่องทางสื่อสารกับสาธารณชนในรูปแบบ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ รวมถึง เว็บไซต์ส่วนตัว ไม่อาจถือว่าเข้าข่ายการเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชนใดๆ อันจะมีผลเป็นการเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนเรื่องว่าเป็นอำนาจของ กกต .ที่จะส่งให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นอยากจะเรียกร้องให้ กกต. เร่งพิจารณา กรณีที่ตนเองได้ร้องขอให้ตรวจสอบ ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองที่ถือครองหุ้นสื่อ ว่าเข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ งส.ส. หรือไม่ และเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยเร็ว เพื่อให้ศาลฯ พิจารณาวางบรรทัดฐานว่าคำว่า &amp;quot;สื่อ &amp;quot;นั้นมี ความหมาย ถึงอะไรบ้าง รวมถึงการมีชื่อเป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก อินสตราแกรมด้วยหรือไม่ ซึ่ง กกต. ไม่ควรเลือกที่จะส่งศาลฯพิจารณาเฉพาะในบางเรื่อง อย่างส่งเฉพาะของกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่ควรทำกับส.ส.คนอื่นๆ ในมาตรฐานเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือหุ้นสื่อ, ศาลปกครอง, ศาลรธน., เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf77df7ecc5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;เครียดแน่!กกต.เร่งไต่สวนปมรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติแต่สมัครส.ส. กางมาตรา151โทษคุก1-10ปีตัดสิทธิ์20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.62 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ โดยขอชี้แจงว่าการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของส.ส. เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 โดยกรณีของนายธนาธร เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏว่าสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) กกต.จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของกกต.ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีการไต่สวนนายธนาธร ว่าเป็นบุคคลผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. นั้น เป็นการดำเนินการตามที่มีผู้ร้องคัดค้านเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ของนายธนาธร ซึ่งเป็นการไต่สวนว่า มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 151 &amp;nbsp;หรือไม่ (ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่กกต.ได้แต่งตั้งขึ้นอย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้ง 2 กรณี เป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของกกต.และเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ได้มีการเร่งรัดหรือมีมูลจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. ๒๕๖๑ ใน มาตรา ๑๕๑ ระบุว่า &amp;quot;ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดํารงตําแหน่งดังกล่าวให้แก่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36693</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190524/image_big_5ce7b06c969a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ร้องกกต.ยุบ&#039;พปชร.&#039; ปมชาญวิทย์ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติ กองอำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 15 และกรรมการบริหารพรรค พปชร. เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนระบุวัตถุประสงค์ว่าประกอบกิจกรรมหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชน ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการสมัครส.ส.ได้ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนไต่สวนที่กกต.กำหนดจะได้ทำการวินิจฉัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวว่า ล่าสุดยังตรวจสอบพบว่านายชาญวิทย์ &amp;nbsp;เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย โดยในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 132 นั้น ระบุไว้ว่ากรณีที่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งจะต้องมีการเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณายุบพรรคนั้น ทั้งนี้ การที่นายชาญวิทย์ เป็นทั้งสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรค พปชร. ต้องมีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด ต้องรับผิดชอบ เนื่องจากหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติผู้สมัครทุกคนไม่เกินวิสัยของผู้บริหารพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากให้ กกต. ตรวจสอบกรณีการถือหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส. จากทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน เพราะก่อนหน้านี้ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ก็ถูกศาลฏีกาเพิกถอนสิทธิสมัครจากกรณีดังกล่าวไปแล้ว สำหรับพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครแล้วไม่มีใครที่ถือครองหุ้นสื่อ&amp;quot; นายณรงค์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34860</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ชาญวิทย์ วิภูศิริ, ณรงค์ รุ่งธนวงศ์, ถือหุ้นสื่อ, พท., พปชร., ยุบพรรค, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc91eaca0648.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
