<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;ฟันแล้วทุจริตถุงมือยาง 1.125 แสนล้าน ไล่ออก 3 รายเตรียมเรียกเงินชดใช้ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาความผิดทางวินัยกรณีเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) จำนวน 3 ราย ที่ถูก อคส. แจ้งข้อกล่าวหาจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่า นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส. ได้รายงานผลการสอบสวนทางวินัยที่มีนายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยได้ชี้มูลว่า ทั้ง 3 คน ประกอบด้วยประกอบด้วย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการอคส. และเจ้าหน้าที่บริหาร ระดับ 8 คือ นายเกียรติขจร แซ่ไต่ และนายมูรธาธร คำบุศย์ มีความผิดทางวินัยร้ายแรง โดยมีบทลงโทษ คือ การไล่ออกทั้ง 3 คน ซึ่งหลังจากนี้ นายเกรียงศักดิ์จะเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า หรือบอร์ด อคส. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการรับผิดทางละเมิด คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดที่มีนายวันชัย วราวิทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน คาดว่าจะมีผลการพิจารณาออกมาเร็ว ๆ นี้ ว่าใครจะต้องชดใช้ความเสียหายให้อคส. เท่าไร เบื้องต้นราว 2,000 ล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ย และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้สั่งการให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และต้องติดตามเงินที่ อคส. เสียไป 2,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยมาให้ครบ&amp;rdquo;นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนใครจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือจะต้องถูกชี้มูลความผิดและชดเชยอย่างไร ก็เป็นหน้าที่และขั้นตอนของ ป.ป.ช. ที่จะพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า บทลงโทษไล่ออก จะส่งผลให้ทั้ง 3 คน ไม่ได้รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญใด ๆ และ อคส. ยังจะฟ้องร้องเรียกเงินเดือนจากทั้ง 3 คนกลับคืน นับตั้งแต่ที่ความผิดเกิดขึ้น หรือตั้งแต่เดือนส.ค.2563 เป็นต้นมา
การทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท เกิดขึ้นในช่วงที่พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ เป็นรักษาการผู้อำนวยการ อคส. เมื่อเดือนส.ค.2563 โดยได้ทำสัญญากับการ์เดียนโกลฟส์ ผู้ผลิต และผู้ซื้อถุงมือยางจาก อคส. เพื่อไปขายต่ออีก 7 ราย และได้นำเงินของ อคส. 2,000 ล้านบาทจ่ายให้การ์เดียนโกลฟส์เป็นค่ามัดจำสินค้า โดยไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ด อคส. ถือว่าผิดกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระทำโดยมิชอบ ส่งผลให้บอร์ด อคส. มีมติให้นายเกรียงศักดิ์ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งผู้อำนวย อคส. คนใหม่เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 ทำหนังสือถึงดีเอสไอ , ป.ป.ช.พิจารณาความผิด และส่งเรื่องให้ ปปง. อายัดเงิน 2,000 ล้านบาท รวมถึงให้ระงับการดำเนินการตามสัญญาทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118960</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงมือยาง, อคส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e6ea537f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’จัดหนักทุจริตถุงมือยางไล่ออก3อคส.เรียกค่าเสียหาย2พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาความผิดทางวินัยกรณีเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) จำนวน 3 ราย ที่ถูก อคส. แจ้งข้อกล่าวหาจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่า เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส. ได้แจ้งว่ามีความชัดเจน จากคณะกรรมการทั้งสองชุดที่ตั้งขึ้นมา ว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายและในราคาเท่าไหร่ ในวงเงิน 2,000 ล้าน รวมค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการชี้โทษทางวินัยได้ข้อสรุป ว่าให้ชี้มูลความผิดโดยไล่ออกจากราชการ ทั้ง 3 คน และหลังจากนี้ผู้อำนวยการ อคส. จะนำความเห็นเข้าสู่บอร์ดผู้บริหารจึงจะเป็นข้อยุติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยคาดว่าหลังจากนี้คณะกรรมการชี้ความผิดทางละเมิดกฎหมายก็จะชี้มูลความผิดตามมาว่าใครจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นมูลค่าเท่าใด โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนใครจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือจะต้องถูกชี้มูลความผิดและชดเชยอย่างไรก็เป็นหน้าที่และขั้นตอนของ ป.ป.ช. ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รมว. พาณิชย์ ยังกล่าวถึง มาตรการควบคุมราคาสินค้าในช่วงเทศกาลกินเจ ว่า ตนได้สั่งการไปยังกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดเข้าไปตรวจสอบ ในทุกพื้นที่อย่าให้มีการช่วยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเทศกาลกินเจ และหากพบผู้ใดกระทำผิดกฏหมายค้ากำไรเกินควร ให้ดำเนินการโดยเด็ดขาดซึ่งโทษของการค้ากำไรเกินควรค่อนข้างสูง คือจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาสินค้านั้น กรมการค้าภายในได้กำชับไปยังผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งหมดแล้วเพื่อขอให้ตรึงราคาสินค้าไว้ ไม่ให้ขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ก็ได้มีมติเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันไว้แล้วระดับหนึ่ง และได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวานนี้ จึงต้องรอดูว่าจะมีผลให้ราคาน้ำมันลดลงมาได้ลักษณะไหนอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงมือยาง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อคส., องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d35938fd96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อคส. เร่งสางคดีเก่าลุยฟ้องทุจริตจำนำข้าว 1,143 คดี เรียกชดเชยความเสียหาย 5 แสนล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค. 2564 นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสะสางคดีค้างเก่าของ อคส. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ว่า อคส.ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี และนาปรัง ตั้งแต่ปีการผลิต 2554-57 กับเจ้าของคลังเก็บข้าว ที่ อคส. เช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในสต๊อกของรัฐบาล , โรงสี , เจ้าหน้าที่ อคส.ที่เกี่ยวข้อง รวม 1,143 คดี อยู่ในชั้นศาลปกครองกลาง 1,136 คดี ศาลปกครองสูงสุด 4 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 494,198 ล้านบาท และ อคส. ถูกฟ้อง 155 คดี ทุนทรัพย์ 4,782 ล้านบาท โดยมั่นใจว่า มีโอกาสสูงที่ อคส. จะชนะคดี แต่จะได้รับเงินชดเชยความเสียหายครบถ้วนหรือไม่ ต้องรอดูต่อไป เพราะเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อคส. ยังได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อให้ติดตามคดีโครงการรับจำนำข้าวที่ส่งอัยการฟ้องร้องไปแล้วนั้น ครบถ้วนหรือไม่ หากยังมีคดีตกค้างจะเร่งรัดส่งฟ้องโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีเกี่ยวกับโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2551/52 , ปี 2554/55 และปี 2556/57 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรณีมันเสื่อมสภาพ หรือสูญหาย อีกรวมกว่า 200 คดี ได้ฟ้องร้องอยู่ในชั้นศาลปกครองกลาง 161 คดี มีมูลค่าความเสียหาย 18,723 ล้านบาท โดยคดีถึงที่สุดแล้ว 14 คดี ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. จำนวน 4,883 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรัดให้ชดใช้ความเสียหาย &amp;nbsp;
นอกจากนี้ อคส. จะเดินหน้ารื้อเรื่องทุจริตเก่า ๆ ที่ผู้บริหาร อคส. ในช่วงที่ผ่านมา ได้สั่งให้ยุติเรื่อง และไม่ส่งอัยการฟ้องร้องผู้กระทำผิด ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก บางกรณีทำให้ อคส. เสียหายถึง 4,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการทุกอย่างอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า ล่าสุดยังมีเหลือข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่อยู่ในความดูแลของ อคส. อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่ง อคส. ได้ทยอยเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง แต่บางส่วนผู้ชนะประมูลรับมอบข้าว (เอาข้าวออกจากโกดังเก็บ) ไม่ได้ เพาะเจ้าของโกดังยึดหน่วง ไม่ยอมให้เอาข้าวออก อคส. จึงได้ฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าของโกดังรายดังกล่าวไปแล้ว และล่าสุดเหลือข้าวสารในสต๊อกที่จะต้องขายให้หมด 11,000-12,000 ตันเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ โดยตั้งเป้าหมายเปิดระบายให้หมดภายในปีนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท ล่าสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทยอยเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด มารับทราบข้อกล่าวหา และแก้ข้อกล่าวหาแล้ว คาดว่า จะสรุปสำนวนและส่งอัยการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาได้ในเร็ว ๆ นี้ และจากนั้นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด เพื่อเอาเงินมาชดใช้ให้ อคส. ขณะเดียวกัน คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิด กำลังสืบสวนข้อเท็จจริง และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ อคส. เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องชดใช้ให้ อคส. ส่วนโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ อคส. ที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;อยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111235</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, ถุงมือยาง, องค์การคลังสินค้า (อคส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d0327a5314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซฟเราเซฟโลก..ด้วยการแยกขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม ที่เป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวที่สุด&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การคัดแยกขยะ&amp;rdquo; ก่อนทิ้งลงถัง ยิ่งในช่วงเวลานี้ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; เรามีขยะติดเชื้อจากครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว ถุงมือยาง ถุงมือพลาสติก กระดาษชำระ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; (HERO) ได้นำข้อการแยกขยะง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ มาฝากกันเพื่อให้พวกเราได้เซฟทั้งตัวเองพร้อมไปกับเซฟโลกใบนี้&amp;nbsp; เริ่มจาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.แยกขยะเปียก ขยะแห้ง ง่ายต่อการนำไปรีไซเคิล &amp;nbsp;แนะนำหาถุงขยะเล็กๆ ไว้สำหรับทิ้งเศษอาหารแล้วทิ้งทันทีเพื่อป้องกันการรบกวนของมด หนู แมลงสาบ แถมยังลดกลิ่นเหม็นจากเศษอาหาร ทั้งนี้การแยกขยะเปียกแห้ง ช่วยในการรีไซเคิลได้ง่ายยิ่งขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.อัดขยะและมัดปากถุงขยะให้แน่นก่อนลงถัง &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่ในถังขยะ จะยิ่งง่ายและเร็วหากใช้ถุงขยะแบบมีหูผูกหรือมีหูรูด เวลาขยะเต็มเพียงแค่มัดและหิ้วไปทิ้งถังขยะเทศบาลหน้าบ้าน สะดวก รวดเร็ว และประหยัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.แป๊ะโน๊ตข้อความ ระบุประเภทขยะสักนิด ก่อนถึงมือคนเก็บขยะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแจ้งให้ผู้ที่มีหน้าที่จัดเก็บระมัดระวังตัว เช่น ถุงขยะนี้มีหน้ากากอนามัยใช้แล้ว หรือ ถุงขยะรีไซเคิล งานนี้ช่วยเซฟพี่ๆ ทีมเก็บขยะได้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.แยกหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วลงในถุงซิปก่อนทิ้งลงถัง ถุงซิปนอกจากนำมาเพื่อใช้สำหรับเก็บอาหารได้แล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้ เรายังสามารถดัดแปลงให้ถุงซิป มาเพื่อใช้ทิ้งหน้ากากอนามัยได้ด้วย วิธีการง่ายๆ คือ มัดหน้ากากอนามัย ทิ้งลงในถุงซิป และเมื่อถุงซิปเต็ม ก็ปิดถุงให้สนิทเพื่อทิ้งต่อไป สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องปิดปากถุงให้สนิทเพื่อช่วยให้พนักงานเก็บขยะได้มีสุขภาวะที่ดีด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.ทิ้งถูกถัง ช่วยลดปริมาณขยะ การแยกขยะ คือจุดเริ่มต้นของการลดปริมาณขยะเพื่อให้ขยะที่ต้องกำจัดจริงๆ ให้เหลือน้อยที่สุด บางบ้านไม่สะดวกใช้ถุงขยะ แต่ถนัดใช้ถังขยะในการแยกมากกว่า ดังนั้นวิธีการง่ายๆ คือ แยกขยะสัก 2 ถัง ถังขยะเปียกหรือถังสีเขียว สำหรับใส่เศษอาหาร ขยะย่อยสลายได้ และ ถังขยะแห้งหรือถังสีฟ้า สำหรับขยะทั่วไปหรือขยะรีไซเคิล เพียงเท่านี้ก็ง่ายต่อกระบวนการจัดการขยะแล้ว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109227</URL_LINK>
                <HASHTAG>การคัดแยกขยะ, การสร้างภูมิคุ้มกัน, ขยะติดเชื้อจากครัวเรือน, ถุงมือพลาสติก, ถุงมือยาง, บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด, ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก, หน้ากากอนามัย, ฮีโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e925c1eaee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย ซักฟอกถุงมือยาง! หา &#039;จุรินทร์&#039; ตั้งคนใกล้ชิดนั่งบอร์ด อคส. สร้างออเดอร์เท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นวันที่สาม ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เปิดอภิปรายเป็นคนแรกกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กรณีปล่อยปะละเลยให้เกิดการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยาง ขององค์การคลังสินค้า(อคส.) ว่า การทุจริตจัดซื้อถุงมือยางของอคส. จำนวน 500 ล้านกล่อง วงเงิน 112,500 ล้านบาท มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ มีตัวละครสำคัญคือ นายสุชาติ เดชจักรเสมา ประธานกรรมการอคส. เป็นคนสนิทนายจุรินทร์ และอดีตผู้ช่วยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นคนเปิดปิดประตูรถให้นายบัญญัติ โดยนายสุชาติมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ แจ้งต่อป.ป.ช.มีรายได้ 5แสนบาทต่อปี แต่มีทรัพย์สิน170 ล้านบาท มีนาฬิกาปาเต๊ะหลายเรือน ความสัมพันธ์รายได้กับทรัพย์สินไม่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้มีตัวละครสำคัญคือ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยารัตน์ อดีตรักษาการผอ.อคส. นายศรายุทธ์ สายคำมี อดีตผู้สื่อข่าวและคนสนิทประธานอคส. นายธณรัสย์ หัดศรี กรรมการบริษัท การ์เดียนโกลฟ์ จำกัด ที่เคยมีประวัติคดีฉ้อโกงหลายคดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวว่า คดีนี้เริ่มจากคนสนิทประธานอคส. มีหนังสือถึงนายรุ่งโรจน์วันที่ 25ส.ค.2563 ระบุว่า มีบริษัท เคเนตลอว์ออฟฟิศ ขอซื้อถุงมือยางจากอคส.เพื่อนำไปส่งให้ประเทศสหรัฐและยุโรป จำนวน500 ล้านกล่อง ราคากล่องละ230 บาท ทำให้อคส.มีการเจรจากับบริษัท การ์เดียนโกลฟ์ จำกัด ที่เป็นโรงงานผลิตถุงมือยาง เสนอขายถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง ราคากล่องละ 225บาท แต่ขอให้ชำระเงินล่วงหน้าก่อน 2พันล้านบาท หลังจากที่บริษัท การ์เดียนโกล์ฟ เสนอตัวขายถุงมือยางให้อคส.แล้ว &amp;nbsp;อคส.ได้ไปทำสัญญาขายถุงมือยางให้ 7บริษัท &amp;nbsp;จำนวน 826ล้านกล่อง ราคากล่องละ 220บาท รวมมูลค่า 186,100ล้านบาท โดยทั้ง 7บริษัท ล้วนไม่ใช่บริษัทที่มีวัตถุประสงค์ทำธุรกิจถุงมือยาง และไม่มีการเรียกหลักประกันการซื้อขาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า มีถึง 3สัญญา ที่ทำสัญญาลวง เพื่อสร้างข้อมูลเท็จว่ามีคำสั่งซื้อจาก 3บริษัท จำนวน652 ล้านกล่อง 149,000ล้านบาท นำไปอ้างว่า อคส.มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องจัดหาถุงมือยางจำนวนมาก เพื่อไปขายให้ 3บริษัทเหล่านี้ตามออเดอร์ที่สั่งมา จึงจำเป็นต้องเร่งเซ็นสัญญากับบริษัท การ์เดียนโกลฟ์ จำกัด อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีข้อมูลจากกมธ.พาณิชย์ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตที่น่าเชื่อถือว่า มีการนำชื่อบริษัทมาอ้างเพื่อเป็นกลอุบายการทำสัญญาเท่านั้น ทั้งนี้หลังจากทำสัญญาขายถุงมือยางให้ 7บริษัทแล้ว อคส.รีบเร่งทำสัญญาจ้างบริษัท การ์เดียนโกล์ฟ ผลิตถุงมือยาง เมื่อวันที่ 31ส.ค.2563 จำนวน 500ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รายละเอียดการทำสัญญากับบริษัท การ์เดียนโกล์ฟนั้น มีความน่าสงสัย คือ อคส.ต้องชำระเงินล่วงหน้า 2,000ล้านบาทให้ผู้ขายภายใน 3วันนับจากวันทำสัญญา และในสัญญาข้อ 7ระบุว่า ให้ผู้ขายวางหลัก ประกันสัญญา 200ล้านบาท มามอบให้อคส.ภายใน 7 วัน เท่ากับเมื่อบริษัท การ์เดียนโกล์ฟ รับเงินจากอคส. ไป 2,000ล้านบาทแล้ว ก็นำเงิน200ล้านบาท มาทอนคืนให้อคส.เป็นค่าหลักประกันสัญญา และยังเหลือเงินทอนอีก 1,800ล้านบาท ผิดวิสัยการค้าที่ไม่มีใครทำกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในสัญญาข้อ1 ระบุว่า เป็นการซื้อถุงมือยางไนไตร แต่สัญญาข้อ10 บอกให้ผู้ขายส่งมอบถุงมือยางไนไตรและถุงมือยางลาเท็กซ์ ทั้งที่ 7บริษัทที่สั่งซื้อถุงมือยางจากอคส.ไม่ได้สั่งถุงมือยางลาเท็กซ์ นี่คือเหตุผลที่กล่าวหาว่า การทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางเป็นสัญญาลวง ฉากบังหน้า เพื่อนำเงิน 2พันล้านบาทของอคส. ออกจากอคส. &amp;nbsp;ที่นายสุชาติ บอกว่าทำเป็นการลับ เพื่อรอรัฐมนตรีมากดเดิน สัญญาดังกล่าวอคส.เสียเปรียบอย่างยิ่ง เพราะหลังจากทำสัญญาวันที่ 31 ส.ค.2563แล้ว อคส.จ่ายเงินให้บริษัท การ์เดียนโกล์ฟ วันที่ 2ก.ย.2563 ทั้งที่บริษัทยังไม่ส่งสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียว และพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ก็ไม่มีอำนาจลงนามในสัญญา เพราะมีวงเงินสูงกว่าอำนาจที่จะลงนามได้ ถือเป็นสัญญาอัปยศ ไม่มีใครหน้าโง่ทำสัญญาแบบนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังพบว่า สัญญามีข้อพิรุธหลายประการ เพราะบริษัท การ์เดียน โกล์ฟฯเพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 ก่อนหน้าทำสัญญาแค่ 2 เดือน มีทุนจดทะเบียน 2ล้านบาท ไม่มีประสบการณ์ผลิตถุงมือยาง &amp;nbsp;แต่สามารถทำสัญญามูลค่า 112,500ล้านบาทได้ อีกทั้งนายธณรัสถ์ หัดศรี กรรมการบริษัท เคยต้องคดีอาญา ฐานฉ้อโกงรวม 5คดี ทำไมอคส.ไม่ตรวจสอบประวัติกรรมการบริษัทก่อน ตอนนี้ทราบว่าหนีไปแล้ว และที่ตั้งของบริษัท เป็นแค่อาคารเช่าอยู่ที่จ.นครปฐม ปัจจุบันเปลี่ยนมือผู้เช่าใหม่ไปแล้ว ไม่ใช่บริษัท การ์เดียน โกล์ฟ และการทำสัญญาซื้อขายของ อคส. ไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด ขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อคส.ทำสัญญาจ้างผลิตถุงมือยางราคากล่องละ 225บาท แต่เอาไปขายให้ 7บริษัท ในราคาขาดทุน กล่องละ 210บาท จะทำไปทำไม และจะหาถุงมือยางจากไหนถึงจะได้ครบ เพราะคำสั่งซื้อถุงมือยางจาก 7บริษัท จำนวน 826ล้านกล่อง แต่กำลังการผลิตถุงมือยางในประเทศ มีไม่เกิน 300ล้านกกล่อง แสดงให้เห็นถึงความโง่เขลาเบาปัญญาของผู้บริหาร ไม่โง่ก็บ้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 26ส.ค.2563 ที่มีการประชุมบอร์ด อคส. มีไฟล์บันทึกเสียงการประชุม ที่พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ได้รายงานเรื่องการจัดทำสัญญาขายถุงมือยางต่อบอร์ดอคส. แต่นายสุชาติ ประธานบอร์ดอคส.พูดตัดบทว่า &amp;ldquo;อ้าว ต้องลับก่อน&amp;rdquo; ก่อนจะมีเสียงหัวเราะจากทั้งห้องประชุม ซึ่งการหัวเราะเหมือนมีนัยยะรู้กันว่า การซื้อขายถุงมือยางเป็นวาระลับพิเศษ และเมื่อมีบอร์ดท้วงติงเรื่องสัญญาซื้อขายมีมูลค่าสูงเกินอำนาจ ผอ.อคส. แต่นายสุชาติบอกว่า เป็นเรื่องลับ รอรัฐมนตรีมากดเดิน ซึ่งเนื้อหาการประชุมช่วงนี้ ถูกลบออกจากบันทึกการประชุม เรื่องนี้ยังมีข้อพิรุธคือ ในช่วงที่ยังไม่มีการทำสัญญากับบริษัท การ์เดียนโกล์ฟ แต่ปรากฏว่า อคส.เตรียมอนุมัติเงินจ่ายก่อน โดยอคส.เห็นชอบให้ถอนบัญชีเงินฝากประจำและพันธบัตรก่อนครบกำหนดที่มีอยู่ 3,100ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อไปลงทุนซื้อขายถุงมือยาง เพราะเห็นว่า สร้างผลกำไรให้กับอคส.ได้มากกว่าการได้รับจากธนาคาร ทำให้อคส.ไม่ได้รับดอกเบี้ยจากธนาคารเป็นจำนวนหลายล้านบาท ทั้งที่จะครบกำหนดได้ดอกเบี้ยใน1-2เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากกมธ.พาณิชย์ที่ได้ตรวจสอบทุจริตซื้อขายถุงมือยางระบุว่า ได้สอบถามพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ที่ชี้แจงต่อกมธ.ว่า ไม่ได้ทำคนเดียว มีผู้ประสานงานและประธานบอร์ดอคส.ที่เป็นคนสนิทนายจุรินทร์ทราบเรื่องเป็นอย่างดี และยังมีการอ้างว่า ได้รายงานให้รมว.พาณิชย์ทราบด้วย&amp;rdquo; นายประเสริฐ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้วงเงินทุจริตสูงถึง 2 พันล้านบาท กระทำโดยคนสนิทนายจุรินทร์ พฤติกรรมอุกอาจ นายจุรินทร์ต้องใช้อำนาจหน้าที่สั่งนายสุชาติรายงานข้อเท็จจริง แต่นายจุรินทร์ไม่ทำ ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ไม่ดำเนินการใดๆ กับนายจุรินทร์ นายสุชาติ หรือบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หากนายกไม่ดำเนินการใดๆ ต้องไปแก้ตัวที่ป.ป.ช. และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การกระทำนี้เป็นการวางแผนทุจริตอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเงินหลวงมาเป็นของตัวเองและพวกพ้อง ขณะนี้เงิน 2000 ล้าน ได้อันตธานหายไปจากบัญชีของอคส.เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นการกระทำการทุจริตอย่างหน้าด้าน ไร้ยางอาย ปล้นชาติ โดยช่วยกันคิด แยกหน้าที่กันทำ แต่ร่วมกันหาผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย จึงไม่อาจไว้วางใจให้นายกฯและนายจุรินทร์ บริหารราชการแผ่นดินต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93442</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ถุงมือยาง, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e05b7de651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ !ทลายอีกแห่ง โกดัง &quot;ถุงมือแพทย์ใช้แล้ว&quot;ยี่ห้อNAจำนวน 654 กระสอบ 3 หมื่นกล่อง  พร้อมจำหน่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ม.ค.64- &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดย พล.ต.ท. เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามผลิตภัณฑ์และการบริการด้านสุขภาพที่ผิดกฎหมาย พร้อมด้วย พล.ต.ต. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ., พ.ต.อ. สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ. ศารุติ &amp;nbsp;แขวงโสภา, พ.ต.อ.ศรีศักดิ์ คัมภีรญาณ, พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โดยภญ. สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ร่วมกันแถลงผลการทลายโกดัง ลักลอบแบ่งบรรจุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถุงมือใช้แล้ว ย่านลำลูกกา สรุปผลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก. ปคบ.) สืบทราบว่า มีการลักลอบผลิต &amp;nbsp;ถุงมือทางการแพทย์ภายในโกดังย่านลำลูกกา จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปทุมธานี เข้าตรวจค้น พบคนงานกำลังคัดแยกถุงมือยางและถุงมือไนไตรล์ที่มีสภาพเหมือนถุงมือใช้แล้ว บรรจุลงกล่องที่มีสัญลักษณ์ทางการแพทย์ขายเป็นถุงมือทางการแพทย์ยี่ห้อ NA เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางถุงมือรอการคัดแยก 654 กระสอบ กล่องบรรจุภัณฑ์ 3 หมื่นกล่อง ถุงมือรอบรรจุ ถุงมือพร้อมจำหน่าย และอุปกรณ์การผลิตไว้ทั้งหมด รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ฐานไม่จดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ และฐานผลิต/ขายเครื่องมือแพทย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ มีโทษสูงสุด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือ &amp;nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท. เพิ่มพูน กล่าว ในช่วงโควิดระบาดระลอกสอง บก.ปคบ. ได้ตอบสนองนโยบาย โดยตั้งแต่เกิดวิกฤตการระบาดรอบใหม่ บก.ปคบ. ได้มีการตรวจยึดถุงมือยางทางการแพทย์ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นความผิดรายใหญ่ได้จำนวน 2 ราย และได้มีการจัดชุดออกประชาสัมพันธ์ร้านค้าเป็นจำนวนมาก และขอให้ประชาชนช่วยแจ้งข้อมูลข่าวสารมาที่ตำรวจ บก.ปคบ. &amp;nbsp; โทร. 1135 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เภสัชกรหญิงสุภัทรา &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์ โควิดระบาดรอบใหม่ทำให้การลักลอบผลิตถุงมือรายใหญ่กลับมาอีกครั้ง กรณีนี้มีการแสดงฉลากระบุสัญลักษณ์เกี่ยวกับโรงพยาบาลและฟัน ซึ่งอาจทำให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าใจผิดได้ จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า &amp;nbsp;ที่ได้รับอนุญาตทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หัวข้อตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือสายด่วน อย. 1556 ก่อนตัดสินใจซื้อ และหากพบการลักลอบผลิต นำเข้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556 หรือเดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.) ได้ทุกวัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89583</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., ถุงมือยาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd64eeafb55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; สั่งเด้ง &#039;พ.ต.อ.รุ่งโรจน์&#039; ผอ.องค์การคลังสินค้า เข้ากรุสำนักนายกฯ ปมลงทุนถุงมือยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 31/2563 เมื่อวันที่ 14 ก.ย.เรื่องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาปฏิบัติหน้าที่ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ บรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ ผอ.สำนักบริหารกลาง องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเคยรักษาการตำแหน่งผอ.อคส. มาปฏิบัติหน้าที่ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือน ค่าจ้าง เงินอื่น และสิทธิประโยชน์เดิมที่ได้รับอยู่ จนกว่านายกฯจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;

ด้านนายธีภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีคำสั่งดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ตนได้ส่งหนังสือไปถึงนายเกียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผอ.อคส.เพื่อให้ทราบและให้ผู้ที่ได้รับคำสั่งมารายงานตัว โดยจะต้องมารายงานตัวหลังได้รับหนังสือภายใน 1-2 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนนำเงินอคส.ไปลงทุนทำถุงมือยางเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงมือยาง, พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เด้งเข้ากรุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6349f826cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
