<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จเรตำรวจ&#039; แจ้งข้อหาผิดวินัยร้ายแรง อดีต ผกก.โจ้ พร้อมพวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - ที่สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รองจเรตำรวจแห่งชาติ นัดประชุมคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยของจเรตำรวจ เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล หรือ ผกก.โจ้กับพวก 7 คน กระทำผิด ใช้ถุงพลาสติกสีดำครอบศีรษะนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ม้วนปิดปากถุงเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในถุง ทำให้นายจิระพงศ์ หายใจไม่ออก ขาดอากาศหายใจ หมดสติ และถึงแก่ความตาย ในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนเริ่มการประชุม พล.ต.ท.สราวุฒิกล่าวว่า วันนี้จะเป็นการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการที่รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่า ผลสรุปเป็นไปตามข้อเท็จจริงอย่างไร จากนั้นคณะกรรมการจะเดินทางไปที่เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อพบกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะทำการชี้แจงให้กับทางคณะกรรมการทราบภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้ถือว่าการทำงานของคณะกรรมการผ่านไปแล้ว 80 % ส่วนในรายละเอียดเรื่องข้อกล่าวหา ขอเวลาให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาให้เรียบร้อยก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117392</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจ, ถุงคลุมหัวฆ่า, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614980bae8ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายตั้ม&#039; ปฏิเสธบอกที่มาคลิปอดีต ผกก.โจ้​ ใช้ถุงคลุมหัว ยันไม่ได้รับงานจากใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รองจเจตำรวจ ​ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการ​ตรวจสอบวินัยร้ายแรง​ กรณีเหตุการณ์​อดีต ผกก.โจ้​ ใช้ถุงดำครอบหัว​ผู้ต้องหา​คดีเสพติด ​เปิดเผยว่า​ ในวันนี้ได้เชิญนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม​ มาให้ปากคำ​ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของคลิปและรายละเอียด​ทั้งหมด​&amp;nbsp; โดยคณะทำงานจะทำการรวบรวมพยานหลักฐาน​ให้แล้วเสร็จ​ จากนั้นจะเข้าไปแจ้งข้อหากับ​ทั้ง​ 7​ นายภายในเรือนจำ​ ซึ่งจะให้สิทธิ์​ทั้ง 7 คนสามารถชี้แจงข้อเท็จจริง​ได้ทุกเรื่อง​ แต่ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย​ ซึ่งในการตรวจสอบครั้งนี้​ คณะทำงานของตนเองจะเน้นไปที่การตรวจสอบเพื่อลงโทษ​ทางวินิย&amp;nbsp; ซึ่งโดยไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็น​ที่มีกระแสข่าว​ว่า​ ที่มาของคลิปเกิดจากความขัดแจ้งของตำรวจชุดจับกุมยาเสพติด​นั้น​ จะยังไม่มีการตรวจสอบในชั้นนั้น​ เนื่องจากเป็นคนละประเด็น​ แต่ยืนยันว่าที่มาของคลิปไม่มีผลต่อการพิจารณา​โทษทางวินัย​กับนายตำรวจทั้ง 7 ​คน​ ซึ่งโทษทางวินัยจะพิจารณา​เป็นรายบุคคล​ไปตามพยานหลักฐาน​และการกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการสอบปากคำในวันนี้​หากทนายตั้ม ปฏิเสธ​ที่จะบอกที่มาของคลิปดังกล่าว​ ก็ไม่เป็นอุปสรรค​ต่อการสอบสวน​ เนื่องจากตำรวจมีขั้นตอนการสอบสวน​ อีกทั้งมีพยานหลักฐาน​อย่างอื่นประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายษิทรา​ หรือ​ ทนายตั้ม​ ได้เดินทางเข้าพบคณะสอบสวน​พร้อม​ทั้งแสดง​ทรัมป์ไดร์ฟ ​ที่ภายในบรรจุข้อมูลคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นหลักฐานพฤติกรรม​ของ​ทั้ง 7 คน​ พร้อมยืนยันว่าไม่มีความกังวลใจ​ และพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนจะมีการเปิดเผยข้อมูลกับสื่อได้หรือไม่นั้น ต้องขอปรึกษา​กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเข้าให้ปากคำกว่า 2 ชม. นายษิ​ทรา​ ระบุว่า วันนี้ได้นำคลิปที่มีการโพสต์​ในลงสื่อ​ต่างๆ มามอบให้กับคณะกรรมการ​จเรตำรวจ​ ตรวจสอบในคดีตำรวจ7นาย​ ซ้อมทรมาน​ผู้ต้องหาคดียาเสพติด​จนเสียชีวิต​ ก่อนที่จะนำเข้าสู่สำนวนคดี​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น​ทราบว่า​ คณะกรรมการ​จเรตำรวจ​ได้ดำเนินการแจ้งข้อหา​ผิดวินัย​ร้ายแรงกับตำรวจทั้ง7นายแล้ว​ โดยผู้บัญชาการ​ตำร​วจ​แห่งชาติได้สั่งให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว​ อีกทั้งการสอบปากคำในวันนี้​ ทางคณะได้สอบถามถึงที่มาของคลิปดังกล่าว​ โดยตัวเองได้ให้ข้อมูลว่ามาจากตำรวจชั้นผู้น้อย​นายหนึ่งและหลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก​ ซึ่งทางคณะกรรมการ​ฯก็ไม่ได้กดดันให้บอกรายละเอียดทั้งหมด​&amp;nbsp; รวมทั้งการเข้าให้ปากคำในวันนี้ถือว่าตัวเองเป็นปากสุดท้ายในฐานะพยาน​ พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่ได้รับงานมาจากใครเพื่อโจมตีอดีต ผกก.โจ้​ หรือกลั่นแกล้ง​ ​ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยเจอและไม่เคยรู้จักกับตำรวจทั้ง7นายเป็นการส่วนตัว​&amp;nbsp;ส่วนอดีต ผกก.โจ้​ ยอมรับว่าเคยเจอเพียง​1ครั้งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันคณะกรรมการ​จเรตำรวจ​ เปิดเผยการสอบสวนเบื้อต้นว่า​ มีมติแจ้ง​ผิดข้อหาวินัยร้ายแรงกับตำรวจทั้ง​ 7​ นาย​ ส่วนคลิปที่ได้รับจากทนายตั้ม​นั้น จะนำส่งให้กองพิสูจน์​หลักฐาน​ดำเนินการตรวจพิสูจน์​ตามขั้นตอนการตรวจพิสูจน์​พยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนคดี​​ รวมถึงตรวจสอบวิเคราะห์​คัดแยกเสียงในคลิปดังกล่าว​ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม​ เช่น​ ว่ามีการเรียกรับเงินหรือไม่​ โดยคาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน​ทั้งหมดภายในสัปดาห์​นี้​ และในสัปดาห์​หน้าและเข้าแจ้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรงกับตำรวจทั้ง7​นาย ที่​เรือนจำคลองเปรม​ เพื่อให้ทั้ง7รายชี้แจงข้อเท็จจริง​ตามกระบวนการพิจารณา​โทษ​ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ทนายตั้ม, ผู้กำกับโจ้, ษิทรา เบี้ยบังเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614047dcb46a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอนฝากขัง &#039;อดีตผกก.โจ้&#039; กับพวกรวม 7 คนมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก พนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ยื่นคำร้องขอโอนการฝากขังผู้ต้องหารวม 7 คน ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล หรือผู้กำกับโจ้ พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง , ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค , ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา , ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว , ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้ต้องหาที่ 1-7 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมสิ่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเดิมครั้งแรกมีการยื่นฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 7 ต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ดำเนินการแทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 โดยศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาที่ 1-7 มีกำหนด 12 วัน จะครบกำหนดการฝากขังครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 ก.ย. และ 7 ก.ย. ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.เมืองนครสวรรค์ท้องที่เกิดเหตุ และเป็นกรณีข้าราชการตำรวจ ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา มีพฤติกรรมกระทำผิดร้ายแรงเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนให้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวและให้โอนสำนวนการสอบสวนจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ไปสอบสวนยังกองบังคับการปราบปราม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเนื่องจากคดีนี้ เป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบภาค 6 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงขอโอนการฝากขัง ผู้ต้องหาที่ 1-7 จากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ไปฝากขังยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และขอโอนการขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนจากเรือนจำกลางพิษณุโลก ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อสะดวกในการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 87 วรรคท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้โอนการฝากฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำร้องฝากขังในคดีนี้ระบุพฤติการณ์สรุปว่าเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2564&amp;nbsp;เวลากลางคืน ผู้ต้องหากับพวกเป็นตำรวจประจำสภ.เมืองนครสวรรค์ ทำหน้าที่ประจำชุดปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันจับกุมตัว นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ และ น.ส.กนกวรรณ หรือเฟิร์น คล้ายนิ่ม สองสามีภรรยา ที่ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) คือยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง น้ำหนักถุงละ 100 กรัม มาจำหน่ายให้กับสายลับของผู้ต้องหาที่ทำการล่อซื้อ โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น ตลาดนัดหน้าค่ายจิรประวัติ ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสรรค์ และตรวจยึดรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ขฉ 2905 ชัยนาท ต่อมาขณะที่นายจิระพงศ์ฯ อยู่ในการควบคุมของผู้ต้องหากับพวก ผู้ต้องหากับพวกทราบว่านายจิระพงศ์ มียาบ้าไว้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 5 ส.ค.2564 เวลากลางวัน ผู้ต้องหากับพวกประกอบด้วย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ &amp;nbsp;อุทธนผล,พ.ต.ต.รวิโรจน์ ดิษทอง, ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค, ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา, ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว,ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น และ ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ร่วมกันสอบเค้นหาที่ซ่อนยาเสพติดดังกล่าว โดยใช้ถุงพลาสติกโดยไม่มีช่องอากาศ ครอบศีรษะนายจิระพงศ์ ม้วนปิดปากถุงเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในถุง ทำให้นายจิระพงศ์ หายใจไม่ออก พยายามดิ้น ผู้ต้องหากับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันจับลำตัว แขน นายจิระพงศ์เพื่อไม่ให้ขัดขืน การกระทำของผู้ต้องหากับพวก ทำให้นายจิระพงศ์ ขาดอากาศหายใจ หมดสติ และถึงแก่ความตาย ในเวลาต่อมา ส่วนยาเสพติดที่ล่อซื้อได้ไม่ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และได้ปล่อยตัว น.ส.กนกวรรณ หรือ เฟิร์น คล้ายนิ่ม กับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ขฉ 2905 ชัยนาทไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ต้องหากับพวกให้สายลับล่อซื้อยาเสพติดจนจับกุมนายจิระพงศ์ กับ น.ส.กนกวรรณได้พร้อมยาเสพติดเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่ใช้วิธีบังคับที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เพื่อขยายผลเครือข่ายยาเสพติดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเมื่อผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ผู้ต้องหากับพวกไม่ส่งยาเสพติดที่ล่อซื้อได้ดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังเกิดเหตุมารตาผู้ตายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลจังหวัดนครสวรรค์ ออกหมายจับ ซึ่งศาลอออกหมายจับเลขที่ 183/2564 ลงวันที่ 25 ส.ค.2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ผู้กำกับโจ้, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f514d3db15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การกองปราบชี้พยาน 6 ปากคดี ผกก.โจ้ รับเป็นชุดจับกุม ยังไม่ชัดเอี่ยวฆ่าผู้ต้องหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31&amp;nbsp;ส.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.)เปิดเผยขั้นตอนหลังกองปราบปรามรับโอนสำนวนคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีต ผกก.โจ้ กับพวกรวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน ซ้อมทำร้ายผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วยการใช้ถุงคลุมหัวเสียชีวิตมาทำคดี โดยมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน ว่าคณะพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน จากนั้นก็จะส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในทางคดีพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำตำรวจ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นายซึ่งเป็นชุดจับกุมในฐานะพยานให้การเป็นประโยชน์ยอมรับว่าที่อยู่ในเหตุการณ์การจับกุมจริง และชุดจับกุมมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองนครสวรรค์จริง แต่หลังจากนั้นจะมีพฤติกรรมอย่างไรต้องตรวจสอบในรายละเอียด&amp;nbsp; ส่วนทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นายจะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตาม ม.157&amp;nbsp;ด้วยหรือไม่ ความชัดเจนไม่สามารถเปิดเผยได้ ขึ้นอยู่กับคณะพนักงานสอบสวนที่มี พล.ต.อ.สุชาติ เป็นหัวหน้าคณะฯจะพิจารณาความผิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขยายผลเส้นทางการเงินของอดีต ผกก.โจ้ โดยเฉพาะการครอบครองรถยนต์หรูกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คัน ขณะนี้มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เป็นผู้รับผิดชอบ ในการตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้นกรณีที่ อดีต ผกก.โจ้ เป็นผู้แจ้งจับรถกับกรมศุลากรกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คัน ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ แต่ ปอศ.ต้องสอบสวนอย่างละเอียดว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่จริงหรือไม่ รวมทั้งผู้ที่นำเข้ารถหรู จะรู้เห็นเป็นใจกับ ผกก.โจ้ หรือไม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ปอศ.เช่นกัน แต่ยอมรับว่าข้อมูลต่างๆที่แจ้งมายังตำรวจ และเผยแพร่สื่อออนไลน์ ส่วนใหญ่พบว่าเป็นข้อมูลเก่าและไม่มีตัวตนสำหรับผู้แจ้งแล้ว แต่ตำรวจจะตรวจสอบข้อมูลทุกอย่าวที่ประชาชนแจ้งเบาะแสมา ส่วนที่สังคมมองว่าตำรวจมีการช่วยเหลือกันหรือไม่นั้น ก็มองได้ แต่กองปราบปราบยืนยันดำเนินการตามพยานหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนกระแสข่าวที่ อดีต ผกก.โจ้ ป่วยเป็นโรคไบโพล่านั้น อยู่กับพยานหลักฐานว่าเป็นก่อนหรือหลัง มีการรักษาตัวหรือไม่ การจะมากล่าวอ้างแบบเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักในทางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ป. กล่าวถึงกรณีเรื่องคนนำคลิปเหตุการณ์ขณะทำร้ายผู้ต้องหาบนโรงพักมาปล่อย ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นคนในหรือคนนอก เพราะมีทั้งการที่คนนอกอาจจะเอามาปล่อยก็ได้ แม้เรื่องจะเกิดขึ้นภายในโรงพัก แต่ยืนยันว่าการสอบสวนหากไม่พบคนปล่อยคลิปก็สามารถดำเนินคดีได้ หากคลิปดังกล่าวไม่มีการตัดต่อก็ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญและสมบูรณ์ในการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบิดาของผู้เสียชีวิตจะความผิดหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ แต่ตำรวจไปสอบปากคำมาแล้ว เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องทำอย่างรอบคอบ รวมทั้งเรื่องบุคคลที่มาช่วยเหลือนำตัว อดีต ผกก.โจ้ มาส่ง สภ.แสนสุข นั้น ตรงนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ผู้กำกับโจ้, ผู้บังคับการกองปราบปราม, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล, พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612794ddd6110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายผกก.โจ้ ยังไม่คิดยื่นประกันตัว ชี้ปฏิเสธชั้นสอบสวนเป็นสิทธิผู้ต้องหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความผู้รับมอบอำนาจของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกับพวกใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนถึงแก่ความตาย เปิดเผยเกี่ยวกับการยื่นขอประกันตัวว่า ตอนนี้ยังไม่คิดยื่นขอปล่อยชั่วคราว ผกก.โจ้ เพราะต้องดูสถานการณ์และความเหมาะสมหลายๆด้าน รวมทั้งหลักทรัพย์ ที่จะใช้ขอประกันตัว คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายก่อน ระยะหนึ่งก่อนแล้ว ค่อยคิดเรื่องประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ในชั้นสอบสวน ผกก.โจ้ ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีทุกข้อกล่าวหาทั้งๆที่ในชั้นจับกุม&amp;nbsp;ได้แถลงกับสื่อมวลชนว่า ยอมรับผิดเพียงคนเดียวลูกน้องไม่เกี่ยว เพราะเป็นคนสั่งนั้น ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา เพราะถูกแจ้งดำเนินคดีหลายข้อหา บางข้อหา ผกก.โจ้บอกว่า ไม่ได้ทำ แต่คงเปิดเผยไม่ได้ว่า มีข้อหาอะไรบ้าง เพราะจะเสียหายต่อรูปคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ผกก.โจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129fc868e038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 00:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผกก.โจ้&#039; โฟนอินรับผิดคนเดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ขอโทษทำพลาดไม่มีเจตนาฆ่า-ปัดรีดทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.โจ้ ยืดอกรับสารภาพผิดแต่เพียงผู้เดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ไม่มีการเรียกรับเงินทำเพื่อต้องการข้อมูลยาเสพติด&amp;nbsp;ยันไม่มีเจตนาฆ่าแต่พลาดเพราะประสบการณ์น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 21.45 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์&amp;nbsp; ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบก.สส.ภ.7) พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ผบก.ปส.3) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด,ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 7 คน ใช้ถุงคลุมศีรษะ นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตภายในห้องสืบสวนพื้นที่ สภ.เมืองนครสวรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.แถลงว่า หลังเกิดเหตุได้ออกหมายจับข้าราชการตำรวจทั้งหมด 7 คน&amp;nbsp;ขณะนี้จับกุมตัวได้ทั้งหมด การจับกุม การรับมอบตัว เราพยายามทำให้สังคมเห็นว่า เราไม่เคยปกป้องคนผิด เอาทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อาจจะไม่ช่วยให้การสูญเสียไปดีขึ้น แต่อย่างน้อยเราไม่ได้ปกป้ององค์กรตำรวจ ที่ผ่านมาในนามขององค์กรตำรวจได้ขอโทษประชานกับที่เกิดเรื่องแบบนี้ ยังยืนยันว่าเป็นองค์กรที่ตรวจสอบได้ จะเห็นว่าตำรวจทำผิดแล้วพ้นโทษไม่มี ส่วนใหญ่แล้วเราดำเนินการเกือบทั้งหมด ยืนยันว่าแม้จะเป็นยศชั้นไหน แม้ ผบ.ตร.ลงไปถึงลูกแถว ทำผิดตั้งลงถูกลงโทษ อยากให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้ต่อสายโฟนอินให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ พูดคุยกับสื่อมวลชนเพราะไม่มีนโยบายในการนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว&amp;nbsp; โดยก่อนที่จะให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ โฟนอิน ผบ.ตร.ได้แจ้งว่า การพูดไม่มีใครบังคับได้ยินได้ฟังกันทั่วประเทศ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ รับทราบ พร้อมบอกว่าอยู่กับทนาย พร้อมเปิดเผยว่า ข้อหาที่ตั้งขอให้การในชั้นศาล แต่จะเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ก่อนเกิดเหตุได้จับตัวผู้ต้องหาตรวจสอบในมือถือพบมีการถ่ายภาพยาเสพติดเป็นยาไอซ์ล็อตใหญ่ ได้พยายามสอบถามแต่ผู้ต้องหาไม่ยอมบอก&amp;nbsp;ยอมรับว่าที่ทำไปไม่ถูกต้องที่ทำไปเพื่อต้องการเอาข้อมูล ผมยอมรับผิดลูกน้องไม่ส่วนเกี่ยวข้องยอมรับผู้เดียว ที่ทำต้องการต่องาน ไม่มีการเรียกรับเงิน ส่วนที่ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวเพราะไม่อยากให้เขาเห็นหน้า แต่ที่ใช้ถุงคลุมซ้ำและให้ล็อกมือเพราะผู้ต้องหาพยายามฉีกถุงพลาสติก ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน และไม่มีการเรียกรับเงิน 1 ล้านบาท สาบานได้ชีวิตราชการไม่เคยทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นรู้สึกตกใจ จึงให้ลูกน้องช่วยปั๊มหัวใจก่อนนำตัวส่ง รพ. ส่วนผลที่แจ้งให้ทางแพทย์ลงความเห็นเสพยาเกินขนาดเพราะคุยกับแฟนเขาให้การว่าผู้ตายเสพยาเยอะ พักผ่อนน้อยคาดมาจากการเสพยา ผมยอมรับผิดทุกประการแต่ขอให้การว่าไม่มีเจตนาฆ่า ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนไม่ให้ลูกหลานติดยาเสพติด แต่มันพลาด ขอโทษประชาชน ขอโทษพ่อแม่น้องไม่มีเจตนาไม่ทราบว่าเขาตาย ที่ทำต้องการข้อมูลยาเสพติด ขอโทษ ผบ.ตร. ขอโทษตำรวจทุกคน ตำรวจดีมีเยอะ และยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่พ่อของผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุได้ช่วยเงินทำศพ 30,000 บาท ส่วนที่ใช้น้ำสาดผู้ตายเพราะเข้าใจว่าสลบต้องการให้เขาตื่นให้ลูกน้องเอาผ้าชุบน้ำเช็ดให้ตื่น ตอนแรกนึกว่าเขาแกล้งด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงทรัพย์สินที่มีจำนวนมากโดยเฉพาะรถหรูได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ เขาตอบว่า ทรัพย์สินทั้งหมดได้มาอย่างถูกต้อง มีเอกสารรับรอง&amp;nbsp; ถามอีกว่าการคลุมถุงเป็นวิธีการปฏิบัติของตำรวจและเคยทำมาแล้วหลายครั้งหรือไม่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ตอบว่า ไม่เคยทำ เป็นการตัดสินใจของผมคนเดียว&amp;nbsp; เมื่อถามว่าทำไมมีการถอดกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุทั้งที่อ้างว่าไม่มีเจตนา หลังเกิดเหตุแล้วช็อก​ อายุน้อย ประสบการณ์น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ได้ตัดบทบอกให้พอได้แล้ว หลายๆอย่างเกี่ยวกับคดีมันจะเสียหายนี้ก็เจ๊งแล้ว มันเกินพอแล้ว รายละเอียดให้อยู่ในสำนวน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.ให้แนวอยู่ว่าสอบสวนให้สิ้นข้อสงสัยกับสังคม ขอให้เชื่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ&amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.6 กล่าวถึงการมอบตัวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ว่า&amp;nbsp;เวลาประมาณ 23.00 คืนที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าพี่เอกผมไม่ไหวจะฆ่าตัวตาย ผมจึงบอกว่ามึงตายแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเหลืออะไร เป็นลูกผู้ชายต้องกลับมาชี้แจงการกระทำของตัวเอง เป็นตำรวจผิดต้องยอมรับผิด หนีไปไม่มีอะไรดีมีแต่เลวร้าย เขาจึงตอบกลับมาว่า พรุ่งนี้มารับผมที่ชลบุรี จึงเรียนให้ ผบช.ภ.6 และ ผบ.ตร.ทราบ จากนั้นเช้าได้เดินทางออกจาก จ.พิษณุโลกเวลา 9 โมง จากนั้นเที่ยงกว่ามีโทรศัพท์มาถามว่า มารับผมหรือเปล่าถ้ามา&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 โมงเย็นมายืนรอผมที่หน้า สภ.แสนสุข ให้ใส่เครื่องแบบไป เมื่อถึงเวลา มีรถเก๋งสีขาววิ่งมาจอด มีคนลงมาจากรถแล้วเดินมาหาบอกว่าผมโจ้ แต่รถคันที่มาส่งหันมาอีกทีรถที่มาส่งได้วิ่งออกไปจำทะเบียนไม่ได้จึงพาไปลงบันทึกที่ สภ.แสนสุข ก่อนพาตัวส่งพนักงานสอบสวนที่กองปราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114680</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_6127ac53b850e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพนาทีสอบปากคำ &#039;ผู้กำกับโจ้&#039; ที่กองปราบ ก่อนผบ.ตร.แถลงข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (เสื้อยืดสีเขียวเข้ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมทีมสืบสวน&amp;nbsp;ร่วมสอบปากคำ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองสวรรค์ ผู้ต้องหาที่ร่วมกันใช้ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิต ภายหลังจากถูกควบคุมคุมตัวได้ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา โดย ผบ.ตร.จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเวลา 21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ผบ.ตร., ผู้กำกับโจ้, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612794c8b31fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
