<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีไซเคิลขยะลดมลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขยะมูลฝอย ที่เกิดจากการอุปโภค บริโภค กิจกรรมทั้งหลายของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ชุมชน ตลาด ร้านค้า และโรงงาน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ที่ทำให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องทั้งทางน้ำและทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดก๊าซเรือนกระจก ที่มีสาเหตุจากขยะเทกอง ที่ปล่อยก๊าซมีเทน ซัลเฟอร์กับคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ปัญหาขยะในทะเลที่ส่งผล กระทบต่อสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากพฤติกรรมการบริโภคและการแยกขยะจากต้นทางการจัดการขยะที่ไม่ได้มาตรฐานก่อให้เกิดมลพิษ รวมถึงการไม่เกิดการนำกลับมาใช้ซ้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากผลดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาขยะล้มเมือง ซึ่งจากผลการสำรวจของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะสูงขึ้นต่อเนื่องขึ้นทุกปี ซึ่งรายงานจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทยปี 2559 มีปริมาณถึง 27.06 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าตึกใบหยก 2 จำนวน 140 ตึก คิดเป็นประมาณ 74,130 ตันต่อวัน เฉลี่ยเป็นปริมาณขยะ 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ยังไม่รวมขยะตกค้างสะสมที่เพิ่มขึ้นทุกปีไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปริมาณขยะที่เกิดขึ้นนั้น บางส่วนสามารถที่จะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ หรือขยะอินทรีย์ แต่บางส่วน ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ยาก หรือนําไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มทุน ต้องนำไปกำจัด ได้แก่ ซองขนม กล่องโฟม ถุงพลาสติก และยังมีบางส่วนที่เป็นขยะอันตราย ต้องนําไปกําจัดหรือบําบัดด้วยวิธีเฉพาะ เช่น หลอดไฟ ขวดยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีความพยายามในการรีไซเคิลและกำจัดขยะอย่างถูกต้องมากขึ้น แต่แนวโน้มปริมาณขยะในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน รวมถึงการกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี อาทิ การเทกอง เผากลางแจ้ง เผาในเตาที่ไม่มีระบบกำจัดมลพิษทางอากาศ และฝังกลบแบบเทกองควบคุม หรือไม่ถูกจัดการเลย ทำให้เกิดการตกค้างและเป็นมลพิษจำนวนมาก โดยเฉพาะขยะกลุ่มพลาสติกซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณปีละ 2 ล้านตัน และในจำนวนนี้มีส่วนหนึ่งที่ถูกทิ้งลงในทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยติดอันดับที่ 6 ของโลกที่ทิ้งขยะลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อลดปัญหาดังกล่าวทั้งภาครัฐและเอกชนได้พยามยามรณรงค์ให้ลดการทิ้งขยะ รวมถึงการรีไซเคิลขยะ&amp;nbsp; โดยส่วนภาคเอกชนเองเริ่มรณรงค์คัดแยกขยะในองค์กร นำส่วนที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไปรีไซเคิลหรือจำหน่าย ช่วยกันฝังกลบขยะอินทรีย์ให้ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ หรือทำปุ๋ย ส่วนที่เหลืออยู่ใช้วิธีเผาทำลายด้วยเตาเผาขยะเทคโนโลยีสูงที่มีระบบควบคุมอากาศ โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำมัน หรือแก๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ดำเนินโครงการความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสำหรับถนนจากพลาสติกรีไซเคิล&amp;rdquo; เพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นส่วนประกอบในการทำถนนยางมะตอย โดยโครงการนี้จะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในทะเลและในชุมชน รวมถึงคุณสมบัติของพลาสติกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของถนน พร้อมลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกจากการทำถนน และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมประเทศไทยไปสู่การเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่า แม้ภาคเอกชนและรัฐบาลจะพยายามลดขยะโดยการรีไซเคิลและการส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าขยะ แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดขยะไปได้หมด เพราะ ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นนั้นมีจำนวนมากกว่าการกำจัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และส่วนหนึ่งมีปัจจัยมาจากผู้บริโภคเช่นกัน ที่ไม่ยอมรับที่ให้มีโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ของตัวเอง เพราะกลัวเรื่องปัญหามลพิษ การส่งกลิ่น และยังมีปัญหาของการเสียประโยชน์ของผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น ทำให้มีการคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะมาโดยตลอด จนในหลายพื้นที่ไม่สามารถสร้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญอีกประการ คือ การสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้างอย่างมีนัยแอบแฝง บ้างก็ไม่เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริง บ้างก็เปิดเผยข้อมูลเมื่อมีเหตุการณ์คัดค้านเกิดขึ้น บ้างก็แปลงทุนก่อนทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพราะเกรงว่าราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มที่คัดค้านนั้นบ้างก็มาคัดค้านเพราะไม่เข้าใจ บ้างก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้เสียผลประโยนช์ บ้างก็ค้านเพราะเป็นอาชีพ มักอ้างเพื่อประโยชน์ของประเทศ ปะปนกันไปหมด จนทำให้หลายๆ โครงการต้องชะลอหรือเลิกล้มไป สร้างความสูญเสียให้กับประเทศอย่างมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น หากจะคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการเหล่านี้ น่าจะเปิดใจยอมรับข้อมูลของแต่ละฝ่ายอย่างจริงใจ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าโครงการเหล่านั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แล้วค่อยยกมือคัดค้านหรือเห็นด้วย จะดีกว่าไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าเอาแต่หลับหูหลับตาคัดค้านจนทำให้ประเทศเสียโอกาส ล้าหลังเพื่อนบ้านไปมากกว่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กล่องโฟม, ก๊าซเรือนกระจก, ถุงพลาสติกใส่ยา, บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, บริษัท ดาว ประเทศไทย, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการแพทย์รักษ์โลกสั่งรพ.ในสังกัดเลิกใช้ถุงพลาสติกรับยา แจกถุงผ้าให้ใส่แทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4มิ.ย.61 -กรมการแพทย์ สั่งโรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัดเลิกใช้ถุงพลาสติกใส่ยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;หันมาใช้ถุงผ้าแทน เริ่ม 1ต.ค.นี้ เผยรพ.ใช้ถุงพลาสติกใส่ยาปีละกว่า 9 ล้านใบ กลายเป็นขยะ ทำลายสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;มีการแถลงข่าว &amp;ldquo;กรมการแพทย์รักษ์โลก พกถุงผ้าใส่ยากลับบ้าน&amp;rdquo;โดย &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาสำคัญของดลกรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งแม้ว่าสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง แต่ก็มีความเกี่ยวเนื่องกันเพราะเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยของประชาชน โดยสาเหตุมาจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ตลอดจนปัญหาจากขยะ และในวันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปี 2561ประเด็นหลักในการรณรงค์ คือ &amp;ldquo;Beat Plastic Pollution&amp;rdquo;และมีคำขวัญว่า &amp;ldquo;รักษ์โลก เลิกพลาสติก&amp;rdquo; โดยถุงพลาสติกต้องใช้เวลา 450 ปี ในการย่อสลาย โดยกรมการแพทย์มีการใช้ถุงพลาสติกจำนวน 9 ล้านใบ คิดเป็นเงิน2.5ล้านบาทซึ่งหากสามารถลดการใช้ได้จะสามารถลดปัญหาขยะและค่าใช้จ่ายได้มาก ดังนั้น จึงมีการรณรงค์ให้สถาบัน/โรงพยาบาลของกรมการแพทย์จำนวน 30 แห่ง ให้เลิกใช้ถุงพลาสติก โดยหันมาใช้ถุงผ้าใส่ยากลับบ้านแทน โดยขณะนี้ พบว่า 18 แห่งได้มีการยกเลิกการใช้ไปแล้ว อาทิ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี และอีก 12 แห่ง กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ โดยกำหนดว่า ในวันที่ 1 ต.ค.นี้จะต้องมีการยกเลิกการใช้ในทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาขยะถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งในขณะที่ตนดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ได้เดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ. บุรีรัมภ์ เราพบว่ามีการป่วย จากปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ จำพวกจอคอมพิวเตอร์ จอทีวี ที่มีการเอามาทิ้ง จำนวนมากเนื่องจากได้รับพิษจากสารตะกั่ว โดยโรคที่พบจากขยะดังกล่าว เช่นโรคโลหิตจาง โรคผิวหนังจากการปนเปื้อน ภูมิแพ้จากการสัมผัส และหากผิวหนังได้รับสารปรอทเข้าไปสู่ร่างกาย อาจทำให้ตับวาย ไตวาย ได้ นอกจากนี้ในเด็ก จะพบภาวะสมองเสื่อม ชัก เพราะบางทีพ่อแม่ทำงานทาสี แล้วเด็กนำมาเข้าปาก กินบ้าง ทั้งนี้การที่จะไปห้ามประชาชนทำ เป็นสิ่งที่ยาก แม้ว่าชาวบ้านบางส่วนจะรู้ว่าเสี่ยง บางคนก็มีการป้องกันโดยการใส่ถุงมือในการสัมผัส เพราะรายได้จากการนำไปขายดีมาก บางครั้งก็ทำเป็นทอดๆมีการชำแหละแบ่งส่วนกันไปขายอย่างไรก็ตาม ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะจากพลาสติกหรือขยะ พิษนั้นตัวเลขจริงๆ ยังอยู่ระหว่างรวบรวม เนื่องจากมีการทำงานร่วมกันหลายส่วน ซึ่งได้มอบหมายให้ทาง รพ.นพรัตน์ฯ ประสานขอข้อมูลกับทาง กรมควบคุมโรคแล้ว ซึ่งแม้ว่าจะพบผู้ป่วยมากขึ้น แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า เกิดจากอัตราโรคที่เพิ่มขึ้นจริงๆ หรือการเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพที่มากขึ้นจึงทำให้พบมากขึ้นหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับงบในการจัดเตรียมถุงผ้านั้น จากที่ตระเวนตรวจเยี่ยมตาม รพ.ต่างๆในสังกัด พบว่ามาจาก 2 ส่วน คือ 1.รพ.เตรียมเอง โดยในครั้งแรกเป็นการประชาสัมพันธ์ก็จะแจกฟรี แต่หากครั้งต่อไปไม่ได้ถือถุงผ้าที่แจกฟรีมาโรงพบาบาลก็จะต้องเก็บเงินในการให้ถึงผ้าใบใหม่ หรือ 2 . บางทีได้จากการทำจิตอาสา เช่น รพ.ธัญลักษณ์ &amp;nbsp;ให้ผู้ป่วยได้เย็บถุงผ้าเพื่อเป็นการบำบัดฟื้นฟู นอกจากนี้บางแห่งก็มีคนให้การสนับสนุนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ จากการสำรวจและจัดทำแบบสอบถามภายหลังดำเนินกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ปี 2560 &amp;ndash; 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนเข้าใจ เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10652</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, ถุงพลาสติกใส่ยา, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, รพ.ทุกสังกัดกรมการแพทย์, รพ.รัฐ, ใช้ถุงผ้าแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1506ed4a618.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
