<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเอาจริงสิ้นปีนี้ บังคับเมืองใหญ่แบนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนเผยแผนห้ามใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ และห้ามร้านอาหารใช้หลอดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งภายในสิ้นปีนี้ เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกสารที่คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (เอ็นดีอาร์ซี) และกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีนเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ระบุถึงแผนห้ามผลิตและขายโฟม, ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้และภาชนะที่ใช้ในการรับประทานอาหารที่เป็นพลาสติกในเมืองใหญ่ทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ และห้ามใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ในทุกเมืองทั่วประเทศภายในปี 2565 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ห้ามใช้หลอดที่ย่อยสลายไม่ได้ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในอุตสาหกรรมร้านอาหารภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน โดยมีข้อยกเว้นให้ใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายไม่ได้ในตลาดที่ขายอาหารสดได้ถึงปี 2568 และห้ามผลิตและขายถุงพลาสติกที่มีความหนาไม่ถึง 0.025 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนดังกล่าวของทางการจีนระบุว่า ภายใน 5 ปีนี้ อุตสาหกรรมร้านอาหารในจีนต้องลดการใช้พลาสติกให้ได้ 30% และโรงแรมต้องหยุดให้บริการผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วทิ้งให้ได้ภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของธนาคารโลกเผยว่า ในปี 2560 จีนมีขยะถึง 210 ล้านตัน และเตือนว่าภายในปี 2573 ขยะในจีนจะเพิ่มเป็น 500 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนการลดขยะในจีนฉบับนี้มุ่งลดขยะของบริการส่งพัสดุด้วย โดยร้านให้บริการส่งพัสดุในกรุงปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้และเจียงซู จะต้องห้ามใช้แพ็กเกจห่อพัสดุที่เป็นพลาสติกย่อยสลายไม่ได้และถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไปรษณีย์แห่งชาติจีนเผยว่า ในเทศกาลช็อปปิ้งออนไลน์วันคนโสดเมื่อปีที่แล้ว มีการส่งพัสดุมากกว่า 2,300 ล้านชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ กระทรวงสิ่งแวดล้อมมาเลเซียแถลงส่งตู้คอนเทนเนอร์ 150 ตู้ ที่นำเข้าขยะพลาสติกผิดกฎหมายกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศร่ำรวย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, จีน, ถุงพลาสติก, หลอดพลาสติก, แบนพลาสติก, ใช้ครั้งเดียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25b6628a27c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>75 ร้านซวยแล้ว!พี่ศรีฯร้อง&#039;สคบ.&#039;สอบเอาเปรียบผู้บริโภคไม่จัดหาภาชนะรองรับแทนถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ สคบ. ให้ดำเนินการสอบเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ออกมาณรงค์และนำร่องงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยสิ้นเชิง ในบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่กว่า 75 บริษัท อาทิ ห้างเซลทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส ฯลฯ ที่งดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวดังกล่าว กลับมิได้มีการเตรียมการหาภาชนะอื่นใดมาใช้ทดแทนให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อที่จะได้ลดต้นทุนด้านการจัดเตรียมถุงพลาสติกไว้ให้บริการลูกค้าลง แถมมีห้างสรรพสินค้าบางรายฉวยโอกาสในการโขกสับเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าในราคาที่สูงเกินควร โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของร้านค้าที่จะต้องเตรียมหาภาชนะอื่นมาให้บริการลูกค้าฟรีมิใช่มาขูดรีดเอากับลูกค้า และดูเหมือนภาครัฐก็เพิกเฉย ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ สคบ. เพื่อให้ดำเนินการ 3 ประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)สั่งมห้ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั้ง 75 บริษัท จัดหาภาชนะที่ใช้ทดแทนถุงพลาสติกมาให้บริการลูกค้าโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ หากทำไม่ได้ให้ลดราคาสินค้าลงตามสัดส่วนต้นทุนพลาสติกที่ได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามข้อ 1) ข้างต้นให้ใช้อำนาจตามมาตรา 39 พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ในการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคดังกล่าว และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ให้เสนอความเห็นค่อ ครม.เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ สคบ.ตาม ม.61 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.10 (1) (7) (9) ซึ่งจะต้องดำเนินการและมีคำตอบภายใน 90 วันตามที่กฎหมายบัญญัติ หาก สคบ.นิ่งเฉยสมาคมฯจะนำความขึ้นฟ้องร้อง สคบ.ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงพลาสติก, ผู้บริโภค, ศรีสุวรรณ จรรยา, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12e76ea0a26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;เคลียร์ยิบดราม่าเบลอภาพถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.63 -&amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์กรณีโลกออนไลน์มีประเด็นดราม่าวิพากษ์วิจารณ์การรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกผ่านสื่อโทรทัศน์ด้วยการเบลอภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในรายการโทรทัศน์ว่า การที่สถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งจะดำเนินการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสถานีนั้น เพียงแต่ว่าเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2562 มี 8 สถานีโทรทัศน์ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ได้แสดงความจำนงให้ความร่วมมือลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก หากเราย้อนกลับไป การเบลอถุงพลาสติกนั้นก็ไม่ต่างจากการเบลอภาพบุหรี่ สุรา หรือปืน แต่วันนี้พอมาพูดถึงการเบลอถุงพลาสติกก็ต้องมองอีกมุมหนึ่งว่าไม่สามารถลดได้ แต่อย่างน้อยการดราม่าทำให้สังคมรับรู้ว่า 1 ม.ค.ที่ผ่านมาประเทศไทยเลิกใช้ถุงพลาสติก และสังคมไทยโดยเฉพาะในโลกออนไลน์การที่จะติติงหรือการทำอะไรแล้วเกิดการดราม่าเป็นเรื่องที่ง่าย แต่อยากจะฝากถึงประชาชนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงและโลกออนไลน์ว่า อยากให้ดูถึงเจตนารมณ์ของสถานีโทรทัศน์ต่างๆว่าเขามีเจตนาดีที่อยากจะแสดงให้สังคมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะลด เลิก การใช้ถุงพลาสติก

เมื่อถามว่ามีประชาชนที่ยังไม่ทราบแล้วไม่เตรียมตัว ได้นำกระสอบ ถุงปุ๋ย ถังไปใส่แทนถุงผ้า นายวราวุธ กล่าวว่า ตนเห็นภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกระโถน ถังน้ำ รถซาเล้ง หรือรถขนปูน สิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่สร้างสรรค์ สร้างรอยยิ้ม ต้องขอบคุณประชาชนคนไทยที่มีอารมณ์ขัน แฝงด้วยความที่รักในสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย เพราะวันนี้สิ่งที่เราจะนำมาใส่สินค้า แน่นอนว่าการที่จะหาอะไรมาแทนถุงพลาสติกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อไม่มีแล้ว ตนเชื่อว่าทุกคนจะดิ้นร้นหาอะไรมา เช่น ถุงข้าวสาร กระสอบปุ๋ย หรืออะไรมาก็ได้ เพราะในเมื่อไม่มีถุงพลาสติกแล้ว ท้ายที่สุดแล้วไม่เกินฝีมือคนไทยที่จะหาทุกอย่างมาใส่ได้ เพราะคนไทยเก่งและไม่แพ้ชาติใดที่จะปรับตัว เพียงแค่ผ่านไป 3 วันเราก็เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การนำเอาชั้นตากเนื้อแดดเดียวมาใส่สิ่งของ

เมื่อถามถึงกรณีมีการตั้งโรงงานขยะพิษที่เป็นของประเทศจีนกว่าพันโรงงานในประเทศไทย นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันการนำเข้าขยะไม่ว่าเป็นพลาสติกหรืออิเล็กทรอนิกส์เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย วันนี้ประชาชนทำอย่างเต็มแล้วที่จะลดปริมาณการใช้พลาสติก แต่กลายเป็นว่ามีการนำเอาขยะเหล่านี้เข้ามาในประเทศจนมีการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล ตนขอน้อมรับไว้ และไม่ขอแก้ตัวว่าเป็นบทบาทหน้าที่ของกรม หรือกระทรวงใด ทั้งนี้ กระทรวงจะมีการเร่งประชุมเรื่องดังกล่าวเพื่อหยุดการนำเข้าขยะพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ แม้บางฝ่ายจะอ้างว่าการนำเข้าเพื่อรีไซเคิล แต่เป็นการนำขยะเข้ามาทิ้งในบ้านเรา ประเทศไทยไม่ใช่ถังขยะของบ้านอื่น ฉะนั้นต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน

&amp;ldquo;การตั้งโรงงานเราไม่อยากจะไปโบ้ยว่าเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงอื่น แต่เราจะทำให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะผมตั้งปณิธานเอาไว้ว่าปี 63 จะเป็นปีแห่งการลดมลพิษของประเทศไทย และผมจะทำให้ดีที่สุด ส่วนได้พูดคุยกับกระทรวงอุตสาหกรรมหรือไม่นั้น เรื่องการหารือข้ามหน่วยงานมีการพูดคุยกันแน่นอน ส่วนการตั้งโรงงานต่างๆที่จะให้เศรษฐกิจบ้านเราพัฒนาไปข้างหน้าเราก็สนับสนุน แต่ทุกโรงงานต้องมีการบำบัดของเสีย ส่งเสริมการดูแลวิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงพลาสติก, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd639b486b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 เดือนลดถุงพลาสติกได้ 814 ล้านใบ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ปลุกคนไทยลุยต่อ-ดับวิกฤติขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วิกฤติขยะพลาสติกยังเป็นปัญหารุนแรงที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จึงสนับสนุนการยกร่างโรดแมปจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ทุกภาคส่วนนำไปดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกแบบบูรณาการ เช่น มุ่งยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มภายในปี 2562 การยกเลิกถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนา น้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดพลาสติก ภายในปี 2565 เป็นต้น โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติและนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากการยกร่างโรดแมปเพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวแล้ว คณะรัฐมนตรียังมีมติเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 มอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักดำเนินงาน &amp;ldquo;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ประกอบด้วย 5 กิจกรรม ซึ่งผลการดำเนินงานในกิจกรรมต่าง ๆ มีความคืบหน้าไปมากดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.มาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กำหนดให้เป็นตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ 2562 สำหรับประเมินผู้บริหารองค์การ ปลัดกระทรวง อธิบดี จำนวน 152 หน่วยงาน และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด โดยเริ่มประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ในวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป แต่ในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ได้มอบนโยบายเพิ่มเติม คือ ต้องมีเกณฑ์ประเมินผลมากกว่าหน่วยงานสังกัดอื่น 2 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.กิจกรรมรณรงค์ &amp;ldquo;ทำความดี ด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แยกพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ 2.1) ตลาดสดเทศบาลและเอกชน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจากการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 21กรกฎาคม 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถลดถุงพลาสติกได้กว่า 464 ล้านใบ 2.2) ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งผลดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 &amp;ndash; 28 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ 250 ล้านใบ นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์งดให้บริการถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ซึ่งจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 สามารถลดได้อีก 100 ล้านใบ โดยเมื่อรวมกิจกรรมทั้งหมดเท่ากับสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 814 ล้านใบ หรือประมาณ 4,600 ตัน ภายในระยะเวลา 7 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.กิจกรรมลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 มีผู้ร่วมโครงการ 4,270,129 คน สามารถลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ 1,639,920 ชิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4.การรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่สวนสัตว์ โดย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;5. การจัดการขยะบกสู่ขยะทะเลในพื้นที่ 24 จังหวัดชายทะเล โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ได้ดำเนินการใน5กิจกรรมสำคัญคือ&amp;nbsp; 5.1) การจัดเก็บขยะตกค้างในระบบนิเวศอย่างน้อยจังหวัดละ 2 ครั้ง รวมถึงจัดทำมาตรการลดปริมาณขยะทะเลพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัด ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี พังงา ภูเก็ต และตรัง 5.2) การรณรงค์ชายหาดปลอดบุหรี่และปลอดขยะ ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นนำร่อง 24 แห่งใน 15 จังหวัด 5.3) การจัดทำทุ่นกักขยะ (Boom) เพื่อการจัดการขยะบริเวณปากแม่น้ำและคลองที่จะไหลลงสู่ทะเล นำร่องพื้นที่เป้าหมาย 10 แห่ง และ 5.4) การกำจัดขยะในพื้นที่มีปัญหาเฉพาะ อาทิ การดำเนินมาตรการคุ้มครองพื้นที่เกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัญหาขยะและขยะทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติกไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง หากแต่เป็นเรื่องสำคัญระดับนานาชาติ ในวาระที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ นับเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะแสดงบทบาทในการเป็นผู้นำที่จะยกระดับความร่วมมือในการจัดการปัญหาขยะทะเลให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล &amp;ldquo;Special ASEAN Ministerial Meeting on Marine Debris&amp;rdquo; ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันว่าปัญหาขยะทะเลเป็นปัญหาข้ามพรมแดนและรับทราบถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ โดยรัฐมนตรีอาเซียนได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความยั่งยืนและเพื่อส่งเสริมการประสานงานที่สอดคล้องกันภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านปัญหาขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนและทิศทางในอนาคต รวมถึงข้อปฏิบัติที่แนะนำสำหรับอาเซียนในการป้องกันและลดปัญหาขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายสำคัญ คือ การรณรงค์สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในพื้นที่ชุมชนและแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ที่กำลังก่อวิกฤติให้กับสิ่งแวดล้อมอยู่ในเวลานี้ ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนคนไทยทุกคนมารวมพลังกันในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤติที่เกิดขึ้น ด้วยการช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นมากขึ้น&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ถุงพลาสติก, ทส., พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c8880059b4bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าปลีกปลุกช้อปปิ้งไร้ถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการค้าปลีก ผนึกกำลังสร้างแรงจูงใจลูกค้าไม่รับถุงพลาสติก หวังแก้ไขปัญหาพลาสติก สนองนโยบายภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ย.61-&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ธ.ค. 2561 ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมไทย ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงขอความร่วมมือทุกห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล โรบินสัน เทสโก้โลตัส บิ๊กซี ฟู้ดแลนด์ ซีพีฮอลล์ พร้อมใจกันงดใช้ถึงพลาสติกหูหิ้ว โดยลูกค้าที่เข้ามาชอปปิงต้องนำถุงผ้า,กระเป๋า,กล่อง และตะกร้าไปเอง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาพลาสติก ตามนโยบายภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ในวันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ 4 ธ.ค.นี้ ทางเทสโก้ โลตัส ได้ตอบรับนโยบายภาครัฐ ประกาศงดแจกถุงพลาสติก ทั้ง 2,000 สาขาทั่วประเทศ หลังจากที่ผ่านมาได้รณรงค์เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของลูกค้า ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนของกลุ่มเทสโก้ พร้อมทั้งยังให้การสนับสนุนนโยบายของภาครัฐอย่างต่อเนื่องในการรณรงค์ให้ลูกค้าและประชาชนลดใช้ถุงพลาสติก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มรณรงค์มาตั้งแต่ปี 2553 ด้วยการนำระบบการให้แต้มเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าไม่รับถุงพลาสติก ทำให้พบว่าในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สามารถลดถุงพลาสติกไปได้แล้วอย่างน้อย 100 ล้านใบ และได้เพิ่มความเข้มข้นของการรณรงค์ขึ้นทุกปี โดยตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ได้เพิ่มแต้มกรีนพ้อยท์ 5 เท่า จากเดิม 20 แต้มเป็น 100 แต้มทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก โดยใช้เครือข่ายร้านค้าที่ใกล้ชิดชุมชนทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคถุงผ้าจากพี่น้องประชาชน โดยจะนำถุงผ้าที่ได้รับบริจาคไปมอบให้กับโรงพยาบาลในสังกัดของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ป่วยใส่ยากลับบ้านแทนการใช้ถุงพลาสติก โดยเบื้องต้นจะเริ่มตั้งกล่องรับบริจาคที่เทสโก้ โลตัส สาขาบางกรวย-ไทรน้อย ก่อนจะขยายไปยังสาขาอื่นๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า วันที่ 4 ธ.ค.นี้ ทางกลุ่มเซ็นทรัล อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างเซน เพาเวอร์บาย ไทวัสดุ ต่างๆในทุกแบรนด์ ทุกกลุ่มสินค้าได้พร้อมใจกันตอบสนองนโยบายภาครัฐ งดมอบถุงพลาสติกให้กับลูกค้าทุกสาขา โดยลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าภายในเครือจะต้องนำถุงผ้า หรือตะกร้า สำหรับใส่สินค้ามาเอง ส่วนกรณีที่ลูกค้าไม่ได้นำถุงผ้าสำหรับใส่สินค้ามาเองทางห้างได้เตรียมกล่องไว้ให้บริการฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป ระบุว่า ในปี 2561 จากมีการจัดแคมเปญรณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และได้รับผลตอบรับเพิ่มขึ้นทุกปี ทางห้างจึงได้เพิ่มวัน และแผนกที่รวมรณรงค์เพิ่มมากขึ้น โดยลูกค้าที่มาซื้อสินค้าภายในห้างฯ ผ่านบัตร M Card หากมีการปฏิเสธรับถุงช้อปปิ้ง ถุงพลาสติก จะได้รับคะแนน M Point เพิ่มอีก 10 คะแนน ในทุกวัน โดยคาดว่าปี 2561 จะลดถุงได้อีกไม่ต่ำกว่า 6 ล้านใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในวันที่ 3 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ประกาศงดให้บริการถุงพลาสติก เป็นเวลา 1 วัน เนื่องในวันปลอดถุงพลาสติกสากล (International Plastic Bag Free Day) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้บริษัทฯ ต่อยอดการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกต่อเนื่อง โดยเพิ่มวันงดให้บริการถุงพลาสติก ในทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน และยังได้รับคะแนน M Point 10 คะแนน เช่นเดิม โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2561 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงพลาสติก, นโยบายภาครัฐ, ผู้ประกอบการค้าปลีก, วันสิ่งเวดล้อมไทย, ห้างสรรพสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf6661cc610b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
